วันเวลาปัจจุบัน 12 เม.ย. 2021, 21:53  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง




กลับไปยังกระทู้  [ 48 โพสต์ ]  ไปที่หน้า ย้อนกลับ  1, 2, 3, 4  Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 20 ต.ค. 2016, 06:47 
 
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 25 เม.ย. 2009, 02:43
โพสต์: 12224


 ข้อมูลส่วนตัว


ถ้าเป็นจริงอย่างที่มีคนตั้งข้อสังเกตุ...
ก็น่าคิด...น่าคิดว่า..เอ็งนี้..รบทุกภาวะการณ์ไม่เว้นเลยนะ...

http://www.naewna.com/scoop/240916
อ้างคำพูด:
ประเทศไทยเป็นประเทศหนึ่งที่มีผู้เข้าถึงอินเตอร์เนตเป็นจำนวนมาก ดังข้อมูลจาก We Are Social บริษัทเอเจนซีโฆษณาดิจิตอลระดับโลก เปิดเผยเมื่อเดือน ม.ค. 2559 ระบุว่า ประชากรไทย 38 ล้านคน เป็นผู้ใช้อินเตอร์เนตและสื่อสังคมออนไลน์ (Social Media) ในจำนวนนี้ 34 ล้านคน ใช้ผ่านโทรศัพท์มือถือแบบสมาร์ทโฟน ขณะที่ “เฟซบุ๊ค” (Facebook)
ยังคงเป็นแอพพลิเคชั่นยอดนิยมที่สุดของคนไทย มีผู้ใช้งานร้อยละ 32 รองลงมาเป็น “ไลน์” (Line) ร้อยละ 29 นอกจากนี้ยังพบว่า คนไทยใช้เวลากับอินเตอร์เนตเป็น..

อันดับ 4 ของโลก!!!

ด้านหนึ่งเป็น “เรื่องดี” ที่คนไทยเข้าถึงเทคโนโลยีได้ง่าย หลายคนใช้เทคโนโลยีนี้ในทางสร้างสรรค์ เช่น รวมกลุ่มเป็นจิตอาสา หรือระดมเงินบริจาคเพื่อช่วยเหลือผู้ตกทุกข์ได้ยาก แต่อีกด้านหนึ่งที่น่าเป็นห่วงคือ “ข่าวลวง-ข่าวลือ” รวมถึงการใช้ “ถ้อยคำรุนแรง” จนเกิดเรื่องบานปลายในหลายๆ เหตุการณ์ ดังเช่นล่าสุด ในช่วงขณะนี้ที่คนไทยทั้งแผ่นดินกำลัง..

“ร่ำไห้-เศร้าโศก”!!!

คืนวันที่ 13 ต.ค. 2559 ไม่นานหลังสำนักพระราชวัง ออกประกาศว่า พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช “ในหลวงรัชกาลที่ 9” ที่ปวงชนชาวไทยทั้งชาติพร้อมใจกันเคารพพระองค์ในฐานะ “พ่อของแผ่นดิน” เสด็จสวรรคต เฟซบุ๊คและแฟนเพจบางแห่ง เผยแพร่ข้อความ ระบุว่าให้พิมพ์ “ชื่อ ที่อยู่ หมายเลขโทรศัพท์” พร้อมระบุเบอร์เสื้อที่ต้องการ แล้วจะได้รับเสื้อสีดำ 1 ตัว ไว้สำหรับใส่เพื่อถวายความอาลัย

ในช่วงแรกๆ มีผู้เข้าไปให้ข้อมูลดังกล่าวเป็นจำนวนมากเพื่อหวังจะได้เสื้อ กระทั่งในเวลาต่อมา มีการสืบสาวราวเรื่องกัน จนพบว่าผู้ที่กระทำการดังกล่าวอาจเป็น“มิจฉาชีพ” ที่ต้องการนำข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ที่ตกเป็นเหยื่อไปใช้ประโยชน์ ซึ่งอาจเป็น “อันตราย” ต่อเจ้าของข้อมูลได้

ตัวอย่างหนึ่งคือแฟนเพจของรายการ “สะเก็ดข่าว” ทางสถานีโทรทัศน์กองทัพบกช่อง 7 ก็ยังตกเป็น “เหยื่อ” จนต้องออกมาชี้แจงว่า รายการสะเก็ดข่าว รวมถึงสถานีโทรทัศน์กองทัพบกช่อง 7 ไม่ได้จัดกิจกรรมแจกเสื้อตามที่กล่าวมา รวมถึง
ระบุว่าเพจที่ใช้ชื่อสะเก็ดข่าว ซึ่งประกาศว่าแจกเสื้อนั้นเป็น..

“เพจปลอม”!!!


ทว่าหลังจากนั้นไม่นาน ก็เกิดกรณีวุ่นๆ ครั้งใหม่ นั่นคือการไล่ “ต่อว่า-ประจาน” ใครก็ตามที่ไม่สวมเสื้อสีขาว-ดำ ไม่เปลี่ยนรูปโปรไฟล์บนเฟซบุ๊คส่วนตัวเป็นสีดำ ยังโพสต์รูปหรือข้อความการใช้ชีวิตตามปกติ ว่าเป็นพวก “ไม่จงรักภักดี” ดังตัวอย่างชายคนหนึ่ง สวมเสื้อยืดสีแดงไปรับประทานอาหารที่ร้านใกล้บ้าน กลับถูกแอบถ่ายภาพมาโพสต์ลงในเฟซบุ๊คพร้อมเขียนถ้อยคำต่อว่าอย่างรุนแรง กระทั่งชายคนดังกล่าวโพสต์ภาพว่าตนเพิ่งกลับจากไปร่วมพิธีส่งเสด็จฯ ที่ท้องสนามหลวง ก่อนจะเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วออกมารับประทานอาหาร ทำให้ผู้ที่ถ่ายภาพชายคนนี้ต้อง..

กล่าวขอโทษ!!!


หรือกรณีที่มีคลิปวีดีโอหนึ่ง บันทึกภาพหญิงวัยกลางคนรายหนึ่งถูกทำร้ายร่างกาย พร้อมคำอธิบายว่า หญิงคนดังกล่าวพูดจา “ไม่บังควร” ต่อสถาบันอันเป็นที่รักยิ่งของคนไทย ในช่วงแรกมีผู้เข้าไปแสดงความคิดเห็นเชิง“สะใจ” กันเป็นจำนวนมาก ทว่าในเวลาต่อมา ผู้เห็นเหตุการณ์หลายคนยืนยันว่า หญิงรายนี้..

“มีอาการทางจิต”!!!

ดังที่ พ.ต.อ.กัมปนาท อรุณศีรีโรจน์ ผกก.สน.นางเลิ้ง เปิดเผยว่า หลังจากนำตัวหญิงวัยกลางคนรายนี้ ไปทำการตรวจร่างกายและอาการทางประสาท ที่โรงพยาบาลสมเด็จเจ้าพระยา พบว่ามีอาการทางประสาทจริง และมีประวัติเข้ารับการรักษามานาน

เรื่องเหล่านี้ต้องบอกว่า “น่าเป็นห่วง” เพราะในเวลาไล่เลี่ยกัน มีการแชร์ภาพหรือข้อความบ้าง ในกรณีคล้ายๆ กัน อย่างต่อเนื่อง จนเริ่มมีผู้ตั้งข้อสังเกตว่า “เป็นเรื่องจริงทั้งหมดทุกกรณีหรือไม่?” เนื่องจากหลังจากการไล่สืบค้นของชาวเนตด้วยกันเอง พบว่าบางส่วน “มีพิรุธ” และน่าจะเชื่อมโยงกับกลุ่ม “ผู้ไม่ประสงค์ดี” ที่ต้องการ..

“หวังผล” บางอย่าง!!!


พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยผลการประชุมศูนย์บัญชาการติดตามสถานการณ์ (ศตส.) เมื่อ 16 ต.ค. 2559 ระบุว่า การสวมใส่เสื้อผ้าสีดำและสีขาวเพื่อถวายความอาลัยไว้ทุกข์แด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศ นั้น “อาจมีปัจจัยที่อาจทำให้ประชาชนหลายคนไม่สามารถที่จะหาชุดเสื้อผ้าสีดำหรือสีขาวล้วนได้” ซึ่งอาจจะเกิดจากปริมาณที่เสื้อผ้าดังกล่าวที่มีอยู่ในตลาดปัจจุบันมีจำนวนน้อยไม่เพียงพอต่อความต้องการทำให้หาซื้อค่อนข้างยากลำบาก รวมถึงปัจจัยทางด้านเศรษฐกิจไม่เอื้ออำนวย

“ขอให้ทุกคนมองที่เจตนาของแต่ละคนที่จะร่วมถวายความอาลัยแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศ เพราะฉะนั้นแต่ละคนสามารถที่จะเลือกสวมใส่เสื้อผ้าสีพื้นแทนเสื้อผ้าชุดสีดำและสีขาวได้ โดยไม่ให้มีสีฉูดฉาดหรือมีลวดลายมากนัก
รวมทั้งสามารถประดับโบและริบบิ้นสีขาวหรือสีดำได้” พล.ท.สรรเสริญ กล่าว

ด้าน พ.อ.ปิยพงศ์ กลิ่นพันธุ์ 1 ในทีมโฆษกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวเมื่อ 18 ต.ค. 2559 ว่า คสช. เป็นห่วงสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ไม่อยากให้คนไทยทำร้ายหรือทะเลาะเบาะแว้งกันเอง ทั้งนี้กรณีผู้มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 เจ้าหน้าที่ก็มีขั้นตอนดำเนินการตามกฎหมายอยู่แล้ว

“เจ้าหน้าที่ต้องปฏิบัติอย่างรอบคอบ ระมัดระวังเป็นพิเศษ ไม่ปล่อยปละละเลย ไม่ดำเนินการนำบุคคลนั้นไป
ขอขมาในสถานที่ที่ล่อแหลม เสี่ยงที่จะถูกทำร้าย หากเห็นว่าสถานการณ์ไม่เอื้ออำนวยก็ควรเลือกเวลาที่เหมาะสมในห้วง

เวลาอื่น” พ.อ.ปิยพงศ์ ระบุ

ทั้งหมดนี้เป็นกรณีตัวอย่างของบรรดา “นักฉวยโอกาส” ที่ใช้ช่วงเวลาอันยากลำบากของผู้คนในการหาผลประโยชน์ในทางมิชอบ โดยเฉพาะในสื่อออนไลน์ที่ง่ายต่อการ “ปั่นกระแส” ซึ่งก็ต้องย้ำกันเสมอว่า “มีสติ-ใช้เหตุผล-เห็นอกเห็นใจ” จะได้ไม่ต้อง..ตกเป็นเครื่องมือของ “ผู้ไม่หวังดี” โดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์!


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 21 ต.ค. 2016, 19:19 
 
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 25 เม.ย. 2009, 02:43
โพสต์: 12224


 ข้อมูลส่วนตัว


ถนนห้วยมงคลจุดกำเนิดโครงการพระราชดำริแห่งแรก

http://www.posttoday.com/local/scoop/461334

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 22 ต.ค. 2016, 20:28 
 
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 25 เม.ย. 2009, 02:43
โพสต์: 12224


 ข้อมูลส่วนตัว


http://www.naewna.com/local/241308

บุญญาภินิหาร รัชกาลที่ 9 ที่ ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ เล่าให้ฟัง...เห็นกับตา..

อ้างคำพูด:
22 ต.ค.59 สำนักข่าวอิศรา ได้เผยเรื่องราวของ ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช อดีตนายกรัฐมนตรี คนที่ 13 นักปราชญ์ นักเขียน นักการเมือง และศิลปินแห่งชาติ ซึ่งกล่าวถึง บุญญาภินิหาร รัชกาลที่ 9 ที่ ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ได้รวบรวมไว้ใน หนังสือ "คึกฤทธิ์พูด ฉบับรวมปาฐกถา"

คึกฤทธิ์พูด ฉบับรวมปาฐกถา เล่าเรื่องบุญญาภินิหาร รัชกาลที่ 9 ที่เห็นมากับตา

สำหรับพระเจ้าอยู่หัวองค์ปัจจุบัน ผมไม่อยากพูด ท่านทั้งหลายคงทราบดีอยู่แล้วว่า ทรงบำเพ็ญพระราชกรณียกิจยิ่งกว่าใครทั้งหมดในแผ่นดินไทย เกือบไม่น่าเชื่อว่ามนุษย์คนไหนจะทำงานได้มากขนาดนี้ พูดเป็นสุภาษิตโบราณก็เหมือนว่า อาบพระเสโทต่างพระอุทกธารา คือ อาบเหงื่อต่างน้ำไม่มีอีกแล้ว



จากหนังสือ คึกฤทธิ์พูด ฉบับรวมปาฐกถา เนื่องในวันเกิดครบรอบปีที่ 78 ได้รวมรวบความคิดเห็นจากการสัมมนา ปาฐกถา อภิปราย พล.ต.ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช ซึ่งได้รับเชิญไปแสดงตามสถาบันต่างๆ เป็นประจำในช่วงระหว่างปี 2531-2532 มาอยู่ในเล่มนี้

ปาฐกถาที่น่าสนใจ หนึ่งนั้นคือเรื่อง สถาบันพระมหากษัตริย์ ตอนท้ายๆ อาจารย์คึกฤทธิ์ กล่าวถึงราชวงศ์จักรีที่ได้ทรงพัฒนาประเทศต่อเนื่องมาทุกรัชกาลไม่ได้ขาด จนบ้านเมืองเรามาถึงทุกวันนี้

"สำหรับพระเจ้าอยู่องค์ปัจจุบัน ผมไม่อยากพูด ท่านทั้งหลายคงทราบดีอยู่แล้วว่า ทรงบำเพ็ญพระราชกรณียกิจยิ่งกว่าใครทั้งหมดในแผ่นดินไทย เกือบไม่น่าเชื่อว่ามนุษย์คนไหนจะทำงานได้มากขนาดนี้ พูดเป็นสุภาษิตโบราณก็เหมือนว่า อาบพระเสโทต่างพระอุทกธารา คือ อาบเหงื่อนต่างน้ำไม่มีอีกแล้ว
รูปภาพ



เรื่องนี้เป็นเรื่องที่อยู่ในใจของคนไทยทุกคน ถ้าจะว่าในทางบุญญาภินิหาร รัชกาลปัจจุบันนี่แหละที่คนได้เห็นบุญญาภินิหารของพระองค์มากที่สุด กระผมได้พบด้วยตัวเอง ผมเองจะว่าคนโบราณก็โบราณ แต่ความรู้วิชาสมัยใหม่ก็ยังมีอยู่ได้เห็นเองบ้าง ไม่เห็นบ้าง และได้รับคำบอกเล่าจากคนอื่นที่เชื่อถือได้

เรื่องนี้เป็นเรื่องที่คุณหลวงสุรัตน์ณรงค์ ราชองครักษ์ เล่าให้ผมฟัง

เมื่อครั้งเสด็จประพาสทางชายพรมแดน ประทับเรือพระที่นั่งเสด็จทอดพระเนตรแม่น้ำโขงฝั่งไทย พอไปถึงตำบลหนึ่ง ผู้ว่าราชการนครพนมเวลานั้น ยืนอยู่ข้างพระองค์ คอยชี้แจง ก็กราบบังคมทูลว่า บ้านนี้เรียกว่าอย่างนั้น ตำบลนี้ชื่ออะไร ราษฎรมีเท่าไหร่ ทำมาหากินอะไร ไปถึงตำบลเรียกว่า วังจระเข้ ก็ทรงพระสรวล มีพระราชดำรัสถามว่า แล้วมีจระเข้ไหม

ผู้ว่าฯ ก็กราบบังคมทูล ไม่มี สมัยนี้มีเรือไฟ เรืออะไร จระเข้คงไม่มีอาศัยอยู่ได้ ก็ต้องหลบหนีไป

ก็มีพระราชดำรัสว่า เสียดายจริง ฉันยังไม่เคยเห็นจระเข้ที่มันอยู่ตามธรรมชาติ

พอมีพระราชดำรัสขาดพระโอษฐ์เท่านั้น จระเข้ขึ้น 2 ตัว ก็ทรงพระสรวล ชี้ให้ผู้ว่าฯ ดูว่า เห็นไหม

ผู้ว่าฯ คืนนั้นกลับมาจากจวนแล้วเมา บอกว่า จระเข้ามันทำกูเสีย ท่านก็เลยจับได้ว่า ไม่ได้ไปตรวจท้องที่"

นอกจากนี้ อาจารย์คึกฤทธิ์ ยังเล่าอีกว่า เคยเห็นยิ่งกว่านั้น ตอนเสด็จฯ เมืองเพชร
เขาปลูกปะรำ รับเสด็จใหญ่ศาลากลาง 2 ปะรำ ระหว่างที่อยู่กลางแจ้งกับที่ไปถึงราษฎรเฝ้าฯ เต็มปะรำ เพราะขณะนั้นฝนตกหนักที่สุด เมื่อเสด็จฯ เข้าทรงเยี่ยมราษฎรในปะรำ แรกฝนก็ยังตกหนักจนลืมหูลืมตาไม่ขึ้น ผมตามเสด็จฯ พอถึงหมวดปะรำที่จะเสด็จฯ ออกไปอีกปะรำหนึ่ง ฝนก็ยังตกอยู่ คุณหลวงสุรัตนณรงค์ ราชองครักษ์ ถวายให้คนกลางกลด พระองค์ทรงยับยั้ง บอกคุณหลวงว่า ก็เขาเปียก เราก็เปียกได้ ว่าแล้วเสด็จพระราชดำเนินออกไป ฝนหยุดตก


นี่เอาไปสาบานที่ไหนก็ได้ ว่าเห็นกับตา แปลกจริงๆ ไม่มีฝน เสด็จพระราชดำเนินไปเข้าปะรำโน้น พอลับพระองค์ ฝนตกจั้กๆ อย่างเก่าอีกที พวกที่ตามเสด็จฯ ไม่ต้องพูดละ โชกไปด้วยกันหมด หนีไม่พ้น แม้องค์สมเด็จพระบรมราชินีนาถยังเปียก เสด็จพระราชดำเนินคล้อยตาม

นี่ก็เห็นกันมาแล้ว และอื่นๆ อีกมากมายเหลือเกิน จะเล่าไปก็ไม่มีที่สิ้นสุด

ผมจึงอยากจะบอกว่า เรามีองค์พระมหากษัตริย์ ซึ่งทรงมีบุญญาภินิหารอย่างยิ่งในคราวนี้ ก็เป็นเกียรติของคนไทยทั้งประเทศ เพราะเรามีเทพเจ้าปกครอง

และนอกจากนั้นแล้ว รัชกาลปัจจุบัน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ยังทรงบำเพ็ญพระองค์เป็นนักประชาธิปไตย เป็นพระมหากษัตริย์ของประชาชน ทรงราชการมิได้ว่างเว้น ทำงานมากกว่าใครทั้งหมด สิ่งเหล่านี้เป็นเครื่องที่คนไทยช่วยกันระลึกถึงเพื่อเป็นกำลังใจของพวกเรา….”

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศรรามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร สวรรคต ลงวันที่ 13 ตุลาคม 2559 พวกเราปวงชนชาวไทย ขอเทิดพระเกียรติและแสดงความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นอันหาที่สุดมิได้

ขอบคุณ สำนักข่าวอิศรา


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 48 โพสต์ ]  ไปที่หน้า ย้อนกลับ  1, 2, 3, 4

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 6 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร