วันเวลาปัจจุบัน 08 ส.ค. 2020, 05:12  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง




กลับไปยังกระทู้  [ 201 โพสต์ ]  ไปที่หน้า ย้อนกลับ  1 ... 10, 11, 12, 13, 14  ต่อไป  Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 30 มี.ค. 2020, 17:49 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 24 ต.ค. 2006, 12:36
โพสต์: 33715

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


โลกสวย เขียน:

คริคริ

เพราะลุงปฎิบัติธรรมไม่เป็นนะสิคะ

นิพพานนี้ไม่มีเวทนานั่นแหละเป็นสุข รู้แจ้งในกามคุณ น่ะเป็นสุข
นิพพานเป็นสุขอย่างไร ก็จะทราบได้โดยปริยายเอง
tongue


เวทนาเป็นธรรมไหม

พระพุทธเจ้าเจ็บไข้ได้ป่วยไหม

.....................................................
https://www.blockdit.com/pages/5ee442cb19063b173afb7c70


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 30 มี.ค. 2020, 21:02 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 11 มี.ค. 2018, 02:56
โพสต์: 1977

โฮมเพจ: maybe
แนวปฏิบัติ: สติปัฎฐาน
งานอดิเรก: กีฬา
สิ่งที่ชื่นชอบ: แบรนด์เเนม
ชื่อเล่น: เม
อายุ: 22
ที่อยู่: Bangkok Thailand

 ข้อมูลส่วนตัว


กรัชกาย เขียน:
โลกสวย เขียน:

คริคริ

เพราะลุงปฎิบัติธรรมไม่เป็นนะสิคะ

นิพพานนี้ไม่มีเวทนานั่นแหละเป็นสุข รู้แจ้งในกามคุณ น่ะเป็นสุข
นิพพานเป็นสุขอย่างไร ก็จะทราบได้โดยปริยายเอง
tongue


เวทนาเป็นธรรมไหม

พระพุทธเจ้าเจ็บไข้ได้ป่วยไหม


คริคริ
แนะนำลุงกรัชกาย

ไปศึกษาหาความรู้ ปฎิบัติพระธรรมเอานะคะ
จะได้รู้ว่า ธรรมไหนควรละ ธรรมไหนควรเจริญ

tongue


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 17 พ.ค. 2020, 10:13 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 24 ต.ค. 2006, 12:36
โพสต์: 33715

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


อ้างคำพูด:
สาวป่วยทางจิต ตีสาวรอรถเมล์แขนหัก ถูกจับส่ง รพ.แล้ว

จากการสอบสวน ผู้ต้องหาไม่สามารถให้การได้ และเกิดอาการคลุ้มคลั่งอาละวาด จึงได้นำตัวส่งโรงพยาบาลศรีธัญญา เพื่อรักษาตัว
หากอาการดีขึ้นและรู้ตัวจนสามารถให้การได้ จะได้รับตัวมาสอบสวนดำเนินคดีต่อไป


รูปภาพ

จิตมองไม่เห็น ไม่มีกลิ่น ไม่มีสี แต่มันบ้าได้เพี้ยนได้

.....................................................
https://www.blockdit.com/pages/5ee442cb19063b173afb7c70


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 17 พ.ค. 2020, 11:22 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 24 ต.ค. 2006, 12:36
โพสต์: 33715

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


โลกสวย เขียน:
กรัชกาย เขียน:
โลกสวย เขียน:

คริคริ

เพราะลุงปฎิบัติธรรมไม่เป็นนะสิคะ

นิพพานนี้ไม่มีเวทนานั่นแหละเป็นสุข รู้แจ้งในกามคุณ น่ะเป็นสุข
นิพพานเป็นสุขอย่างไร ก็จะทราบได้โดยปริยายเอง
tongue


เวทนาเป็นธรรมไหม

พระพุทธเจ้าเจ็บไข้ได้ป่วยไหม


คริคริ
แนะนำลุงกรัชกาย

ไปศึกษาหาความรู้ ปฎิบัติพระธรรมเอานะคะ
จะได้รู้ว่า ธรรมไหนควรละ ธรรมไหนควรเจริญ




ให้เห็นภาพกว้าง ดังว่า

๑. ทุกข์ คู่กับกิจ คือ ปริญญา ในฐานะเป็นสิ่งที่ควรกำหนดรู้ ดังนั้น และธรรมทั้งหลาย ที่อยู่ในจำพวกปัญหาหรือที่ตั้งแห่งปัญหา จึงรวมเรียกว่า ปริญไญยยธรรม (ธรรมที่ควรกำหนดรู้)

๒. สมุทัย คู่กับกิจ คือ ปหานะ ในฐานะเป็นสิ่ง ที่ควรละหรือกำจัด ดังนั้น ตัณหา และธรรมจำพวกทำให้เกิดปัญหา เป็นเหตุแห่งทุกข์ เช่น อวิชชา โลภะ โทสะ อุปาทาน เป็นต้น จึงรวมเรียกว่า ปหาตัพพธรรม (ธรรมที่ควรละ)

๓. นิโรธ คู่กับกิจ คือ สัจฉิกิริยา ในฐานะเป็นสิ่งที่ควรทำให้แจ้งหรือควรบรรลุ ดังนั้น นิพพาน และธรรมจำพวกที่เป็นจุดหมาย หรือเป็นที่แก้ปัญหา จึงรวมเรียกว่า สัจฉิกาตัพพธรรม (ธรรมที่ควรทำให้แจ้ง)

๔. มรรค คู่กับกิจ คือ ภาวนา ในฐานะเป็นสิ่งที่ควรเจริญ คือปฏิบัติดำเนินการ ดังนั้น มรรคามีองค์ ๘ และธรรมทั้งหลาย ที่เป็นพวกข้อปฏิบัติ เป็นวิธีการเพื่อเข้าถึงจุดหมาย จึงรวมเรียกว่า ภาเวตัพพธรรม (ธรรมที่ควรเจริญ)

ธรรมทั้งหมด หรือสิ่งทั้งหลายทั้งปวงบรรดามี ย่อมจัดรวมเข้าในประเภทใดประเภทหนึ่งแห่งธรรม ๔ จำพวกนี้ ไม่มีเหลือ

.....................................................
https://www.blockdit.com/pages/5ee442cb19063b173afb7c70


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 17 พ.ค. 2020, 11:25 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 24 ต.ค. 2006, 12:36
โพสต์: 33715

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


ในมรรคาแห่งความดับทุกข์ หรือ ปฏิบัติการแก้ปัญหาทั้งหลาย ตั้งแต่หยาบจนถึงละเอียด ตั้งแต่ภายนอก จนถึงลึกซึ้งในภายใน ผู้ศึกษาที่สนใจ อาจคอยกำหนดจับธรรมที่ตนเกี่ยวข้องจัดเข้าในธรรม ๔ ประเภทนี้ได้เสมอ เช่น ในการปฏิบัติขั้นถึงแก่น เอาแต่สาระ พระพุทธจ้าเคยทรงแสดงธรรม ๔ ประเภทไว้ ดังนี้*(ม.อุ.14/831/526)

๑. (ทุกข์) ปริญเญยยธรรม ได้แก่ อุปาทานขันธ์ ๕

๒. (สมุทัย) ปหาตัพพธรรม ได้แก่ อวิชชา และภวตัณหา

๓. (นิโรธ) สัจฉิกาตัพพธรรม ได้แก่ วิชชา และวิมุตติ

๔. (มรรค) ภาเวตัพพธรรม ได้แก่ สมถะ และวิปัสสนา (สมาธิ และปัญญา)


แกนๆหลักๆ ก็เท่านี้เอง นอกนั้นก็ไปทำเอา

.....................................................
https://www.blockdit.com/pages/5ee442cb19063b173afb7c70


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 17 มิ.ย. 2020, 09:51 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 24 ต.ค. 2006, 12:36
โพสต์: 33715

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


อ้างคำพูด:
คดีสะเทือนขวัญ คาดว่าจะเกิดจากอาการทางจิต

สะเทือนขวัญ ลูกสาวฆ่าโหดพ่อ มีดฟันกลางหน้าผาก ตัดอวัยวะเพศทิ้ง ดับสยองคาบ้าน

จากการสอบสวน อดีตภรรยาผู้ตาย กล่าวว่า ตนเลิกกับสามีมานานแล้ว ตั้งแต่ลูกสาวยังเล็ก พอลูกเข้า ม.1 สามีขอลูกมาเลี้ยง ตนก็ให้ค่าใช้จ่าย ปกติผู้ตายเป็นคนฉุนเฉียว ซึ่งคนทั่วไปไม่รู้ว่าชอบดุด่าลูก
หลังลูกจบ ม.3 มีปัญหาติดแฟนแล้วพาไปเสพยาเสพติดจนสติไม่สมประกอบ จนเดือนกันยายนปี 2562 พาไปรักษาที่รพ.รามาธิบดี ทุกวันนี้ก็ยังมีอาการทางจิตอยู่ ต้องไปหาหมอจิตเวชเป็นประจำ ที่ผ่านมาลูกก็แยกกันอยู่กับพ่อ ไม่มีใครรู้ว่าพักที่ไหน แต่นาน ๆ จะมาหาพ่อที

นอกจากปัญหายาเสพติดแล้ว ผู้ก่อเหตุยังมีปมที่ทำให้มีปัญหาทางจิตใจ เพราะสามีของผู้ก่อเหตุข่มขืนลูกตัวเองวัย 10 ขวบด้วย ซึ่งเป็นลูกแท้ๆ ของผู้ก่อเหตุกับสามีของผู้ก่อเหตุ ขณะนี้อยู่ในระหว่างการพิจารณาของศาลและรอการตัดสิน

.....................................................
https://www.blockdit.com/pages/5ee442cb19063b173afb7c70


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 18 มิ.ย. 2020, 22:52 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 29 ต.ค. 2009, 15:06
โพสต์: 7102

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


กรัชกาย เขียน:
โลกสวย เขียน:
Rosarin เขียน:
โลกสวย เขียน:
Rosarin เขียน:
โลกสวย เขียน:
Rosarin เขียน:
Kiss
คำว่าดีแล้วของตถาคต
สำหรับบรรลุอรหัตตผลแล้ว
ดีเพราะรู้ว่าอะไรคือดีอะไรคือชั่ว
คือรู้ความจริงตรงสัจจะ
ที่ไม่รู้เนี่ยคือมีตัวตนทำ
ไม่รู้ว่าไม่ดีที่ตัวเองไม่รู้
แปลว่าไม่รู้สึกตัวว่าไม่ดีค่ะ
คิดแต่ว่าฉันดีกว่าฉันเก่งกว่า
:b32:
คนที่ไม่รู้สึกตัวว่าตนเองมีกิเลสมากนั่นน่าสงสารค่ะ
เช่นง่วงนอน/วิตกกังวลวุ่นวายเดือดร้อนในงานที่ทำ
https://youtu.be/nS_wMJINHJY
:b16:
:b12: :b12:

คริคริ

อ่านพระธรรมไม่แตกอีกแล้วคุณยายโรสคะ
แสดงความเข้าใจผิดๆๆๆ ออกมาอีกแล้ว

รู้ดีรู้ชั่ว คือหิริ โอตตัปปะค่ะ

ดีแล้วของพระพุทธองค์ ไม่ได้หมายแค่พระอรหันต์
แต่ ปฎิสัมภิทาสี่ มีความหมายลึก ว่าดีแล้ว ตั้งแต่พระอริยะโสดาบัน ไปจนถึงพระอรหันต์

และการจะเป็นพระอรหันต์ ไม่ใช่เพียงแต่ไปนั่งฟังยูทู๊ปมาเจ็ดปี แล้วมาโม้นะคะ

จะต้องผ่านวิปัสนาญาณ 16 ขั้น ประจักษสภาพธรรม จนในที่สุดถึงมรรคจิต ผลจิต
เป็นโลกุตตรปัญญา
และจะต้องผ่าน อริยสัจ 4 คือ สัจจญาณ กิจญาณ และ กตญาณ

tongue

:b12:
เมเอ๊ยยยย
บอกไม่รู้จักหัดฟัง
กลายเป็นคนว่ายากสอนยาก
ท่องจำคำสอนได้หลายคำมีประโยชน์ไหม
ถ้าไม่เริ่มฟังเพื่อสะสมปัญญาถูกตรงตามคำสอนจากฟัง
ฟังเนี่ยคือคิดตามเสียงตรงความหมายของเสียงเดี๋ยวนี้ไม่เข้าใจเหรอ
ทุกคำในพระไตรปิฏกต้องคิดตรงคำที่ตัวเองกำลังมีตรงได้แค่1คำตรงสัจจะที่กายใจตัวเองกำลังมี
มีปัญญาคิดได้ไหม...ถ้าไม่เริ่มฟังเพื่อไตร่ตรองตามคำสอนนั้นน่า...สุตมยปัญญา=ปริยัติ=สัจจะญาณะ
ปัญญาที่ฟังจนเข้าถึงสัจจะที่กายใจตนกำลังมีเดี๋ยวนี้ตรงตามคำสอนของพระพุทธเจ้าตรงจริง=ปรมัตถสัจจะ
ปัจจุบันขณะเท่านั้นที่จะรู้คือมีปัญญารู้ตรงตามได้ไม่พึ่งคิดตามตรงคำก็ไม่ใช่สาวกของตถาคตไม่พึ่งคำสอน
https://youtu.be/VfA77lBUwwo
:b12:
:b12: :b12:



555 ฟังแล้วก็มานั่งคิด แล้วคิดว่าคิดนั่นเป็นปัจจุบันขณะของฟัง
นี่แหละ น้อ คนปฎิบัติไม่เป็น แต่โม้เก่ง

tongue

:b32:
ความจริงตรงสัจจะที่พระพุทธเจ้ากล่าว
กำลังมีตรงปัจจุบันขณะทุกคำทั้ง84000
มีตรงเดี๋ยวนี้ทุกคำ...เมคิดพร้อมกันไม่ได้ไง
แปลว่าจำผิดไม่ตรงสัจจะแม้แต่1คำที่คิดตรงยังทำไม่ได้งัยคะ
รู้จักอรรถบัญญัติและสัทบัญญัติไหมคะปัญญารู้ตรงตามอรรถและธรรม
ไม่ใช่รู้ตามการจำหรือคิดท่องจำหรือเอาแต่ไปนั่งเดาตามที่ตัวตนอยากได้นะคะ
:b32: :b32:

คริคริ

นี่แหละน๊า คุณยายไม่เรียนพระอภิธรรม ไม่เรียนพระไตรปิฎก
อ่านพระธรรมไม่แตก เรยมั่วอีกแล้ว


ความจริง สัจจะ มีมาก่อนที่พระพุทธเจ้าทั้งหมดทุกพระองค์ จะถือกำเนิด ก่อนจะมาทรงบำเพ็ญบารมี
มีมาก่อนที่จะทรงตรัสรู้ ซะอีก

tongue



ดูๆแล้วไม่รู้จะใช้คำพูดยังไงถึงจะตรงดี เอางี้แหละกัน "ฟุ้งซ่านเรื่องพระพุทธศาสนา" เบาหน่อย :b13: เพ้ออะไรนักก็ไม่รู้

cool
คนไม่รู้จักตัวเองนั้นจะไปไหนก็ไป
ไป ณ สถานที่ไหนๆมันก็ไม่รู้ตัวว่าจิตใจอยู่ที่ไหน
พระพุทธเจ้าแสดงความจริงที่กำลังมีเดี๋ยวนี้ที่กายใจทุกคนมีแล้ว
ไม่ไปไหนเลยก็มีแล้วและไม่ได้ทำเข้าใจไหมที่ไปไหนต่อไหนเพื่อไปทำหรือปฏิบัติตนน่ะไม่รู้ว่าตนก็ไม่มี
เออบอกว่าให้เริ่มต้นทำปัญญาให้ตรงตามคำสอนตามลำดับเพราะความจริงระลึกตามและรู้สึกตัวตามได้ก่อน
จะไปไหนต่อไหนแค่กระพริบตาเฉยๆยังไม่ทันกระดิกตัวทำอะไรเลยกิเลสตัวเองไหลออกมาเป็นห่าฝนไปแระ
:b32: :b32:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 18 มิ.ย. 2020, 22:57 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 29 ต.ค. 2009, 15:06
โพสต์: 7102

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


Rosarin เขียน:
กรัชกาย เขียน:
โลกสวย เขียน:
Rosarin เขียน:
โลกสวย เขียน:
Rosarin เขียน:
โลกสวย เขียน:
Rosarin เขียน:
Kiss
คำว่าดีแล้วของตถาคต
สำหรับบรรลุอรหัตตผลแล้ว
ดีเพราะรู้ว่าอะไรคือดีอะไรคือชั่ว
คือรู้ความจริงตรงสัจจะ
ที่ไม่รู้เนี่ยคือมีตัวตนทำ
ไม่รู้ว่าไม่ดีที่ตัวเองไม่รู้
แปลว่าไม่รู้สึกตัวว่าไม่ดีค่ะ
คิดแต่ว่าฉันดีกว่าฉันเก่งกว่า
:b32:
คนที่ไม่รู้สึกตัวว่าตนเองมีกิเลสมากนั่นน่าสงสารค่ะ
เช่นง่วงนอน/วิตกกังวลวุ่นวายเดือดร้อนในงานที่ทำ
https://youtu.be/nS_wMJINHJY
:b16:
:b12: :b12:

คริคริ

อ่านพระธรรมไม่แตกอีกแล้วคุณยายโรสคะ
แสดงความเข้าใจผิดๆๆๆ ออกมาอีกแล้ว

รู้ดีรู้ชั่ว คือหิริ โอตตัปปะค่ะ

ดีแล้วของพระพุทธองค์ ไม่ได้หมายแค่พระอรหันต์
แต่ ปฎิสัมภิทาสี่ มีความหมายลึก ว่าดีแล้ว ตั้งแต่พระอริยะโสดาบัน ไปจนถึงพระอรหันต์

และการจะเป็นพระอรหันต์ ไม่ใช่เพียงแต่ไปนั่งฟังยูทู๊ปมาเจ็ดปี แล้วมาโม้นะคะ

จะต้องผ่านวิปัสนาญาณ 16 ขั้น ประจักษสภาพธรรม จนในที่สุดถึงมรรคจิต ผลจิต
เป็นโลกุตตรปัญญา
และจะต้องผ่าน อริยสัจ 4 คือ สัจจญาณ กิจญาณ และ กตญาณ

tongue

:b12:
เมเอ๊ยยยย
บอกไม่รู้จักหัดฟัง
กลายเป็นคนว่ายากสอนยาก
ท่องจำคำสอนได้หลายคำมีประโยชน์ไหม
ถ้าไม่เริ่มฟังเพื่อสะสมปัญญาถูกตรงตามคำสอนจากฟัง
ฟังเนี่ยคือคิดตามเสียงตรงความหมายของเสียงเดี๋ยวนี้ไม่เข้าใจเหรอ
ทุกคำในพระไตรปิฏกต้องคิดตรงคำที่ตัวเองกำลังมีตรงได้แค่1คำตรงสัจจะที่กายใจตัวเองกำลังมี
มีปัญญาคิดได้ไหม...ถ้าไม่เริ่มฟังเพื่อไตร่ตรองตามคำสอนนั้นน่า...สุตมยปัญญา=ปริยัติ=สัจจะญาณะ
ปัญญาที่ฟังจนเข้าถึงสัจจะที่กายใจตนกำลังมีเดี๋ยวนี้ตรงตามคำสอนของพระพุทธเจ้าตรงจริง=ปรมัตถสัจจะ
ปัจจุบันขณะเท่านั้นที่จะรู้คือมีปัญญารู้ตรงตามได้ไม่พึ่งคิดตามตรงคำก็ไม่ใช่สาวกของตถาคตไม่พึ่งคำสอน
https://youtu.be/VfA77lBUwwo
:b12:
:b12: :b12:



555 ฟังแล้วก็มานั่งคิด แล้วคิดว่าคิดนั่นเป็นปัจจุบันขณะของฟัง
นี่แหละ น้อ คนปฎิบัติไม่เป็น แต่โม้เก่ง

tongue

:b32:
ความจริงตรงสัจจะที่พระพุทธเจ้ากล่าว
กำลังมีตรงปัจจุบันขณะทุกคำทั้ง84000
มีตรงเดี๋ยวนี้ทุกคำ...เมคิดพร้อมกันไม่ได้ไง
แปลว่าจำผิดไม่ตรงสัจจะแม้แต่1คำที่คิดตรงยังทำไม่ได้งัยคะ
รู้จักอรรถบัญญัติและสัทบัญญัติไหมคะปัญญารู้ตรงตามอรรถและธรรม
ไม่ใช่รู้ตามการจำหรือคิดท่องจำหรือเอาแต่ไปนั่งเดาตามที่ตัวตนอยากได้นะคะ
:b32: :b32:

คริคริ

นี่แหละน๊า คุณยายไม่เรียนพระอภิธรรม ไม่เรียนพระไตรปิฎก
อ่านพระธรรมไม่แตก เรยมั่วอีกแล้ว


ความจริง สัจจะ มีมาก่อนที่พระพุทธเจ้าทั้งหมดทุกพระองค์ จะถือกำเนิด ก่อนจะมาทรงบำเพ็ญบารมี
มีมาก่อนที่จะทรงตรัสรู้ ซะอีก

tongue



ดูๆแล้วไม่รู้จะใช้คำพูดยังไงถึงจะตรงดี เอางี้แหละกัน "ฟุ้งซ่านเรื่องพระพุทธศาสนา" เบาหน่อย :b13: เพ้ออะไรนักก็ไม่รู้

cool
คนไม่รู้จักตัวเองนั้นจะไปไหนก็ไป
ไป ณ สถานที่ไหนๆมันก็ไม่รู้ตัวว่าจิตใจอยู่ที่ไหน
พระพุทธเจ้าแสดงความจริงที่กำลังมีเดี๋ยวนี้ที่กายใจทุกคนมีแล้ว
ไม่ไปไหนเลยก็มีแล้วและไม่ได้ทำเข้าใจไหมที่ไปไหนต่อไหนเพื่อไปทำหรือปฏิบัติตนน่ะไม่รู้ว่าตนก็ไม่มี
เออบอกว่าให้เริ่มต้นทำปัญญาให้ตรงตามคำสอนตามลำดับเพราะความจริงระลึกตามและรู้สึกตัวตามได้ก่อน
จะไปไหนต่อไหนแค่กระพริบตาเฉยๆยังไม่ทันกระดิกตัวทำอะไรเลยกิเลสตัวเองไหลออกมาเป็นห่าฝนไปแระ
:b32: :b32:

คิดว่าทำสมาธิลืมตาดูหูฟังมันทำได้ง่ายหรือคะ
เพราะกิเลสตัวเองหลงผิดพาตัวตนไปทำ
ไม่ฟังให้เข้าใจว่าอะไรเป็นอะไร
ไม่มีเราเข้าใจว่าไงไม่มีเรา
ยังจะมีเราไปทำไหม
ก็ตถาคตบอกว่า
ไม่มีเรา...ฟังกันบ้างไหม
หรือจะให้กิเลสหลอกตัวเองไปวันๆ
:b12:
ไม่มีเรามีแต่ธัมมะและจะทำปัญญาตามคำสอนต้องเรียงลำดับที่1/2/3ถ้าชาตินี้ไม่ทำข้อ1จะมีข้อ2ไม่ได้
เดี๋ยวนี้กำลังเป็นจิต89-121ประเภทที่ไม่ได้รู้ความจริงถึงนิพพานถึงได้เกิดมาเพราะไม่ทำปัญญาข้อ1
รู้ตัวเองไหมว่าปัญญาเกิดเองไม่ได้ถ้าไม่เริ่มต้นที่ฟังเพราะปัญญาแรกแทรกเกิดตามหลังกิเลสได้ตอนฟัง
ปัญญาของตนเองแทรกเกิดได้ตอนที่ฟังคำสอนเข้าใจพอหยุดฟังตัวตนพาไปสารพัดที่เลยตามที่เคยชิน
https://youtu.be/qnIxIBg4mVk
:b12:
:b32: :b32:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 20 มิ.ย. 2020, 10:26 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 24 ต.ค. 2006, 12:36
โพสต์: 33715

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


Rosarin เขียน:


คิดว่า ทำสมาธิลืมตาดู หูฟัง มันทำได้ง่ายหรือคะ
เพราะกิเลสตัวเองหลงผิดพาตัวตนไปทำ

ไม่ฟังให้เข้าใจว่าอะไรเป็นอะไร
ไม่มีเราเข้าใจว่าไงไม่มีเรา
ยังจะมีเราไปทำไหม
ก็ตถาคตบอกว่า
ไม่มีเรา...ฟังกันบ้างไหม
หรือจะให้กิเลสหลอกตัวเองไปวันๆ
:b12:
ไม่มีเรามีแต่ธัมมะและจะทำปัญญาตามคำสอนต้องเรียงลำดับที่1/2/3ถ้าชาตินี้ไม่ทำข้อ1จะมีข้อ2ไม่ได้
เดี๋ยวนี้กำลังเป็นจิต89-121ประเภทที่ไม่ได้รู้ความจริงถึงนิพพานถึงได้เกิดมาเพราะไม่ทำปัญญาข้อ1
รู้ตัวเองไหมว่าปัญญาเกิดเองไม่ได้ถ้าไม่เริ่มต้นที่ฟังเพราะปัญญาแรกแทรกเกิดตามหลังกิเลสได้ตอนฟัง
ปัญญาของตนเองแทรกเกิดได้ตอนที่ฟังคำสอนเข้าใจพอหยุดฟังตัวตนพาไปสารพัดที่เลยตามที่เคยชิน
https://youtu.be/qnIxIBg4mVk



ท่องเป็นนกแก้วนกขุนทองอยู่นั่นแล้ว ไม่มีเราๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ :b32: ที่ท่องอีกก็คือ เก็บไว้ในหทัย อะไรๆก็เก็บไว้ในหทัยๆๆๆ :b13:

พูดจริงๆนะ สำนักบ้านธัมมะ เข้าใจพุทธธรรมผิดพลาดคลาดเคลื่อนไปไกลมากๆ พูดให้เห็นภาพหน่อยก็ว่า ไกลสุดขอบจักรวาลเลย

.....................................................
https://www.blockdit.com/pages/5ee442cb19063b173afb7c70


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 20 มิ.ย. 2020, 10:31 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 24 ต.ค. 2006, 12:36
โพสต์: 33715

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


Rosarin เขียน:

คนไม่รู้จักตัวเองนั้นจะไปไหนก็ไป
ไป ณ สถานที่ไหนๆมันก็ไม่รู้ตัวว่าจิตใจอยู่ที่ไหน
พระพุทธเจ้าแสดงความจริงที่กำลังมีเดี๋ยวนี้ที่กายใจทุกคนมีแล้ว
ไม่ไปไหนเลยก็มีแล้วและไม่ได้ทำเข้าใจไหมที่ไปไหนต่อไหนเพื่อไปทำหรือปฏิบัติตนน่ะไม่รู้ว่าตนก็ไม่มี
เออบอกว่าให้เริ่มต้นทำปัญญาให้ตรงตามคำสอนตามลำดับเพราะความจริงระลึกตามและรู้สึกตัวตามได้ก่อน
จะไปไหนต่อไหนแค่กระพริบตาเฉยๆยังไม่ทันกระดิกตัวทำอะไรเลยกิเลสตัวเองไหลออกมาเป็นห่าฝนไปแระ


ถ้ามนุษย์จะเข้าถึงความจริงแท้ เขาหนีไม่พ้นที่จะต้องเข้าใจตัวมนุษย์เอง (เข้าใจตัวเอง) ถ้าเข้าใจตัวมนุษย์เองแล้ว (ถ้าเข้าใจตัวเองแล้ว) กล่าวได้ว่าเข้าใจหมดทุกอย่าง เพราะว่า ตัวมนุษย์นี้เป็นสุดยอดของสิ่งทั้งหลายบรรดามีในโลกและในสากลพิภพ ดังนั้น พระพุทธเจ้าจึงสอนให้เราค้นพบตัวเอง ให้รู้จักตัวเอง ให้เข้าถึงความจริงที่มีอยู่ในขันธ์ ๕ นี้

เมื่อใด เข้าถึงความจริงนี้แล้ว ก็จะทำให้เราปฏิบัติต่อสิ่งทั้งหลายถูกต้อง ทั้งภายในและภายนอก ถ้าปฏิบัติต่อชีวิตจิตใจของตัวเองยังไม่ถูกต้อง ก็ปฏิบัติต่อสิ่งทั้งหลายภายนอกให้ถูกต้องไม่ได้ด้วย และก็จะแก้ปัญหาไม่จบไม่สิ้น

ปัญหาทุกอย่างนั้น มันโยงกันไปหมด มีเหตุปัจจัยถึงกัน ทั้งรูปธรรม และนามธรรม ในที่สุดมนุษย์จะหนีไม่พ้น ที่จะต้องทำความเข้าใจตัวมนุษย์เองให้ชัดเจน

คนจะต้องมีความเข้าใจเกี่ยวกับชีวิตของตนเอง ซึ่งประกอบด้วยทั้งกายและใจ ทั้งนามธรรมและรูปธรรม
พระพุทธเจ้าได้จับจุดของความจริงนี้ คือค้นพบความจริงของชีวิตนี้ทั้งหมด ทั้งนามธรรมและรูปธรรม โดยมองเห็นระบบความสัมพันธ์แห่งเหตุปัจจัยที่ครอบคลุม

เพราะฉะนั้น โพธิญาณของพระองค์จึงเป็นสิ่งที่ให้ถึงสัจจะ ไม่มีการเคลื่อนคลาดเปลี่ยนแปลง


http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=1&t=53322


ชีวิต คือ กายใจนี้ หรือนามธรรมรูปธรรมนี้ ถามตัวเองตอบตัวเอง เราเองรู้จักเข้าใจตัวของตัวเองแค่ไหน ไม่ต้องถามใคร ถามตัวเองแล้วตอบเอง :b12:

.....................................................
https://www.blockdit.com/pages/5ee442cb19063b173afb7c70


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 22 มิ.ย. 2020, 18:15 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 24 ต.ค. 2006, 12:36
โพสต์: 33715

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


ทิโส ทิสํ ยนฺตํ กยิรา เวรึ วา ปน เวรินํ
มิจฺฉาปณิหิตํ จิตฺตํ ปาปิโย นํ ตโต กเร.


จิตที่คนตั้งไว้ผิด พึงทำเขาให้เลวทรามยิ่งกว่าความฉิบหายที่โจรเห็นโจร หรือคนมีเวรเห็นคนมีเวรทำแก่กัน ฉะนั้น.

ทุนฺนิคฺคหสฺส ลหุโน ยตฺถ กามนิปาติโน
จิตฺตสฺส สมโถ สาธุ จิตฺตํ ทนฺตํ สุขาวหํ.


การฝึกจิตอันข่มได้ยาก เป็นธรรมชาติเร็ว มักตกไปในอารมณ์ตามความใคร่ เป็นการดี เพราะจิตที่ฝึกแล้ว เป็นเหตุนำความสุขมาให้.

จิตฺตํ คุตฺตํ สุขาวหํ.

จิตที่คุ้มครองไว้ดีแล้ว เป็นเหตุนำความสุขมาให้.

อนวฏฺฐิตจิตฺตสฺส สทฺธมฺมํ อวิชานโต
ปริปฺลวปสาทสฺส ปญฺญา น ปริปูรติ.


ปัญญาย่อมไม่บริบูรณ์แก่ผู้มีจิตไม่มั่นคง ไม่รู้แจ้งพระสัทธรรม มีความเลื่อมใสอันเลื่อนลอย.

.....................................................
https://www.blockdit.com/pages/5ee442cb19063b173afb7c70


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 26 มิ.ย. 2020, 17:58 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 24 ต.ค. 2006, 12:36
โพสต์: 33715

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


คำพูดที่เกี่ยวกับจิต ซึ่งได้ยินกันคุ้นหู

จิต, จิต- (จิต, จิตตะ-) น.ใจ, สิ่งที่มีหน้าที่รู้ คิด และนึก, (โบ เขียนว่า จิตร) ลักษณะนามว่า ดวง. (ป.จิตฺต)

จิตกึ่งสำนึก น. ภาวะที่จิตไม่ค่อยรู้สึกตัว เมื่อปลุกอาจรู้สึกตัวดีขึ้น แต่ไม่รู้ตัวเต็มที่. (อ. semiconscious).

จิตใจ น. ใจ, อารมณ์ทางใจ.

จิตใต้สำนึก น. ภาวะของจิตที่ไม่อาจรู้สึกได้ เพราะอยู่ในส่วนลึกของจิตใจ. (อ. subconscious).

จิตนิยม (จิตตะ -) น. ลัทธิที่เชื่อว่าจิตเท่านั้นเป็นความแท้จริงขั้นสูงสุด วัตถุทั้งหลายเป็นเพียงสิ่งที่จิตคิดขึ้น. (อ. idealism).

จิตบำบัด (จิตตะ -) น. วิธีรักษาผู้ป่วยหรือผู้มีปัญหาทางด้านจิตใจด้วยวิธีที่จิตแพทย์หรือนักจิตวิทยาสนทนากับผู้ที่มารับการรักษา เพื่อให้ทราบถึงสาเหตุของโรคหรือปัญหาแล้วหาทางแก้ไข. (อ.psychotherapy).

จิตแพทย์ (จิตตะ -) น. แพทย์ผู้รักษาโรคทางจิตใจ ซึ่งมีอาการแสดงความรู้สึก ความคิด อารมณ์ หรือ พฤติกรรมที่ผิดปรกติ. (อ. psychiatrist).

จิตภาพ (จิตตะ -) น. ลักษณะทั่วไปของจิตที่แสดงให้เห็นเด่นชัด, บางทีใช้หมายถึง วิสัยสามารถของจิต. (อ. mentality).

จิตไร้สำนึก น. ความคิด ความรู้สึก และแรงผลักดัน ซึ่งถูกกดเก็บ ไว้ภายในจิตใจโดยไม่รู้ตัว แม้จะพยายามนึกอย่างไรก็นึกไม่ออก. (อ. unconscious).

จิตวิทยา (จิตตะ -) น. วิชาว่าด้วยจิต, วิทยาศาสตร์แขนงหนึ่งว่าด้วยปรากฏการณ์ พฤติกรรมและกระบวนการของจิต.

จิตวิสัย (จิตตะ -) ว. ที่มีอยู่ในจิต, ที่เกี่ยวกับจิต; ที่จิตคิดขึ้นเองโดยไม่อาศัยวัตถุภายนอก, ตรงข้ามกับ วัตถุวิสัย; เรียกการสอบแบบที่ให้ผู้ตอบแสดงความคิดเห็นด้วยว่า การสอบแบบจิตวิสัย, อัตนัย ก็ว่า (อ. subjective).

จิตเวชศาสตร์ (จิดตะเวดชะ - ) น. วิชาแพทย์แขนงหนึ่งที่เกี่ยวกับการศึกษาการตรวจรักษา และป้องกันโรคของจิตใจ เช่น โรคประสาท โรคจิต (อ. Psychiatry)

จิตสำนึก น. ภาวะที่จิตตื่นและรู้ตัวสามารถตอบสนองต่อสิ่งเร้าจากประสารทสัมผัสทั้ง ๕ คือ รูป เสียง กลิ่น รส และสิ่งที่สัมผัสได้ด้วยกาย. (อ. Conscious).

จิตต - , จิตต์ (จิตตะ -) (แบบ) น. จิต, (ป.)

จิตตภาวนา (แบบ) น. การอบรมจิต.

จิตตวิสุทธิ (แบบ) น. จิตบริสุทธิ์ คือ บริสุทธิ์จากกิเลส.

จิตตานุปัสสนา น. การพิจารณาจิตเป็นอารมณ์

.....................................................
https://www.blockdit.com/pages/5ee442cb19063b173afb7c70


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 18 ก.ค. 2020, 16:20 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 24 ต.ค. 2006, 12:36
โพสต์: 33715

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


อสสาร หรือ นามธาตุ คือ อะไร

ในคัมภีร์ฝ่ายอภิธรรม ได้สรุปลักษณะของสิ่งที่มีอยู่ในภาวะที่เป็นอสสารหรืออรูปไว้ ๓ อย่าง คือ จิต เจตสิก และนิพพาน ซึ่งเป็นสิ่งที่มีลักษณะเหมือนกันคือเป็นนามธรรมเหมือนกัน แต่มีภาวะต่างกัน กล่าวคือ
จิต ได้แก่ ผู้คิด ผู้รู้
เจตสิก ได้แก่ ภาวะที่เกิดกับจิต หรือว่าคุณภาพของจิต
นิพพาน คือ ภาวะของจิตที่พ้นจากอำนาจ หรือการปรุงแต่งของเจตสิกทั้งฝ่ายดีฝ่ายชั่ว

ในส่วนที่เป็นอรูปธาตุ หรือ อสสารนี้ สิ่งที่นับว่าเป็นธาตุหลักก็คือ จิต หรือวิญญาณธาตุ ถ้าไม่มีจิต เจตสิกและนิพพานก็ปรากฏไม่ได้ เพราะทั้งสองสิ่งนั้นเป็นภาวะที่เกิดกับจิต หรือเป็นภาวะที่ปรากฏที่จิตนั่นเอง

จิตคืออะไร คัมภีร์ฝ่ายอภิธรรมอธิบายว่า จิต คือ ธรรมชาติที่คิด หรือว่า รู้อารมณ์ (คือรู้เรื่องราวต่างๆ) และบางทีก็อธิบายง่ายๆว่า จิต คือ ความคิด (วิภาวินี. 19-20)
อธิบายอย่างกว้างๆ จิต ก็คือ วิญญาณขันธ์ อันได้แก่ จักขุวิญญาณ ฯลฯ มโนวิญญาณ (วิภาวินี. 19)
บางทีก็เรียกว่า วิญญาณธาตุ (อภิ. แปล.77/205)
ในบางแห่งอธิบายว่า จิต มโน มนายตนะ วิญญาณ วิญญาณขันธ์ มโนธาตุ คือ สิ่งเดียวกัน (อภิ.แปล. 77/253) แต่ยักย้ายใช้คำต่างกันไปตามความเหมาะสม

โดยใจความก็คือ พระพุทธศาสนาแสดงว่า จิต คือ สภาวธรรม หรือ ธรรมชาติอย่างหนึ่ง ซึ่งมีอยู่ในภาวะเป็นอรูปธาตุ หรือ อสสาร มีลักษณะสามารถคิด หรือ สามารถรู้ เนื่องจากเป็นธาตุอย่างหนึ่ง จิต หรือ วิญญาณ จึงมิใช่สัตว์ มิใช่ชีวะ เช่น เดียวกับธาตุ ๔ เหมือนกัน (วิภาวินี. 138 อภิ. แปล. 77/505)

จิต ต้องอาศัยรูป หรือ สสาร จึงจะเกิดหรือปรากฏขึ้นได้ กล่าวคือ อาศัยจักขุ โสตะ ฆานะ ชิวหา กาย และหทัยวัตถุ จึงสามารถแสดงตัวให้ปรากฏออกมาได้ (วิภาวินี. 116/137) หมายความว่า จิต นั้นก็อาศัยกายอันเป็นก้อนสสารนี่เองเป็นเครื่องมือในการแสดงธรรมชาติของตนเองออกมาให้ปรากฏ คือ ปรากฏเป็นการคิด และการรับรู้ของกายหรือของมนุษย์นั่นเอง

พระพุทธศาสนาแสดงว่า จิตเป็นธาตุที่ละเอียดอ่อนมาก จึงเคลื่อนไหวเปลี่ยนแปลงเร็ว คือเร็วกว่าการเคลื่อนไหวของรูปธาตุ หรือ สสาร 17 เท่า และการเคลื่อนไหวเปลี่ยนแปลงของจิตแต่ละขณะนั้น ประกอบด้วย 3 จังหวะ หรือ 3 ขณะย่อย คือ อุปปาทะ ฐิติ ภังคะ คือ การเริ่มต้น คงตัวชั่วคราว แล้วสลายหรือดับ แล้วก็เริ่มต้นใหม่ เป็นอย่างนี้เรื่อยไป

อุปาทะ - ฐิติ - ภังคะ
1 ขณะจิต
1-2-3-4-5-6-7-8-9-10-11-12-13-14-15-16-17
1 ขณะสสาร (รูป)
อุปจยะ - สันตติ - ชรตา - อนิจจตา



(พุทธปรัชญา ในสุตตันตปิฎก หน้า114 - ที่เหลือเป็นวิชาการหน่อยผู้ไม่ศึกษาอภิธรรมอาจไม่เข้าใจ)

.....................................................
https://www.blockdit.com/pages/5ee442cb19063b173afb7c70


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 18 ก.ค. 2020, 23:48 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 29 ต.ค. 2009, 15:06
โพสต์: 7102

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


กรัชกาย เขียน:
Rosarin เขียน:


คิดว่า ทำสมาธิลืมตาดู หูฟัง มันทำได้ง่ายหรือคะ
เพราะกิเลสตัวเองหลงผิดพาตัวตนไปทำ

ไม่ฟังให้เข้าใจว่าอะไรเป็นอะไร
ไม่มีเราเข้าใจว่าไงไม่มีเรา
ยังจะมีเราไปทำไหม
ก็ตถาคตบอกว่า
ไม่มีเรา...ฟังกันบ้างไหม
หรือจะให้กิเลสหลอกตัวเองไปวันๆ
:b12:
ไม่มีเรามีแต่ธัมมะและจะทำปัญญาตามคำสอนต้องเรียงลำดับที่1/2/3ถ้าชาตินี้ไม่ทำข้อ1จะมีข้อ2ไม่ได้
เดี๋ยวนี้กำลังเป็นจิต89-121ประเภทที่ไม่ได้รู้ความจริงถึงนิพพานถึงได้เกิดมาเพราะไม่ทำปัญญาข้อ1
รู้ตัวเองไหมว่าปัญญาเกิดเองไม่ได้ถ้าไม่เริ่มต้นที่ฟังเพราะปัญญาแรกแทรกเกิดตามหลังกิเลสได้ตอนฟัง
ปัญญาของตนเองแทรกเกิดได้ตอนที่ฟังคำสอนเข้าใจพอหยุดฟังตัวตนพาไปสารพัดที่เลยตามที่เคยชิน
https://youtu.be/qnIxIBg4mVk



ท่องเป็นนกแก้วนกขุนทองอยู่นั่นแล้ว ไม่มีเราๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ :b32: ที่ท่องอีกก็คือ เก็บไว้ในหทัย อะไรๆก็เก็บไว้ในหทัยๆๆๆ :b13:

พูดจริงๆนะ สำนักบ้านธัมมะ เข้าใจพุทธธรรมผิดพลาดคลาดเคลื่อนไปไกลมากๆ พูดให้เห็นภาพหน่อยก็ว่า ไกลสุดขอบจักรวาลเลย

:b32:
แสดงว่านึกไม่ออก=ขาดสติ
เลยคิดว่าต้องไปตามหาจิต
ถ้ารู้สึกที่ตัวก็ไม่ต้องตาม
จิตอยู่ในตัวแต่คิดไปไหน
แสดงว่าขาดสติปัญญา
ไม่รู้สึกที่ตัวคิดฟุ้งซ่าน
ว่าต้องเอาตัวไปตามหาจิต
555จิตมันอยู่กับตัวอยู่แล้ว
เพราะไม่ใช่คนตายได้ยินมั๊ย
:b32: :b32: :b32:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 18 ก.ค. 2020, 23:58 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 29 ต.ค. 2009, 15:06
โพสต์: 7102

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


กรัชกาย เขียน:
Rosarin เขียน:

คนไม่รู้จักตัวเองนั้นจะไปไหนก็ไป
ไป ณ สถานที่ไหนๆมันก็ไม่รู้ตัวว่าจิตใจอยู่ที่ไหน
พระพุทธเจ้าแสดงความจริงที่กำลังมีเดี๋ยวนี้ที่กายใจทุกคนมีแล้ว
ไม่ไปไหนเลยก็มีแล้วและไม่ได้ทำเข้าใจไหมที่ไปไหนต่อไหนเพื่อไปทำหรือปฏิบัติตนน่ะไม่รู้ว่าตนก็ไม่มี
เออบอกว่าให้เริ่มต้นทำปัญญาให้ตรงตามคำสอนตามลำดับเพราะความจริงระลึกตามและรู้สึกตัวตามได้ก่อน
จะไปไหนต่อไหนแค่กระพริบตาเฉยๆยังไม่ทันกระดิกตัวทำอะไรเลยกิเลสตัวเองไหลออกมาเป็นห่าฝนไปแระ


ถ้ามนุษย์จะเข้าถึงความจริงแท้ เขาหนีไม่พ้นที่จะต้องเข้าใจตัวมนุษย์เอง (เข้าใจตัวเอง) ถ้าเข้าใจตัวมนุษย์เองแล้ว (ถ้าเข้าใจตัวเองแล้ว) กล่าวได้ว่าเข้าใจหมดทุกอย่าง เพราะว่า ตัวมนุษย์นี้เป็นสุดยอดของสิ่งทั้งหลายบรรดามีในโลกและในสากลพิภพ ดังนั้น พระพุทธเจ้าจึงสอนให้เราค้นพบตัวเอง ให้รู้จักตัวเอง ให้เข้าถึงความจริงที่มีอยู่ในขันธ์ ๕ นี้

เมื่อใด เข้าถึงความจริงนี้แล้ว ก็จะทำให้เราปฏิบัติต่อสิ่งทั้งหลายถูกต้อง ทั้งภายในและภายนอก ถ้าปฏิบัติต่อชีวิตจิตใจของตัวเองยังไม่ถูกต้อง ก็ปฏิบัติต่อสิ่งทั้งหลายภายนอกให้ถูกต้องไม่ได้ด้วย และก็จะแก้ปัญหาไม่จบไม่สิ้น

ปัญหาทุกอย่างนั้น มันโยงกันไปหมด มีเหตุปัจจัยถึงกัน ทั้งรูปธรรม และนามธรรม ในที่สุดมนุษย์จะหนีไม่พ้น ที่จะต้องทำความเข้าใจตัวมนุษย์เองให้ชัดเจน

คนจะต้องมีความเข้าใจเกี่ยวกับชีวิตของตนเอง ซึ่งประกอบด้วยทั้งกายและใจ ทั้งนามธรรมและรูปธรรม
พระพุทธเจ้าได้จับจุดของความจริงนี้ คือค้นพบความจริงของชีวิตนี้ทั้งหมด ทั้งนามธรรมและรูปธรรม โดยมองเห็นระบบความสัมพันธ์แห่งเหตุปัจจัยที่ครอบคลุม

เพราะฉะนั้น โพธิญาณของพระองค์จึงเป็นสิ่งที่ให้ถึงสัจจะ ไม่มีการเคลื่อนคลาดเปลี่ยนแปลง


http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=1&t=53322


ชีวิต คือ กายใจนี้ หรือนามธรรมรูปธรรมนี้ ถามตัวเองตอบตัวเอง เราเองรู้จักเข้าใจตัวของตัวเองแค่ไหน ไม่ต้องถามใคร ถามตัวเองแล้วตอบเอง :b12:

:b32:
จิตเป็นภาษาไทยตรงกับบาลีว่าวิญญาณ
เดี๋ยวนี้กำลังมีจิตครองกายนี้คือจิตอยู่ที่ตัว
จิต=วิญญาณ/รู้สึกตัวเองมั๊ยกำลังมีวิญญาณ
ไปอ่านพระไตรปิฏกแล้วเดาเอาล่วงหน้า555
ปัญญามีไม่พอน๊าถามจริงๆเถอะทุกวันที่ตื่นมาเนี่ย
รู้ตัวว่ามีตัวตนอยู่ใช่ไหมแล้วไม่รู้ตัวใช่ไหมว่ามีจิต
ที่ถามเนี่ยจะบอกว่าไม่ไปไหนเลยจิตก็อยู่ที่ตัวตนนั่นน่า555
อันที่คิดฟุ้งซ่านไปเรื่อยเปื่อยนอกตัวน่ะเรียกว่ากำลังมีอวิชชา
บอกว่าให้ฟังเพื่อไม่ให้คิดฟุ้งซ่านเกินตัวได้ยินมั๊ยคะ
สร้างอวิชชาใหม่ตลอดลืมฟังเพื่อสร้างปัญญา
ถ้าฟังและรู้สึกตัวทั่วพร้อมตรงตามคำของตถาคต
นั่นแหละคือการรู้สึกทั่วตัวว่าจิตอยู่ไหนไม่ต้องตามหา
ไปหาที่ไหนก็ไม่เจอถ้าไม่รู้สึกที่ตัวและที่หาน่ะเพราะไม่พึ่งการฟังคำสอนให้นึกได้
:b32: :b32: :b32:


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 201 โพสต์ ]  ไปที่หน้า ย้อนกลับ  1 ... 10, 11, 12, 13, 14  ต่อไป

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: Google [Bot] และ บุคคลทั่วไป 10 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร