วันเวลาปัจจุบัน 19 ต.ค. 2019, 22:09  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง




กลับไปยังกระทู้  [ 8 โพสต์ ]    Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 22 มิ.ย. 2019, 06:24 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-1
Moderators-1
ลงทะเบียนเมื่อ: 24 พ.ค. 2011, 14:20
โพสต์: 5726


 ข้อมูลส่วนตัว




20190622_053716.jpg
20190622_053716.jpg [ 46.73 KiB | เปิดดู 412 ครั้ง ]
เรามักตั้งคำถามให้กับตัวเองบ่อยครั้งว่า
เราเกิดมาทำไม ? เพื่ออะไร ? ทำไมต้องเกิด ? ไม่เกิดได้ไหม ?
ก็เป็นคำถามที่วนๆ เวียนๆ อยู่อย่างนี้ มันก็เหมือนถามว่าไก่เกิดก่อนไข่
หรือไข่เกิดก่อนไก้ สุดท้ายก็ให้คำตอบกับตัวเองไม่ได้...
ไม่ยากครับในพระพุทธศาสนานี้มีคำตอบให้ครับ ก็ลองมาศึกษากันดู

คุยกันไปถามกันมาก็หนีไม่พ้นเรื่องกรรม คือตัวเจตนาที่จะเป็นบ่งชี้ได้อย่างเห๊นได้
เราเกิดมาทำไม ? คำตอบก็คงต้องชี้ไปที่ตัวเจตนาคือกรรมที่ส่งผลมาให้เกิดอีก
เกิดมาเพื่อรับผลของกรรมนั่นเอง เมื่อกรรมทำให้เกิดแล้วก็ต้องมารับผลของกรรมที่ทำไว้นั่นเอง
การรับผลของกรรมก็ที่ทวารต่างๆมีที ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ จะมีนอกเหนือไปกว่านี้ไม่มีเลย
โดยเป็นอารมณ์มาปรากฏหรือรับตามทวารต่างๆ เช่น สี มากระทบที่ตา เสียงมากระทบที่หู
กลิ่นมากระทบที่จมูก รสมากกระทบที่ลิ้น โผฏฐัพพะหรือเย็นร้อนอ่อนแข็งมากระทบที่กาย
ธัมมารมณ์ หรือนึกคิดเรื่องราวต่างๆ มากระทบที่ใจ ชี่งเป็นผลของกรรมเก่าทั้งสิ้น มีทั้งที่ดีและไม่ดี

เมื่อรับผลของกรรมเก่าแล้วก็สร้างกรรมใหม่ทันที่ โดยที่ชอบใจบ้างไม่ชอบใจบ้าง
ที่ปรากฏออกมาทางกายบ้าง วาจาบ้าง ทางใจบ้าง ที่เป็นบุญบ้างเป็นบาปบ้าง ชึ่งเป็นเหตุ
ให้ต้องไปเกิดในภพภูมิใหม่กรรมดีก็ได้ไปเกิดในภพภูมิที่ทำให้มีความสุขความเจริญในภูมินั้นๆ
เมื่อสร้างกรรมไม่ดีก็ทำให้ไปเกิดในภพภูมิที่ไม่ปราศจากความสุขสบายในภพภูมินั้นๆ
ดังจะเห็นได้ในภาพที่นำมาแสดงประกอบความเข้าใจทำให้ง่ายขึ้น กรรมก็จะหมุนกันเช่นนี้ตลอดไป
จนกว่าจะได้ทำกรรมที่ตัดวงจรการเกิดอีกนั่นคือ "มรรคกรรม" ที่มีสอนอยู่แต่ในพระศาสนานี้เท่านั้น

.....................................................
พระธรรมคำสอน บัญญัติ ตรัส ไว้ดีแล้ว ไม่ต้องลด ไม่ต้องเพิ่ม ไม่ต้องแก้ไข ใดๆ ทั้งสิ้น
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 14 ก.ค. 2019, 09:59 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 8
สมาชิก ระดับ 8
ลงทะเบียนเมื่อ: 02 มิ.ย. 2007, 13:49
โพสต์: 662


 ข้อมูลส่วนตัว


:b8: :b8: :b8:

.....................................................
ทำความดีทุกๆ วัน


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 16 ก.ค. 2019, 02:07 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 25 ก.พ. 2011, 19:56
โพสต์: 1709


 ข้อมูลส่วนตัว


พระพุทธเจ้าทรงแสดงว่า ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ นี้เป็น กรรมเก่า

หมายถึง กัมมชรูป และ วิปากจิต ซึ่งเป็นผลของกรรมที่ได้กระทำไว้แล้วในกาลก่อน

ส่วนกรรมใหม่ก็คือ กุศลเจตนา และ อกุศลเจตนา


ทุกอย่างก็เป็นไปในขณะนี้เอง

.....................................................
พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงมีพระปัญญาเหนือบุคคลใดใด


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 16 ก.ค. 2019, 05:22 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-1
Moderators-1
ลงทะเบียนเมื่อ: 24 พ.ค. 2011, 14:20
โพสต์: 5726


 ข้อมูลส่วนตัว


ปฤษฎี เขียน:
พระพุทธเจ้าทรงแสดงว่า ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ นี้เป็น กรรมเก่า

หมายถึง กัมมชรูป และ วิปากจิต ซึ่งเป็นผลของกรรมที่ได้กระทำไว้แล้วในกาลก่อน

ส่วนกรรมใหม่ก็คือ กุศลเจตนา และ อกุศลเจตนา


ทุกอย่างก็เป็นไปในขณะนี้เอง


สาธุครับ

ส่วนกรรมใหม่ก็คือ กุศลเจตนา และ อกุศลเจตนา ที่เป็นไปในขณะนี้
ก็สร้าง กรรมภพ อุปัติภพ ส่งผลในชาติหน้าทั้งในปฏิสนธิกาล
และในปวัตติกาล และกรรมบางอย่างก็ส่งผลในชาตินี้

.....................................................
พระธรรมคำสอน บัญญัติ ตรัส ไว้ดีแล้ว ไม่ต้องลด ไม่ต้องเพิ่ม ไม่ต้องแก้ไข ใดๆ ทั้งสิ้น


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 17 ก.ค. 2019, 00:49 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 25 ก.พ. 2011, 19:56
โพสต์: 1709


 ข้อมูลส่วนตัว


ลุงหมาน เขียน:
ปฤษฎี เขียน:
พระพุทธเจ้าทรงแสดงว่า ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ นี้เป็น กรรมเก่า

หมายถึง กัมมชรูป และ วิปากจิต ซึ่งเป็นผลของกรรมที่ได้กระทำไว้แล้วในกาลก่อน

ส่วนกรรมใหม่ก็คือ กุศลเจตนา และ อกุศลเจตนา


ทุกอย่างก็เป็นไปในขณะนี้เอง


สาธุครับ

ส่วนกรรมใหม่ก็คือ กุศลเจตนา และ อกุศลเจตนา ที่เป็นไปในขณะนี้
ก็สร้าง กรรมภพ อุปัติภพ ส่งผลในชาติหน้าทั้งในปฏิสนธิกาล
และในปวัตติกาล และกรรมบางอย่างก็ส่งผลในชาตินี้



:b8: :b8: :b8:

การได้เข้ามาศึกษาพระพุทธศาสนา นั้นมีคุณค่ามาก โดยเฉพาะเมื่อได้ศึกษาพระอภิธรรม
ก็จะได้เห็นถึงความจริงอย่างที่สุด ของสิ่งที่ละเอียดที่สุด ที่พระพุทธเจ้าทรงตรัสรู้ และนำมาแสดง

เช่นเรื่องกรรมและผลของกรรม ซึ่งใครๆ ที่เป็นกรรมวาทีบุคคลก็กล่าวได้แม้ไม่มีพระผู้มีพระภาคเจ้ามาตรัสก็กล่าวได้ว่า ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว

แต่พระผู้มีพระภาคเจ้าเป็นผู้รู้ที่ยิ่งกว่าผู้รู้ทั้งหลาย ทรงแสดงความจริงอย่างละเอียดที่สุด

ถ้าไม่ได้ศึกษาก็ไม่รู้เลยครับ ขณะใดเป็นกรรม ขณะใดเป็นผลของกรรม

แล้วก็เกิดดับอยู่ตลอดๆ ในขณะนี้ด้วย

.....................................................
พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงมีพระปัญญาเหนือบุคคลใดใด


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 17 ก.ค. 2019, 17:22 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-1
Moderators-1
ลงทะเบียนเมื่อ: 24 พ.ค. 2011, 14:20
โพสต์: 5726


 ข้อมูลส่วนตัว




20190717_132217.png
20190717_132217.png [ 482.02 KiB | เปิดดู 210 ครั้ง ]
นี่ก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ทำให้เข้าถึงข้อมูลคำสอนที่ถูกต้อง
ดังนั้นเราต้องเรียนรู้ จึงจะได้ประโยชน์อย่างสูงสุด
คิดว่าคนในยุคนี้ได้อะไรๆ มากจนแทบไม่น่าเชื่อ

.....................................................
พระธรรมคำสอน บัญญัติ ตรัส ไว้ดีแล้ว ไม่ต้องลด ไม่ต้องเพิ่ม ไม่ต้องแก้ไข ใดๆ ทั้งสิ้น
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 24 ก.ค. 2019, 19:05 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-1
Moderators-1
ลงทะเบียนเมื่อ: 24 พ.ค. 2011, 14:20
โพสต์: 5726


 ข้อมูลส่วนตัว




1563403621718.jpg
1563403621718.jpg [ 50.97 KiB | เปิดดู 93 ครั้ง ]
:b8: :b8: :b8:

.....................................................
พระธรรมคำสอน บัญญัติ ตรัส ไว้ดีแล้ว ไม่ต้องลด ไม่ต้องเพิ่ม ไม่ต้องแก้ไข ใดๆ ทั้งสิ้น
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 29 ก.ค. 2019, 13:59 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-2
Moderators-2
ลงทะเบียนเมื่อ: 05 มิ.ย. 2009, 10:51
โพสต์: 2174


 ข้อมูลส่วนตัว


Kiss :b8: :b8: :b8:


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 8 โพสต์ ] 

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 7 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร