วันเวลาปัจจุบัน 18 เม.ย. 2021, 03:51  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง




กลับไปยังกระทู้  [ 34 โพสต์ ]  ไปที่หน้า ย้อนกลับ  1, 2, 3  ต่อไป  Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 04 พ.ค. 2012, 20:46 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 4
สมาชิก ระดับ 4
ลงทะเบียนเมื่อ: 11 เม.ย. 2012, 18:22
โพสต์: 298


 ข้อมูลส่วนตัว


:b16:

.....................................................
ผู้รู้มีมาก ผู้ปฏิบัติมีน้อย
ชาติก่อนทำกรรมใด ชาตินี้รับกรรมนั้น
ชาติหน้ามีผลใด ชาตินี้ทำผลนั้น

//ตั๊กม้อ//


แก้ไขล่าสุดโดย แสงแห่งพระธรรม เมื่อ 05 พ.ค. 2012, 15:15, แก้ไขแล้ว 1 ครั้ง

โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 04 พ.ค. 2012, 20:54 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 27 ก.พ. 2012, 12:27
โพสต์: 2372

แนวปฏิบัติ: ปฏิจจสมุปบาท และกรรมฐาน
งานอดิเรก: สวดมนต์รภาวนา
อายุ: 27

 ข้อมูลส่วนตัว


อนุโมทนาสาธุ :b8: ที่ยังไม่ลืมชาวลานธรรมจักร อุตส่าเอารูปภาพมาฝาก :b16:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 04 พ.ค. 2012, 21:19 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 4
สมาชิก ระดับ 4
ลงทะเบียนเมื่อ: 11 เม.ย. 2012, 18:22
โพสต์: 298


 ข้อมูลส่วนตัว


เดียวถ้าว่างจะเอารูปตอนปฏิบัติธรรม นั่งสมาธิ บิณฑบาตมาฝาก......... :b8:

.....................................................
ผู้รู้มีมาก ผู้ปฏิบัติมีน้อย
ชาติก่อนทำกรรมใด ชาตินี้รับกรรมนั้น
ชาติหน้ามีผลใด ชาตินี้ทำผลนั้น

//ตั๊กม้อ//


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 05 พ.ค. 2012, 09:07 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 13 ก.พ. 2010, 17:53
โพสต์: 4999

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


แสงแห่งพระธรรม เขียน:
ไปปฏิบัติธรรมมาแทบเป็นแทบตายไม่เห็นมีนักข่าวคนใหนมาทำข่าวบ้าง ที่อย่างนี้ละเอากันจัง....

มืดยังเสื่อมไม่พออีกหรือ แหกขี้ตาตื่นมาเล่นมาม่าแต่เช้า ถามหน่อยมีคนใส่บาตร
มีคนประเคนให้หรือยัง มืดเอ้ยบอกมาตามตรงเถอะว่าแค่อาศัยผ้าเหลือง ไปเที่ยวเขาใหญ่
โดยไม่ต้องเสียค่รถค่าข้าว

นึกว่าเท่หรือ มันทุเรศไม่ว่า อย่าให้รู้น่ะว่าอยู่วัดไหน
จะให้พระอธิกรณ์ไปจับสึกเลย ไอ้ตัวทำศาสนาเสื่อม
:b6:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 05 พ.ค. 2012, 11:34 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 4
สมาชิก ระดับ 4
ลงทะเบียนเมื่อ: 11 เม.ย. 2012, 18:22
โพสต์: 298


 ข้อมูลส่วนตัว


..

.....................................................
ผู้รู้มีมาก ผู้ปฏิบัติมีน้อย
ชาติก่อนทำกรรมใด ชาตินี้รับกรรมนั้น
ชาติหน้ามีผลใด ชาตินี้ทำผลนั้น

//ตั๊กม้อ//


แก้ไขล่าสุดโดย แสงแห่งพระธรรม เมื่อ 09 ก.พ. 2013, 14:21, แก้ไขแล้ว 2 ครั้ง.

โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 05 พ.ค. 2012, 11:53 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 4
สมาชิก ระดับ 4
ลงทะเบียนเมื่อ: 11 เม.ย. 2012, 18:22
โพสต์: 298


 ข้อมูลส่วนตัว


http://www.mbu.ac.th/index.php?option=c ... mitstart=0


http://www.mbu.ac.th/index.php?option=c ... mitstart=4

.....................................................
ผู้รู้มีมาก ผู้ปฏิบัติมีน้อย
ชาติก่อนทำกรรมใด ชาตินี้รับกรรมนั้น
ชาติหน้ามีผลใด ชาตินี้ทำผลนั้น

//ตั๊กม้อ//


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 05 พ.ค. 2012, 14:31 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 4
สมาชิก ระดับ 4
ลงทะเบียนเมื่อ: 11 เม.ย. 2012, 18:22
โพสต์: 298


 ข้อมูลส่วนตัว


[...

.....................................................
ผู้รู้มีมาก ผู้ปฏิบัติมีน้อย
ชาติก่อนทำกรรมใด ชาตินี้รับกรรมนั้น
ชาติหน้ามีผลใด ชาตินี้ทำผลนั้น

//ตั๊กม้อ//


แก้ไขล่าสุดโดย แสงแห่งพระธรรม เมื่อ 22 ก.ค. 2013, 13:37, แก้ไขแล้ว 1 ครั้ง

โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 05 พ.ค. 2012, 14:41 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 13 ก.พ. 2010, 17:53
โพสต์: 4999

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


ธุดงธ์มันต้องฉันข้าวในบาตร ไม่ใช่มายืนต่อแถวรับอาหารจากฆราวาส
แบบนี้มันอุจาดลูกกะตา :b6:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 05 พ.ค. 2012, 15:03 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 4
สมาชิก ระดับ 4
ลงทะเบียนเมื่อ: 11 เม.ย. 2012, 18:22
โพสต์: 298


 ข้อมูลส่วนตัว


[
การกระทำทุกอย่างสิ่งสำคัญอยู่ที่ใจ หากใจบริสุทธิแล้วการกระทำนั้นเป็นเพียงกิริยา

.....................................................
ผู้รู้มีมาก ผู้ปฏิบัติมีน้อย
ชาติก่อนทำกรรมใด ชาตินี้รับกรรมนั้น
ชาติหน้ามีผลใด ชาตินี้ทำผลนั้น

//ตั๊กม้อ//


แก้ไขล่าสุดโดย แสงแห่งพระธรรม เมื่อ 22 ก.ค. 2013, 13:37, แก้ไขแล้ว 1 ครั้ง

โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 05 พ.ค. 2012, 15:25 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 4
สมาชิก ระดับ 4
ลงทะเบียนเมื่อ: 11 เม.ย. 2012, 18:22
โพสต์: 298


 ข้อมูลส่วนตัว


โฮฮับ เขียน:
ธุดงธ์มันต้องฉันข้าวในบาตร ไม่ใช่มายืนต่อแถวรับอาหารจากฆราวาส
แบบนี้มันอุจาดลูกกะตา :b6:



ก็ใครบอกว่าฉันข้าวในม้อละ.........โฮฮับมั่วอีกละ........ :b13:

.....................................................
ผู้รู้มีมาก ผู้ปฏิบัติมีน้อย
ชาติก่อนทำกรรมใด ชาตินี้รับกรรมนั้น
ชาติหน้ามีผลใด ชาตินี้ทำผลนั้น

//ตั๊กม้อ//


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 05 พ.ค. 2012, 16:15 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 5
สมาชิก ระดับ 5
ลงทะเบียนเมื่อ: 12 พ.ย. 2009, 13:38
โพสต์: 376

ชื่อเล่น: ต้น
อายุ: 0
ที่อยู่: นครสวรรค์

 ข้อมูลส่วนตัว


หลวงพี่ฟังคำเตือนผมก่อน

[กุลบุตรจะเรียนกรรมฐานต้องบำเพ็ญศีลให้บริสุทธิ์ก่อน]
กุลบุตรควรชำระศีล ๔ อย่างให้หมดจดก่อน.
ในศีลนั้นมีวิธีชำระให้หมดจด ๓ อย่าง คือ ไม่ต้องอาบัติ ๑ ออกจากอาบัติที่ต้องแล้ว ๑ ไม่เศร้าหมองด้วยกิเลสทั้งหลาย ๑.
จริงอยู่ ภาวนาย่อมสำเร็จแก่กุลบุตรผู้มีศีลบริสุทธิ์อย่างนั้น. กุลบุตรควรบำเพ็ญแม้ศีลที่ท่านเรียกว่าอภิสมาจาริกศีล ให้บริบูรณ์ดีเสียก่อน ด้วยอำนาจวัตรเหล่านี้ คือวัตรที่ลานพระเจดีย์ วัตรที่ลานต้นโพธิ์ อุปัชฌายวัตร อาจริยวัตร วัตรที่เรือนไฟ วัตรที่โรงอุโบสถ ขันธกวัตร ๘๒ มหาวัตร ๑๔.
จริงอยู่ กุลบุตรใดพึงกล่าวว่า เรารักษาศีลอยู่, กรรมด้วยอภิสมาจาริกวัตรจะมีประโยชน์อะไร? ข้อที่ศีลของกุลบุตรนั้นจักบริบูรณ์ได้ นั่นไม่ใช่ฐานะที่จะมีได้. แต่เมื่ออภิสมาจาริกวัตรบริบูรณ์ ศีลก็จะบริบูรณ์. เมื่อศีลบริบูรณ์ สมาธิย่อมถือเอาห้อง.
สมจริงดังพระดำรัสที่พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสไว้ว่า
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย! ข้อที่ภิกษุนั้นหนอไม่บำเพ็ญธรรม คืออภิสมาจาริกวัตรให้บริบูรณ์แล้ว จักบำเพ็ญศีลทั้งหลายให้บริบูรณ์ได้ นั่นไม่ใช่ฐานะที่จะมีได้.
เรื่องนี้ควรให้พิสดาร.
เพราะเหตุฉะนั้น กุลบุตรนี้ควรบำเพ็ญแม้วัตร มีเจติยังคณวัตรเป็นต้น ที่ท่านเรียกว่าอภิสมาจาริวัตร ให้บริบูรณ์ด้วยดีเสียก่อน.

[ภิกษุผู้มีศีลไม่บริสุทธิ์กรรมฐานย่อมไม่เจริญ]
จริงอยู่ ความบังเกิดขึ้นแห่งพระพุทธเจ้าเป็นของได้ด้วยยาก, การบรรพชาและการอุปสมบทเป็นของได้ด้วยยากยิ่งกว่านั้น. แต่พระวินัยธรควรพูดอย่างนี้ว่า เธอจงปัดกวาดโอกาสที่เงียบสงัด แล้วนั่งพักกลางวัน ชำระศีลให้บริสุทธิ์ จงมนสิการอาการ ๓๒ ดูก่อน.
ถ้าศีลของภิกษุนั้นไม่ด่างพร้อยไซร้ กรรมฐานย่อมสืบต่อ, สังขารทั้งหลาย ก็เป็นของปรากฏชัดขึ้น, จิตก็เป็นเอกัคคตา ดุจได้บรรลุอุปจาระและอัปปนาสมาธิ ฉะนั้น, ถึงวันจะล่วงเลยไปแล้วก็ตาม เธอก็ไม่ทราบ. ในเวลาวันล่วงเลยไป เธอมาสู่ที่อุปัฏฐากแล้ว ควรพูดอย่างนี้ว่า ความเป็นไปแห่งจิตของเธอเป็นเช่นไร? ก็เมื่อเธอบอกความเป็นไปแห่งจิตแล้ว ควรพูดกะเธอว่า ขึ้นชื่อว่าบรรพชา มีความบริสุทธิ์แห่งจิตเป็นประโยชน์, เธออย่าประมาท บำเพ็ญสมณธรรมเถิด.
ส่วนภิกษุใดมีศีลขาด กรรมฐานของภิกษุนั้นย่อมไม่สืบต่อ, จิตย่อมปั่นป่วน คือถูกไฟคือความเดือดร้อนแผดเผาอยู่ ดุจถูกทิ่มแทงด้วยปฏัก ฉะนั้น, ภิกษุนั้นย่อมลุกขึ้นในขณะนั้นทีเดียว เหมือนนั่งอยู่บนก้อนหินที่ร้อน ฉะนั้น.
เธอมาแล้วถามว่า ความเป็นไปแห่งจิตของท่านเป็นอย่างไร?
เมื่อเธอบอกความเป็นไปแห่งจิตแล้ว ควรพูดว่า
ขึ้นชื่อว่าความลับของผู้กระทำกรรมชั่ว ย่อมไม่มีในโลก
แท้จริง บุคคลผู้กระทำความชั่ว ย่อมรู้ด้วยตนเอง ก่อนคนอื่นทั้งหมด, ต่อจากนั้น อารักขเทพดาทั้งหลาย สมณพราหมณ์และเทพเจ้าเหล่าอื่น ผู้รู้จิตของบุคคลอื่น ย่อมรู้ (ความชั่ว) ของเธอ, บัดนี้ เธอนั่นแลจงแสวงหาความสวัสดีแก่เธอเองเถิด.


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 05 พ.ค. 2012, 16:30 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 4
สมาชิก ระดับ 4
ลงทะเบียนเมื่อ: 11 เม.ย. 2012, 18:22
โพสต์: 298


 ข้อมูลส่วนตัว


tonnk เขียน:
หลวงพี่ฟังคำเตือนผมก่อน

[กุลบุตรจะเรียนกรรมฐานต้องบำเพ็ญศีลให้บริสุทธิ์ก่อน]
กุลบุตรควรชำระศีล ๔ อย่างให้หมดจดก่อน.
ในศีลนั้นมีวิธีชำระให้หมดจด ๓ อย่าง คือ ไม่ต้องอาบัติ ๑ ออกจากอาบัติที่ต้องแล้ว ๑ ไม่เศร้าหมองด้วยกิเลสทั้งหลาย ๑.
จริงอยู่ ภาวนาย่อมสำเร็จแก่กุลบุตรผู้มีศีลบริสุทธิ์อย่างนั้น. กุลบุตรควรบำเพ็ญแม้ศีลที่ท่านเรียกว่าอภิสมาจาริกศีล ให้บริบูรณ์ดีเสียก่อน ด้วยอำนาจวัตรเหล่านี้ คือวัตรที่ลานพระเจดีย์ วัตรที่ลานต้นโพธิ์ อุปัชฌายวัตร อาจริยวัตร วัตรที่เรือนไฟ วัตรที่โรงอุโบสถ ขันธกวัตร ๘๒ มหาวัตร ๑๔.
จริงอยู่ กุลบุตรใดพึงกล่าวว่า เรารักษาศีลอยู่, กรรมด้วยอภิสมาจาริกวัตรจะมีประโยชน์อะไร? ข้อที่ศีลของกุลบุตรนั้นจักบริบูรณ์ได้ นั่นไม่ใช่ฐานะที่จะมีได้. แต่เมื่ออภิสมาจาริกวัตรบริบูรณ์ ศีลก็จะบริบูรณ์. เมื่อศีลบริบูรณ์ สมาธิย่อมถือเอาห้อง.
สมจริงดังพระดำรัสที่พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสไว้ว่า
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย! ข้อที่ภิกษุนั้นหนอไม่บำเพ็ญธรรม คืออภิสมาจาริกวัตรให้บริบูรณ์แล้ว จักบำเพ็ญศีลทั้งหลายให้บริบูรณ์ได้ นั่นไม่ใช่ฐานะที่จะมีได้.
เรื่องนี้ควรให้พิสดาร.
เพราะเหตุฉะนั้น กุลบุตรนี้ควรบำเพ็ญแม้วัตร มีเจติยังคณวัตรเป็นต้น ที่ท่านเรียกว่าอภิสมาจาริวัตร ให้บริบูรณ์ด้วยดีเสียก่อน.

[ภิกษุผู้มีศีลไม่บริสุทธิ์กรรมฐานย่อมไม่เจริญ]
จริงอยู่ ความบังเกิดขึ้นแห่งพระพุทธเจ้าเป็นของได้ด้วยยาก, การบรรพชาและการอุปสมบทเป็นของได้ด้วยยากยิ่งกว่านั้น. แต่พระวินัยธรควรพูดอย่างนี้ว่า เธอจงปัดกวาดโอกาสที่เงียบสงัด แล้วนั่งพักกลางวัน ชำระศีลให้บริสุทธิ์ จงมนสิการอาการ ๓๒ ดูก่อน.
ถ้าศีลของภิกษุนั้นไม่ด่างพร้อยไซร้ กรรมฐานย่อมสืบต่อ, สังขารทั้งหลาย ก็เป็นของปรากฏชัดขึ้น, จิตก็เป็นเอกัคคตา ดุจได้บรรลุอุปจาระและอัปปนาสมาธิ ฉะนั้น, ถึงวันจะล่วงเลยไปแล้วก็ตาม เธอก็ไม่ทราบ. ในเวลาวันล่วงเลยไป เธอมาสู่ที่อุปัฏฐากแล้ว ควรพูดอย่างนี้ว่า ความเป็นไปแห่งจิตของเธอเป็นเช่นไร? ก็เมื่อเธอบอกความเป็นไปแห่งจิตแล้ว ควรพูดกะเธอว่า ขึ้นชื่อว่าบรรพชา มีความบริสุทธิ์แห่งจิตเป็นประโยชน์, เธออย่าประมาท บำเพ็ญสมณธรรมเถิด.
ส่วนภิกษุใดมีศีลขาด กรรมฐานของภิกษุนั้นย่อมไม่สืบต่อ, จิตย่อมปั่นป่วน คือถูกไฟคือความเดือดร้อนแผดเผาอยู่ ดุจถูกทิ่มแทงด้วยปฏัก ฉะนั้น, ภิกษุนั้นย่อมลุกขึ้นในขณะนั้นทีเดียว เหมือนนั่งอยู่บนก้อนหินที่ร้อน ฉะนั้น.
เธอมาแล้วถามว่า ความเป็นไปแห่งจิตของท่านเป็นอย่างไร?
เมื่อเธอบอกความเป็นไปแห่งจิตแล้ว ควรพูดว่า
ขึ้นชื่อว่าความลับของผู้กระทำกรรมชั่ว ย่อมไม่มีในโลก
แท้จริง บุคคลผู้กระทำความชั่ว ย่อมรู้ด้วยตนเอง ก่อนคนอื่นทั้งหมด, ต่อจากนั้น อารักขเทพดาทั้งหลาย สมณพราหมณ์และเทพเจ้าเหล่าอื่น ผู้รู้จิตของบุคคลอื่น ย่อมรู้ (ความชั่ว) ของเธอ, บัดนี้ เธอนั่นแลจงแสวงหาความสวัสดีแก่เธอเองเถิด.

.....................................................
ผู้รู้มีมาก ผู้ปฏิบัติมีน้อย
ชาติก่อนทำกรรมใด ชาตินี้รับกรรมนั้น
ชาติหน้ามีผลใด ชาตินี้ทำผลนั้น

//ตั๊กม้อ//


แก้ไขล่าสุดโดย แสงแห่งพระธรรม เมื่อ 09 ก.พ. 2013, 14:22, แก้ไขแล้ว 1 ครั้ง

โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 05 พ.ค. 2012, 18:01 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 5
สมาชิก ระดับ 5
ลงทะเบียนเมื่อ: 12 พ.ย. 2009, 13:38
โพสต์: 376

ชื่อเล่น: ต้น
อายุ: 0
ที่อยู่: นครสวรรค์

 ข้อมูลส่วนตัว


แสงแห่งพระธรรม เขียน:
ไปรักษาศีลห้าให้ครบก่อนดีกว่าไหม แค่ศีลห้าข้อยังไม่มีปัญญารักษา ยังดื่มเหล้า สมสู่เมียคนอื่น ยังมีหน้าด้านตอแหลมาสอนคนอื่น มันช่างสมเพสจริงๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

ไม่เอาน่าหลวงพี่ อย่าใส่ความผมอย่างนี้เลยมันไม่ดีหรอก มันเป็นการยังกุศลให้ตก ที่ผมเตือนนั้นผมเป็นห่วงหลวงพี่ห่วงศาสนา ผมยินดีในการเรียนปริยัติของหลวงพี่นะ จะได้เป็นอุปนิสัยปัจจัยในภายหน้า แต่ผมอยากให้หลวงพี่ปฏิบัติตามวินัย

อยากแรกก่อนที่จะโมโหต้องดูว่าเขาพูดจริงหรือเปล่าไม่ใช่เถียงแบบมั่วๆหรือกลบเกลื่อน ฟังคำเตือนนั้นว่าเขาพูดถูกหรือไม่ ผู้รู้ติเตียนได้หรือไม่ เราติเตียนตนเองด้วยศีลได้หรือไม่ เรื่องการเตือนนั้นมีมาตั้งแต่พุทธกาลอย่างเช่นเทวดาเตือนภิกษุที่ผมเคยตั้งไว้หลวงพี่ลองเช็คดูได้
viewtopic.php?f=1&t=41326&p=287231&hilit=%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B8%A7%E0%B8%94%E0%B8%B2%E0%B9%80%E0%B8%95%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B8%A0%E0%B8%B4%E0%B8%81%E0%B8%A9%E0%B8%B8#p287231


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 05 พ.ค. 2012, 19:07 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 4
สมาชิก ระดับ 4
ลงทะเบียนเมื่อ: 11 เม.ย. 2012, 18:22
โพสต์: 298


 ข้อมูลส่วนตัว


[
ธัมมะท่านสอนให้ดูตัวเอง พิจารณาตัวเอง จะได้เห็นความบกพร่องของตัวเอง แล้วแก้ไขตัวเองไปเรื่อยๆจนสมบูรณ์ จบข่าว............ :b8:

.....................................................
ผู้รู้มีมาก ผู้ปฏิบัติมีน้อย
ชาติก่อนทำกรรมใด ชาตินี้รับกรรมนั้น
ชาติหน้ามีผลใด ชาตินี้ทำผลนั้น

//ตั๊กม้อ//


แก้ไขล่าสุดโดย แสงแห่งพระธรรม เมื่อ 22 ก.ค. 2013, 13:36, แก้ไขแล้ว 1 ครั้ง

โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 07 พ.ค. 2012, 09:30 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 5
สมาชิก ระดับ 5
ลงทะเบียนเมื่อ: 07 มิ.ย. 2010, 15:59
โพสต์: 390

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


แสงแห่งพระธรรม เขียน:
ไปปฏิบัติธรรมมาแทบเป็นแทบตายไม่เห็นมีนักข่าวคนใหนมาทำข่าวบ้าง ที่อย่างนี้ละเอากันจัง....


หมายความว่า คุณต้องการให้นักข่าวนำเสนอข่าวด้านเดียวคือด้านดีๆ ส่วนด้านที่เป็นปัญหาควรช่วยกันปกปิด ไม่ต้องนำมาเสนอ แล้วเรื่องพระสงฆ์ที่ทำตัวเป็นปัญหาสร้างความเสื่อมเสียก็ไม่ต้องนำเสนอ ให้ช่วยกันปกปิดไว้ ให้นำเสนอแต่การปฏิบัติธรรมของพระดีๆเพื่อร่วมกันเชิดชูเกียรติ สรรเสริญเยินยอ ให้มีชื่อเสียงโด่งดังยิ่งๆขึ้นไป เช่น นำเสนอข่าวที่คุณไปปฏิบัติธรรมมา ประกาศให้คนทั้งประเทศได้รับรู้เพื่อให้เขายกยอปอปั้นช่วยกันอนุโมทนา สรรเสริญ มีชื่อเสียงโด่งดังไกล

.....................................................
บุรุษใดพึงเห็นแดน"โลก" เขาจักอยู่ในแดน"โลก"
บุรุษใดพึงเห็นแดน"สวรรค์" เขาจักอยู่ในแดน "สวรรค์"
บุรุษใดพึงเห็นแดน"นรก" เขาจักอยู่ในแดน"นรก"

บุรุษใดพึงเห็นแดนทั้งสาม เขาจักพึงสิ้นภพจบแดน...แล


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 34 โพสต์ ]  ไปที่หน้า ย้อนกลับ  1, 2, 3  ต่อไป

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 15 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร