วันเวลาปัจจุบัน 31 มี.ค. 2020, 14:43  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง




กลับไปยังกระทู้  [ 6 โพสต์ ]    Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 17 เม.ย. 2016, 19:35 
 
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 1
สมาชิก ระดับ 1
ลงทะเบียนเมื่อ: 20 มี.ค. 2016, 19:48
โพสต์: 12

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


ข้าพเจ้าเติบโตมา ได้ทำงาน อย่างที่แม่วาดหวังไว้ การเรียนที่ผ่านมาน่าภูมิใจ
ครอบครัวของข้าพเจ้าหลายคนมองว่าสุขสบาย พ่อ แม่รับราชการ ตัวข้าพเจ้าเองก็มีงานการทำ
แต่ข้าพเจ้าและพี่ชายจะเป็นเหมือนกันทั้งคู่คือ มีที่พึ่งคนเดียวคือ แม่
แม่เป็นคนส่งข้าพเจ้ากับพี่ชายเรียนคนเดียว
ขนาดลูกติดพ่อ แม่ก็ยังช่วยส่งเสียจนมีครอบครัว
บ้านของข้าพเจ้านั้นอยู่กัน พ่อ แม่ ข้าพเจ้า และพี่ชาย
ตั้งแต่เด็กๆ ข้าพเจ้าและพี่ชาย จะอยู่บ้านยาย ในช่วงที่แม่ลำาบาก
แม่ข้าพเจ้าเล่าว่า แม่คนเดียวที่ส่งลูกเรียน ทั้งๆที่ตกลงกันแล้วว่าจะเเบ่งกันดูแล
พ่อข้าพเจ้ามีเงินเดือน เหมือนกับแม่ แต่แม่ส่เพียงคนเดียว
จนตอนนี้ข้าพเจ้าและพี่ชายจบแล้วมีงานทำแล้ว
ข้าพเจ้าไม่ค่อรู้จักกับทางบ้านย่าเลย เพราะพ่อเป็นคนไม่พูดอะไร ไม่ชวน ไม่ถาม ว่าจะไปหาย่าไหม
สิ่งที่ข้าพเจ้าอยากรู้ก็คือ ทำไมข้าพเจ้าและพี่ชายข้าพเจ้า ถึมีความรู้สึก ไม่เคารพในพ่อของตัวเอง
ไม่ค่อยพูดด้วย ไม่ค่อยสุงสิงด้วย ไม่ชวนไปไหนมาไหนด้วย ทั้งๆที่อยู่บ้านหลังเดียวกัน ก็ไม่ค่อยคุบกับพ่อ
ข้าพเจ้ารู้ตัวนะคะว่ามันผิด ผิดมากๆ รู้ตัวเสมอว่ามันบาป แต่ก็คุยนะคะ ถ้าพ่อชวนคุย
และก็ยังให้เงินเดือนพ่อ ตัวข้าพเจ้าเองนั้นรักพ่อมากๆ แต่ความรู้สึกจะรักแม่มากกว่า
ทุกครั้งที่พ่อของข้าพเจ้าทำอะไรที่ไม่ควรจะทำออกมา ข้าพเจ้าจะดุเขา
ข้าพเจ้ารู้สึกผิดทุกครั้ง ที่ทำอย่างนั้น แล้วข้าพเจ้าก็คิดว่า เป็นผลกรรมหรือเปล่าคะ แม่เคยเล่าให้ข้าพเจ้าฟังว่า พ่อเคยดุปู่-ย่า เถียงปู่-ย่า แล้วก็เห็นแก่ตัว
ข้าพเจ้าไม่อยากคิดแบบนั้น ไม่อยากคิดในทางลบกับพ่อ แต่ว่าการกระทำที่พ่อทำเป็นแบบนั้นจริงๆ
ข้าพเจ้าควรจะทำอย่างไรดีคะ ข้าพเจ้ารู้สึกบาปมากเลยค่ะ ข้าพเจ้าคิดเสมอว่าจะไม่รู้สึกแบบนั้นมันก็อดไม่ได้ตลอดที่เห็นการกระทำแบบนั้น
ขอโทษท่านผู้อ่านนะคะ ข้าพเจ้าอาจดูเป็นเด็กไม่ดี ที่กล้าคิดกับบิดาบังเกิดเกล้าได้ แต่ข้าพเจ้าต้องขอคำแนะนำเพื่อที่จะได้ปรับปรุงตัวเอง ปรับปรุงทัศนคติ เพราะพ่อยังไงก็คือพ่อ
ต่อให้ท่านจะทำอะไรที่ไม่ถูกไม่ควร ก็คือพ่อ ขอบคุณมากเลยค่ะ


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 17 เม.ย. 2016, 20:02 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 24 ต.ค. 2006, 12:36
โพสต์: 32656

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


อนัตตกาล เขียน:
ข้าพเจ้าเติบโตมา ได้ทำงาน อย่างที่แม่วาดหวังไว้ การเรียนที่ผ่านมาน่าภูมิใจ
ครอบครัวของข้าพเจ้าหลายคนมองว่าสุขสบาย พ่อ แม่รับราชการ ตัวข้าพเจ้าเองก็มีงานการทำ
แต่ข้าพเจ้าและพี่ชายจะเป็นเหมือนกันทั้งคู่คือ มีที่พึ่งคนเดียวคือ แม่
แม่เป็นคนส่งข้าพเจ้ากับพี่ชายเรียนคนเดียว
ขนาดลูกติดพ่อ แม่ก็ยังช่วยส่งเสียจนมีครอบครัว
บ้านของข้าพเจ้านั้นอยู่กัน พ่อ แม่ ข้าพเจ้า และพี่ชาย
ตั้งแต่เด็กๆ ข้าพเจ้าและพี่ชาย จะอยู่บ้านยาย ในช่วงที่แม่ลำาบาก
แม่ข้าพเจ้าเล่าว่า แม่คนเดียวที่ส่งลูกเรียน ทั้งๆที่ตกลงกันแล้วว่าจะเเบ่งกันดูแล
พ่อข้าพเจ้ามีเงินเดือน เหมือนกับแม่ แต่แม่ส่เพียงคนเดียว
จนตอนนี้ข้าพเจ้าและพี่ชายจบแล้วมีงานทำแล้ว
ข้าพเจ้าไม่ค่อรู้จักกับทางบ้านย่าเลย เพราะพ่อเป็นคนไม่พูดอะไร ไม่ชวน ไม่ถาม ว่าจะไปหาย่าไหม
สิ่งที่ข้าพเจ้าอยากรู้ก็คือ ทำไมข้าพเจ้าและพี่ชายข้าพเจ้า ถึมีความรู้สึก ไม่เคารพในพ่อของตัวเอง
ไม่ค่อยพูดด้วย ไม่ค่อยสุงสิงด้วย ไม่ชวนไปไหนมาไหนด้วย ทั้งๆที่อยู่บ้านหลังเดียวกัน ก็ไม่ค่อยคุบกับพ่อ
ข้าพเจ้ารู้ตัวนะคะว่ามันผิด ผิดมากๆ รู้ตัวเสมอว่ามันบาป แต่ก็คุยนะคะ ถ้าพ่อชวนคุย
และก็ยังให้เงินเดือนพ่อ ตัวข้าพเจ้าเองนั้นรักพ่อมากๆ แต่ความรู้สึกจะรักแม่มากกว่า
ทุกครั้งที่พ่อของข้าพเจ้าทำอะไรที่ไม่ควรจะทำออกมา ข้าพเจ้าจะดุเขา
ข้าพเจ้ารู้สึกผิดทุกครั้ง ที่ทำอย่างนั้น แล้วข้าพเจ้าก็คิดว่า เป็นผลกรรมหรือเปล่าคะ แม่เคยเล่าให้ข้าพเจ้าฟังว่า พ่อเคยดุปู่-ย่า เถียงปู่-ย่า แล้วก็เห็นแก่ตัว

ข้าพเจ้าไม่อยากคิดแบบนั้น ไม่อยากคิดในทางลบกับพ่อ แต่ว่าการกระทำที่พ่อทำเป็นแบบนั้นจริงๆ
ข้าพเจ้าควรจะทำอย่างไรดีคะ ข้าพเจ้ารู้สึกบาปมากเลยค่ะ ข้าพเจ้าคิดเสมอว่าจะไม่รู้สึกแบบนั้นมันก็อดไม่ได้ตลอดที่เห็นการกระทำแบบนั้น

ขอโทษท่านผู้อ่านนะคะ ข้าพเจ้าอาจดูเป็นเด็กไม่ดี ที่กล้าคิดกับบิดาบังเกิดเกล้าได้ แต่ข้าพเจ้าต้องขอคำแนะนำเพื่อที่จะได้ปรับปรุงตัวเอง ปรับปรุงทัศนคติ เพราะพ่อยังไงก็คือพ่อ
ต่อให้ท่านจะทำอะไรที่ไม่ถูกไม่ควร ก็คือพ่อ ขอบคุณมากเลยค่ะ


อ้างคำพูด:
เพื่อที่จะได้ปรับปรุงตัวเอง ปรับปรุงทัศนคติ


ขออภัย กำลังฮิต "ปรับทัศนคติ" เห็นแล้ว :b1: :b13:

สังคมไทยครอบครัวไทย เคสทำนองนี้มีล้นเหลือ (กรัชกายก็มี มีแต่อายุน้อยๆด้วย) จขกท.เป็นผู้ใหญ่แล้ว อ่าน คคห.นี้ดูครับ


อ้างคำพูด:
นี่คือสิ่งที่อยากรู้ มากที่สุด ตลอดชีวิต 37 ปี เราอาจจะมีอายุเกือบครึ่งของชีวิต หลายคนอาจจะคิดว่าเรื่องแค่นี้ คิดไม่ได้หลอ แต่จริงๆสำหรับเรามันเป็นเรื่องคาใจตลอดเวลา งั้นเราจะเริ่มเรื่องเลยแล้วกัน

คือ เรามาอยู่กับยายตั้งแต่เราอายุได้ 1ขวบ แต่พี่ของเราแม่เอามาให้ยายเลี้ยงตั้งแต่แรกคลอด แล้วแม่ของเราก็ไปมีครอบครัวใหม่ ช่วงระยะเวลานั้น ระหว่างเรา 6-7ขวบ หรือก่อนหน้านั้น เราจำได้ทุกเรื่อง ซึ่งจริงๆแล้ว มันไม่น่าจะจำได้ เพราะเด็กมาก ให้หลังจากที่แม่ทิ้งเราไป ประมาณ 7 ปี แล้วแม่กลับมาพร้อมน้องต่างพ่อ 2 คน

นั้น เป็นครั้งแรกที่เราเจอแม่อีกครั้ง เพราะก่อนหน้านี้ ยายบอกบอกแม่อาจจะเสียไปแล้ว เพราะช่วงนั้น ทางใต้มีพายุเกล์ แล้วก็ไม่มีการติดต่อจากแม่ถึงยายเลย
ส่วนครั้งแรกที่เจอแม่ในช่วงที่เรายังเด็ก แล้วในความคิดว่าแม่เสียชีวิตไปแล้ว แต่มาเจอแม่อีกที แม่มีน้องอีก 2 คน แต่เราดีใจมาก อยากไกล้แม่ อยากคุยกับแม่ แต่... มันมีอะรัยบางอย่าง กับคำพูดของแม่ แล้วทำให้เราจำได้จนทุกวันนี้

หลังจากนั้นก็ไม่เจอแม่อีกเลย แต่รู้ว่าแม่อยู่ที่ใหน จนมาเจอแม่อีกทีช่วงเราอายุ 20 ปี แต่ไม่ขอบอกแล้วกัน เพราะมันอาจจะไม่ดี เหมือนขายบุพการี จริงๆแล้วมันมี detail มากกว่านี้

ตลอดระยะจากตอนนั้นจนช่วงเข้าหัวเลี่ยวหัวต่อของชีวิต คือหลายๆคนอาจเคยเจอ แล้วมันก็กลายเป็นปมจากเล็กๆที่สะสมกลายเป็นปมใหญ่ของชีวิต บอกเลยว่าเราทำตัวไม่ดีช่วงอายุ 13 จน 15 ทำให้ยายปวดหัว ทุกข์ นะ อันนี้พึ่งมารู้ตอนโต (จริงๆแล้วเราไม่ใช่หลานรักอ่ะนะพูดเลย) แต่จนเราโตมานี้ เราเรียกยายว่าแม่ เพราะเรื่องที่ผ่านมาระหว่างเรากับยาย ตัวเราเองที่ผิด ที่คิดว่าปมที่เรามี มันใหญ่จนคิดไปเองว่าตัวเราไม่มีค่า ไม่สำคัญ . เราพูดเลยว่าเคยเกลียดแม่ เคยคิดว่าทำไมแม่ไม่ตายไปจริงๆ เหมือนที่ยายเคยบอก (หลังจากมีคำพูดบางคำจากแม่ที่พึ่งเจอกันครั้งแรก)

นั้นเป็นสิ่งที่ไม่ดี ที่คิดแล้วอคติกับแม่แบบนั้น พึ่งมาคิดได้ตอนเรามีลูก ว่ามันบาปมากที่คิดแบบนั้นๆ พอยิ่งโตขึ้นก็ยิ่งคิดได้ ในใจให้อภัยแม่แล้ว คิดได้ว่า ทุกคนย่อมพยายามเลือกสิ่งที่ดีกว่าให้ชีวิตตัวเอง เราโตมาขนาดนี้

ล่าสุดที่คุยกับแม่ และเคยพูดว่ารักแม่นะ บอกตรงๆเลย ว่านั้นเป็นคำที่อยากให้แม่ได้ยินแล้วรู้สึกดี แต่ขอพูดแบบไม่โกหก คือเราไม่ได้รู้สึกแบบนั้น เราไม่ได้รักแม่ เรารักยาย ยายเป็นที่สุดของความรัก ความผูกพันธ์ ตอนนี้เราเข้าใจแล้วว่า ทุกคนก็มีเหตุผลของตัวเอง ขอเข้าคำถามกับสิ่งที่อยากรู้มานานมาก

คือ 1. เรารักยายมาก ในความคิดยายคือแม่ ศาสนาพุทธ คือคุณต้องตอบแทน บุพการี ชีวิตคุณถึงเจริญ รุ่งเรือง แต่เราดูแลยาย เรารักยาย ยายคือแม่ แล้วแม่เราเค้าก็ไม่ได้อยู่ไกล้ หรือ ทำให้เรามีโอกาสทำสิ่งๆนั้นเลย แล้วเราจะตกนรกมั้ย นี่คือคำถามที่ serious มาก

2. เราโกหกแม่ ว่าเรารักเค้า เพราะเราแค่อยากให้แม่รู้สึกดี ไม่ต้องรู้สึกผิดกับเรา (อันนี้เราคิดเองว่าแม่อาจจะรู้สึกแบบนั้น) เราบาปมากมั้ยที่โกหกกับแม่แบบนั้น

3. ทุกปีไม่ว่าวันเกิดเรา สงกรานต์ เราจะลดน้ำยาย ล้างเท้าให้ยาย ยายก็จะให้พร อันนี้เราอยากทำ แต่ถ้าเป็นไปได้อยากทำให้แม่ด้วย อยากขออโหสิกรรม ที่เคยคิดไม่ดีกับแม่ คือ เราจะเข้าข่ายเนรคุณ กับบุพการีมั้ย ที่ไม่ทำกับแม่แต่มาทำกับยาย เราจะเป็นคนบาปหรือเปล่า เราต้องตกนรกใช่มั้ย .

สำหรับใครหลายคนนี่อาจจะเป็นเรื่องที่ไม่น่าจะคิดยาก แต่เมื่อไหร่ ที่คุณมาอยู่ตรงที่เราเป็น คุณจะรู้ว่า มันไม่ง่ายเลยจริงๆ เหมือนเรื่องที่สำคัญที่สุดในชีวิต คุณผ่านอะไรมาได้ร้อยแปด แต่เรื่องแบบนี้ มันทำให้คุณต้องหยุด เพราะมันเป็นทางแยกที่คุณ ตัดสินใจเองไม่ได้เลย..


แล้วศึกษาที่กระทู้นี้

viewtopic.php?f=1&t=52032&p=390173#p390173

วิธีแก้ปัญหาที่ลึกสุด คือ กำหนดจิตตามเป็นจริง (ถ้าจำไม่ผิด จขกท.ก็ฝึกหัดพัฒนาจิตอยู่ ) แล้วความคิดเช่นว่านั้น จะค่อยๆซีดลงๆ

.....................................................
http://group.wunjun.com/ake


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 18 เม.ย. 2016, 20:03 
 
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 25 เม.ย. 2009, 02:43
โพสต์: 12215


 ข้อมูลส่วนตัว


อนัตตกาล เขียน:
ข้าพเจ้าเติบโตมา ได้ทำงาน อย่างที่แม่วาดหวังไว้ การเรียนที่ผ่านมาน่าภูมิใจ
ครอบครัวของข้าพเจ้าหลายคนมองว่าสุขสบาย พ่อ แม่รับราชการ ตัวข้าพเจ้าเองก็มีงานการทำ
แต่ข้าพเจ้าและพี่ชายจะเป็นเหมือนกันทั้งคู่คือ มีที่พึ่งคนเดียวคือ แม่
แม่เป็นคนส่งข้าพเจ้ากับพี่ชายเรียนคนเดียว
ขนาดลูกติดพ่อ แม่ก็ยังช่วยส่งเสียจนมีครอบครัว
บ้านของข้าพเจ้านั้นอยู่กัน พ่อ แม่ ข้าพเจ้า และพี่ชาย
ตั้งแต่เด็กๆ ข้าพเจ้าและพี่ชาย จะอยู่บ้านยาย ในช่วงที่แม่ลำาบาก
แม่ข้าพเจ้าเล่าว่า แม่คนเดียวที่ส่งลูกเรียน ทั้งๆที่ตกลงกันแล้วว่าจะเเบ่งกันดูแล
พ่อข้าพเจ้ามีเงินเดือน เหมือนกับแม่ แต่แม่ส่เพียงคนเดียว
จนตอนนี้ข้าพเจ้าและพี่ชายจบแล้วมีงานทำแล้ว
ข้าพเจ้าไม่ค่อรู้จักกับทางบ้านย่าเลย เพราะพ่อเป็นคนไม่พูดอะไร ไม่ชวน ไม่ถาม ว่าจะไปหาย่าไหม
สิ่งที่ข้าพเจ้าอยากรู้ก็คือ ทำไมข้าพเจ้าและพี่ชายข้าพเจ้า ถึมีความรู้สึก ไม่เคารพในพ่อของตัวเอง
ไม่ค่อยพูดด้วย ไม่ค่อยสุงสิงด้วย ไม่ชวนไปไหนมาไหนด้วย ทั้งๆที่อยู่บ้านหลังเดียวกัน ก็ไม่ค่อยคุบกับพ่อ
ข้าพเจ้ารู้ตัวนะคะว่ามันผิด ผิดมากๆ รู้ตัวเสมอว่ามันบาป แต่ก็คุยนะคะ ถ้าพ่อชวนคุย
และก็ยังให้เงินเดือนพ่อ ตัวข้าพเจ้าเองนั้นรักพ่อมากๆ แต่ความรู้สึกจะรักแม่มากกว่า
ทุกครั้งที่พ่อของข้าพเจ้าทำอะไรที่ไม่ควรจะทำออกมา ข้าพเจ้าจะดุเขา
ข้าพเจ้ารู้สึกผิดทุกครั้ง ที่ทำอย่างนั้น แล้วข้าพเจ้าก็คิดว่า เป็นผลกรรมหรือเปล่าคะ แม่เคยเล่าให้ข้าพเจ้าฟังว่า พ่อเคยดุปู่-ย่า เถียงปู่-ย่า แล้วก็เห็นแก่ตัว
ข้าพเจ้าไม่อยากคิดแบบนั้น ไม่อยากคิดในทางลบกับพ่อ แต่ว่าการกระทำที่พ่อทำเป็นแบบนั้นจริงๆ
ข้าพเจ้าควรจะทำอย่างไรดีคะ ข้าพเจ้ารู้สึกบาปมากเลยค่ะ ข้าพเจ้าคิดเสมอว่าจะไม่รู้สึกแบบนั้นมันก็อดไม่ได้ตลอดที่เห็นการกระทำแบบนั้น
ขอโทษท่านผู้อ่านนะคะ ข้าพเจ้าอาจดูเป็นเด็กไม่ดี ที่กล้าคิดกับบิดาบังเกิดเกล้าได้ แต่ข้าพเจ้าต้องขอคำแนะนำเพื่อที่จะได้ปรับปรุงตัวเอง ปรับปรุงทัศนคติ เพราะพ่อยังไงก็คือพ่อ
ต่อให้ท่านจะทำอะไรที่ไม่ถูกไม่ควร ก็คือพ่อ ขอบคุณมากเลยค่ะ


ไม่ใช่ปัญหาเล็ก ๆ เลยนะคับ


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 18 เม.ย. 2016, 22:11 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 27 เม.ย. 2010, 08:10
โพสต์: 2784

แนวปฏิบัติ: ขันธ์5ด้วยการสังเกตุ รูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ และอินทรีย์22
สิ่งที่ชื่นชอบ: พระสุตตันตปิฎก
อายุ: 0
ที่อยู่: ระยอง อุบลราชธานี

 ข้อมูลส่วนตัว


ข้อความในนี้มีสิ่งดีเช่น

เลี้ยงดูพ่อแม่ ธรรมะข้อนี้พระพุทธเจ้ายกย่องสรรเสริญ

การที่ดุพ่อ เพราะเป็นอารมณ์ของคุณครับ ถ้าจะคิดในเชิงของความเขื่อนั้นคือกรรมเก่าของพ่อ แต่ถ้าจะพิจารณาถึงสัจธรรมความจริงคืออารมณ์ของเรา สิ่งไหนละ่ครับที่เราควรแก้ไขปรับปรุง

ทั้งนี้ความรักและความผูกพันก็ถือเป็นธรรมะที่เป็นกุศลอยู่แล้ว ก็ธรรมะที่เป็นกุศลนี่แหละครับคุณถึงได้ดูแลพ่อแม่

.....................................................
อย่าท้อถอยต่อการปฏิบัติ อย่าปล่อยให้ความขุ่นเคืองเข้าแทรก สร้างพลังด้วยคำสอนของพระพุทธเจ้า รำลึกและตอบแทนพระคุณมารดา และบิดา มองโลกด้วยใจเป็นกลาง ระลึกเสมอว่าเรายังด้อยปัญญาหากยังไม่ได้ปัญญา


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 20 เม.ย. 2016, 19:46 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-1
Moderators-1
ลงทะเบียนเมื่อ: 01 ก.พ. 2011, 08:23
โพสต์: 1328


 ข้อมูลส่วนตัว


พ่อแม่เป็นบุคคลต้องห้ามสำหรับลูก คือลูกจะแตะต้องล่วงเกินไม่ได้เลย
ถ้าหนูรู้สึกว่า พ่อไม่ดี หนูก็อย่าไปทำไม่ดีกับพ่อ อย่าเอาน้ำสกปรกไปล้างน้ำสกปรกที่เปื้อนมือเราอยู่
เอาน้ำดีล้างน้ำสกปรกที่เปื้อนมือเราอยู่จึงจะถูกต้อง จริงหรือไม่คะ สิ่งใดที่เรารู้ว่าพ่อทำไม่ดีกับปู่ย่าไว้ เราก็อย่าทำตาม เราควรทำดีกับท่านตามแต่โอกาสที่จะทำได้ โดยไม่ต้องโอเว่อร์ฝืนใจจนเกินไป ควรค่อยๆ เริ่มต้นทำตามสมควรแก่เวลา เวลานั้นท่านต้องการความช่วยเหลืออะไรก็ช่วยท่าน หรือว่าเราจะมีน้ำใจซื้อขนมฝากท่านบ้าง คือค่อยๆ สร้างความสัมพันธ์ความรู้สึกดีที่มีให้กัน วันละนิดวันหน่อยตามแต่จะเริ่มทำได้

ความเมตตานั้น มนุษย์ทุกคนควรพึ่งมีประดับในใจตลอดเวลา ในทุกๆ วันเราเห็นคนตกทุกข์ได้ยาก เห็นสัตว์น่าสงสาร รู้สึกเมตตาสงสารได้ แต่นี่ผู้ให้กำเนิดเราแท้ๆ เราจำเป็นต้องสร้างเมตตาให้เกิดแก่ท่านให้ได้ค่ะ แม้ใจเราจะไม่คุ้นกับการมีปฏิสัมพันธ์กับพ่อ แต่เราเริ่มได้ค่ะ เริ่มฝึกใจตนเอง ด้วยการมองเห็นถึงสิ่งที่ดีที่ท่านมี แม้ท่านจะเงียบไม่พูด ความไม่พูดของท่านก็เป็นความดี เคยเห็นพ่อบางคนเมาเหล้าแล้วด่าคนในบ้าน ด่าคนรอบบ้านหรือไม่คะ แค่นี้เราก็เห็นความดีของท่านแล้วว่่าท่านเงียบไม่สุงสิงกับใคร ก็ดีกว่าท่านพูดด่าว่าจุกจิก ลองมองหาข้อดีในตัวพ่อและเมตตาต่อท่าน จงเป็นผู้ให้ให้มาก แม้ว่าจะเคยได้รับกลับมาน้อยก็ไม่เป็นไร เพราะท่านเป็นพ่อของเรา

พึ่งสำนึกว่า เรามีบุญ เรามีพ่อให้เราได้ตอบแทนพระคุณ คนอีกตั้งมากมายที่อยากจะตอบแทนพระคุณพ่อ แต่ไม่มีพ่ออยู่ให้ตอบแทนพระคุณแล้ว ดูอย่างน้องมะลิ ลูกสาวพ่อปอทฤษฏีสิ น้องไม่มีพ่อแล้ว ไม่มีใครให้น้องมะลิได้กราบเท้า ได้ตอบพระคุณเหมือนพ่อบังเกิดเกล้าจริงๆ ใครก็มาแทนไม่ได้ค่ะ

ในอดีตช่วงชีวิตที่ผ่านมา สิ่งใดไม่ควรจำ ก็ควรลืมๆไปเสีย คิดอย่างเดียวคือ ทำความดี
บ้านช่องเรายังทำความสะอาดให้น่าอยู่ กองขยะในใจเรา เราก็ควรกวาดมันทิ้งๆไป ด้วยการลืมมันเสีย อย่าไปนึกถึงอดีตที่ไม่ควรนึกถึง ควรเดินหน้าทำปัจจุบันให้ดี ด้วยความเมตตาต่อพ่อแม่ ต่อญาติพี่น้อง ก่อนจะไปเมตตาสงสารคนหรือสัตว์นอกบ้าน เราต้องเมตตาสงสารคนในบ้านเราก่อน สิ่งหนึ่งที่ลูกควรทำต่อพ่อแม่คือ ความเมตตาต่อท่าน ความรู้สึกนั้นส่งถึงกันได้ ถ้าเรารู้สึกเมตตาท่าน ท่านก็จะได้รับความสุข

การที่เราได้เกิดมาเป็นลูกของพ่อและแม่นั้น ก็เพราะกรรมเก่าในอดีตส่งผลมาทั้งสิ้น จะทุกข์หรือสุขก็เป็นผลแห่งกรรมของเราทั้งสิ้น ในขณะนี้เราควรเดินไปข้างหน้าด้วยการทำในสิ่งที่ควรทำคือ ความกตัญญู ให้ความเมตตาแก่ท่าน ไม่ต้องรอให้ท่านพูดกับเราก่อน เราควรทักทายท่านด้วยคำง่ายๆ พ่อกินข้าวหรือยัง และเมื่่อเริ่มรู้สึกว่าทะลายกำแพงลงได้แล้ว ก็ชวนท่านสร้างกุศลค่ะ นี่แหละคือการตอบแทนพระคุณพ่อแม่อย่างขั้นสูงสุดคือ ชวนท่านทำกุศลค่ะ

ขอเป็นอีกหนึ่งกำลังใจให้หนูค่ะ

.....................................................
พระพุทธศาสนามี ๒ นัย ดังนี้...นัยที่ ๑ คือคำสอนของพระพุทธองค์มี ๓ ประการ...เพื่อประโยชน์ในภพนี้ ในภพหน้า เพื่อเข้าถึงความสุขโดยส่วนเดียวคือพระนิพพาน...นัยที่ ๒ คือแก่นแท้ของพระพุทธศาสนาคืออริยสัจจ ๔ ซึ่งเป็นสภาวะธรรมที่ทำให้ผู้เห็นแจ้ง พ้นทุกข์ทั้งปวงได้ การศึกษาพระอภิธรรมว่าด้วยสภาวะธรรมทั้งสิ้น ผู้เห็นประโยชน์ย่อมได้รับประโยชน์ค่ะ
(เกิดมาไม่ได้เป็นผู้สร้าง ก็จงเป็นผู้ที่รักษา แต่จงอย่าเป็นผู้ที่ทำลาย)


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 08 ก.ค. 2016, 14:57 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 29 ต.ค. 2009, 15:06
โพสต์: 6778

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


Kiss
อันนี้ก็สมัครใหม่อีกค่ะ
:b14: :b10:


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 6 โพสต์ ] 

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: Google [Bot] และ บุคคลทั่วไป 2 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร