วันเวลาปัจจุบัน 21 ต.ค. 2020, 01:13  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง




กลับไปยังกระทู้  [ 26 โพสต์ ]  ไปที่หน้า ย้อนกลับ  1, 2  Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 04 เม.ย. 2010, 19:32 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
อาสาสมัคร
อาสาสมัคร
ลงทะเบียนเมื่อ: 21 มี.ค. 2009, 20:48
โพสต์: 745


 ข้อมูลส่วนตัว


ชาติสยาม เขียน:
Satoranai เขียน:
คุณชาติฯ อุตส่าห์ไปตามหา "ถิรสัญญา" แต่ไม่เจอ
มาเจอ ข้อมูลอ้างอิงสนับสนุน ...พาให้คิดไปว่า "สัญญาเป็นเหตุใกล้ให้เกิดสติ"


ผมได้ยินแต่แรก ผมก็หาเลย คำนี้
ไม่เจอจริงๆ ป่านนี้ก็ไม่เจอ

แต่ผมก็ไม่บ้าจี้นะ ไม่มีหรือมีไม่สำคัญ
เพราะที่ยกมาเป้นพระไตรปิฏก เป้นล้นพ้น เป็นสูงสุด
ถ้าเป็นคนมีหัวใจรักความจริง ก็อ่านดูเอาเอง สรุุปความรูเองได้
ผมเพียงแต่ชี้ให้ดู ว่านี่นก แต่จะไปเห็นเป้นไม้ ก็ไม่ว่าอะไร
ตัวใครตัวมันอยู่แล้ว


Satoranai เขียน:
..
ผมก็ไม่รู้ว่า ไอ้คนที่มันตั้งนู่นตั้งนี่ บ้าๆบอมา เพื่ออะไร
จนบอกแบบ ธรรมดาๆ ไม่ได้ว่า สติคือสติ
ทำไมต้องมายอกย้อนว่า "ขันธ์" พาให้เกิด "สติ"


ผมก็ประหลาดใจนะ คุณพูดเหมือนจะรู้อะไรเยอะ
เอาเข้าจริงเรื่องไม่ควรโง่ กลับโง่อย่างไม่น่าเชื่อ
โลกนี้มันมีคนบ้าๆบอๆขนาดคิดว่าสติไม่อยู่ในขันธ์ด้วยเหรอ
ถ้าขันธ์์นี้ไม่เป้นที่ตั้งแห่งเหตุของสติ แล้วอะไรล่ะ
ขันธ์นี้แหละ พาให้เกิดสติ

พระพุทธเจ้าพระองค์ไหนเหรือสอนให้สติปัฏฐานนอกขันธ์ของตัวเอง

สติไม่ใช่สายลมแสงแดด ที่เป็นของนอกขันธ์
อยู่ในขันะ์นี่แหละ
ไปเอามาจากไหนเหรอที่ว่าขันธ์ไม่พาให้เกิดสติ
อย่ามาบอกว่าหลวงพ่อสงบนะ
ถึงท่านจะว่าดูจิตผิด ก็เพราะท่านเข้าใจระดับบัญญํติผิด
ท่านก้ว่าไปตามนิยามของท่าน
แต่ไม่มีทางที่ท่านจะสอนว่า สติอยู่นอกขันธ์ หรือ ขันธ์นี้ไม่พาให้เกิดสติ

อย่าว่าแต่สติเลย กองทุกทั้งปวงก้ตั้งอยู่ในขันธ์นี้แหละ
อาศัยขันธ์นี้แหละ ถึงเกิด

อ้างคำพูด:
..
สติก็คือสติ รู้ตัวทั่วพร้อม ท่องพุทโธก็ให้มีสติ
มีสติจดจ่ออยู่กับพุทโธ ไม่ให้หนีหายไปไหน
มันทำไม่ได้ไง มันเลยไหลไปนู่น
แค่ให้ อยู่กับพุทโธ มันยังทำไม่ได้เล้ย


โอ้โห วาทะกล้าจริงๆ
ปรามาสหลวงพ่อปราโมทย์ขนาดนี้
แหมยกตัวซะสูง เหยียบหลวงพ่อลงซะต่ำมิดดินไปเลย

คุณพูดอย่างนี้ดีมากๆเลย
ผมไม่ต้องเถียงอะไรคุณมากเลย
เพราะวาทะของคุณมันฟ้องหมดเลยว่าท่องพุทโธแล้วได้ผลเป้นยังไง

แหม ขออีกหนอยนะ
คำว่าสติจดจ่อกับพุทธโธที่คูณทำน่ะ ทำยังไงเหรอ
ลองอธิบายวิธีทำซิ

พอคุณอธิบายแล้วผมจะได้ไปยกเทศน์หลวงพ่อปราโมทย์มา
ถ้าเผอิญดันไปลงรอยกับเทศน์ของท่านล่ะก็
คุณเอ๊ย เสียสุนัขเป็นฝูงๆเลย

อ้างคำพูด:
..
สติในชีวิตประจำวันสำคัญยิ่ง
แต่มีสติในชีวิตประจำวันอย่างเดียวไม่ถึงมรรคผลนะ
สติในชีวิตประจำวันทำให้มีฐานต่อเนื่องสู่การปฏิบัติอย่างจริงจังต่อไป


กล้าพูด
"สติในชีวิตประจำวันอย่างเดียวไม่ถึงมรรคผล"

ถ่มน้ำลายรดฟ้า มันก็หล่นใส่หน้าคนถ่ม
ไหนบอกสติก็คือสติ
นี่มาแยกสติในชีวิตประจำวัน กับสติไหนอีกล่ะ

ถ้ากล้าพูดว่าสติก้คือสติ สติไหนก็เหมือนกัน
แล้วทำไมสติเหมือนกัน แต่ให้ผลไม่เหมือนกันล่ะ


อ้างคำพูด:
..
ครูจารย์หลวงพ่อสงบว่าไว้ "มีสติ แล้วก็มีมหาสติ .. แต่สติก็เป็นสมมตินะ"


ใช่
จะสื่ออะไรเหรอ


ไม่ใช่หวังร้ายนะงับ

แต่ท่านชาติสยาม เขียนที่ ยาวเป็นหลายหน้ากระดาษ ไม่เหนื่อยบ้างหรืองับ

นี่สงสารจากใจจริงนะงับ

.....................................................
“เวลาทำสมาธิ ให้ระลึกลมหายใจเข้าออก ให้รู้ลมหายใจเข้าออก ไม่ต้องบังคับลมหายใจ ตามรู้ลมหายใจเข้าออก สงบก็รู้ ไม่สงบก็รู้ สงบก็ไม่ยินดี ไม่สงบก็ไม่ยินร้าย ไม่เอาทั้งสงบและไม่สงบ เอาแค่รู้ตามความเป็นจริงของสภาวธรรมปัจจุบันนั้น”

ธรรมเหล่านี้เป็นไปเพื่อคลายกำหนัด
เป็นไปเพื่อไม่ประกอบสัตว์ไว้
เป็นไปเพื่อไม่สั่งสมกิเลส
เป็นไปเพื่อความเป็นผู้มักน้อย
เป็นไปเพื่อสันโดษ
เป็นไปเพื่อความสงัดจากหมู่คณะ
เป็นไปเพื่อปรารภความเพียร
เป็นไปเพื่อความเป็นคนเลี้ยงง่าย


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 04 เม.ย. 2010, 19:36 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-2
Moderators-2
ลงทะเบียนเมื่อ: 29 พ.ค. 2008, 14:14
โพสต์: 3836

อายุ: 12
ที่อยู่: กทม.

 ข้อมูลส่วนตัว


ข้าพเจ้า้มีความสุขกับการค้นหาความจริง
ข้าพเจ้าไม่เหนื่อยเลย


ถ้าท่านทำอะไรด้วยความสุข ท่านจะไม่เหนื่อย
เคล็ดลับอยู่ตรงนี้

ที่เหนื่อยน่ะ ... เหนื่อยด่า
เหนื่อยมาก ... แต่คันปากมากกว่า


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 04 เม.ย. 2010, 20:39 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 1
สมาชิก ระดับ 1
ลงทะเบียนเมื่อ: 23 มี.ค. 2010, 08:42
โพสต์: 34

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


ตกลงไม่มีถิรสัญญา ด้วยการดั้นด้นหาแน่หรือ
ถ้าอยากพิสูจน์ ต้องไปที่ต้นตอของคำนี้
เขียนไปถาม วิมุตติดอทคอม ก็ดีนะ
..
..
"สัญญาเป็นเหตุใกล้ให้เกิดสติ"
ยอกย้อนไปมา จนบอกได้ว่า
"ขันธ์พาให้เกิดสติ"
รูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ
ไม่บอกให้หมดเลยล่ะครับ อาจารย์ของท่านน่ะ
กั๊กไว้แถว สัญญา สัญญา สัญญา ทีละสัญญา ... จนแผลงเป็น ถิรสัญญากันแน่น้า???
..
..
แล้ว อะไรเป็นเหตุให้ไม่ใกล้เกิดสติล่ะ??? งงมั้ย
..
..
แปรงฟันบ่อยๆเป็นเหตุใกล้ให้คนรัก???
โทรหาคนรักบ่อยๆเป็นเหตุใกล้ให้ถูกพ่อเค้ายิง???
ถูกพ่อเค้ายิงบ่อยๆเป็นเหตุใกล้ให้ได้เงินประกัน???
..
..
พูดทำไม ถิรสัญญา พูดทำไม "สัญญาเป็นเหตุใกล้ให้เกิดสติ"


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 04 เม.ย. 2010, 20:52 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-2
Moderators-2
ลงทะเบียนเมื่อ: 29 พ.ค. 2008, 14:14
โพสต์: 3836

อายุ: 12
ที่อยู่: กทม.

 ข้อมูลส่วนตัว


Satoranai เขียน:
ตกลงไม่มีถิรสัญญา ด้วยการดั้นด้นหาแน่หรือ
ถ้าอยากพิสูจน์ ต้องไปที่ต้นตอของคำนี้
เขียนไปถาม วิมุตติดอทคอม ก็ดีนะ


ก็ผมหาไม่เจอจริงๆ
ความจริงคูรนาจะดีใจที่ผมหาไม่เจอ
เพราะมันเป้นการสนับสนุนฝ่ายคุณนะ

อ้างคำพูด:
..
"สัญญาเป็นเหตุใกล้ให้เกิดสติ"
ยอกย้อนไปมา จนบอกได้ว่า
"ขันธ์พาให้เกิดสติ"
รูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ
ไม่บอกให้หมดเลยล่ะครับ อาจารย์ของท่านน่ะ
กั๊กไว้แถว สัญญา สัญญา สัญญา ทีละสัญญา ... จนแผลงเป็น ถิรสัญญากันแน่น้า???
..


อันนี้ผมก็ชี้แจงไปแล้ว

อ้างคำพูด:
..
แล้ว อะไรเป็นเหตุให้ไม่ใกล้เกิดสติล่ะ??? งงมั้ย
..

งง
มาก
อ้างคำพูด:
..
แปรงฟันบ่อยๆเป็นเหตุใกล้ให้คนรัก???
โทรหาคนรักบ่อยๆเป็นเหตุใกล้ให้ถูกพ่อเค้ายิง???
ถูกพ่อเค้ายิงบ่อยๆเป็นเหตุใกล้ให้ได้เงินประกัน???
..

shocked
เปรียบเทียบแบบนี้
ยอมแล้วจ้า

คุณเข้าใจคำว่า "เหตุ-ผล" เป้น Reasonable
ซึ่งเป้นการตัดสินไปตามคติ ค่านิยม ความเชื่อ
หรือพูดง่ายๆว่า เป็นทิฐิ ทั้งสิ้น

แต่คุณไม่เข้าใจคำว่า "เหตุ-ผล" ที่แปลว่า Causes-Consequences
หรือหลักอิทัปปัจยตา ที่เป้นการว่ากันตามความจริงตามธรรมชาติแท้ๆ
ที่เป็นเหตุ เป็นปัจจัย ส่งผลสืบเนื่องโยงใยกันไป

เช่นบางคนคิดว่าถ้าแปรงฟันแล้วจะได้คนรัก เพราะปากเหม็น ก็เป้นความเชื่อที่รับฟังได้
บางคนคิดว่า ต้องไปฟอกฟันถึงจะได้แฟน เพราะฟันเลหืองอ๋อย ก็นับว่ารับฟังได้
แต่เป็นการคาดเดาทั้งสิ้น ว่าทำอย่างนี้คงจะได้แฟน
บางคนก็คิดว่าทำตัวหล่อ อาจจะเป้นเหตุให้ได้แฟน
ก็นับว่าเขามีเหตุผลไม่แพ้คนที่แปรงฟัน

แต่ถามจริงๆว่าเหตุของการได้แฟนคืออะไร
ใครจะตอบได้

เหมือนมองกองไฟกองหนึ่งแล้วตั้งคำถามว่า
ฟืนดุ้นไหนเป็นเหตุของกองไฟ
ถ้าพบเหตุแล้ว ดึงมันออก กองไฟจะดับ?

อ้างคำพูด:
..
พูดทำไม ถิรสัญญา พูดทำไม "สัญญาเป็นเหตุใกล้ให้เกิดสติ"


อ่านดีๆสิ ตรงพระอภิธรรมที่ผมยกมาให้ดูนะ
มันว่าด้วยเรื่องเหตุของสติตรงๆเลยนะ 17 ข้อ
คูณลองสังเกตุทั้ง 17 ข้อดูสิ ว่าข้อไหนไม่ประกอบด้วย "สัญญา"

มอง "สิ่งร่วม" ของทั้ง 17 ข้อให้ออกสิ


แก้ไขล่าสุดโดย ชาติสยาม เมื่อ 04 เม.ย. 2010, 21:03, แก้ไขแล้ว 3 ครั้ง.

โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 04 เม.ย. 2010, 21:47 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
อาสาสมัคร
อาสาสมัคร
ลงทะเบียนเมื่อ: 21 มี.ค. 2009, 20:48
โพสต์: 745


 ข้อมูลส่วนตัว


ชาติสยาม เขียน:
ข้าพเจ้า้มีความสุขกับการค้นหาความจริง
ข้าพเจ้าไม่เหนื่อยเลย


ถ้าท่านทำอะไรด้วยความสุข ท่านจะไม่เหนื่อย
เคล็ดลับอยู่ตรงนี้

ที่เหนื่อยน่ะ ... เหนื่อยด่า
เหนื่อยมาก ... แต่คันปากมากกว่า



คันปากมันเกี่ยวกับมือด้วยหรืองับ

.....................................................
“เวลาทำสมาธิ ให้ระลึกลมหายใจเข้าออก ให้รู้ลมหายใจเข้าออก ไม่ต้องบังคับลมหายใจ ตามรู้ลมหายใจเข้าออก สงบก็รู้ ไม่สงบก็รู้ สงบก็ไม่ยินดี ไม่สงบก็ไม่ยินร้าย ไม่เอาทั้งสงบและไม่สงบ เอาแค่รู้ตามความเป็นจริงของสภาวธรรมปัจจุบันนั้น”

ธรรมเหล่านี้เป็นไปเพื่อคลายกำหนัด
เป็นไปเพื่อไม่ประกอบสัตว์ไว้
เป็นไปเพื่อไม่สั่งสมกิเลส
เป็นไปเพื่อความเป็นผู้มักน้อย
เป็นไปเพื่อสันโดษ
เป็นไปเพื่อความสงัดจากหมู่คณะ
เป็นไปเพื่อปรารภความเพียร
เป็นไปเพื่อความเป็นคนเลี้ยงง่าย


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 04 เม.ย. 2010, 23:48 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 1
สมาชิก ระดับ 1
ลงทะเบียนเมื่อ: 23 มี.ค. 2010, 08:42
โพสต์: 34

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


กระทู้จิตหลอดไฟนีออน ล็อคไปแล้วนะ ... หลอดนีออนล่อแหลม??

ลองดูคำสอนครูจารย์หน่อยแล้วกัน เรื่อง "จิต"

หลวงตามหาบัว
“...ส่วนจิตนี่ไม่ตาย ให้มันเห็นชัดๆ เรื่องจิตไม่ตาย รู้ด้วยทางจิตตภาวนา
เอาความรู้อะไรๆ มาพิสูจน์เรื่องจิตตายเกิดหรือตายสูญนี้ตายวันยังค่ำ ตายกองกันนี้ก็ไม่มีทางรู้ได้
ถ้าจิตตภาวนาตามทางพระพุทธเจ้าแล้วรู้ ก็มันมีทางเดินของมันมา เกิดตายภพใดชาติใดๆ
มันรู้มาโดยลำดับ ร่องรอยของตัวเองมายังไง... มีแต่จิตดวงนี้พาให้เกิดให้ตาย ไม่ได้มีจิตดวงนี้พาให้สูญ
จำเอานะ จิตดวงนี้ไม่สูญ ตามเข้าไปด้วยจิตตภาวนาจะเห็นอย่างชัดเจนทีเดียว...”


หลวงปู่เหรียญ
“... เมื่อวิญญาณเหล่านี้ดับลงไปแล้ว สัญญา เวทนา สังขารก็ดับตามกันไป
เราเรียกว่าตาย แต่ดวงจิตนี้ไม่ดับ มันก็ถอนตัวออกจากร่างนี้แหละ เมื่อร่างนี้อาศัยอยู่ไม่ได้แล้ว
แต่ส่วนนามธรรมนั้นมันดับไป แต่ถ้าบุคคลผู้ยังละอาสวะกิเลสไม่หมด
บุญกุศลมันก็ตามตกแต่งขันธ์ห้าให้ใหม่"


หลวงพ่อสงบ
“...จิตนี้เป็นตัวเกิดตัวตายใช่ไหม ปฏิสนธิจิตเนี่ยพามาเกิดให้เป็นมนุษย์นั่งอยู่เนี่ย
แล้วก็หาตัวเองไม่เจอ รู้แต่ว่าเกิดจากพ่อแม่ แต่ไม่รู้ว่ามันมาจากไหน
พ่อแม่ก็เกิดมาจากพ่อแม่...พ่อแม่ก็เกิดมาจากพ่อแม่...พ่อแม่ก็เกิดมาจากพ่อแม่ แล้วมันสิ้นสุดกันที่ไหน
มันไม่มีที่สิ้นสุดแล้วจิตนี้มาจากไหนเวลามาเกิดแล้วเกิดยังไง ปฏิสนธิจิตเกิดในไข่ เกิดในครรภ์
เกิดในน้ำคลำ เกิดในโอปปาติกะ กำเนิดสี่น่ะ...”


อาจารย์ของท่าน
“...จิตไม่ได้มีเพียงดวงเดียวแล้วคงทนถาวรอยู่นิรันดร
แต่จิตเกิดดับสืบเนื่องตลอดเวลา เพื่อทำหน้าที่รู้อารมณ์... เมื่อจิตดวงหนึ่งดับไป
หากจิตดวงใหม่มีสติระลึกรู้จิตดวงเดิม จิตดวงเดิมซึ่งหมดสถานะจากธรรมชาติที่รู้อารมณ์ไปแล้ว
ก็เปลี่ยนสถานะไปเป็นอารมณ์ให้จิตดวงใหม่รู้...”


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 05 เม.ย. 2010, 00:01 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-2
Moderators-2
ลงทะเบียนเมื่อ: 29 พ.ค. 2008, 14:14
โพสต์: 3836

อายุ: 12
ที่อยู่: กทม.

 ข้อมูลส่วนตัว


Satoranai เขียน:
กระทู้จิตหลอดไฟนีออน ล็อคไปแล้วนะ ... หลอดนีออนล่อแหลม??


ข้าพเจ้าว่า เห็นใจผู้ที่มาคอยล๊อคนะ
เหนื่อยนะ ถ้าพากันคุยดีๆ ไม่ด่าไม่ว่า ไม่เหน็บ
เอาแต่เนื้อหาธรรมมาคุยกัน ชีวิตทุกคนมันจะง่ายกว่านี้


อ้างคำพูด:
ลองดูคำสอนครูจารย์หน่อยแล้วกัน เรื่อง "จิต"
หลวงตามหาบัว
“...ส่วนจิตนี่ไม่ตาย ให้มันเห็นชัดๆ เรื่องจิตไม่ตาย รู้ด้วยทางจิตตภาวนา
เอาความรู้อะไรๆ มาพิสูจน์เรื่องจิตตายเกิดหรือตายสูญนี้ตายวันยังค่ำ ตายกองกันนี้ก็ไม่มีทางรู้ได้
ถ้าจิตตภาวนาตามทางพระพุทธเจ้าแล้วรู้ ก็มันมีทางเดินของมันมา เกิดตายภพใดชาติใดๆ
มันรู้มาโดยลำดับ ร่องรอยของตัวเองมายังไง... มีแต่จิตดวงนี้พาให้เกิดให้ตาย ไม่ได้มีจิตดวงนี้พาให้สูญ
จำเอานะ จิตดวงนี้ไม่สูญ ตามเข้าไปด้วยจิตตภาวนาจะเห็นอย่างชัดเจนทีเดียว...”



หลวงตาพูดถูกแล้ว
ท่านใช้คำว่า "ไม่สูญ"
ไม่สูญ ไม่ได้แปลว่า "จิตไม่ดับ"

การเกิดดับสืบเนื่องกันไป ก็ไม่เรียกว่าสูญ

ผมหาส่วนของหลวงตาเยอะเหมือนกัน
ยังไม่เจอว่าหลวงตาพูดว่า "จิตไม่ดับ"



เอาเท่านี้ก่อนนะ
ส่วนสองท่านที่เหลือ ผมติดไว้ก่อน

ถอยไปตั้งหลักก่อน
ตอนนี้เบลอ
:b32:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 05 เม.ย. 2010, 00:08 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
อาสาสมัคร
อาสาสมัคร
ลงทะเบียนเมื่อ: 21 มี.ค. 2009, 20:48
โพสต์: 745


 ข้อมูลส่วนตัว


ชาติสยาม เขียน:
Satoranai เขียน:
กระทู้จิตหลอดไฟนีออน ล็อคไปแล้วนะ ... หลอดนีออนล่อแหลม??


ข้าพเจ้าว่า เห็นใจผู้ที่มาคอยล๊อคนะ
เหนื่อยนะ ถ้าพากันคุยดีๆ ไม่ด่าไม่ว่า ไม่เหน็บ
เอาแต่เนื้อหาธรรมมาคุยกัน ชีวิตทุกคนมันจะง่ายกว่านี้


อ้างคำพูด:
ลองดูคำสอนครูจารย์หน่อยแล้วกัน เรื่อง "จิต"
หลวงตามหาบัว
“...ส่วนจิตนี่ไม่ตาย ให้มันเห็นชัดๆ เรื่องจิตไม่ตาย รู้ด้วยทางจิตตภาวนา
เอาความรู้อะไรๆ มาพิสูจน์เรื่องจิตตายเกิดหรือตายสูญนี้ตายวันยังค่ำ ตายกองกันนี้ก็ไม่มีทางรู้ได้
ถ้าจิตตภาวนาตามทางพระพุทธเจ้าแล้วรู้ ก็มันมีทางเดินของมันมา เกิดตายภพใดชาติใดๆ
มันรู้มาโดยลำดับ ร่องรอยของตัวเองมายังไง... มีแต่จิตดวงนี้พาให้เกิดให้ตาย ไม่ได้มีจิตดวงนี้พาให้สูญ
จำเอานะ จิตดวงนี้ไม่สูญ ตามเข้าไปด้วยจิตตภาวนาจะเห็นอย่างชัดเจนทีเดียว...”



หลวงตาพูดถูกแล้ว
ท่านใช้คำว่า "ไม่สูญ"
ไม่สูญ ไม่ได้แปลว่า "จิตไม่ดับ"

การเกิดดับสืบเนื่องกันไป ก็ไม่เรียกว่าสูญ

ผมหาส่วนของหลวงตาเยอะเหมือนกัน
ยังไม่เจอว่าหลวงตาพูดว่า "จิตไม่ดับ"



เอาเท่านี้ก่อนนะ
ส่วนสองท่านที่เหลือ ผมติดไว้ก่อน

ถอยไปตั้งหลักก่อน
ตอนนี้เบลอ
:b32:


มีเบลอด้วย 55+

.....................................................
“เวลาทำสมาธิ ให้ระลึกลมหายใจเข้าออก ให้รู้ลมหายใจเข้าออก ไม่ต้องบังคับลมหายใจ ตามรู้ลมหายใจเข้าออก สงบก็รู้ ไม่สงบก็รู้ สงบก็ไม่ยินดี ไม่สงบก็ไม่ยินร้าย ไม่เอาทั้งสงบและไม่สงบ เอาแค่รู้ตามความเป็นจริงของสภาวธรรมปัจจุบันนั้น”

ธรรมเหล่านี้เป็นไปเพื่อคลายกำหนัด
เป็นไปเพื่อไม่ประกอบสัตว์ไว้
เป็นไปเพื่อไม่สั่งสมกิเลส
เป็นไปเพื่อความเป็นผู้มักน้อย
เป็นไปเพื่อสันโดษ
เป็นไปเพื่อความสงัดจากหมู่คณะ
เป็นไปเพื่อปรารภความเพียร
เป็นไปเพื่อความเป็นคนเลี้ยงง่าย


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 05 เม.ย. 2010, 01:24 
 
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 25 เม.ย. 2009, 02:43
โพสต์: 12217


 ข้อมูลส่วนตัว


ขงเบ้งเทพแห่งกลยุทธ์ เขียน:
สติ คือ สติ

สัญญาไปทำอะไรให้เกิดสติ

...........................

55+


:b8: :b8:

:b12:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 05 เม.ย. 2010, 13:22 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
อาสาสมัคร
อาสาสมัคร
ลงทะเบียนเมื่อ: 21 มี.ค. 2009, 20:48
โพสต์: 745


 ข้อมูลส่วนตัว


กบนอกกะลา เขียน:
ขงเบ้งเทพแห่งกลยุทธ์ เขียน:
สติ คือ สติ

สัญญาไปทำอะไรให้เกิดสติ

...........................

55+


:b8: :b8:

:b12:



สาธุงับ

.....................................................
“เวลาทำสมาธิ ให้ระลึกลมหายใจเข้าออก ให้รู้ลมหายใจเข้าออก ไม่ต้องบังคับลมหายใจ ตามรู้ลมหายใจเข้าออก สงบก็รู้ ไม่สงบก็รู้ สงบก็ไม่ยินดี ไม่สงบก็ไม่ยินร้าย ไม่เอาทั้งสงบและไม่สงบ เอาแค่รู้ตามความเป็นจริงของสภาวธรรมปัจจุบันนั้น”

ธรรมเหล่านี้เป็นไปเพื่อคลายกำหนัด
เป็นไปเพื่อไม่ประกอบสัตว์ไว้
เป็นไปเพื่อไม่สั่งสมกิเลส
เป็นไปเพื่อความเป็นผู้มักน้อย
เป็นไปเพื่อสันโดษ
เป็นไปเพื่อความสงัดจากหมู่คณะ
เป็นไปเพื่อปรารภความเพียร
เป็นไปเพื่อความเป็นคนเลี้ยงง่าย


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 06 เม.ย. 2010, 11:30 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 4
สมาชิก ระดับ 4
ลงทะเบียนเมื่อ: 06 เม.ย. 2010, 09:39
โพสต์: 219

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


ครับ
ถูกครับ สัญญาเป็นเหตุใกล้ให้เกิดสติ
ถูกครับ สัญญาไปทำให้เกิดสติ ไม่ได้
สัญญาเป็นเพียง เหตุใกล้ ให้เกิดสติ
สัญญา คือ สัญญา สติ คือ สติ
ด้วยความระลึกรู้ ความกำหนดรู้ ในสัญญา สติ จึงพึงเกิดได้
ผลของการระลึกรู้ กำหนดรู้ เข้าในสัญญา จึงเป็นเหตุให้สติเกิด

.....................................................
.................................................ธ ทรงครองแผ่นดินโดยทศพิธราชธรรม
........................................................พระปฐมบรมราชโองการว่า
.......................“ เราจะครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแห่งมหาชนชาวสยาม “

........................ขอพ่อเจ้าอยู่หัว ทรงพระเจริญ มีพระชนย์มายุ ยิ่งยืนนาน พระพุทธเจ้าข้า


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 26 โพสต์ ]  ไปที่หน้า ย้อนกลับ  1, 2

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 21 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร