วันเวลาปัจจุบัน 06 ธ.ค. 2019, 07:14  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง




กลับไปยังกระทู้  [ 1 โพสต์ ]    Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 10 ส.ค. 2019, 07:51 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
อาสาสมัคร
อาสาสมัคร
ลงทะเบียนเมื่อ: 06 มี.ค. 2009, 10:48
โพสต์: 3611


 ข้อมูลส่วนตัว


บันทึกธรรม หลวงพ่อกานต์ วรธมฺโม

ให้โอวาส แด่ นักเรียนโรงเรียนน้ำริดวิทยา มาปฏิบัติภาคเช้า

ให้ก้มกราบเท้าแม่ ให้ศีรษะจรดที่เท้าแม่
ที่สูงของเรา คือที่ต่ำของแม่
ลูกต้องพูดหวานที่สุด พูดดีที่สุด พูดเพราะที่สุด
นี่เราโชคดี มีวันแม่
จึงยกฐานะให้เป็นผู้ที่สำคัญของโลก สุภาพสตรี ลูกผู้หญิง เราต้องให้เกียรติๆ เป็นพิเศษ
เราต้องคิดอย่างนี้ จิตใจเราจะได้เปิด ได้ฟัง

คำถาม
คนดีของแม่ มีอะไรบ้าง?
(นักเรียนได้ตอบ หลวงพ่อ ที่ละคน)

ฐานะของ ผู้ชาย มีฐานะที่แข็งแรง
ฐานะของ ผู้หญิง มีฐานะเป็นแม่
ทำดี พูดดี สามัคคี ร่วมไม้ร่วมมือ ในกลุ่มของเรา เพื่อจะทำความดี วันนี้ พรุ่งนี้ ในวันแม่ที่ ๑๒ ทุกคนต้องปฏิบัติ กาย วาจา ใจ ต้องให้มีคุณธรรม ศีลธรรม กิริยา มารยาท อ่อนน้อม พูดเพราะ ไหว้งาม กล่าวสวัสดี
หัวใจต้องยิ้ม เสียสละ อดทน ต้องขยัน สร้างสรรค์ กตัญญู ให้ทุกคนทำแบบนี้ ในโรงเรียนของเรา บ้านของเรา อำเภอของเรา จังหวัดของเรา โลกพึ่งพาอาศัย คุณงามความดีที่ทุกคนต้องปฏิบัติ
เช่น เราไปสวนใช่ไหม? สวนเงาะ ทุเรียน ลางสาด พอมันออกผลมา เราก็ไปสวน เก็บมากินได้ เก็บไปฝาก ญาติพี่น้อง เพื่อน กินกันมีความสุขใช่ไหม? พึ่งพาอาศัย ให้ นักเรียนทุกคน ยึดมั่นในความกตัญญู กตเวที เป็นคนดีของพ่อแม่ ครู อาจารย์ ของสังคม ของประเทศ เป็นแบบอย่างนะ

บันทึกธรรม หลวงพ่อกานต์ วรธมฺโม
ให้โอวาทกับคณะนักเรียน โรงเรียนน้ำริดวิทยา
เนื่องในโอกาสวันแม่ ที่จะมาถึง
วันพฤหัสบดี ที่ ๙ สิงหาคม ๒๕๖๑
หลังปฏิบัติธรรมภาคเช้า ณ วัดอุตรดิตถ์ธรรมาราม






"...การภาวนาต้องเอาหลักปัจจุบัน จะดูใจเจ้าของ ใจตัวนี้แหละ ใจเป็นนาย กายเป็นบ่าว คำว่า กายนี้เป็นของใช้ของใจอีกทีหนึ่ง ฝึกฝนใจดี กายก็ไปในทางดี เพราะเป็นเครื่องมือของใจ..."

หลวงพ่อบุญทัน ฐิตสีโล
วัดเขาเจริญธรรม จ.เพชรบูรณ์







ผู้มีกุศลในใจ คือมีบุญในใจ
'หนักแน่น' ใครด่าว่าติเตียน
ก็ไม่เสียใจ ไม่โกรธ ไม่เกลียด
เพราะว่า... ใจมีบุญเป็นเครื่องอยู่

ตรงกันข้ามกับใจที่มีกิเลสเป็นเครื่องอยู่

กิเลสอยู่ในใจใคร

ก็มีแต่ปั่นจิตใจให้เดือดร้อนวุ่นวาย

โอวาทธรรมพ่อแม่ครูอาจารย์
หลวงปู่เหรียญ วรลาโภ






เรื่อง​ "พระพุทธเจ้าเป็นคนไทย"

(วิสัชนาธรรมโดย​​ หลวงพ่อฤาษีลิงดำ วัดท่าซุง)
(คัดลอกจากหนังสือ​ "ธรรมปฏิบัติ" เล่ม ๑๗)​

ในสมัยหนึ่ง เมื่อองค์สมเด็จพระบรมศาสดาประทับสำราญอิริยาบถ ท่านโกมารภัจจ์ได้ยินข่าวว่า เมืองทวาราวดี เป็นเมืองที่มีความเจริญรุ่งเรือง มีขนบธรรมเนียมประเพณีดี มีภาษาพูดเพราะ ก็อยากจะไปเที่ยว​ เมืองทวาราวดี​ คือ​ เขตไทยทางด้านนครปฐม แต่ว่าทวาราวดีเวลานั้น​ ก็กินเขตแดนเกือบทั้งหมดของเมืองไทยนี่เอง

เวลานั้นเขาไม่เรียกเมืองไทย เขาเรียกตามชื่อเมืองว่า เมืองทวาราวดี ท่านหมอชีวกโกมารภัจจ์ ทูลลาองค์สมเด็จพระชินสีห์ ไปเที่ยวที่เมืองทวาราวดีอยู่เกือบ ๒ ปี ตอนนั้นท่านเป็นพระโสดาบันแล้ว คือว่าการเป็นพระโสดาบันนี่เป็นไม่ยาก คือ

๑. นึกถึงความตายเป็นอารมณ์
๒. เคารพในพระพุทธเจ้า ในพระธรรม ในพระอริยสงฆ์
๓. มีศีล ๕ บริสุทธิ์
๔. จิตใจต้องการพระนิพพานเป็นอารมณ์

พระโสดาบันเขาเป็นกันแค่นี้นะ ทุกคนก็เป็นได้​ เมื่อมาถึงทวาราวดี อยู่ประมาณเกือบ ๒ ปี ท่านก็กลับ กลับแล้วก็ไปเฝ้า​ องค์สมเด็จพระผู้มีพระภาคเจ้า ว่าชาวเมืองทวาราวดีนี่มีภาษาพูดที่เพราะมาก เป็นภาษาโดด คือพูดเป็นคำๆ อย่างคำว่าไปก็ไป กินก็กิน
อย่างเวลานั้นภาษาแขกหรือชาวมคธ คำว่า “ไป” เขาก็พูดว่า “คันตวา” มันเป็นคู่

“กิน” เขาก็พูดว่า“ภุญชติ” ภุญชติล่อไป ๓ คำ กลั้วกัน คันตวาล่อไป ๓ คำ ของเราไป ของเรากิน มันเป็นคำโดด​ พอกราบทูลสมเด็จพระผู้มีพระภาคเจ้าว่าภาษาทวาราวดีเขาพูดเพราะ พูดช้าๆ ฟังสบายๆ

และก็เป็นภาษาโดด พระพุทธเจ้าจึงถามว่า ทวารวดีเขาพูดกันอย่างไร ลองพูดให้ฟังซิ ท่านโกมารภัจจ์ก็พูดให้ฟัง พระผู้มีพระภาคเจ้าก็พูดภาษาทวาราวดี
คุยกับท่านโกมารภัจจ์อยู่พักหนึ่ง รู้สึกว่าสนุกสนานมาก ท่านโกมารภัจจ์ก็สนุก ทว่าสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านจะสนุกหรือไม่สนุกก็ไม่ทราบ​ แต่เวลาคุยกับท่านโกมารภัจจ์ท่านคุยเป็นกันเอง คงจะสนุกเป็นพิเศษ

คุยกันไปคุยกันมา ท่านโกมารภัจจ์นึกขึ้นมาได้ว่า สมเด็จพระจอมไตรบรมศาสดานี้ เป็นลูกชาวกรุงกบิลพัสด์ อยู่อินเดีย ที่พูดภาษาทวาราวดีนี่ได้เพราะอาศัยปฏิสัมภิทาญาณ​ หรือความรู้เดิมกันแน่ แล้วความจริงปฏิสัมภิทาญาณนี่เขารู้ภาษาทุกภาษา แม้แต่ภาษาสัตว์ทุกประเภท

จึงกราบทูลองค์สมเด็จพระบรมโลกเชษฐ์ว่า​ ที่พระองค์ตรัสภาษาทวาราวดีนี่ รู้มาเองหรือว่ารู้ด้วยอำนาจปฏิสัมภิทาญาณ หรือว่ารู้ด้วยการพูดได้เป็นภาษาเดิม หรือเรียนมาจากไหน​ องค์สมเด็จพระจอมไตรบรมศาสดาจึงได้ตรัสว่า โกมารภัจจ์ ภาษาทวาราวดีนี่​ เป็นภาษาเดียวกับชาวกรุงกบิลพัสด์ใช้เป็นภาษาพื้นเมือง

ฉะนั้นท่านโกมารภัจจ์ก็ทูลถามว่า ถ้าเช่นนั้น ชาวกรุงกบิลพัสด์ ก็เป็นเชื้อสายเดียวกับทวาราวดีใช่ใหม
องค์สมเด็จพระจอมไตรบรมศาสดาก็ตรัสว่าใช่ คือชาวกรุงกบิลพัสด์ก็ดี ชาวกรุงทวาราวดีก็ดี เป็นเชื้อสายเดียวกัน คือพูดภาษาไทยเหมือนกัน​ นี่ขอบรรดาท่านทั้งหลายได้โปรดทราบว่า พระพุทธเจ้าท่านความจริงเป็น​ "คนไทย" เขาเรียกว่า​ "ไทยอาหม"

โอวาทธรรม หลวงพ่อฤาษีลิงดำ












เรื่อง​ "โลกนี้ร้อนด้วยไฟกิเลสแผดเผาอยู่ตลอดเวลา"

(คติธรรม​ หลวงตามหาบัว​ ญาณสัมปันโน)​

ตามหลักธรรมท่านสอนไว้ว่า

"โก นุ หาโส กิมานนฺโท นิจฺจํ ปชฺชลิเต สติ
อนฺธกาเรน โอนทฺธา ปทีปํ น คเวสถ" เป็นต้น

เมื่อโลกสันนิวาสนี้ เต็มไปด้วยความมืดมนอนธการ เพราะอำนาจแห่งกิเลสตัณหามันแผดเผาอยู่ตลอดเวลา พวกท่านทั้งหลายเพลิดเพลินหัวเราะร่าเริงกันหาอะไร? ทำไมจึงไม่รีบแสวงหาที่พึ่ง มาเพลินอยู่กับไฟทำไมกัน เพราะ “ความลืมตัว ประมาท” นั่น! ท่านสอนฟังซิ ถึงใจไหม? พระพุทธเจ้าสอนโลกน่ะ


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 1 โพสต์ ] 

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 2 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร