วันเวลาปัจจุบัน 23 ก.ย. 2020, 07:23  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง




กลับไปยังกระทู้  [ 356 โพสต์ ]  ไปที่หน้า ย้อนกลับ  1, 2, 3, 4, 5, 6, 7 ... 24  ต่อไป  Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 13 พ.ย. 2018, 22:35 
 
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 11 ต.ค. 2010, 12:11
โพสต์: 4979


 ข้อมูลส่วนตัว


:b32: :b32: :b32:

เห็นคุณอากาศตอบแล้วเอกอนก็ถึงกับเป็น อึ้ง ทึ่ง :b32:

น้อยครั้งที่เอกอนจะพบผู้ที่พิมพ์เก่งขนาดนี้ ...

:b1:

เอกอนเชื่อว่าคุณมีเรื่องราวประสบการณ์ดี ๆ ที่จะมาเขียนบอกเล่าได้มากมาย

เอกอนชอบเรื่องวิศวกรกับช่างนะ

คุณอากาศหยิบยกมาได้ซะจนเอกอนอดคิดไม่ได้ว่า
คุณอากาศจะต้องทำงานสายนี้แน่ ๆ เลย
ถึงได้หยิบมายกตัวอย่างในแบบที่มีแง่มุมที่ซับซ้อนลงถึงเนื้องานได้

ส่วนเอกอนน่ะเหร๋อ :b32:
บางทีเอกอนก็จะยกตัวอย่าง ทุเรียน ส้มโอ โบตัน :b32:

แต่เอกอนก็ไม่ได้เป็น ผลไม้ น๊ะ

:b32:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 14 พ.ย. 2018, 06:09 
 
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 25 เม.ย. 2009, 02:43
โพสต์: 12217


 ข้อมูลส่วนตัว


ผมก็ชอบเรื่องช่างกะวิศวะ..ของคุณอากาศ..นะ :b12: :b12: :b12:

หาก..ช่าง..โฟร์แมน..เปรียบเป็นประสบการณ์

วิศวะ..เปรียบเป็น..ตำราวิชาการ

หาก ทั้งสอง..ร่วมใจกันได้..ก็สามารถทำงาน...ก่อสร้างไปได้ทั่วโลก..

แต่ถ้า..วิศวะไม่เอาช่าง..ช่างไม่เอาวิศวะ

ช่างสร้างบ้านอยู่เองได้..แต่ไปรับงานสร้างอะไรไม่ได้
วิศวะรับงานสร้างไปทั่ว..แต่ไม่มีบ้านจะอยู่..

:b32: :b32: :b32:

เคยเห็น..ช่างแกล้งวิศวะ..มั้ย? คุณอากาศ :b13: :b13:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 14 พ.ย. 2018, 11:48 
 
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 11 ต.ค. 2010, 12:11
โพสต์: 4979


 ข้อมูลส่วนตัว


:b1: ...

สำหรับเอกอน จะช่าง จะวิศวกร จะพนักงานบัญชี หรือจะนักวิชาการ
นักบัญชี แม่บ้าน ภารโรง รปภ. ... :b32: :b32: :b32:

กรูกราบแหละ ได้โปรดร่วมแรงร่วมใจ รัก และสามัคคีกันเถอะ ....

เพราะ สามัคคี คือพลัง
และเราจะร่วมกันฝ่าฟันอุปสรรค์ความยากลำบากต่าง ๆ ไปได้

:b32: :b32: :b32:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 14 พ.ย. 2018, 14:20 
 
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 7
สมาชิก ระดับ 7
ลงทะเบียนเมื่อ: 14 ต.ค. 2018, 00:52
โพสต์: 511

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


555 ขอบคุณท่านทั้งสองครับ ก็เหมือนท่านกบอุปมาอุปไมย
ส่วนผมไม่ได้เป็นวิศวะช่างก่อสร้างครับ พอดีดูข่าวที่เครนหักน่ะครับเลยมาอุปมา 555

ผมก็ทำแบบท่านเอกอนเหมือนกันครับ ผมก็เห็นเสมอกัน เพราะคนเหมือนกัน มีออาชีพ ความสุจริตเหมือนกัน เราจะต่างกันแค่โอกาสเท่านั้น บางคนที่โอกาสน้อยแต่เก่งมีเยอะมาก เพราะความลำบากมันลับปัญญาเขาให้คม คนที่มีโอกาสมากแต่ความรู้สู้จนฐานะต่ำกว่าก็มีเยอะครับ บางคราวความมีพร้อมหมดทุกอย่างก็ทำให้ละเลยเหลาะแหละเพราะคิดว่าตนมีตนได้อยู่แล้วไม่ดิ้นรนไม่ขวานขวาย ผมก็ไม่หลบหลู่ใครครับ เพราะโอกาสคนมันต่างกันตามบุญกรรมปั้นแต่งไป ผมเองก็ยังต้องรู้อีกมากไม่รู้จะมีโอกาสไปท่องจักรวาลแบบท่านๆบ้างไหม ผมอยากทำได้มั้งจังครับ Kiss Kiss Kiss Kiss

.....................................................
(จิตรู้สมมติ เป็นสมุทัย)
(ผลอันเกิดจากจิตรู้สมมติ เป็นทุกข์)
(จิตเห็นจริงต่างหากจากสมมติ เป็นมรรค)
(ผลอันเกิดจากจิตเห็นจริงต่างหากจากสมมติ เป็นนิโรธ)


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 14 พ.ย. 2018, 21:42 
 
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 11 ต.ค. 2010, 12:11
โพสต์: 4979


 ข้อมูลส่วนตัว


แค่อากาศ เขียน:
... ผมเองก็ยังต้องรู้อีกมากไม่รู้จะมีโอกาสไปท่องจักรวาลแบบท่านๆบ้างไหม ผมอยากทำได้มั้งจังครับ Kiss Kiss Kiss Kiss

เอาแบบท่องจักรวาลเลยหร๋าาาา :b12:

จริง ๆ ทุกคนมีโอกาสท่องจักรวาลได้ทั้งนั้นล่ะ

ว่าแต่จะท่องยังไงแค่นั้นเอง

มันต้องเป็นอิสระจากอายตนะพื้นฐาน

และพัฒนาอายตนะที่จะเป็นไปได้

อย่างเช่น เมื่อเราไปที่บ่อน้ำบาดาล แล้วมองไม่เห็นพื้นน้ำด้านล่าง
แต่ถ้าเราอยากรู้ว่ามันมีน้ำหรือไม่ และมันลึกแค่ไหน
เราก็หยิบหินก้อนเล็ก ๆ มา 1 ก้อน
แล้วหย่อนลงไป
เมื่อได้ยินเสียงหินกระทบผิวน้ำ เสียงที่ได้ยินก็บ่งบอกอะไรกับเราได้มากพอ

การฝึกสมาธิ มันเป็นการฝึกการกำหนดรู้เข้าไปในการรู้
ซึ่งการรู้ ก็เป็นการรู้ถึงสภาพต่าง ๆ นั่นล่ะ
การเข้าไปรู้ การไม่เข้าไปรู้ การเข้าไปรู้และตั้งอยู่ การอาศัยการเข้าไปรู้

ถ้าหากว่าเราถูกปิดตา แล้วมีคนเอามะนาวมาให้เรากิน
เราก็รู้ว่านั่นคือมะนาว เราสามารถวาดมะนาวออกมาได้
แม้เราจะถูกปิดตา แต่เราก็รู้ได้ว่าเป็นมะนาว
เพราะเราประสบการณ์เกี่ยวกับสิ่งนั้นในฐานข้อมูลความทรงจำ
ซึ่งเมื่อสิ่งนั้นมากระทบ แม้จะกระทบเพียงแค่ทางลิ้น เราก็รู้ทันทีว่าเป็นมะนาว

ส่วนการไปท่องจักรวาล มันก็คล้ายกับการปิดตากินมะนาวนั่นล่ะ
เพียงแต่ว่า สิ่งที่เข้าไปรู้นั้น
ผู้เข้าไปรู้อาจจะยังไม่มีทักษะ/อุปกรณ์ในการช่วยแปลการรับรู้นั้นออกมา

แต่ถ้าหากว่าทักษะ/อุปกรณ์ได้ถูกทำให้มีขึ้น ใช้งานได้ เขาก็จะท่องจักรวาลได้

ไม่ได้ไปท่องจักรวาลจริง ๆ แต่เป็น จักรวาลที่ถูกจำลองขึ้นภายใต้อายตนะที่เป็นไปได้ของผู้นั้น

มั๊งงงง... :b32:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 15 พ.ย. 2018, 09:51 
 
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 7
สมาชิก ระดับ 7
ลงทะเบียนเมื่อ: 14 ต.ค. 2018, 00:52
โพสต์: 511

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


eragon_joe เขียน:
แค่อากาศ เขียน:
... ผมเองก็ยังต้องรู้อีกมากไม่รู้จะมีโอกาสไปท่องจักรวาลแบบท่านๆบ้างไหม ผมอยากทำได้มั้งจังครับ Kiss Kiss Kiss Kiss

เอาแบบท่องจักรวาลเลยหร๋าาาา :b12:

จริง ๆ ทุกคนมีโอกาสท่องจักรวาลได้ทั้งนั้นล่ะ

ว่าแต่จะท่องยังไงแค่นั้นเอง

มันต้องเป็นอิสระจากอายตนะพื้นฐาน

และพัฒนาอายตนะที่จะเป็นไปได้

อย่างเช่น เมื่อเราไปที่บ่อน้ำบาดาล แล้วมองไม่เห็นพื้นน้ำด้านล่าง
แต่ถ้าเราอยากรู้ว่ามันมีน้ำหรือไม่ และมันลึกแค่ไหน
เราก็หยิบหินก้อนเล็ก ๆ มา 1 ก้อน
แล้วหย่อนลงไป
เมื่อได้ยินเสียงหินกระทบผิวน้ำ เสียงที่ได้ยินก็บ่งบอกอะไรกับเราได้มากพอ

การฝึกสมาธิ มันเป็นการฝึกการกำหนดรู้เข้าไปในการรู้
ซึ่งการรู้ ก็เป็นการรู้ถึงสภาพต่าง ๆ นั่นล่ะ
การเข้าไปรู้ การไม่เข้าไปรู้ การเข้าไปรู้และตั้งอยู่ การอาศัยการเข้าไปรู้

ถ้าหากว่าเราถูกปิดตา แล้วมีคนเอามะนาวมาให้เรากิน
เราก็รู้ว่านั่นคือมะนาว เราสามารถวาดมะนาวออกมาได้
แม้เราจะถูกปิดตา แต่เราก็รู้ได้ว่าเป็นมะนาว
เพราะเราประสบการณ์เกี่ยวกับสิ่งนั้นในฐานข้อมูลความทรงจำ
ซึ่งเมื่อสิ่งนั้นมากระทบ แม้จะกระทบเพียงแค่ทางลิ้น เราก็รู้ทันทีว่าเป็นมะนาว

ส่วนการไปท่องจักรวาล มันก็คล้ายกับการปิดตากินมะนาวนั่นล่ะ
เพียงแต่ว่า สิ่งที่เข้าไปรู้นั้น
ผู้เข้าไปรู้อาจจะยังไม่มีทักษะ/อุปกรณ์ในการช่วยแปลการรับรู้นั้นออกมา

แต่ถ้าหากว่าทักษะ/อุปกรณ์ได้ถูกทำให้มีขึ้น ใช้งานได้ เขาก็จะท่องจักรวาลได้

ไม่ได้ไปท่องจักรวาลจริง ๆ แต่เป็น จักรวาลที่ถูกจำลองขึ้นภายใต้อายตนะที่เป็นไปได้ของผู้นั้น

มั๊งงงง... :b32:




สาธุ สาธุ สาธุ ครับ

ขอบพระคุณที่แนะแนวทางให้ครับ
สรุปที่ผมเข้าใจนะครับตามที่ท่านเอกอนสอนแก่ผม ไม่รู้ว่าถูกไหม

1. ไม่เอาใจเข้ายึดครองอายตนะ คือ ตัดจิตจากอายตนะให้ได้ จิตก็เป็นอิสระจากอายตนะพื้นฐาน(คือที่รู้ด้วยกาย) เพราะไม่ยึดอายตนะอีก
2. ฝึกการรับรู้สัมผัสทางอายตนะ ให้สามารถรู้ในสิ่งที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่าได้ คือ อภิญญา
3. ฝึกสมาธิให้ตั้งมั่นทำให้ใจมีกำลัง ทำให้สามารถกำหนดจิตเข้าไปรู้ในสิ่งต่างๆได้

เป็นแนวนี้ใช่ไหมครับ พอจะได้คลองได้ทิศทางเดินแล้ว ขอบพระคุณครับ ถ้าผมเข้าใจผิดก็ขอรบกวนแนะนำเพิ่มเติมด้วยนะครับท่านเอกอน Kiss Kiss Kiss พร้อมขอวิธีพื้นฐานให้มั่งก็ดีครับ อิอิ :b15: :b15: :b15:

.....................................................
(จิตรู้สมมติ เป็นสมุทัย)
(ผลอันเกิดจากจิตรู้สมมติ เป็นทุกข์)
(จิตเห็นจริงต่างหากจากสมมติ เป็นมรรค)
(ผลอันเกิดจากจิตเห็นจริงต่างหากจากสมมติ เป็นนิโรธ)


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 15 พ.ย. 2018, 12:04 
 
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 11 ต.ค. 2010, 12:11
โพสต์: 4979


 ข้อมูลส่วนตัว


แค่อากาศ เขียน:
สาธุ สาธุ สาธุ ครับ

ขอบพระคุณที่แนะแนวทางให้ครับ
สรุปที่ผมเข้าใจนะครับตามที่ท่านเอกอนสอนแก่ผม ไม่รู้ว่าถูกไหม

1. ไม่เอาใจเข้ายึดครองอายตนะ คือ ตัดจิตจากอายตนะให้ได้ จิตก็เป็นอิสระจากอายตนะพื้นฐาน(คือที่รู้ด้วยกาย) เพราะไม่ยึดอายตนะอีก
2. ฝึกการรับรู้สัมผัสทางอายตนะ ให้สามารถรู้ในสิ่งที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่าได้ คือ อภิญญา
3. ฝึกสมาธิให้ตั้งมั่นทำให้ใจมีกำลัง ทำให้สามารถกำหนดจิตเข้าไปรู้ในสิ่งต่างๆได้

เป็นแนวนี้ใช่ไหมครับ พอจะได้คลองได้ทิศทางเดินแล้ว ขอบพระคุณครับ ถ้าผมเข้าใจผิดก็ขอรบกวนแนะนำเพิ่มเติมด้วยนะครับท่านเอกอน Kiss Kiss Kiss พร้อมขอวิธีพื้นฐานให้มั่งก็ดีครับ อิอิ :b15: :b15: :b15:


ครืออออ... :b32: :b32: :b32:

ป่านนั้นเลยเหร๋อ

ครือออออ เรื่องมันยาวนะ
แต่ขอบอกว่าความเข้าใจนี้เป็นข้อสันนิษฐานนะ

เพราะ การนำข้อเท็จจริงมากล่าวนี่ ยากมากกกกกกส์

ถ้าเป็นยุคก่อน ๆ คงจะมีคนกล่าวฟันธงได้อย่าง โช๊ะ โช๊ะ โช๊ะ

แต่พอมาเป็นยุคนี้ มันหลงเหลือเพียงแค่ควันจาง ๆ น่ะ ...

:b1:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 15 พ.ย. 2018, 12:54 
 
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 7
สมาชิก ระดับ 7
ลงทะเบียนเมื่อ: 14 ต.ค. 2018, 00:52
โพสต์: 511

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


eragon_joe เขียน:
แค่อากาศ เขียน:
สาธุ สาธุ สาธุ ครับ

ขอบพระคุณที่แนะแนวทางให้ครับ
สรุปที่ผมเข้าใจนะครับตามที่ท่านเอกอนสอนแก่ผม ไม่รู้ว่าถูกไหม

1. ไม่เอาใจเข้ายึดครองอายตนะ คือ ตัดจิตจากอายตนะให้ได้ จิตก็เป็นอิสระจากอายตนะพื้นฐาน(คือที่รู้ด้วยกาย) เพราะไม่ยึดอายตนะอีก
2. ฝึกการรับรู้สัมผัสทางอายตนะ ให้สามารถรู้ในสิ่งที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่าได้ คือ อภิญญา
3. ฝึกสมาธิให้ตั้งมั่นทำให้ใจมีกำลัง ทำให้สามารถกำหนดจิตเข้าไปรู้ในสิ่งต่างๆได้

เป็นแนวนี้ใช่ไหมครับ พอจะได้คลองได้ทิศทางเดินแล้ว ขอบพระคุณครับ ถ้าผมเข้าใจผิดก็ขอรบกวนแนะนำเพิ่มเติมด้วยนะครับท่านเอกอน Kiss Kiss Kiss พร้อมขอวิธีพื้นฐานให้มั่งก็ดีครับ อิอิ :b15: :b15: :b15:


ครืออออ... :b32: :b32: :b32:

ป่านนั้นเลยเหร๋อ

ครือออออ เรื่องมันยาวนะ
แต่ขอบอกว่าความเข้าใจนี้เป็นข้อสันนิษฐานนะ

เพราะ การนำข้อเท็จจริงมากล่าวนี่ ยากมากกกกกกส์

ถ้าเป็นยุคก่อน ๆ คงจะมีคนกล่าวฟันธงได้อย่าง โช๊ะ โช๊ะ โช๊ะ

แต่พอมาเป็นยุคนี้ มันหลงเหลือเพียงแค่ควันจาง ๆ น่ะ ...

:b1:



อะไรผมก็เอาหมดครับ ขอแค่เป็นแนวทางให้คลำไปถึง อิอิ :b15: :b15: :b15:

เอาจิตทำ เอาจิตมอง ..คำนี้จะว่ากว้างก็กว้าง จะว่าแคบก็แคบสำหรับคนที่ถึงแล้ว เพราะการทำมันทำแค่นั้น แต่จะทำอย่างนั้นได้มันก็ต้องมีวิธีสะสมเหตุให้ไปถึงผลนั้น

เหมือนอยากไปเห็นอะไร ก็ฝึกสมาธิทำจิตให้นิ่ง สงบใจได้หน่อย กระทำไว้ในใจถึงสิ่งหนึ่งสิ่งใด สถานที่ใด บุคคลใดที่เราอยากไปเห็นำไปพบเจอ แล้วก็เอาใจมองไปด้วยกำหนดในสิ่งนั้น ใจตัดจากความรับรู้ทางกาย ไม่สนความรับรู้ทางกาย เพิกไปจำเพาะที่จิตนั้นทำอยู่เอาจิตไปเห็น

ประมาณนี้ไหมครับ ผมไม่ถึงเลยเดาไปแบบนี้ ตามที่เคยได้ยินเขาพูดกัน ถ้าผิดช่วยแนะนำเพิ่มเติมด้วยครับ เผยวิชาแบ่งปันผมสักนิดก็ได้ครับไม่ต้องเก็บไว้ให้มันไปกับเรา 555

Kiss Kiss Kiss นะ..นะ.. นะครับ..คนหล่อขอ..(คำนี้ยืมมาจากโจวซิงฉือ) Kiss Kiss Kiss

.....................................................
(จิตรู้สมมติ เป็นสมุทัย)
(ผลอันเกิดจากจิตรู้สมมติ เป็นทุกข์)
(จิตเห็นจริงต่างหากจากสมมติ เป็นมรรค)
(ผลอันเกิดจากจิตเห็นจริงต่างหากจากสมมติ เป็นนิโรธ)


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 15 พ.ย. 2018, 13:17 
 
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 11 ต.ค. 2010, 12:11
โพสต์: 4979


 ข้อมูลส่วนตัว


:b12:

คือ ตามที่เอกอนเฝ้าดู เฝ้าสังเกตลักษณะของการฝึก
อย่างเอกอนบางทีเอกอนก็ไม่คิดว่ามันเป็นการดีนะ ...
เพราะเอกอนเป็นคนที่เมื่อทำสมาธิ เอกอนไม่สามารถกำหนดอะไรได้ดั่งใจนะ
มีแต่จิตมันจะลากเอกอนไปให้ได้ดั่งใจมันนั่นล่ะ ...

มันจะไปเรื่อย ๆ ของมัน เพียงแต่เอกอนตามรู้มันไปเท่านั้น

โดยเริ่มแรกเอกอนก็ฝึกด้วยพุธโธ+ลมหายใจ
เมื่อกำหนดไป พุธโธหาย ทำความรู้ที่ลมหายใจที่ละเอียด
เมื่อลมหายใจหาย ความรู้สึกถึงหัวใจเต้นก็ปรากฏให้กำหนดรู้ที่นั่น

คือ อะไรหาย มันก็ต้องมีอะไรโผล่มาให้กำหนดรู้ ซึ่งเอกอนก็กระโดดตามมันไปเรื่อย ๆ
คือความละเอียดมากขึ้น มันจะมีสิ่งหนึ่งหายไป และสิ่งหนึ่งโผล่

เมื่อการรับรู้ถึงหัวใจเต้นค่อย ๆ จางลง มันก็เป็นการรับรู้อาการพะยาบๆแผ่ซ่านไปทั่วร่าง
ตามจังหวะการเต้นของหัวใจ

พออาการพะยาบหายไป มันก็เหมือนมีลูกกลม ๆ หมุนวนรอบแกนร่างกาย
ปรากฏจากบริเวณช่องท้องใต้สะดือ และมันก็ค่อย ๆ ไล่จุดขึ้นมา บริเวณอก
ลำคอ จมูก หน้าผาก กลางกระหม่อม มันไล่ขึ้นและไล่ลง

เมื่ออาการหยุด อาการรับรู้ก็มาอยู่บริเวณหว่างคิ้ว และเริ่มไล่สี

และมันก็มาหยุดอยู่ที่ช่องท้อง แล้วนิ่งอยู่ แล้วก็....

ซึ่งการเข้าไปกำหนดรู้ในแต่อย่าง มันก็จะรู้ไปด้วยว่า เป็นการรับรู้ลักษณะที่
อ่อน แข็ง ไหว ตึง แผ่ซ่าน หนัก เบา กระแส ฯลฯ

ตอนนั้น มันยากที่จะบอกแล้วว่า อายตนะที่เป็นกลไกในการรับรู้นั้นมีอะไรบ้าง
มันเป็นการอาศัยบางอย่างเพื่อรับรู้บางอย่าง

อย่างมือของเราประกอบด้วยธาตุดิน ธาตุน้ำ ธาตุลม ธาตุไฟ และการมีเส้นประสาทที่ช่วยในการรับรู้
เมื่อมือเราแตะเตารีดที่กำลังอุ่น ๆ เราจึงรู้

แต่ในระนาบที่ละเอียด เราเข้าไปเชื่อมการรับรู้เข้ากับอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่เรามีอยู่แล้วนั่นล่ะ

ซึ่ง ในการที่ตามองเห็นตัวหนังสือแล้วสื่อออกมาได้ ก็เพราะว่าจิตทำงานไว

ซึ่ง สำหรับอายตนะที่ละเอียด เมื่อเขาเริ่มมีการสร้างการเข้าไปรับรู้แล้ว จิตเขาก็ทำงานไวนั่นล่ะ

เพียงแต่ว่า จังหวะของ จิตกับของอายตนะ จะต้องมีจังหวะการเคลื่อนที่ที่ประสานกัน

เช่นว่า เหมือนเราเล่นกระโดดเชือก จังหวะเชือกที่หมุน กับจังหวะกระโดดต้องสอดคล้องกัน
กระบวนการนั้นถึงจะออกมาได้

...

บางครั้งเมื่อเข้าไปอยู่ในสมาธิ เวลาที่รับรู้อารมณ์ที่จะกำหนดรู้ได้ในนั้น
บางทีเอกอนรู้สึกได้ว่า เหมือนกับว่าเราไม่ได้ใช้องค์กรรมฐานเดียว
บางทีเป็นเข้ากสินนี้ แล้วออก แล้วไปเข้าอีกกสิน แล้วออก แล้วไปอีกกสิน
กสินแต่ละตัวจะมีคุณสมบัติไปจับลักษณะธาตุแต่ละอย่างออกมาได้
และเมื่อโคจรครบมันก็จะสะท้อนภาพที่เห็นนั้นออกมา จิตจะเข้าใจในสิ่งที่เข้ามาประกอบกัน

ให้ลองนึกง่าย ๆ เหมือนเครื่อง สแกนสมอง ที่เทคโนโลยีก็อาศัยลำแสง สแกนเข้าไป

ในเรื่องของการเห็นสิ่งที่อายตนะปกติเห็นไม่ได้ ก็เป็นลักษณะเดียวกัน

มันเป็นการอาศัยธาตุเพื่อเข้าไปรู้ธาตุ

ถ้าเราจะรู้ถึงดิน เราต้องอาศัยน้ำ
ถ้าเราอยากรู้ถึงลม เราต้องอาศัยไฟ
ถ้าเราอาศัยน้ำ เราจะรับรู้ถึง ดิน ลม ไฟ

ถ้าถามเรื่องจะฝึก พอพูดอย่างนี้กลายเป็นว่า นี่ผู้ปฏิบัติต้องไปฝึกกสินกันหลายตัวขนาดนั้นเหร๋อ

เอกอนว่า อย่าไปคิดว่าต้องฝึกเลย
เพราะ เรื่องบางเรื่อง เรายากที่จะรู้ว่าในอดีตใครได้สะสมอะไรมาอย่างไร

ซึ่งในการสันนิษฐานของเอกอน เอกอนก็ไม่รู้ว่าจะใช่หรือไม่
เพราะในภพภูมิ ชาติภพ ปัจจุบัน เอกอนไม่เคยฝึกอะไรมากมายก่ายกองอะไรอย่างนั้นหรอก
แต่ ธรรมชาติมันลากเราไปเอง โดยที่เอกอนก็ตามมันไปอย่างไม่ได้รู้เรื่องรู้ราวอะไร

มีบ้างที่เหมือนจะเข้าไปเห็นการปฏิบัติในอดีต
แต่ละซุ้ม(สาวก) ก็จะมีความถนัดต่างกัน แต่เขาฝึกกสินกันเป็นเรื่องปกติ
บางคนก็มีพื้นฐานการฝึกกสินมาอยู่แล้ว และสมัยนั้นมีผู้นำในการฝึกทำให้การฝึก
ทำให้การฝึกกสินส่วนใหญ่จะฝึกไปในทางชำระกสินให้บริสุทธิ ชำระความยึดมั่นในธาตุทั้งหมดน่ะ

แต่อาจารย์ในยุคนี้ เราไม่รู้ว่าเขาจะสอนนำไปให้ถึงขึ้นคลายความยึดติดในกสินธาตุได้รึเปล่า

นี่เป็นความเข้าใจแบบที่เอกอนเข้าใจนะ เข้าใจในแบบที่จิตมันลากไป
อย่าพึงคิดว่าใช่ เพราะเอกอนก็พิสูจน์อะไรไม่ได้นั่นล่ะ :b32:

แต่เอกอนก็เคยได้อ่านเห็น กูรูบางท่านที่เคยออกมาพูดเรื่องนี้
ท่านก็บอกประมาณว่า การจะไปเห็นโน่นนี่นั่นอะไรนั่นน่ะ
อย่างน้อยต้องฝึกกสิน อาจจะต้องมีความชำนาญถึง 3 กสิน

อันนี้ก็ไม่รู้นะ :b1:

ซึ่งเอกอนเองก็ไม่รู้อะไรจริง ๆ
เพียงแต่เท่าที่เห็น เท่าที่ประมวลได้จากที่เห็น เอกอนเข้าใจออกมาได้อย่างนี้

คำตอบโดยกลาง ๆ ที่สุดแล้วก็คือ
ถ้าจะฝึกอะไร คือเมื่อเราเริ่มฝึก มันก็เป็นการที่เราต้องตั้งต้นธาตุขึ้นมากำหนดรู้
และก็ต้องยึดอยู่กับมันเพื่อให้เล่นอยู่กับมันได้จนชำนาญ และที่สุดแล้วเราต้องไม่กลายเป็นสิ่งที่กำหนดรู้นั้น
นั่นก็คือ เราต้องทำลายองค์กำหนดรู้นั้น คือชำแหละมันออกให้เป็น กสินบริสุทธิ์
คือ เอกอนใช้คำว่า ต้องเดินไปให้ถึงการชำระองค์กสินให้บริสุทธิ์

:b1:


แก้ไขล่าสุดโดย eragon_joe เมื่อ 15 พ.ย. 2018, 14:19, แก้ไขแล้ว 2 ครั้ง.

โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 15 พ.ย. 2018, 13:30 
 
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 11 ต.ค. 2010, 12:11
โพสต์: 4979


 ข้อมูลส่วนตัว


แค่อากาศ เขียน:
เหมือนอยากไปเห็นอะไร ก็ฝึกสมาธิทำจิตให้นิ่ง สงบใจได้หน่อย กระทำไว้ในใจถึงสิ่งหนึ่งสิ่งใด สถานที่ใด บุคคลใดที่เราอยากไปเห็นำไปพบเจอ แล้วก็เอาใจมองไปด้วยกำหนดในสิ่งนั้น ใจตัดจากความรับรู้ทางกาย ไม่สนความรับรู้ทางกาย เพิกไปจำเพาะที่จิตนั้นทำอยู่เอาจิตไปเห็น

ประมาณนี้ไหมครับ ผมไม่ถึงเลยเดาไปแบบนี้ ตามที่เคยได้ยินเขาพูดกัน ถ้าผิดช่วยแนะนำเพิ่มเติมด้วยครับ เผยวิชาแบ่งปันผมสักนิดก็ได้ครับไม่ต้องเก็บไว้ให้มันไปกับเรา 555


:b32: :b32: :b32:

ใช่ ถ้าใครทำได้ เขาจะรู้ว่าเขาไม่ได้ไปรู้
เขาอาศัยเอาจิตเข้าไปอาศัยกสินบางตัวที่เขากำหนดขึ้น
ซึ่งบางทีเขาเรียก การจำลองกายทิิพย์ เพื่อที่จะอาศัยกายทิพย์เพื่อเข้าไปรู้

...

:b32:

แต่เอกอนก็ทำไม่ได้นะ คือ ไม่เคยตั้งใจทำได้น่ะ

เคยทำ ... อย่างไม่รู้ตัว ก็ทำได้ แต่ตอนนั้นยังไม่ได้ศึกษาธรรมและเรื่องสมาธิ
มันก็หลอนสิ่ เอกอนกลัวมาก ตกใจ กรูเป็นอะไรไป
ก็ปิดเป็นความลับตลอด เพราะกลัวว่าถ้าคนอื่นรู้ เอกอนอาจจะถูกจับไปออกงานวัดน่ะ :b32:
มันน่ากลัวสำหรับเอกอนมากว่าน่าลองเล่นน่ะ เลยไม่ได้พยายามจะทำอีกเลย
เอกอนกลัวทำไปแล้วไปเจอ พญานาค เดี๋ยวพญานาคพ่นไฟไส่ ... :b32:

ซึ่งจะทำได้มันต้องอาศัยความเพ่ง ความนิ่ง ความต่อเนื่อง ค่อนข้างมากอยู่น่ะ
คือเราต้องใส่องค์ประกอบเข้าไปเยอะอยู่น่ะ
ซึ่งตอนนั้นที่ทำได้เพราะ เผลอทำไปโดยไม่ได้ตั้งใจ เพราะไม่ได้คิดว่าผลมันจะออกมาเป็นอย่างนั้น
พอเจอผลออกมา ก็เข็ดแล้วเข็ดอีก ก็เข็ดเกินจะอยากให้มันเกิด :b32:

พอหลัง ๆ มาเริ่มศึกษา เริ่มนั่งสมาธิ ก็เลยเบา ๆ และเอกอนก็ไม่ค่อยซนนะ
การเห็นก็มีอยู่เรื่อย ๆ แต่ไม่ได้กำหนด มันผลุบๆโผล่ๆ มาเอง
เพราะเอกอนกำหนดให้มันเกิดทุกครั้งไม่ได้ ไม่ได้ฝึกมา มีแต่ฟลุ๊คมา
แต่มันจะมามันมาเอง :b14: :b14: :b14: :b32: :b9:


แก้ไขล่าสุดโดย eragon_joe เมื่อ 15 พ.ย. 2018, 13:53, แก้ไขแล้ว 1 ครั้ง

โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 15 พ.ย. 2018, 13:53 
 
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 7
สมาชิก ระดับ 7
ลงทะเบียนเมื่อ: 14 ต.ค. 2018, 00:52
โพสต์: 511

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


สาธุ สาธุ สาธุ แสดงว่าของเก่าสะสมมาดีแล้ว

Kiss Kiss Kiss แต่ผมคงไม่มีของเก่า อยากได้อันนี้แต่ไปโน่นไปอีกอย่าง 5555 บุญเก่าน้อย บารมีไม่มี ของเก่าไม่เคยสะสม คงสะสมมาเฉพาะความหล่อกระมังครับ 555 ชาตินี้เลยหล่อถ้าผมไปร้องเพลงนี้แข่งกับ BNK48 ได้เลยนะครับ 555 :b17: :b17: :b17: ขำๆครับ

.....................................................
(จิตรู้สมมติ เป็นสมุทัย)
(ผลอันเกิดจากจิตรู้สมมติ เป็นทุกข์)
(จิตเห็นจริงต่างหากจากสมมติ เป็นมรรค)
(ผลอันเกิดจากจิตเห็นจริงต่างหากจากสมมติ เป็นนิโรธ)


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 15 พ.ย. 2018, 14:23 
 
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 11 ต.ค. 2010, 12:11
โพสต์: 4979


 ข้อมูลส่วนตัว


แค่อากาศ เขียน:
สาธุ สาธุ สาธุ แสดงว่าของเก่าสะสมมาดีแล้ว

Kiss Kiss Kiss แต่ผมคงไม่มีของเก่า อยากได้อันนี้แต่ไปโน่นไปอีกอย่าง 5555 บุญเก่าน้อย บารมีไม่มี ของเก่าไม่เคยสะสม คงสะสมมาเฉพาะความหล่อกระมังครับ 555 ชาตินี้เลยหล่อถ้าผมไปร้องเพลงนี้แข่งกับ BNK48 ได้เลยนะครับ 555 :b17: :b17: :b17: ขำๆครับ


:b1: ... ความหล่อก็พอแล้ววววว

:b32: :b32: :b32:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 15 พ.ย. 2018, 14:30 
 
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 11 ต.ค. 2010, 12:11
โพสต์: 4979


 ข้อมูลส่วนตัว


ถ้าหากจะพิจารณาเห็นภาพร่างของการเห็นในแบบละเอียด

เช่น พวกที่ฝึก ชี่กง น่ะ

พวกที่สัมผัสพลังชี่ได้ ซึ่งเป็นส่ิงที่ตามองไม่เห็น เป็นต้น

เป็นวิชาที่เห็นได้ในยุคปัจจุบัน

เป็นการฝึกที่ไม่ยาก แต่ก็ไม่ง่ายกับการที่จะเข้าถึงธรรมชาติ

ที่คนหนึ่ง (หมอ) จะเข้าไปรับรู้ และรักษาอาการของคนไข้ได้ด้วยอาศัยพลังชี่

:b1:

เรื่องที่คนทั่วไปมองว่ามันเป็นเรื่องแปลก
แท้จริงแล้วมันเป็นเรื่องที่ธรรมดามาก
แท้จริงแล้วมันเป็นเรื่องของการคืนสู่สามัญ คืนสู่ธรรมชาติ

เพียงแต่คนปกติที่ทำไม่ได้ เพราะเขามีทิฐิที่ออกห่างจากสามัญ
ทำให้ไม่รู้จักธรรมชาติอย่างที่มันเป็นอย่างแท้จริง

:b1:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 15 พ.ย. 2018, 14:59 
 
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 7
สมาชิก ระดับ 7
ลงทะเบียนเมื่อ: 14 ต.ค. 2018, 00:52
โพสต์: 511

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


Kiss Kiss Kiss สาธุ สาธุ สาธุ อยากได้อะ

.....................................................
(จิตรู้สมมติ เป็นสมุทัย)
(ผลอันเกิดจากจิตรู้สมมติ เป็นทุกข์)
(จิตเห็นจริงต่างหากจากสมมติ เป็นมรรค)
(ผลอันเกิดจากจิตเห็นจริงต่างหากจากสมมติ เป็นนิโรธ)


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 15 พ.ย. 2018, 15:11 
 
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 11 ต.ค. 2010, 12:11
โพสต์: 4979


 ข้อมูลส่วนตัว


แค่อากาศ เขียน:
เอาจิตทำ เอาจิตมอง


จริง ๆ คำนี้จะเป็นคำที่ผู้ที่ทำจนเชี่ยวแล้วใช้น่ะ

เพราะเขาสรุปมาเลย คือ เมื่อเราจะมองอะไร
ก็ใช้จิตกำหนดนั่นล่ะ และจิตเขาจะทำงานนั้น ๆ ออกมาให้เอง

แต่การที่จิตจะทำงานตามคำสั่งได้อย่างทรงประสิทธิภาพขนาดนั้น
ก็ต้องฝึกน่ะ

:b1:


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 356 โพสต์ ]  ไปที่หน้า ย้อนกลับ  1, 2, 3, 4, 5, 6, 7 ... 24  ต่อไป

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 13 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร