วันเวลาปัจจุบัน 26 ต.ค. 2020, 00:46  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง




กลับไปยังกระทู้  [ 356 โพสต์ ]  ไปที่หน้า ย้อนกลับ  1 ... 4, 5, 6, 7, 8, 9, 10 ... 24  ต่อไป  Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 02 ธ.ค. 2018, 19:40 
 
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 11 ต.ค. 2010, 12:11
โพสต์: 4985


 ข้อมูลส่วนตัว


วิริยะ เขียน:
แค่อากาศ เขียน:
มาสนทนากันเล่นให้เจริญใจกันครับ :b8: :b8: :b8:

1. ศีล เกี่ยวข้องอะไรกับพรหมวิหาร ๔ ทำไมแค่เมตตาจึงยังไม่ครบพร้อม

.. เมตตากับศีลเป็นอันเดียวกัน คือความไม่เบียดเบียนตนและผู้อื่น ข้ออื่นขอผ่านครับ ..
eragon_joe เขียน:
และ เพื่อน ตั๊บแก่ ของเอกอน สงสัยจะยังหนาวอยู่
ไม่รู้จะขี้อายไปถึงไหน ... :b32:

grin grin smiley


:b13: เรียกหน่อยเดียว ย๊อนเยยเหย๋ออออ :b13:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 02 ธ.ค. 2018, 19:44 
 
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 11 ต.ค. 2010, 12:11
โพสต์: 4985


 ข้อมูลส่วนตัว


ส่วน 3-4-5-6 มันเป็นเรืองเกี่ยวกับ ขันธ์ เป็นเรื่องของ รูป-นาม ทั้งหมดน่ะ

เป็นภูมิวิปัสนาโดยหัวข้อของธรรมอยู่แล้ว
เป็นการพิจารณาให้เห็นธรรมอันเป็นไปใน รูปและนาม
เพื่อให้จิตเห็นกาย จิตเห็นเวทนา จิตเห็นจิต จิตเห็นธรรม

:b1:

แบบสั้น ๆ นี่แหละ
ตามเทรนด์ หน้าหนาวสาวนุ่งสั้น ... :b32:


แก้ไขล่าสุดโดย eragon_joe เมื่อ 02 ธ.ค. 2018, 19:59, แก้ไขแล้ว 1 ครั้ง

โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 02 ธ.ค. 2018, 19:59 
 
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 11 ต.ค. 2010, 12:11
โพสต์: 4985


 ข้อมูลส่วนตัว


แค่อากาศ เขียน:
มาสนทนากันเล่นให้เจริญใจกันครับ :b8: :b8: :b8:

7. สติปัฏฐาน ๔ มีในโพชฌงค์ ๗ ยังไง

rolleyes rolleyes rolleyes tongue tongue tongue


เป็นธรรมที่ว่างจากการตรึกแล้ว

เป็นธรรมที่ไม่เป็นภาระของจิตแล้ว

จิตเป็นธรรมที่ไม่มีความติดขัด คับข้องแล้ว จิตทรงตัวอยู่

จิตเป็นธรรมชาติที่มีความกระจ่างแจ้งในธรรมเหล่านั้นแล้ว จิตทรงตัวอยู่

เป็นลักษณะ - ปัญญินทรียเจตสิก

:b1:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 02 ธ.ค. 2018, 20:19 
 
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 11 ต.ค. 2010, 12:11
โพสต์: 4985


 ข้อมูลส่วนตัว


พระสูตรนี้เป็นพระสูตรที่ :b20: นัยยะแจ่มมาก

Quote Tipitaka:
๓. มหาเวทัลลสูตร
การสนทนาธรรมที่ทำให้เกิดปีติ
[๔๙๓] ข้าพเจ้าได้สดับมาแล้วอย่างนี้:-
สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ที่พระวิหารเชตวัน อารามของท่านอนาถบิณฑิก-
*เศรษฐีเขตพระนครสาวัตถี. ครั้งนั้นเวลาเย็น ท่านพระมหาโกฏฐิกะออกจากที่หลีกเร้นแล้ว
จึงเข้าไปหาท่านพระสารีบุตรถึงที่อยู่ ได้ทักทายปราศรัยกับท่านพระสารีบุตร ครั้นผ่านการทักทาย
ปราศรัย พอให้ระลึกถึงกันแล้ว จึงนั่งอยู่ ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่ง.
เรื่องปัญญากับวิญญาณ
[๔๙๔] ท่านพระมหาโกฏฐิกะครั้นนั่งเรียบร้อยแล้ว จึงถามท่านพระสารีบุตรว่าดูกร
ท่านผู้มีอายุ พระผู้มีพระภาคตรัสว่า บุคคลมีปัญญาทรามๆ ดังนี้ ด้วยเหตุเพียงไรหนอ จึง
ตรัสว่า บุคคลมีปัญญาทราม?
ท่านพระสารีบุตรตอบว่า ท่านผู้มีอายุ บุคคลไม่รู้ชัดๆ เพราะฉะนั้น พระผู้มีพระภาค
จึงตรัสว่า เป็นบุคคลมีปัญญาทราม ไม่รู้ชัดอะไร ไม่รู้ชัดว่านี้ทุกข์ นี้ทุกขสมุทัย นี้ทุกขนิโรธ
นี้ทุกขนิโรธคามินีปฏิปทา บุคคลไม่รู้ชัดๆ เพราะฉะนั้น จึงตรัสว่า บุคคลมีปัญญาทราม.
ท่านพระมหาโกฏฐิกะ ยินดี อนุโมทนาภาษิต ของท่านพระสารีบุตรว่า ถูกละ ท่านผู้มี
อายุ ดังนี้แล้ว ได้ถามปัญหาต่อไปว่า ดูกรท่านผู้มีอายุ พระผู้มีพระภาคตรัสว่า บุคคลมีปัญญาๆ
ดังนี้ ด้วยเหตุเพียงไรหนอ จึงตรัสว่าบุคคลมีปัญญา?
สา. ดูกรท่านผู้มีอายุ บุคคลรู้ชัดๆ เพราะฉะนั้น พระผู้มีพระภาคจึงตรัสว่า เป็นบุคคล
มีปัญญา รู้ชัดอะไร รู้ชัดว่า นี้ทุกข์ นี้ทุกขสมุทัย นี้ทุกขนิโรธ นี้ทุกขนิโรธคามินีปฏิปทา เพราะ
ฉะนั้น จึงตรัสว่า บุคคลมีปัญญา.
ก. ดูกรท่านผู้มีอายุ พระผู้มีพระภาคตรัสว่า วิญญาณๆ ดังนี้ ด้วยเหตุเพียงไรหนอ
จึงตรัสว่า วิญญาณ?
สา. ธรรมชาติที่รู้แจ้งๆ เพราะฉะนั้น พระผู้มีพระภาค จึงตรัสว่าวิญญาณ รู้แจ้งอะไร
รู้แจ้งว่า นี้สุข นี้ทุกข์ นี้มิใช่ทุกข์ มิใช่สุข ธรรมชาติย่อมรู้แจ้งๆ เพราะฉะนั้น จึงตรัสว่า
วิญญาณ.
ก. ปัญญาและวิญญาณ ธรรม ๒ ประการนี้ ปะปนกัน หรือแยกจากกันท่านผู้มีอายุ
อาจแยกออกแล้ว บัญญัติหน้าที่อันต่างกันได้หรือไม่?
สา. ปัญญาและวิญญาณ ธรรม ๒ ประการนี้ ปะปนกัน ไม่แยกจากกัน ผมไม่อาจแยก
ออกแล้ว บัญญัติหน้าที่อันต่างกันได้ เพราะปัญญารู้ชัดสิ่งใด วิญญาณก็รู้แจ้งสิ่งนั้น วิญญาณ
รู้แจ้งสิ่งใด ปัญญาก็รู้ชัดสิ่งนั้น ฉะนั้น ธรรม ๒ ประการนี้ จึงปะปนกัน ไม่แยกจากกัน ผมไม่
อาจแยกออกแล้ว บัญญัติหน้าที่อันต่างกันได้.
ก. ปัญญาและวิญญาณ ธรรม ๒ ประการนี้ ปะปนกัน ไม่แยกจากกัน แต่มีกิจที่จะพึง
ทำต่างกันบ้างหรือไม่?
สา. ปัญญาและวิญญาณ ธรรม ๒ ประการนี้ ปะปนกัน ไม่แยกจากกัน แต่ปัญญาควร
เจริญ วิญญาณควรกำหนดรู้ นี่เป็นกิจที่จะพึงทำต่างกันแห่งธรรม ๒ ประการนี้.
เรื่องเวทนาสัญญาและวิญญาณ
[๔๙๕] ก. ดูกรท่านผู้มีอายุ พระผู้มีพระภาคตรัสว่า เวทนาๆ ดังนี้ ด้วยเหตุเพียงไร
หนอ จึงตรัสว่า เวทนา?
สา. ดูกรท่านผู้มีอายุ ธรรมชาติที่รู้ๆ เพราะฉะนั้น พระผู้มีพระภาคจึงตรัสว่า เวทนา
รู้อะไร รู้สุขบ้าง รู้ทุกข์บ้าง รู้สิ่งที่มิใช่ทุกข์มิใช่สุขบ้าง ธรรมชาติย่อมรู้ๆ ฉะนั้น จึงตรัสว่า
เวทนา.
ก. ดูกรท่านผู้มีอายุ พระผู้มีพระภาคตรัสว่า สัญญาๆ ดังนี้ ด้วยเหตุเพียงไรหนอ
จึงตรัสว่า สัญญา?
สา. ธรรมชาติที่จำๆ ฉะนั้น พระผู้มีพระภาค จึงตรัสว่า สัญญา จำอะไร จำสีเขียว
บ้าง จำสีเหลืองบ้าง จำสีแดงบ้าง จำสีขาวบ้าง ธรรมชาติย่อมจำๆ ฉะนั้น จึงตรัสว่า สัญญา
ก. เวทนา สัญญา และวิญญาณ ธรรม ๓ ประการนี้ ปะปนกัน หรือแยกจากกัน
ท่านผู้มีอายุ อาจแยกออกแล้ว บัญญัติหน้าที่อันต่างกันได้หรือไม่?
สา. เวทนา สัญญา และวิญญาณ ธรรม ๓ ประการนี้ ปะปนกัน ไม่แยกจากกัน
ผมไม่อาจแยกออกแล้ว บัญญัติหน้าที่อันต่างกันได้ เพราะเวทนารู้สิ่งใด สัญญาก็จำสิ่งนั้น
สัญญาจำสิ่งใด วิญญาณก็รู้แจ้งสิ่งนั้น ฉะนั้น ธรรม ๓ ประการนี้ จึงปะปนกัน ไม่แยกจากกัน
ผมไม่อาจแยกออกแล้ว บัญญัติหน้าที่อันต่างกันได้.
[๔๙๖] ก. ดูกรท่านผู้มีอายุ พระโยคาวจรมีมโนวิญญาณ (จิตอันสัมปยุตด้วยรูปาวจร-
*ฌานที่ ๔) อันสละแล้ว อันบริสุทธิ์จากอินทรีย์ ๕ พึงรู้สิ่งอะไร?
สา. ดูกรท่านผู้มีอายุ พระโยคาวจรมีมโนวิญญาณอันสละแล้ว อันบริสุทธิ์จากอินทรีย์ ๕
พึงรู้อากาสานัญจายตนฌานว่า อากาศหาที่สุดมิได้ พึงรู้วิญญาณัญจายตนฌานว่า วิญญาณหาที่สุด
มิได้ พึงรู้อากิญจัญญายตนฌานว่า น้อยหนึ่งมิได้มี.


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 02 ธ.ค. 2018, 20:46 
 
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 11 ต.ค. 2010, 12:11
โพสต์: 4985


 ข้อมูลส่วนตัว


ซึ่งพระสูตรข้างต้น ผู้ที่สนทนากันคือ พระอรหันต์ทั้งคู่
สิ่งที่ท่านสนทนาก็ประมาณว่า
ท่านเดินเข้าไปในป่า ต่างกรรม ต่างวาระกัน
ท่านไปเห็นต้นไม้ชนิดหนึ่งในป่า

เมื่อท่านออกมา ท่านก็เอามาทวนถามกันว่า ต้นไม้นั้น นั่น นั่น นั่น นั่น ใช่มั๊ยท่าน

นั่นเป็นการทวนความเห็นกันว่า อืมมม์ ว่าเห็นตรงกันนะ ไม่ได้ตาฝาด ตาเพี้ยนไปใช่มั๊ย

ซึ่งท่าน แทงเข้าหาสิ่งที่เกิดประกอบคู่กับวิญญาณ

พระสูตรนี้จึงมีการเปรียบเทียบ เทียบเคียง
"เรื่องปัญญากับวิญญาณ" และ "เรื่องเวทนาสัญญาและวิญญาณ"

ซึ่ง ประเด็น 2 หัวข้อนี้ คนที่เขาเดินสายสติปัฏฐาน จะรู้ว่า
เป็นการเห็นเนื่องจากการทำซึ่ง เวทนานุปัสสนา-จิตตานุปัสสนา-ธรรมมานุปัสสนา

ซึ่งจิตจะมีการเปลี่ยนพฤติกรรม
ในช่วงกายานุปัสสนา สัญญาเข้ามามีบทบาทเยอะ จิตจะวิ่งเข้าไปในขันธ์ทั้ง 5
แต่เมื่อเข้าสู่เวทนาฯ สิ่งที่ปรากฏให้จิตพิจารณาก็จะเปลี่ยนแปลงไป
เนื่องจากการเพ่ง และสิ่งที่ถูกเพ่งพิจารณาเปลี่ยนไป จิตเข้าไปตั้งในขันธ์ 4 ขันธ์ที่เหลือโดยมาก
และลดลงเหลือ 3 ขันธ์บ้าง 2 ขันธ์บ้าง
ถ้าหนาวหน่อย อาบน้ำขันเดียวก็พอ :b32:

มันก็เปลี่ยนไปตามกฏไตรลักษณ์ นั่นล่ะ ...

:b12:


แก้ไขล่าสุดโดย eragon_joe เมื่อ 02 ธ.ค. 2018, 22:32, แก้ไขแล้ว 1 ครั้ง

โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 02 ธ.ค. 2018, 21:00 
 
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 11 ต.ค. 2010, 12:11
โพสต์: 4985


 ข้อมูลส่วนตัว


eragon_joe เขียน:
แค่อากาศ เขียน:

กำหนดรู้ไปจนกว้างใหญ่แค่ไหน ก็จะยังคงเห็นตน กับ สรรพสิ่ง

คือมันยังมี 2 สิ่ง ยังมีสรรพสิ่ง และ ตนที่เห็นสรรพสิ่ง

พรหมวิหารจะส่งไปสุดทางก่อนที่จะถึงความเป็น หนึ่งเดียว

พรหมวิหาร ๑) กรุณาเจตสิก ๒) มุทิตาเจตสิก
จึงเป็น อัปปมัญญาเจตสิก (โสภณเจตสิก)

โสภณเจตสิกทุกตัวเป็นองค์ประกอบเพื่อให้จิตเกิดรูปพลังงานที่จะนำไปสู่ ...

:b1:

ที่ว่า ส่งไปจนสุดทางน่ะ

คือเพราะ กฏไตรลักษณ์ เป็นเช่นนั้น

ในโลกทางวัตถุที่ชาวโลกเข้าใจ เมื่อเราถือหนังสือชูขึ้นเหนือหัวเอาไว้
ยังไงมันก็ต้องเมื่อย ก็ต้องหย่อนแขนลง
ยังไงมันก็ต้องหนัก ก็ต้องวางหนังสือลง

ในธรรมที่ละเอียด แม้สิ่งที่เบามันก็มีความหนัก เพราะมันมีสิ่งที่เบากว่า
เป็นแรงกระทำต่อกันอยู่

เมื่อจิตจับแรงกระทำและจดจ่ออยู่ตรงผัสสะที่กระทำอยู่ตรงนั้นได้
เขาจะ ทำในสิ่งที่เขาเป็นเองนั่นล่ะ

ธรรมชาติเขาเป็นอย่างนั้น เป็นไปตาม กฏไตรลักษณ์ นั่นล่ะ

:b1:


แก้ไขล่าสุดโดย eragon_joe เมื่อ 02 ธ.ค. 2018, 22:10, แก้ไขแล้ว 1 ครั้ง

โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 02 ธ.ค. 2018, 21:59 
 
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 11 ต.ค. 2010, 12:11
โพสต์: 4985


 ข้อมูลส่วนตัว


ซึ่งจริง ๆ เมื่อปฏิบัติไปเรื่อย ๆ การสื่อสารให้เข้าใจกันระหว่างจิตกับผู้ครอบครองจิต
เป็นเรื่องที่ต้องเจริญไปพร้อม ๆ กัน

จิตเขาไม่ได้สื่อสารกับผู้ครอบครองแบบเหมือนการเรียนการสอนทางโลก
ที่เขามีภาษาทางโลกของเขา

ส่วนจิตเขาจะใช้เครื่องมือในการสื่อสารเพื่อให้ผู้ครอบครองเข้าใจผ่านทางอุปกรณ์ที่เขาเข้าถึง
ซึ่งก็คือขันธ์ที่มี ที่เชื่อมต่อกันอยู่
ซึ่งการสื่อสารจะออกมาในรูปแบบ นิมิต
นิมิตจะสะท้อนองค์ประกอบของจิตออกมา (เจตสิก)

เมื่อนิมิตปรากฏ ก็ อิทัปปัจจยตา-ปฏิจจสมุปบาท

จำตำราได้ ไม่ได้หมายความว่าจะเข้าไปเดินป่าได้

ถึงคู ก็ตกคู
ถึงคลอง ก็จมคลอง
เจอตะเข้ ตะเข้ก็งาบ :b32:

จิตต้องเข้าไปท่องในโลกภายใน ศึกษาโลกภายใน
และจิตจะต้องเป็นผู้เลือกกระบวนท่าในการเดินป่าเอง ด้วยประสบการณ์
และอาวุธ ความแพรวพราวของเขาที่มี

จิตต้องเข้าไปสร้างเสริมประสบการณ์มากพอ
เหมือนกับเล่นเกม Resident Evil เล่นครั้งแรกก็ตายตั้งแต่ 2 นาทีแรกนั่นล่ะ
ด้วยหลายปัจจัย ยังไม่คุ้นกับปุ่ม ยังไม่คุ้นกับฉาก ยังไม่คุ้นกับแผ่นที่
แต่พอเข้าไปรอบ 2 ก็กระเถิบไปได้อีกหน่อย :b32:
ตายก็กลับมาเริ่มใหม่

ถ้าจิตแพรวพราวไปด้วยกิเลสเป็นอุปนิสัย ก็ :b13:
แต่ถ้าจิตแพรวพราวไปด้วยการสละคืนเป็นอุปนิสัย ก็ :b13:
สิ่งที่ปรากฏจะต่างกัน

เอกอนเคยนะ
นั่งสมาธิอยู่ แล้วพี่ชายตะโกนเรียก แล้วเอกอนก็ลุกไป
ก็ลุกไปแบบรู้สึกเหมือนปกตินะ
พอไปออกไปได้ประมาณ 5 เมตร
ก็เหมือนถูกดึงกลับมานั่งที่เดิม
และเอกอนก็ลุกไปอีก พอไปถึงที่เดิม ก็ถูกดึงกลับมานั่งที่เดิม
เป็นอยู่ 3 รอบ จนความรู้สึกแผ่ซ่านกลับคืนสู่สภาพรู้สึกทางกาย
คราวนี้ลุกไปได้จริง ๆ แล้ว 555
และความซวยก็มาเยือน เนื่องจากออกจากสมาธิเร็วเกินไป
ธาตุไฟดับ ตัวเอกอนก็เย็นลง และเขียว เลือดลมไม่โคจร
พี่ชายชวนเดินไปซื้อเป๊ปซีที่ร้านค้า :b32:
ด้วยความมึดพี่ชายก็ไม่เห็นความผิดปกติของเอกอน
คือ มือมันเย็น สีเขียวคล้ำเริ่มปรากฏ และเหี่ยว เหมือนคนเล่นน้ำนาน ๆ
พอกลับมาถึงบ้านเอกอนก็รีบเข้าห้อง มุดผ้าห่ม
:b32: :b32: :b32: คิดในใจ กรูไม่รอดแน่คราวนี้ ถ้าแก้ไม่ได้ตายแน่

ในร่างกายคนจะมีจุดที่เป็นที่ให้กำเนิดธาตุไฟ
แต่ตอนนั้นเหมือนหัวเทียนมันบอด แชะ แชะ แชะ แชะ จุดไม่ติดเลย

ก็เลยนอนมุดผ้าห่มทำใจ :b32: ถ้าแก้ไม่ได้พรุ่งนี้พี่ชายคงเห็นศพ :b32:
ซึ่งพอนอนทำใจไปเรื่อย ๆ และแล้ว
ไฟประกายแรกที่รับรู้ เป็นจุดที่เกิดลึกเข้าไปในบริเวณช่องท้อง
แค่นั้น ความอุ่นก็ค่อย ๆ แผ่กระจายออกจากจุดนั้น
และธาตุลมเริ่มเคลื่อน เริ่มรู้สึกถึงการไหลเวียนของธาตุ
และก็คืนสู่สภาพปกติ

และเอกอนก็หลับไปตามปกติ

ตื่นขึ้นมาตอนเช้า :b32: เจอหน้าพี่ชาย
ก็ไม่ได้เล่าให้ใครฟัง เจอหน้าพี่ชาย ก็นึกในใจแบบ ขำขำ กรูเข็ดชิ้หายยย

:b32: :b32: :b32:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 03 ธ.ค. 2018, 09:22 
 
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 7
สมาชิก ระดับ 7
ลงทะเบียนเมื่อ: 14 ต.ค. 2018, 00:52
โพสต์: 511

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


Kiss Kiss Kiss Kiss

สาธุ สาธุ สาธุ ครับท่านเอกอน ดีแล้วครับ ต้องทำจึงจะเห็น ท่องจำเอามันไม่รู็
เหมือนคนเดินทางจริง กับคนดูกูเกิลเอิร์ท ย่อใเห้นต่างกันแน่นอน

:b8: :b8: :b8:

ศีลกับพรหมวิหาร ๔ เมตตาที่ท่านวิริยะกล่าวมาดีแล้วงามแล้วครับ

ว่าด้วยพลังงานตรงนี้ชอบนะครับ ผมอะชอบดูหนังเลยนึกไปถึงกล้องที่ส่องดูคลื่นความร้อนของสหรัฐในหนัง เวลาแผ่ไปมันจับไปอย่างนั้น :b12: :b12: :b12:

พระสูตรก็แจ้งใจดีครับ อวิชชา อริยะสัจ ๔ ตัวรู้ จิตสังขาร อรูป

.....................................................
(จิตรู้สมมติ เป็นสมุทัย)
(ผลอันเกิดจากจิตรู้สมมติ เป็นทุกข์)
(จิตเห็นจริงต่างหากจากสมมติ เป็นมรรค)
(ผลอันเกิดจากจิตเห็นจริงต่างหากจากสมมติ เป็นนิโรธ)


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 03 ธ.ค. 2018, 09:58 
 
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 7
สมาชิก ระดับ 7
ลงทะเบียนเมื่อ: 14 ต.ค. 2018, 00:52
โพสต์: 511

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


แค่อากาศ เขียน:
กรณา ความสงเคราะห์ นี้เราให้แก่ศีลได้ยังไงบ้างครับ
มุทิตา ความยินดี ความอิ่มใจ คงไว้ได้อยู่นี้ เราให้แก่ศีลยังไงบ้างครับ
อุเบกขา คสามไม่ยินดียินร้าย ว่าด้วยกรรม เราให้เแก่ศีลยังไงบ้างครับ



กรณา ความสงเคราะห์ นี้เราให้แก่ศีลได้ยังไงบ้างครับ
มุทิตา ความยินดี ความอิ่มใจ คงไว้ได้อยู่นี้ เราให้แก่ศีลยังไงบ้างครับ
อุเบกขา คสามไม่ยินดียินร้าย ว่าด้วยกรรม เราให้เแก่ศีลยังไงบ้างครับ

ขอความรู้ด้วยครับ

.....................................................
(จิตรู้สมมติ เป็นสมุทัย)
(ผลอันเกิดจากจิตรู้สมมติ เป็นทุกข์)
(จิตเห็นจริงต่างหากจากสมมติ เป็นมรรค)
(ผลอันเกิดจากจิตเห็นจริงต่างหากจากสมมติ เป็นนิโรธ)


แก้ไขล่าสุดโดย แค่อากาศ เมื่อ 03 ธ.ค. 2018, 10:05, แก้ไขแล้ว 2 ครั้ง.

โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 03 ธ.ค. 2018, 09:59 
 
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 7
สมาชิก ระดับ 7
ลงทะเบียนเมื่อ: 14 ต.ค. 2018, 00:52
โพสต์: 511

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


eragon_joe เขียน:
แค่อากาศ เขียน:
มาสนทนากันเล่นให้เจริญใจกันครับ :b8: :b8: :b8:

7. สติปัฏฐาน ๔ มีในโพชฌงค์ ๗ ยังไง

rolleyes rolleyes rolleyes tongue tongue tongue


เป็นธรรมที่ว่างจากการตรึกแล้ว

เป็นธรรมที่ไม่เป็นภาระของจิตแล้ว

จิตเป็นธรรมที่ไม่มีความติดขัด คับข้องแล้ว จิตทรงตัวอยู่

จิตเป็นธรรมชาติที่มีความกระจ่างแจ้งในธรรมเหล่านั้นแล้ว จิตทรงตัวอยู่

เป็นลักษณะ - ปัญญินทรียเจตสิก

:b1:


ชอบอันนี้ด้วยครับ การเปลื้องจิต tongue tongue tongue

.....................................................
(จิตรู้สมมติ เป็นสมุทัย)
(ผลอันเกิดจากจิตรู้สมมติ เป็นทุกข์)
(จิตเห็นจริงต่างหากจากสมมติ เป็นมรรค)
(ผลอันเกิดจากจิตเห็นจริงต่างหากจากสมมติ เป็นนิโรธ)


แก้ไขล่าสุดโดย แค่อากาศ เมื่อ 03 ธ.ค. 2018, 10:10, แก้ไขแล้ว 1 ครั้ง

โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 03 ธ.ค. 2018, 10:02 
 
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 7
สมาชิก ระดับ 7
ลงทะเบียนเมื่อ: 14 ต.ค. 2018, 00:52
โพสต์: 511

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


วิริยะ เขียน:
แค่อากาศ เขียน:
มาสนทนากันเล่นให้เจริญใจกันครับ :b8: :b8: :b8:

1. ศีล เกี่ยวข้องอะไรกับพรหมวิหาร ๔ ทำไมแค่เมตตาจึงยังไม่ครบพร้อม

.. เมตตากับศีลเป็นอันเดียวกัน คือความไม่เบียดเบียนตนและผู้อื่น ข้ออื่นขอผ่านครับ ..
eragon_joe เขียน:
และ เพื่อน ตั๊บแก่ ของเอกอน สงสัยจะยังหนาวอยู่
ไม่รู้จะขี้อายไปถึงไหน ... :b32:

grin grin smiley



Kiss Kiss Kiss สาธุครับท่านวิริยะ

กระทู้ของเรากำลังครึกครื้น :b16: :b16: :b16:

ยังเหลือท่านกบ

.....................................................
(จิตรู้สมมติ เป็นสมุทัย)
(ผลอันเกิดจากจิตรู้สมมติ เป็นทุกข์)
(จิตเห็นจริงต่างหากจากสมมติ เป็นมรรค)
(ผลอันเกิดจากจิตเห็นจริงต่างหากจากสมมติ เป็นนิโรธ)


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 03 ธ.ค. 2018, 18:16 
 
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 11 ต.ค. 2010, 12:11
โพสต์: 4985


 ข้อมูลส่วนตัว


แค่อากาศ เขียน:
วิริยะ เขียน:
แค่อากาศ เขียน:
มาสนทนากันเล่นให้เจริญใจกันครับ :b8: :b8: :b8:

1. ศีล เกี่ยวข้องอะไรกับพรหมวิหาร ๔ ทำไมแค่เมตตาจึงยังไม่ครบพร้อม

.. เมตตากับศีลเป็นอันเดียวกัน คือความไม่เบียดเบียนตนและผู้อื่น ข้ออื่นขอผ่านครับ ..
eragon_joe เขียน:
และ เพื่อน ตั๊บแก่ ของเอกอน สงสัยจะยังหนาวอยู่
ไม่รู้จะขี้อายไปถึงไหน ... :b32:

grin grin smiley



Kiss Kiss Kiss สาธุครับท่านวิริยะ

กระทู้ของเรากำลังครึกครื้น :b16: :b16: :b16:

ยังเหลือท่านกบ


Gard ว่า OK แต่ Gon ยังไม่ K นะ
สั้นไปนะ ตั๊บนะ Gon ขอยาวกว่านี้หน่อยได้ป่าวววว :b13:

:b32: :b32: :b32:

ส่่วน อ๊บซ์ เร็ว ๆ เลย ตั้งไฟรอแล้ว...

:b13:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 03 ธ.ค. 2018, 19:13 
 
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 7
สมาชิก ระดับ 7
ลงทะเบียนเมื่อ: 14 ต.ค. 2018, 00:52
โพสต์: 511

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


กรณา ความสงเคราะห์ นี้เราให้แก่ศีลได้ยังไงบ้างครับ
มุทิตา ความยินดี ความอิ่มใจ คงไว้ได้อยู่นี้ เราให้แก่ศีลยังไงบ้างครับ
อุเบกขา ความไม่ยินดียินร้าย ว่าด้วยกรรม เราให้เแก่ศีลยังไงบ้างครับ

ขอความรู้ด้วยครับ


โพสท์ไว้รอท่านกบ ครับ อิอิ

.....................................................
(จิตรู้สมมติ เป็นสมุทัย)
(ผลอันเกิดจากจิตรู้สมมติ เป็นทุกข์)
(จิตเห็นจริงต่างหากจากสมมติ เป็นมรรค)
(ผลอันเกิดจากจิตเห็นจริงต่างหากจากสมมติ เป็นนิโรธ)


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 03 ธ.ค. 2018, 20:04 
 
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 25 เม.ย. 2009, 02:43
โพสต์: 12217


 ข้อมูลส่วนตัว


eragon_joe เขียน:
แค่อากาศ เขียน:
วิริยะ เขียน:
แค่อากาศ เขียน:
มาสนทนากันเล่นให้เจริญใจกันครับ :b8: :b8: :b8:

1. ศีล เกี่ยวข้องอะไรกับพรหมวิหาร ๔ ทำไมแค่เมตตาจึงยังไม่ครบพร้อม

.. เมตตากับศีลเป็นอันเดียวกัน คือความไม่เบียดเบียนตนและผู้อื่น ข้ออื่นขอผ่านครับ ..
eragon_joe เขียน:
และ เพื่อน ตั๊บแก่ ของเอกอน สงสัยจะยังหนาวอยู่
ไม่รู้จะขี้อายไปถึงไหน ... :b32:

grin grin smiley



Kiss Kiss Kiss สาธุครับท่านวิริยะ

กระทู้ของเรากำลังครึกครื้น :b16: :b16: :b16:

ยังเหลือท่านกบ


Gard ว่า OK แต่ Gon ยังไม่ K นะ
สั้นไปนะ ตั๊บนะ Gon ขอยาวกว่านี้หน่อยได้ป่าวววว :b13:

:b32: :b32: :b32:

ส่่วน อ๊บซ์ เร็ว ๆ เลย ตั้งไฟรอแล้ว...

:b13:


ตั้งแต่เห็นคำถามแล้ว..เป็นไรก้อไม่รู้...สมอง..มัน Blank ๆ ไปเลย... :b6: :b6: :b6:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 04 ธ.ค. 2018, 08:25 
 
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 7
สมาชิก ระดับ 7
ลงทะเบียนเมื่อ: 14 ต.ค. 2018, 00:52
โพสต์: 511

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


ทุกคนรอท่านแสดงธรรมอยู่ครับ Kiss Kiss Kiss :b17: :b17: :b17:

.....................................................
(จิตรู้สมมติ เป็นสมุทัย)
(ผลอันเกิดจากจิตรู้สมมติ เป็นทุกข์)
(จิตเห็นจริงต่างหากจากสมมติ เป็นมรรค)
(ผลอันเกิดจากจิตเห็นจริงต่างหากจากสมมติ เป็นนิโรธ)


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 356 โพสต์ ]  ไปที่หน้า ย้อนกลับ  1 ... 4, 5, 6, 7, 8, 9, 10 ... 24  ต่อไป

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 8 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร