วันเวลาปัจจุบัน 10 ก.ค. 2020, 17:01  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง




กลับไปยังกระทู้  [ 65 โพสต์ ]  ไปที่หน้า ย้อนกลับ  1, 2, 3, 4, 5  Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 29 มิ.ย. 2009, 21:25 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 02 ก.ค. 2006, 22:20
โพสต์: 5977

โฮมเพจ: http://walaiblog.blogspot.com/
แนวปฏิบัติ: กายคตาสติ
อายุ: 0
ที่อยู่: สมุทรปราการ

 ข้อมูลส่วนตัว


ตั้งแต่ลืมตาตื่นขึ้นมา จนกระทั่งปิดเปลือกตาลง

จะมีสองสิ่งที่เกิดขึ้น ... ลองดูกันว่าจริงไหมคะ?

เมื่อเราลืมตาขึ้น .. จะมีผู้ดูเกิดขึ้น ... และ สิ่งที่เกิดขึ้น ซึ่งมันมี

มันเป็นของมันแบบนั้นอยู่แล้ว ไม่ว่าจะมีผู้ดูหรือไม่มีผู้ดูก็ตาม


พอลืมตาได้สักพัก ... เริ่มมองเห็นสภาพรอบๆตัวชัดเจน ตอนนี้เริ่มมีผู้รู้เกิดขึ้น

กับ สิ่งที่ถูกรู้ ทำไมถึงเรียกว่าผู้รู้ เพราะเขารู้ว่า สิ่งที่เขาเห็นมันเรียกว่าอะไร

และ สิ่งที่เขาเห็นแล้วเรียกนั้น เป็นสิ่งที่ถูกรู้



ต่อมา มีตัวผู้รู้เกิดขึ้น .. ตัวผู้รู้เกิดขึ้นจากอะไร เกิดจากเอาตัวตน

ที่ตัวเองคิดว่าตัวเองมีตัวตน เข้าไปเกี่ยวข้องกับสิ่งที่ถูกเห็น

แล้วสิ่งที่ถูกรู้จะเปลี่ยนสภาพเป็น ใช่ และ ไม่ใช่ ถูก และ ผิด พอใจ และ ไม่พอใจ ..

เลยเป็นการก่อภพก่อชาติ ก่อเหตุขึ้นมาใหม่ ไม่รู้จักจบจักสิ้น


เมื่อคนๆนี้ ได้เจริญสติปัฏฐาน 4 ย่อมมีสติ สัมปชัญญะมากขึ้น ...

ตัวผู้รู้ที่มีอยู่ ย่อมลดน้อยลงไป สุดท้ายเหลือเป็นเพียงแค่ ผู้รู้

ส่วนสิ่งที่มีคำว่า ใช่ และ ไม่ใช่ ถูก และ ผิด พอใจ

และ ไม่พอใจ ย่อมแปรสภาพกลับมา เป็นสิ่งที่ถูกรู้


ต่อมาเมื่อมีสติ สัมปชัญญะมากขึ้น ผู้รู้ย่อมหายไป จะเปลี่ยนเป็นผู้ดู

และ สิ่งที่ถูกรู้จะเปลี่ยนเป็นสิ่งที่เกิดขึ้น

และสิ่งที่เกิดขึ้นจะแสดงเป็นไตรลักษณ์ให้เห็น ซึ่งมันมีของมันอยู่แล้ว

เพียงแต่เรายังมองไม่เห็นเท่านั้นเอง เพราะตราบใด ที่ยังมีเราเขา( ตัวผู้รู้ )

เข้าไปเกี่ยวข้อง ไม่สามารถมองเห็นตามความเป็นจริงได้เลย

เอาแค่ผู้ดู ผู้รู้ ตัวผู้รู้ แค่นี้พอนะ

.....................................................
มิจฉาปณิหิตจิต จิตที่ตั้งไว้ผิด ย่อมตามพิชิตตัวเอง

สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม ตามการกระทำของแต่ละคน (ตามความเป็นจริง)


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 29 มิ.ย. 2009, 21:32 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 1
สมาชิก ระดับ 1
ลงทะเบียนเมื่อ: 23 มิ.ย. 2009, 15:47
โพสต์: 36


 ข้อมูลส่วนตัว


กรัชกาย เขียน:
อ้างคำพูด:
แต่อยู่ ๆ มันก็โผล่มาให้พิจารณาเอง ผู้รู้ ผมเรียกมันอย่างนั้นด้วยผมเห็นมันเป็นอย่างนั้น


คุณเรียกก้อนๆ นั้นว่า ผู้รู้ แล้วมันรู้อะไรบ้างครับ

ไม่ใช่ก้อนแน่นอนครับ มันรู้อารมณ์ แล้ว "รู้ความรู้ตัว" ที่ซ้อนอยู่กับอารมณ์นั้นอีกทีหนึ่ง
ความรู้ที่ซ้อนทับกันอยู่... พอจะแนะแนวได้รึยังครับ ว่าผมกำลังเป๋ไปไหนรึเปล่า ไม่ต้องถามเพื่อไล่ต้อนผมก็ได้นะครับ เพราะผมไม่ถนัดบัญญัติอยู่แล้ว ผมก็แค่คนที่แค่ฝึกมาจากพื้นฐานง่าย ๆ คือกำหนดที่ลมหายใจเข้าออก ฝึกเองอยู่กะบ้านแค่นั้น ไม่ได้คิดอะไรลึกซึ้งเลย แล้วมาเจอสภาวะอย่างนี้ ก็แค่นั้น ก็บังเอิญมาเจอคำกล่าวของคุณซึ่งคุณเป็นคนที่มีประสบการณ์ และมีความรู้ในทางธรรมดี ผมจึงเข้าใจว่าคุณจะช่วยแนะนำผมได้


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 29 มิ.ย. 2009, 21:48 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 24 ต.ค. 2006, 12:36
โพสต์: 33502

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


ชิชะ เขียน:
กรัชกาย เขียน:
อ้างคำพูด:
แต่อยู่ ๆ มันก็โผล่มาให้พิจารณาเอง ผู้รู้ ผมเรียกมันอย่างนั้นด้วยผมเห็นมันเป็นอย่างนั้น


คุณเรียกก้อนๆ นั้นว่า ผู้รู้ แล้วมันรู้อะไรบ้างครับ

ไม่ใช่ก้อนแน่นอนครับ มันรู้อารมณ์ แล้ว "รู้ความรู้ตัว" ที่ซ้อนอยู่กับอารมณ์นั้นอีกทีหนึ่ง
ความรู้ที่ซ้อนทับกันอยู่... พอจะแนะแนวได้รึยังครับ ว่าผมกำลังเป๋ไปไหนรึเปล่า ไม่ต้องถามเพื่อไล่ต้อนผมก็ได้นะครับ เพราะผมไม่ถนัดบัญญัติอยู่แล้ว ผมก็แค่คนที่แค่ฝึกมาจากพื้นฐานง่าย ๆ คือกำหนดที่ลมหายใจเข้าออก ฝึกเองอยู่กะบ้านแค่นั้น ไม่ได้คิดอะไรลึกซึ้งเลย แล้วมาเจอสภาวะอย่างนี้ ก็แค่นั้น ก็บังเอิญมาเจอคำกล่าวของคุณซึ่งคุณเป็นคนที่มีประสบการณ์ และมีความรู้ในทางธรรมดี ผมจึงเข้าใจว่าคุณจะช่วยแนะนำผมได้



คุณรู้ได้ยังไงว่ากรัชกายมีประสบการณ์ คุณอาจคิดไปเองก็ได้ :b16:

อย่าคิดว่าต้อนสิครับ คิดว่าไต่ถามเพื่อความแน่ใจ และลงตัว


คือกำหนดที่ลมหายใจเข้าออก

ก็คุณกำหนดลมหายใจเข้าออก ก็ดูลมเข้าลมออกไปสิครับ จะไปสนใจอะไรอื่นทำไมกัน

สิ่ง...นั้นหากคุณต้องการให้เป็นอะไร คุณก็คิดอย่างที่ต้องการจะให้มันเป็นก็จะเป็นอย่างที่คุณคิด

ไม่มีอะไรหรอกครับ นอกจากความคิดมันสร้างขึ้นมา นั่นแหละมันกำลังจะยึดผู้รู้ที่สร้างแล้วล่ะ :b12:

พูดอย่างนี้คุณเชื่อกรัชกายหรือไม่ครับ :b1:

อย่าทิ้งลมหายใจเข้าออกครับ จะให้ดีดูความคิดแต่ละขณะๆด้วย ว่ามันคิดอะไร รู้ว่าคิดก็ปล่อยไปตามที่เขาเป็น มาอยู่กับลมเข้าลมออกซึ่งเป็นหลัก

ดูทุกสิ่งตามที่เขาเป็น อย่าใปคิดสร้างให้เขาเป็นอย่างที่เราต้องการให้มันเป็น

.....................................................
http://group.wunjun.com/ake


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 29 มิ.ย. 2009, 22:22 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 24 ต.ค. 2006, 12:36
โพสต์: 33502

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


นำตัวอย่างหนึง่มาให้คุณพิจาณา



เสียงประหลาดจากสมาธิ

ผมเป็นคนหนึ่งที่ชอบสวดมนต์นั่งสมาธิทุกวันเป็นประจำ สวดมนต์วันหนึ่งก็ประมาณ1ชั่วโมง เมื่อ 2 วันที่

ผ่านมา หลังจากสวดมนต์ไหว้พระเสร็จ จากนั้นก็นั่งสมาธิขณะที่จิตสงบ มีเสียงประหลาดเกิดขึ้น

ว่า "การปฎิบัติธรรมสมาธิภาวนานั้น เราต้องใช้หลักโยนิโสมนสิการ อันจะเป็นหนทางสู่มรรคผล

นิพพาน"
หลังจากออกสมาธิผมก็มาพิจารณาว่ามันคืออะำไรทำไมเราได้ยินเสียงประหลาดแล้วหลักโยนิโส

มนสิการมันคืออะไรมีความหมายอย่างไรผมไม่เคยรู้มาก่อนและไม่เคยได้ยิน ทำให้ผมต้องหาคำตอบให้ได้ว่า

โยนิโสมนสิการคืออะไรและแล้วผมก็ได้ทราบคำตอบว่าหลักโยนิโสมนสิการคือ การหยั่งรู้ในจิตใจโดยแยบคาย

พูดง่ายๆก็คือ การเห็นสิ่งต่างๆตามความเป็นจริงตามกฎไตรลักษณ์ แล้วใช้สติปัญญาพิจราณาสภาวธรรมที่เกิด

ขึ้น โดยหาเหตุปัจจัยต่างๆ มาแยกแยะวิเคราะห์ รู้รูปนาม ขันธ์ 5 การมีสติอยู่กับปัจจุบันตามแนวทาง

สติปัฐฐาน 4 การคิดแบบอริยสัจ 4

สรุปแล้วหนทางมรรคผลนิพพานมันรวมหมดอยู่ตรงนี้เอง ทำให้ผมมีกำลังใจในการปฏิบัติมาก

นี่นะหรือที่เขาว่าสอนกันทางสมาธิ แต่ผมไม่ทราบนะว่า เสียงประหลาดนั่นเป็นใคร แต่เป็นเสียงผู้ชาย

หนุ่มน้ำเสียงไพเราะมาก แต่จิตผมมีความรู้สึกว่า น่าจะเป็นพุทธองค์
ครับ

.....................................................
http://group.wunjun.com/ake


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 29 มิ.ย. 2009, 22:24 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 1
สมาชิก ระดับ 1
ลงทะเบียนเมื่อ: 23 มิ.ย. 2009, 15:47
โพสต์: 36


 ข้อมูลส่วนตัว


กรัชกาย เขียน:
คุณรู้ได้ยังไงว่ากรัชกายมีประสบการณ์ คุณอาจคิดไปเองก็ได้ :b16:
อย่าคิดว่าต้อนสิครับ คิดว่าไต่ถามเพื่อความแน่ใจ และลงตัว
คือกำหนดที่ลมหายใจเข้าออก
ก็คุณกำหนดลมหายใจเข้าออก ก็ดูลมเข้าลมออกไปสิครับ จะไปสนใจอะไรอื่นทำไมกัน
สิ่ง...นั้นหากคุณต้องการให้เป็นอะไร คุณก็คิดอย่างที่ต้องการจะให้มันเป็นก็จะเป็นอย่างที่คุณคิด
ไม่มีอะไรหรอกครับ นอกจากความคิดมันสร้างขึ้นมา นั่นแหละมันกำลังจะยึดผู้รู้ที่สร้างแล้วล่ะ :b12:
พูดอย่างนี้คุณเชื่อกรัชกายหรือไม่ครับ :b1:


ทำไมต้องเชื่อ หรือไม่เชื่อด้วยล่ะครับ อะไรจะเป็นมันก็เป็นเช่นนั้นล่ะ
ขอบคุณกับคำแนะนำครับ :b13: :b13: :b13:
และขอบคุณกับ ตัวอย่างด้วยครับ :b13: :b13: :b13:


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 65 โพสต์ ]  ไปที่หน้า ย้อนกลับ  1, 2, 3, 4, 5

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 13 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร