วันเวลาปัจจุบัน 21 ต.ค. 2020, 18:04  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง




กลับไปยังกระทู้  [ 1 โพสต์ ]    Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 16 ก.ย. 2020, 06:45 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
อาสาสมัคร
อาสาสมัคร
ลงทะเบียนเมื่อ: 06 มี.ค. 2009, 10:48
โพสต์: 3932


 ข้อมูลส่วนตัว


"เรื่องโชคต่าง ๆ เรื่องเงิน เป็นเรื่องเล็ก โชคบุญเป็นเรื่องใหญ่ ถ้าบุญมีกับตัวแล้วนั่นแหละเงินก็มาเอง หมั่นทำบุญให้มาก

#การทำบุญไม่ใช่ทำจนหมดตัว มีเงินน้อยทำน้อย มีเงินมากทำมาก #แต่ถ้าไม่มีเงินก็เอาแรงกายเข้าไปช่วยงานบุญก็จะได้บุญเช่นเดียวกัน การทำบุญเหมือนกับการทำประกันชีวิต บุญนั้นจะเสมือนเกราะแก้วที่จะคอยคุ้มครองตัวเราได้ บุญจึงไม่หนีหายไปไหน เราทำบุญเดี๋ยวนี้ ไม่ใช่ว่าจะเห็นผลทันตาเสมอไป บุญกุศลที่เราทำจะสะสมไปเรื่อย ๆ เปรียบเสมือนการปลูกข้าว ไม่ใช่ว่าจะได้ข้าวทันที

การสร้างบุญควรจะรีบเสียแต่ตอนที่เรามีชีวิตอยู่ในปัจจุบัน ควรสร้างเสียแต่เดี๋ยวนี้ หากพ้นจากโลกนี้ไปแล้ว เราต้องเสวยกรรมอย่างเดียว"

หลวงปู่ครูบาชัยยะวงศาพัฒนา









“เร่ิมศึกษา ธรรมะ”

...เรานี้โชคดีจริงๆ เกิดมาไม่คิดว่าจะได้ทำ อยู่ ๆ ก็มาเอง เรานั่ง ๑๐ นาที ๑๕ นาที มันก็สงบ แล้วก็ไม่มีอาจารย์ ไม่มีครู อ่านจากหนังสือแล้วก็ลองทําดู แต่ก่อนจะได้ทำก็หลายเดือนอยู่นะ อ่านหนังสืออยู่หลายเดือน

ระหว่างทํางานได้สักสองเดือน ช่วงกรกฎาคมหรือสิงหาคม พอดีมีฝรั่งที่มาเท่ียวพัทยา คุยกันแล้วเขาเห็นว่าเราชอบทางนี้ ก็เลยเอาหนังสือธรรมะ มาให้อ่าน ได้หนังสือธรรมะเล่มแรกเป็นภาษาอังกฤษ ก็เลยได้ศึกษาธรรมะ เป็นครั้งแรกในชีวิต เป็นหนังสือเล่มเล็กๆ ๒๐ กว่าหน้า พระฝรั่งแปลมาจากพระไตรปิฎก เป็นภาษาอังกฤษที่เกี่ยวกับเรื่องอนิจจัง ความไม่เที่ยง เปรียบเทียบคําสอนของศาสนาพุทธ กับของนักปราชญ์ทางตะวันตก

พออ่านแล้ว หูตามันสว่างข้ึนมา นอกจากอนิจจังแล้ว ก็ทรงสอนมรรคด้วย คือวิธีท่ีจะปฏิบัติ กับความไม่เที่ยงต่างๆ ถึงรู้ว่า “ต้องภาวนา นั่งสมาธิทำจิตใจให้สงบ เพื่อให้จิตใจ รับกับความเปลี่ยนแปลงได้ ถ้าจิตใจไม่สงบ เวลาเกิดการเปลี่ยนแปลง จะรับไม่ได้ ถ้าจิตสงบแล้วจะรับได้ จะได้ไม่เดือดร้อน”

ต่อมา ก็เลยเขียนจดหมายไปขอหนังสือ จากประเทศศรีลังกามาเพิ่ม ได้หนังสือเรื่องไตรลักษณ์ เรื่องธัมมจักกัปปวัตตนสูตร เรื่องมหาสติปัฏฐานสูตร โดยเฉพาะมหาสติปัฏฐานสูตรนี้ ที่เรายึดเป็นอาจารย์ มาเป็นคัมภีร์คู่มือปฎิบัติ .

........................................
มหาเศรษฐีที่แท้จริง
หน้า 27-28
ธรรมะบนเขา ณ เขาชีโอน
พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต
วัดญาณสังวรารามฯ ชลบุรี









“สุขโลกีย์ มันก็ดีแต่ใหม่ ๆ สด ๆ ร้อน ๆ เท่านั้น เหมือนข้าวสุกที่เราตักใส่จานใหม่ ๆ ยังร้อน ๆ ควันขึ้น ก็น่ารับประทาน แต่พอตักไว้นานจนเย็นชืดก็จะกินไม่อร่อย ยิ่งทิ้งไว้จนแข็งเป็นข้าวเย็น ก็ยิ่งกลืนไม่ลง พอข้ามวันก็เหม็นบูด ต้องเททิ้ง กินไม่ได้เลย...”

ท่านพ่อลี ธมฺมธโร
วัดอโศการาม อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรปราการ








#อย่าลืมเป้าหมายสำคัญ

...เรามักคิดว่า เราเป็นคนนิสัยอย่างนั้นอย่างนี้ เปลี่ยนไม่ได้แท้จริง นิสัย ก็เป็นแค่ความเคยชิน สามารถ เปลี่ยนแปลงได้ แต่บางคนก็ใจร้อน จะเปลี่ยนแปลงตัวเองภายในเวลาอันสั้น ทั้งที่นิสัยบางอย่างของเราก็ฝังลึก #มานานหลายหมื่นแสนชาติ จึงควรใช้ความพยายามอันประกอบด้วยความใจเย็น

...คนเรา ก็มักจะได้อย่าง เสียอย่าง ถ้าพากเพียร ก็มักทำด้วยความอยาก ความใจร้อน ถ้าใจเย็น ก็มักจะกลายเป็นทอดธุระ และประมาทเกินไป หากเราใจเย็นและพากเพียร ถึงวันหนึ่งก็ละนิสัยไม่ดีได้ ต้องใช้เวลา

... การจะแก้ไข ขัดเกลาจิตใจนั้น #ต้องใช้ศรัทธา ๒ ทางด้วยกันคือ เชื่อมั่นว่า #การเปลี่ยนนิสัยนั้นจะเป็นไปเพื่อประโยชน์และความสุข อีกอย่างคือ เชื่อมั่นว่า #เราสามารถเปลี่ยนแปลงมันได้ ถ้าเชื่อสองทางนี้แล้ว เราจะรักปัจจัยเสริมที่พาไปตามแนวทางนั้น แทบจะไม่ต้องบังคับหรือฝืนใจ เพราะเราได้ทำสิ่งที่อยากทำ

... เรามักจะมีความกระตือรือร้นเฉพาะเรื่องหรือเฉพาะเวลา บางคนก็ต้องการเก่งและดีไปหมดทุกเรื่อง แม้ในเรื่องเล็กๆ น้อยๆ เช่น มีลูกลูกก็ต้องเก่ง เข้าโรงเรียนดี..ทำงาน ก็ต้องเก่งได้เงินเดือนดีๆ จนลืมภาพรวมของการเป็นมนุษย์ที่ดี หรือการเป็นมนุษย์ที่ประเสริฐ การพยายามจะทั้งเก่ง ทั้งดี ในเรื่องเล็กๆ น้อยๆ อาจจะมีผลเสีย ต่อการเป็นคนดี ในเรื่องใหญ่ก็ได้

... บางทีก็ต้องทบทวนด้วย คำถามว่า เราทำอะไรอยู่เรามีเป้าหมายชีวิตที่สูงกว่าเรื่องโลกธรรมหรือยัง สิ่งที่เราปฏิบัติต่อตนเองและคนรอบข้าง มันสอดคล้องกับเป้าหมายที่ดีของการเกิดมาครั้งนี้หรือเปล่า

... แต่คนเรามักไม่ซื่อตรงต่อตนเอง เราวางเป้าหมายไว้สูง แต่ดำเนินวิถีไปคนละทาง

พระอาจารย์ชยสาโร











... ถ้าเราอารมณ์ไม่ดี ต่อให้รักษาศีล หรือ ภาวนาเท่าใดมันก็ไม่เกิดผล ทำให้ช้าและเสียเวลา

... วันทั้งวัน...ทุกลมหายใจ เข้า-ออก ถ้าเราทรงอารมณ์ให้ดีได้ทั้งวัน แสงสว่างจะเพิ่มขึ้นตลอดทุกลมหายใจเข้าออกเลยทีเดียว

(พระเดชพระคุณหลวงตาม้า)







" “การเจริญภาวนา"
ให้ผลยิ่งกว่า
"การรักษาศีล"
"การให้ทาน" และ
"การเจริญเมตตา"

เพราะการภาวนา
ทําให้มีสติ ไม่หลงทาง
ไม่หลงโลก
ศีล ทาน เมตตา
มีภาวนาเป็นยอดดังนี้ ”

โอวาทธรรม
หลวงปู่เสาร์ กันตสีโล








ให้พยายามเร่งบำเพ็ญตนด้วยความพากเพียร อย่าไปคิดทางอื่นเรื่องอื่น นอกจากเรื่องของตัว ให้เสียเวลาและทำให้จิตท้อถอยอ่อนแอไปด้วย

หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน









ควรมองดูจิตนี้. ให้มากยิ่งกว่า. การมองสิ่งอื่นแบบลมๆ แล้งๆ

หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน








#โอวาทสุดท้ายองค์หลวงปู่แหวน..

ท่านเร่งไม่ให้ประมาท เวลาทำความเพียรไม่ให้คิดถึงใครเลย อตีตาธรรมเมา- อนาคตาธรรมเมา คิดอดีต-อนาคตให้ตัดทิ้ง.

ปัจจุปันนังธรรมะ ใจของเราคิดอะไรอยู่ คิดดี คิดชั่ว. ให้ดูอยู่ทุกอิริยาบถ ยืนเดิน นั่ง นอน. ปัจจุปันธรรม

อันเป็นธรรมแท้. ให้ดูในปัจจุบัน แก้ในปัจจุบัน อย่าไปคิดแก้ในอนาคต. แก้อยู่นั่น พอมันเกิดขึ้นมาก็แก้อยู่นั่น มันเป็นธรรมะ.

ถ้ามัวแต่ว่า ไม่นั่งหรอก ..วันนี้มันฟุ้ง!!. พอกิเลสเกิดขึ้นตอนนี้.. พรุ่งนี้ค่อยไปภาวนากับอาจารย์องค์นี้.. (ไม่ได้)

เรารีบแก้ซะให้มันหมดในปัจจุบัน. เค้าเรียกปัจจุปันธัมโม. อย่าให้มันหมักหมมอยู่ในใจ หลวงปู่แหวนท่านพูดอย่างนี้.

ฟังเทศน์หลวงปู่เปลี่ยน ปัญญาปทีโป











“ใครจะว่าเราดีเราชั่วนั้น
ไม่ใช่อยู่ที่คนพูด แต่อยู่ที่การกระทำ
ของเราต่างหาก ถ้าหากเขาว่าเราดี
แต่เราไม่ดีจริง ก็ไม่มีความหมาย”

หลวงพ่อเกษม เขมโก


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 1 โพสต์ ] 

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 13 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร