วันเวลาปัจจุบัน 20 ก.ย. 2020, 11:01  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง




กลับไปยังกระทู้  [ 432 โพสต์ ]  ไปที่หน้า ย้อนกลับ  1 ... 23, 24, 25, 26, 27, 28, 29  ต่อไป  Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 14 ธ.ค. 2019, 09:46 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 24 ต.ค. 2006, 12:36
โพสต์: 33832

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


Rosarin เขียน:
กรัชกาย เขียน:
พุทธศาสนิกชน และศาสนิกอื่นๆในแผ่นดินนี้ต้องฟัง ย้ำว่าต้องฟัง แล้วก็ฟังให้เข้าใจ

ฟังให้ต่างจากคุณโรสแนะนำ คคห.บน

http://www.youtube.com/watch?v=WgW0AVkLkrc

ฟังแบบคุณโรสและสำนักบ้านธัมมะ เรียกว่าฟังแล้วพุทธสูญสิ้นจากแผ่นดินนี้แน่นอน

นึกถึงคำพูดหัวหน้า คสช. ซึ่งพูดน่าคิดอยู่ประโยคหนึ่งว่า เขายังจะอยู่ต่อไป เพราะภารกิจยังไม่เสร็จ ภารกิจที่เขายังทำไม่เสร็จไม่เรียบร้อยนั่นคือทำอย่างที่ทำนี่หรือเปล่าที่ว่าทำยังไม่เสร็จ น่าคิดๆ

:b12:
ไม่มีเรา
จำถูกตัวตน
ว่าเราชื่ออะไร
บ้านตั้งอยู่ที่ไหนคะ
พ่อแม่ชื่ออะไรมีพี่น้องกี่คน
ไม่มีบ้านให้เห็นตรงหน้าจำว่ามีบ้าน
นึกถึงรูปร่างบ้านลืมระลึกตามคำสอนว่าไม่มีเรา
ถ้าเราไม่มีจะมีอย่างอื่นที่นอกเหนือจากตัวตนของเราไหมคะ


นร.ต้นฉบับ

https://www.youtube.com/watch?time_cont ... =emb_title

นร.ใหม่ กำลังฮิต

https://www.youtube.com/watch?v=2nkcs2R ... =emb_title


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 14 ธ.ค. 2019, 09:49 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 29 ต.ค. 2009, 15:06
โพสต์: 7237

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


กรัชกาย เขียน:
Rosarin เขียน:
กรัชกาย เขียน:
พุทธศาสนิกชน และศาสนิกอื่นๆในแผ่นดินนี้ต้องฟัง ย้ำว่าต้องฟัง แล้วก็ฟังให้เข้าใจ

ฟังให้ต่างจากคุณโรสแนะนำ คคห.บน

http://www.youtube.com/watch?v=WgW0AVkLkrc

ฟังแบบคุณโรสและสำนักบ้านธัมมะ เรียกว่าฟังแล้วพุทธสูญสิ้นจากแผ่นดินนี้แน่นอน

นึกถึงคำพูดหัวหน้า คสช. ซึ่งพูดน่าคิดอยู่ประโยคหนึ่งว่า เขายังจะอยู่ต่อไป เพราะภารกิจยังไม่เสร็จ ภารกิจที่เขายังทำไม่เสร็จไม่เรียบร้อยนั่นคือทำอย่างที่ทำนี่หรือเปล่าที่ว่าทำยังไม่เสร็จ น่าคิดๆ



ไม่มีเรา
จำถูกตัวตน
ว่าเราชื่ออะไร
บ้านตั้งอยู่ที่ไหนคะ
พ่อแม่ชื่ออะไรมีพี่น้องกี่คน
ไม่มีบ้านให้เห็นตรงหน้าจำว่ามีบ้าน
นึกถึงรูปร่างบ้านลืมระลึกตามคำสอนว่าไม่มีเรา
ถ้าเราไม่มีจะมีอย่างอื่นที่นอกเหนือจากตัวตนของเราไหมคะ


นำคำพูดของท่านพุทธทาส กับ คุณโรส เทียบกัน

รูปภาพ

ตามคำพูดและความคิดของคุณโรส ไม่มีอะไรเลย คือ ไม่เอาเรื่องเอาราวอะไร คิดแล้วก็นอนคุดคู้ :b32: อะไรเป็นยังไงช่างมัน เพราะไม่มีเรา ไม่มีอะไรทั้งเพ :b13: บางวันก็นั่ง นอน ยิ้ม ธัมมะๆๆๆ :b13:

ความไม่ยึดถือมั่นที่แท้ ต้องดูคติพระอรหันต์ ลิงค์นี้

viewtopic.php?f=2&t=47965

อันที่มีแล้วตรงสัจจะตามคำสอนทีละ1คำมี
แต่มีเป็นปรมัตถะสัจจะที่กายใจมีแล้วไม่รู้งัย
คนที่คิดเองทำเองอยู่จะรู้สึกตัวไหมว่าทำผิด
เห็นไหมเห็นคนเอาเงินหรือเช็คถวายพระภิกษุ
แล้วพระภิกษุที่รับนั้นน่ะพอใจรับจึงรับใช่ไหม
เขารู้สึกตัวไหมว่าตอนทำน่ะไม่มียางอายแล้ว
ไม่มีหิริไม่มีโอตัปปะทำด้วยไม่รู้ว่าอะไรถูกผิด
อหิริกะเจตสิก=ดีที่มีความละอายชั่วไม่เกิดตอนมีความอยากได้
อโนตตัปปะเจตสิก=ดีที่มีความเกรงกลัวบาปรู้ว่ารับแล้วเกิดอยากได้อีก
คนถวายน่ะคิดว่าได้บุญที่ทำนั้นน่ะก็ขณะที่ไม่คิดตรงตามคำสอนจะงดเว้นการถวายเงินได้ไหมจ้ะ
https://youtu.be/L3S61YoSVUw
:b12:
:b16: :b16:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 14 ธ.ค. 2019, 10:01 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 24 ต.ค. 2006, 12:36
โพสต์: 33832

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


Rosarin เขียน:

อันที่มีแล้วตรงสัจจะตามคำสอนทีละ1คำมี
แต่มีเป็นปรมัตถะสัจจะที่กายใจมีแล้วไม่รู้งัย
คนที่คิดเองทำเองอยู่จะรู้สึกตัวไหมว่าทำผิด
เห็นไหมเห็นคนเอาเงินหรือเช็คถวายพระภิกษุ
แล้วพระภิกษุที่รับนั้นน่ะพอใจรับจึงรับใช่ไหม
เขารู้สึกตัวไหมว่าตอนทำน่ะไม่มียางอายแล้ว
ไม่มีหิริไม่มีโอตัปปะทำด้วยไม่รู้ว่าอะไรถูกผิด
อหิริกะเจตสิก=ดีที่มีความละอายชั่วไม่เกิดตอนมีความอยากได้
อโนตตัปปะเจตสิก=ดีที่มีความเกรงกลัวบาปรู้ว่ารับแล้วเกิดอยากได้อีก
คนถวายน่ะคิดว่าได้บุญที่ทำนั้นน่ะก็ขณะที่ไม่คิดตรงตามคำสอนจะงดเว้นการถวายเงินได้ไหมจ้ะ
https://youtu.be/L3S61YoSVUw


คุณโรสหารู้ไม่ว่า สิ่งที่ตัวเองคิดเต็มไปตัวตน เต็มด้วยความยึดมั่นถือมั่น

ผู้ที่จะพอเขียนพอพูดอย่างนั้นได้ นี่ต้องแนวนี้ คือ เขารู้เห็นสภาวธรรมจริงๆ เห็นจริงตามทีมันเป็นแล้ว จิตจะค่อยๆคลายจากความยึดติดถือมั่น

อ้างคำพูด:
ตอนดิฉันเดินจงกรม ช่วงนาทีที่เห็นเป็นกายมันเดินเอง ร้องให้เลย ตอนนั้นรู้สึกว่า แม้ร่างกายมันยังไม่ใช่ของเราจะมีอะไรเป็นของเราบ้างหนอ


แต่คุณโรสนี่ไม่ใช่ เกิดจากผสมมั่ว เต็มล้นไปด้วยมิจฉาทิฏฐิ :b32:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 14 ธ.ค. 2019, 11:27 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 29 ต.ค. 2009, 15:06
โพสต์: 7237

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


กรัชกาย เขียน:
Rosarin เขียน:

อันที่มีแล้วตรงสัจจะตามคำสอนทีละ1คำมี
แต่มีเป็นปรมัตถะสัจจะที่กายใจมีแล้วไม่รู้งัย
คนที่คิดเองทำเองอยู่จะรู้สึกตัวไหมว่าทำผิด
เห็นไหมเห็นคนเอาเงินหรือเช็คถวายพระภิกษุ
แล้วพระภิกษุที่รับนั้นน่ะพอใจรับจึงรับใช่ไหม
เขารู้สึกตัวไหมว่าตอนทำน่ะไม่มียางอายแล้ว
ไม่มีหิริไม่มีโอตัปปะทำด้วยไม่รู้ว่าอะไรถูกผิด
อหิริกะเจตสิก=ดีที่มีความละอายชั่วไม่เกิดตอนมีความอยากได้
อโนตตัปปะเจตสิก=ดีที่มีความเกรงกลัวบาปรู้ว่ารับแล้วเกิดอยากได้อีก
คนถวายน่ะคิดว่าได้บุญที่ทำนั้นน่ะก็ขณะที่ไม่คิดตรงตามคำสอนจะงดเว้นการถวายเงินได้ไหมจ้ะ
https://youtu.be/L3S61YoSVUw


คุณโรสหารู้ไม่ว่า สิ่งที่ตัวเองคิดเต็มไปตัวตน เต็มด้วยความยึดมั่นถือมั่น

ผู้ที่จะพอเขียนพอพูดอย่างนั้นได้ นี่ต้องแนวนี้ คือ เขารู้เห็นสภาวธรรมจริงๆ เห็นจริงตามทีมันเป็นแล้ว จิตจะค่อยๆคลายจากความยึดติดถือมั่น

อ้างคำพูด:
ตอนดิฉันเดินจงกรม ช่วงนาทีที่เห็นเป็นกายมันเดินเอง ร้องให้เลย ตอนนั้นรู้สึกว่า แม้ร่างกายมันยังไม่ใช่ของเราจะมีอะไรเป็นของเราบ้างหนอ


แต่คุณโรสนี่ไม่ใช่ เกิดจากผสมมั่ว เต็มล้นไปด้วยมิจฉาทิฏฐิ :b32:

:b32:
เออนะคนเรา...คิดไม่เป็นจริงๆ
ความจริงตรงตามคำสอน
มีตรงปัจจุบันขณะเดี๋ยวนี้
ไม่ว่าตัวตนเราจะอยู่ไหน
ธัมมะคือสิ่งที่มีจริงๆมีแล้ว
ไม่ต้องทำก็มีตัวตนแล้วค่ะ
ก็เกิดมาแล้วที่ยังไม่รู้อะไร
ก็คือไม่รู้ว่ามีแล้วถึงไปทำ
ไม่ว่าตัวเราจะอยู่ที่หนไหน
ธัมมะก็มีที่ตัวแล้วนะที่ไปนั้น
ไปเพราะไม่รู้ว่ามีแล้วไม่ไปไหนก็มีแล้ว555
:b32:
แล้วที่เป็นตัวเราไปอยู่ที่ตรงไหน
ธัมมะก็มีที่กายใจตนเองไม่ได้อยู่
ตรงสถานที่ที่อยากไปเพราะไม่รู้
คำว่าสำนักแปลว่าที่อยู่ที่พักเท่านั้น
ก็ไปติดต่อกับคนที่อยู่ในสำนักนั้นๆ
เช่นสำนักที่ดิน/สำนักงานต่างๆ
ไปติดต่อธุระการงานไม่ใช่
ไปกินไปนอนในสำนักนั้น
ฆราวาสมีบ้านก็นอนบ้าน
บวชไม่มีบ้านก็นอนวัด
ไม่ศึกษาคำสอนเลย
เอาแต่ทำตามๆกัน
สร้างสำนักปฏิบัติธรรมให้สิ้นเปลือง
ทำเหตุแห่งการทำอกุศลกรรม
ทำลายคำสอนให้คนไม่ฟัง
แถมยังขยันเรียไรเงินกันจัง
ไม่มีอหิริกะไม่มีอโนตตัปปะ
ยางอายของนักบวชหายไปไหน
บวชแล้วรับเงินทองเป็นมิจฉาชีพค่ะ
มหาโจรเศรษฐีหัวโล้นปล้นคำสอนทำเพื่อลาภสักการะคือ
ปล้นปัจจัยสี่ที่เขานำมาถวายแก่ผู้ทำตามพระธรรมวินัยได้
แถมเรี่ยไรเงินรับเงินใช้เงินแบบเดิมก่อนบวช/ชาวบ้านที่ไม่รู้เขาจึงถวายเงินให้โจร
:b32: :b32: :b32:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 14 ธ.ค. 2019, 11:40 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 29 ต.ค. 2009, 15:06
โพสต์: 7237

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


Kiss
ฟังเพื่อไตร่ตรองให้รู้ตามเป็นอุปนิสัยเพื่อขัดเกลา(กิเลสอวิชชา=ความไม่รู้)
อุปนิสัยตรงกับบาลีว่าอุป-ปะ-นิส-สะ-ยะ-ปัจจัย
https://youtu.be/8-jtN_owAW8
:b20:
:b4: :b4:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 14 ธ.ค. 2019, 19:32 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 24 ต.ค. 2006, 12:36
โพสต์: 33832

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


Rosarin เขียน:
Kiss
ฟังเพื่อไตร่ตรองให้รู้ตามเป็นอุปนิสัยเพื่อขัดเกลา(กิเลสอวิชชา=ความไม่รู้)
อุปนิสัยตรงกับบาลีว่าอุป-ปะ-นิส-สะ-ยะ-ปัจจัย
https://youtu.be/8-jtN_owAW8
:b20:
:b4: :b4:


มั่วอีก คิกๆๆ


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 15 ธ.ค. 2019, 08:44 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 24 ต.ค. 2006, 12:36
โพสต์: 33832

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


กรัชกาย เขียน:

จาก กท.นั้นเหมือนกัน ก็เป็นเช่นเขาประสบพบเห็นมาจริงๆ
เรื่องภาชนะช้อนชามที่ใส่อาหาร ต้องแยกขาดจากกัน


ชาวเขามีประเพณีวัฒนธรรมเป็นของตัวเองทุกคนที่เกิดก็ซึมซับในประเพณีวัฒนธรรม
โดยเพราะด้านความเชื่อ ถึงบางคนนับถือพุทธก็จริง แต่ยังขาดความเข้าใจประเพณีพุทธ
เพราะไม่ได้ปลุกฝังมาแต่บรรพบุรุษ ซึ่งต่างจากชาวคริสต์ในสกลนคร ถึงจะนับถือคริสต์ก็จริงแต่พวกเขานับถือพุทธมาก่อน คุ้นเคยกับประเพณีพุทธมาตั่งแต่บรรพบุรุษ แล้วค่อยมาเปลี่ยนเป็นคริสต์ภายหลัง
เมื่อเปลี่ยนมานับถือคริสต์ก็จริงแต่สิ่งที่ถูกฝังสิ่งที่คุ้นเคยก็ยังอยู่ จึงไม่แปลกที่พวกเขายังมาใส่บาตร หรือบางคนที่ใส่บาตร มีญาติพี่น้องที่ยังไม่เปลี่ยนเป็นคริสต์มาบวชอยู่ก็มี
ที่มหาลัยสงฆ์ ก็มีพระเพื่อนที่มาจากสกลนครก็เล่าให้ฟัง เขามาบวชแต่ญาติทางบ้านเปลี่ยน
ไปนับถือคริสต์ แต่ก็ยังใส่บาตรอยู่ และที่สำคัญคือชาวคริสต์ในสกลนครนั้นถูกซื้อตัวไป
เรื่องการปฏิบัติจึงไม่ค่อยเคร่งเท่าไหร่
แต่อย่าลืมว่า อิสลามไม่เหมือนคริสต์นะ คริสต์ยังเข้ากันได้ แต่อิสลามเขาไม่เอาใครนะ



เน้นย้ำข้อความที่ขีดเส้นใต้ ดู

https://www.facebook.com/photo?fbid=454 ... 0978719631



ย้ำข้อความตรงขีดเส้นใต้อีกที

รูปภาพ


อ้างคำพูด:
ส่วนโรงพยาบาลยะลามีประกาศหน้าโรงพยาบาล หากผู้ป่วยหรือญาติต้องการทานอาหารไม่อาลาลโปรดเตรียมภาชนะมาใส่อาหารเอง
แกนชาวพุทธใต้คนหนึ่งกล่าวว่า
“ในโรงพยาบาลหนักหน่อยตรงที่มีป้ายติดให้ญาติผู้ป่วยที่เป็นชาวพุทธ หากจะนำอาหารข้างนอกเข้ามารับทานแล้ว หากอาหารมีส่วนประกอบที่เกี่ยวข้องกับหมู ต้องนำถ้วยจานชามช้อนแยกมาต่างหาก…


รูปภาพ

http://thebuddh.com/?p=40165&fbclid=IwA ... 4KadKfeDQQ

https://www.facebook.com/photo.php?fbid ... =3&theater

ไม่เคยคิดว่าจะมีเรื่องแบบนี้

ความเชื่อลัทธิศาสนาที่ต่างกันจะทำให้มนุษย์แปลกแยกออกไปถึงกับประหัตประหารกันได้

ถ้าดูตามคำสอนในโอวาทปาฏิโมกข์ที่พระพุทธเจ้าวางหลักให้ภิกษุที่ไปประกาศพระศาสนาแล้ว ไม่มีที่สอนให้บีบคับด้วยคมหอกคมดาบศาสนิกชนอื่นให้มานับถือ ไม่มี โดยสั่งให้พูดประมาณว่า นับถือฉันนะ นับถือฉันไหม ไม่นับถือตาย ไม่มี :b12: หรือเอาสิ่งนั้นสิ่งนี่้มาล่อให้เขานับถือก็ไม่มี ตายแล้วคุณจะไปสวรรค์ ก็ด้วยตัวคุณทำเอง คุณจะไปนรกก็ด้วยตัวคุณทำเอง คุณจะพ้นทุกข์ก็ด้วยตัวคุณทำเอง ศาสดาช่วยใครไม่ได้ เป็นได้แต่เพียงผู้แนะนำทางบอกทางให้

ครั้งหนึ่งพระเทวทัต จะตั้งกฎ ห้ามภิกษุฉันเนื้อ (มังสะวิรัติ) พระพุทธเจ้ายังห้าม ประมาณว่า ใคร่ใครกินกิน ใครไม่กินก็ไม่กิน เนื้อที่ตนไม่เห็นไม่ได้ยินไม่ได้ใช้ให้เขาทำเขาฆ่าสัตว์เพื่อตน กินได้ฉันได้


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 15 ธ.ค. 2019, 09:52 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 29 ต.ค. 2009, 15:06
โพสต์: 7237

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


กรัชกาย เขียน:
กรัชกาย เขียน:

จาก กท.นั้นเหมือนกัน ก็เป็นเช่นเขาประสบพบเห็นมาจริงๆ
เรื่องภาชนะช้อนชามที่ใส่อาหาร ต้องแยกขาดจากกัน


ชาวเขามีประเพณีวัฒนธรรมเป็นของตัวเองทุกคนที่เกิดก็ซึมซับในประเพณีวัฒนธรรม
โดยเพราะด้านความเชื่อ ถึงบางคนนับถือพุทธก็จริง แต่ยังขาดความเข้าใจประเพณีพุทธ
เพราะไม่ได้ปลุกฝังมาแต่บรรพบุรุษ ซึ่งต่างจากชาวคริสต์ในสกลนคร ถึงจะนับถือคริสต์ก็จริงแต่พวกเขานับถือพุทธมาก่อน คุ้นเคยกับประเพณีพุทธมาตั่งแต่บรรพบุรุษ แล้วค่อยมาเปลี่ยนเป็นคริสต์ภายหลัง
เมื่อเปลี่ยนมานับถือคริสต์ก็จริงแต่สิ่งที่ถูกฝังสิ่งที่คุ้นเคยก็ยังอยู่ จึงไม่แปลกที่พวกเขายังมาใส่บาตร หรือบางคนที่ใส่บาตร มีญาติพี่น้องที่ยังไม่เปลี่ยนเป็นคริสต์มาบวชอยู่ก็มี
ที่มหาลัยสงฆ์ ก็มีพระเพื่อนที่มาจากสกลนครก็เล่าให้ฟัง เขามาบวชแต่ญาติทางบ้านเปลี่ยน
ไปนับถือคริสต์ แต่ก็ยังใส่บาตรอยู่ และที่สำคัญคือชาวคริสต์ในสกลนครนั้นถูกซื้อตัวไป
เรื่องการปฏิบัติจึงไม่ค่อยเคร่งเท่าไหร่
แต่อย่าลืมว่า อิสลามไม่เหมือนคริสต์นะ คริสต์ยังเข้ากันได้ แต่อิสลามเขาไม่เอาใครนะ



เน้นย้ำข้อความที่ขีดเส้นใต้ ดู

https://www.facebook.com/photo?fbid=454 ... 0978719631



ย้ำข้อความตรงขีดเส้นใต้อีกที

รูปภาพ


อ้างคำพูด:
ส่วนโรงพยาบาลยะลามีประกาศหน้าโรงพยาบาล หากผู้ป่วยหรือญาติต้องการทานอาหารไม่อาลาลโปรดเตรียมภาชนะมาใส่อาหารเอง
แกนชาวพุทธใต้คนหนึ่งกล่าวว่า
“ในโรงพยาบาลหนักหน่อยตรงที่มีป้ายติดให้ญาติผู้ป่วยที่เป็นชาวพุทธ หากจะนำอาหารข้างนอกเข้ามารับทานแล้ว หากอาหารมีส่วนประกอบที่เกี่ยวข้องกับหมู ต้องนำถ้วยจานชามช้อนแยกมาต่างหาก…


รูปภาพ

http://thebuddh.com/?p=40165&fbclid=IwA ... 4KadKfeDQQ

https://www.facebook.com/photo.php?fbid ... =3&theater

ไม่เคยคิดว่าจะมีเรื่องแบบนี้

ความเชื่อลัทธิศาสนาที่ต่างกันจะทำให้มนุษย์แปลกแยกออกไปถึงกับประหัตประหารกันได้

ถ้าดูตามคำสอนในโอวาทปาฏิโมกข์ที่พระพุทธเจ้าวางหลักให้ภิกษุที่ไปประกาศพระศาสนาแล้ว ไม่มีที่สอนให้บีบคับด้วยคมหอกคมดาบศาสนิกชนอื่นให้มานับถือ ไม่มี โดยสั่งให้พูดประมาณว่า นับถือฉันนะ นับถือฉันไหม ไม่นับถือตาย ไม่มี :b12: หรือเอาสิ่งนั้นสิ่งนี่้มาล่อให้เขานับถือก็ไม่มี ตายแล้วคุณจะไปสวรรค์ ก็ด้วยตัวคุณทำเอง คุณจะไปนรกก็ด้วยตัวคุณทำเอง คุณจะพ้นทุกข์ก็ด้วยตัวคุณทำเอง ศาสดาช่วยใครไม่ได้ เป็นได้แต่เพียงผู้แนะนำทางบอกทางให้

ครั้งหนึ่งพระเทวทัต จะตั้งกฎ ห้ามภิกษุฉันเนื้อ (มังสะวิรัติ) พระพุทธเจ้ายังห้าม ประมาณว่า ใคร่ใครกินกิน ใครไม่กินก็ไม่กิน เนื้อที่ตนไม่เห็นไม่ได้ยินไม่ได้ใช้ให้เขาทำเขาฆ่าสัตว์เพื่อตน กินได้ฉันได้

พระพุทธเจ้าไม่ห้ามใครไม่ให้ทำอะไร
แต่ทรงแสดงพระธรรมเพื่อให้คนที่กำลังฟังเท่านั้น
เข้าใจถูกตามคำของพระองค์ได้ทันทีไม่ใช่ให้ปลีกตัวไปทำค่ะ
ทุกคนในครั้งพุทธกาลล้วนแต่เข้าไปเฝ้าเพื่อได้ยินคำของพระองค์ค่ะ
ไม่เห็นท่านอนาถบิณฑิกะเศรษฐีจ้างลูกชายให้ไปเฝ้าฟังคำสอนจำมาเล่าให้พ่อฟังหรือคะ
โลกมีลัทธิต่างๆมาตั้งนมนานแล้วก่อนพระพุทธเจ้ามาตรัสรู้แล้วจึงทรงแสดงพระธรรมให้สาวกฟังค่ะ
คุณน่ะ...คุณนั้นแหละเป็นสาวกไหม...ทำไมไม่ฟังแล้วคิดตามคำของพระพุทธเจ้าที่มีคนออกมาบอกให้ฟังคะ
ที่เคยคิดที่เคยจำที่เคยทำตามกันต่อๆมานั้นน่ะมันถูกหรือผิดยังไงบ้างก็ฟังให้รู้จะได้เลิกทำสิ่งที่เคยทำผิดได้
https://youtu.be/M_UDqgXtYRY
:b12:
:b4: :b4:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 15 ธ.ค. 2019, 11:07 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 29 ต.ค. 2009, 15:06
โพสต์: 7237

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


กรัชกาย เขียน:
Rosarin เขียน:
Kiss
ฟังเพื่อไตร่ตรองให้รู้ตามเป็นอุปนิสัยเพื่อขัดเกลา(กิเลสอวิชชา=ความไม่รู้)
อุปนิสัยตรงกับบาลีว่าอุป-ปะ-นิส-สะ-ยะ-ปัจจัย
https://youtu.be/8-jtN_owAW8
:b20:
:b4: :b4:


มั่วอีก คิกๆๆ

cool
พระพุทธเจ้าสอนให้ชาวกาลามะฟังจากใครก็ได้ที่พูดความจริง
จึงเกิดมีหลักกาลามสูตร10ข้อไม่ให้เชื่อแม้แต่ว่าเป็นครูอาจารย์
ถามว่าที่ไปทำตามที่มีคนอื่นสอนให้ทำแปลว่าไม่ได้ฟังคำตถาคต
ที่ทรงบอกให้ใช้หลักกาลามสูตร10ในการไตร่ตรองเหตุผลก่อนทำ
จริงๆไม่มีตัวตนของใครทำจิตที่กำลังเกิดดับตามเหตุปัจจัยได้เลยค่ะ
มีแต่ความไม่รู้ที่พาทำแต่กรรมของตนเองพาไปทำตามความอยากทำลืมฟังให้เกิดปัญญา
ทุกคลิปที่กำลังฟังแล้วคิดไตร่ตรองตามได้พิสูจน์ความตรงจริงได้ทันทีที่เข้าใจถูกตามได้ค่ะ
https://youtu.be/ScAZ3rzdqmg
:b12:
:b4: :b4:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 15 ธ.ค. 2019, 17:58 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 24 ต.ค. 2006, 12:36
โพสต์: 33832

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


Rosarin เขียน:


พระพุทธเจ้าสอนให้ชาวกาลามะฟังจากใครก็ได้ที่พูดความจริง
จึงเกิดมีหลักกาลามสูตร10ข้อไม่ให้เชื่อแม้แต่ว่าเป็นครูอาจารย์
ถามว่าที่ไปทำตามที่มีคนอื่นสอนให้ทำแปลว่าไม่ได้ฟังคำตถาคต
ที่ทรงบอกให้ใช้หลักกาลามสูตร10ในการไตร่ตรองเหตุผลก่อนทำ
จริงๆไม่มีตัวตนของใครทำจิตที่กำลังเกิดดับตามเหตุปัจจัยได้เลยค่ะ
มีแต่ความไม่รู้ที่พาทำแต่กรรมของตนเองพาไปทำตามความอยากทำลืมฟังให้เกิดปัญญา
ทุกคลิปที่กำลังฟังแล้วคิดไตร่ตรองตามได้พิสูจน์ความตรงจริงได้ทันทีที่เข้าใจถูกตามได้ค่ะ
https://youtu.be/ScAZ3rzdqmg



มาอีกแระกาลามสูตร กาลามชน 10 :b32:

คุณโรสวางแม่สุจินสักชั่วโมงหนึ่งดิ แล้วมาฟัง อ.ท่านนี้พูดบ้าง ครั้นฟังจบแล้ว คุณโรสคิดเห็นประการใด มาเล่าให้ฟังหน่อย เอ้าฟัง

https://www.facebook.com/wapukaew/video ... 3305694748


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 16 ธ.ค. 2019, 01:58 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 29 ต.ค. 2009, 15:06
โพสต์: 7237

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


กรัชกาย เขียน:
Rosarin เขียน:

อันที่มีแล้วตรงสัจจะตามคำสอนทีละ1คำมี
แต่มีเป็นปรมัตถะสัจจะที่กายใจมีแล้วไม่รู้งัย
คนที่คิดเองทำเองอยู่จะรู้สึกตัวไหมว่าทำผิด
เห็นไหมเห็นคนเอาเงินหรือเช็คถวายพระภิกษุ
แล้วพระภิกษุที่รับนั้นน่ะพอใจรับจึงรับใช่ไหม
เขารู้สึกตัวไหมว่าตอนทำน่ะไม่มียางอายแล้ว
ไม่มีหิริไม่มีโอตัปปะทำด้วยไม่รู้ว่าอะไรถูกผิด
อหิริกะเจตสิก=ดีที่มีความละอายชั่วไม่เกิดตอนมีความอยากได้
อโนตตัปปะเจตสิก=ดีที่มีความเกรงกลัวบาปรู้ว่ารับแล้วเกิดอยากได้อีก
คนถวายน่ะคิดว่าได้บุญที่ทำนั้นน่ะก็ขณะที่ไม่คิดตรงตามคำสอนจะงดเว้นการถวายเงินได้ไหมจ้ะ
https://youtu.be/L3S61YoSVUw


คุณโรสหารู้ไม่ว่า สิ่งที่ตัวเองคิดเต็มไปตัวตน เต็มด้วยความยึดมั่นถือมั่น

ผู้ที่จะพอเขียนพอพูดอย่างนั้นได้ นี่ต้องแนวนี้ คือ เขารู้เห็นสภาวธรรมจริงๆ เห็นจริงตามทีมันเป็นแล้ว จิตจะค่อยๆคลายจากความยึดติดถือมั่น

อ้างคำพูด:
ตอนดิฉันเดินจงกรม ช่วงนาทีที่เห็นเป็นกายมันเดินเอง ร้องให้เลย ตอนนั้นรู้สึกว่า แม้ร่างกายมันยังไม่ใช่ของเราจะมีอะไรเป็นของเราบ้างหนอ


แต่คุณโรสนี่ไม่ใช่ เกิดจากผสมมั่ว เต็มล้นไปด้วยมิจฉาทิฏฐิ :b32:

:b1:
คุณไม่รู้จักพระพุทธเจ้าเลย
รู้ไหมว่ารู้จักตถาคตได้เท่าที่ตนรู้ตรง1สัจจะ
ถ้าคิดไม่ตรงแม้1คำวาจาสัจจะแปลว่าปัญญาไม่เกิดเพิ่มเลย
คิดไม่ตรงสัจจะก็ไม้ได้สาระจากพระธรรมเพราะปัญญาแรกเกิดเริ่มที่ฟังแทรกเกิดได้ท่ามกลางอกุศลที่มี
เพราะกิเลสนอนมาในจิตไหลไปตามการเห็นแต่ปัญญาเกิดได้ตามลำดับเริ่มจากฟังแล้วไม่ฟังเลยจะทันรู้มั๊ย
เพราะจะแก้กิเลสตนเองต้องรู้จักกิเลสตนเองก่อนว่ามีมากแค่ไหนไม่รู้จักกิเลสแล้วจะแก้ยังไงปัญญาอยู่ไหน
ปัญญาเป็นธัมมะประเภทไหนเริ่มเกิดได้เมื่อไหร่ยังไมรู้เลยมีแต่คิดจะไปทำตามๆกันตามครูอาจารย์ก็บอกว่า
ไม่มีกาลามสูตร10/อ่านประโยคนี้เก็ตไหมตรงๆ/พระภิกษุที่เป็นอริยบุคคลจะไม่รับเงินแม้แต่สลึงเดียวคร่าา
คนที่บวชแล้วรับเงินล่วงเกินคำสอนทำตามๆกันเหยียบย่ำคำสอนแสดงว่าคำสอนเสื่อมจากใจคนที่ทำแล้ว
แต่รู้ไหมว่าคำสอนแทนตถาคตและคำสอนไม่เคยเสื่อมแต่คนที่ปฏิบัติผิดๆทำอ้อมๆน่ะแปลว่าเป็นมิจฉาชีพ
สัมมาอาชีโวของบรรพชิตคือบิณฑบาตด้วยปลีแข้งและทำกิจธุระแค่2อย่างคือคันถธุระและวิปัสสนาธุระ
:b1:
:b11: :b11:
โรสกราบแต่พระธรรมคำสอนเคารพคำสอนของพระพุทธเจ้าไม่กราบคนบวชที่รับเงิน
ถ้าเข้าใจสัจจะตามคำสอนจะล่วงเกินสิกขาบทไหมจะล่วงเกินคำสอนกันเป็นว่าเล่นไหม
พระพุทธเจ้าตรัสว่ามหาโจรเศรษฐีหัวโล้นปล้นสักการะคือปัจจัย4ที่เขาถวายพระพุทธเจ้า
และผู้ทำตามสิกขาบทได้คนบวชที่รับเงินนอกจากปล้นปัจจัย4แล้วยังเหยียบย่ำคำสอนใครคะ
ขโมยปัจจัย4และมีการรับเงินตายคาจีวรต้องตกนรกเข้าใจไหมคะเหยียบย่ำคำสอนของพระพุทธเจ้าอยู่
:b1:
:b32: :b32:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 16 ธ.ค. 2019, 09:45 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 24 ต.ค. 2006, 12:36
โพสต์: 33832

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


อ้างคำพูด:
ปฏิวัติอิหร่าน : วันที่ อยาตอลเลาะห์ โคไมนี กลับอิหร่าน และเปลี่ยนระบอบกษัตริย์เป็นสาธารณรัฐ

นี่คือหนึ่งในเหตุการณ์ที่สำคัญที่สุดในศตวรรษที่ 20 ย้อนไป 40 ปีที่แล้ว อยาตอลเลาะห์ รูฮอลเลาะห์ โคไมนี ผู้นำทางศาสนา เดินทางกลับอิหร่านหลังจากการลี้ภัยและเริ่มต้นการปฏิวัติที่เปลี่ยนแปลงการปกครองอิหร่านจากระบอบกษัตริย์มาเป็นสาธารณรัฐอิสลาม

จอห์น ซิมสัน ผู้สื่อข่าวบีบีซี อยู่บนเครื่องบินลำที่พาเขามุ่งสู่กรุงเตหะรานด้วย

ย้อนไปเมื่อปี 1978 ตอนที่เกิดความวุ่นวายก่อนการปฏิวัติ อยาตอลเลาะห์ รูฮอลเลาะห์ โคไมนี ถูกควบคุมตัวอย่างใกล้ชิดในฐานะผู้ลี้ภัยในเมืองนาจาฟ ซึ่งเป็นเมืองศักดิ์สิทธิ์ของชาวมุสลิมชีอะห์ในอิรัก และ
ในเวลาต่อมา พระเจ้าชาห์ โมฮัมหมัด เรซา ปาห์ลาวี ได้ทรงขอให้ซัดดัม ฮุสเซน ผู้นำอิรักในขณะนั้นขับไล่เขาออกจากประเทศ

ฯลฯ

จัดตั้งสาธารณรัฐอิสลาม

ทีมงานเราเดินไปข้างหน้าเพื่อถ่ายสัมภาษณ์ อยาตอลเลาะห์ รูฮอลเลาะห์ โคไมนี ที่นั่งอยู่บริเวณที่นั่งผู้โดยสารชั้นหนึ่ง เขามองออกไปนอกหน้าต่างและไม่สนใจพวกเรา จนกระทั่งมีนักข่าวถามเขาว่ารู้สึกอย่างไรบ้างเมื่อกำลังจะได้กลับบ้านหลังจากเวลาผ่านไปหลายปี

"ไม่รู้สึกอะไรเลย" เขาตอบ


ต่อ

https://www.bbc.com/thai/international- ... jegzex6j8c


@ แลดูในบ้าน แล้วก็แลดูออกไปนอกบ้าน แลดูออกไปนอกบ้าน แล้วก็แลกลับมาดูในบ้านอีก แลไปแลมา แลมาแลไป :b14: :b13: เขาไม่ใช่ศาสนา แต่เป็นลัทธิการเมือง ซึ่งมีเป้าหมายคือการปกครองตามแบบของตน


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 16 ธ.ค. 2019, 09:52 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 24 ต.ค. 2006, 12:36
โพสต์: 33832

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


ดู ๓ สถาบันหลัก ผ่านธงชาติ :b12:

รูปภาพ


ขาว คือบริสุทธิ์ศรีสวัสดิ์ หมายพระไตรรัตน์ และธรรมะคุ้มจิตไทย

ถ้าตามนี้ พระพุทธ พระธรรม และพระสงฆ์+ธรรมะอยู่ในแถบสีขาวธงชาตินั่น


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 16 ธ.ค. 2019, 17:03 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 24 ต.ค. 2006, 12:36
โพสต์: 33832

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


ที่พม่า แต่แถวๆนี่ไม่ใช่อย่างนั้น



โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 19 ธ.ค. 2019, 09:44 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 24 ต.ค. 2006, 12:36
โพสต์: 33832

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


กรัชกาย เขียน:
เขาว่า ว่ามีอยู่แล้วสองสามหมื่นคน คนที่อาสาพกระเบิดพลีชีพเพื่อปกป้องอิสลาม ...แม้ตัวตายจะได้สิทธิพิเศษ 7 อย่าง เช่นว่า มีบาปเท่าไรก็ถูกล้างหมด ได้ไปสวรรค์แล้วได้แต่งฮานกับนางสวรรค์ 72 คน :b1:
(ได้ข้อคิด ทว่าเป็นนักรบหญิงพกระเบิดทำลายข้าศึกแล้วตาย ไปสวรรค์จะได้แต่งงานกับเทพบุตร 72 คนไหม :b10: )

https://www.facebook.com/10113952457298 ... 080093629/

อ้างคำพูด:
AH 64 ของชาอุ ถูกขีปนาวุธ SA-6 ของรัสเซีย ที่นักรบเยเมนนำมาใช้ สอย AH 64 ร่วงป่างหง่าง เมื่อวันที่
29 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา


https://www.facebook.com/10002198242501 ... 2Mzk4NDI5/

ยับเยินหมดแล้ว

https://scontent.fbkk5-5.fna.fbcdn.net/ ... e=5E3EA0D7



ความจริงที่คนส่วนใหญ่ในประเทศนี้ไม่รู้

ฟังให้จบ

https://www.facebook.com/boklaokaodip/v ... 2MzcwMTUy/


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 432 โพสต์ ]  ไปที่หน้า ย้อนกลับ  1 ... 23, 24, 25, 26, 27, 28, 29  ต่อไป

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 10 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร