วันเวลาปัจจุบัน 17 ก.ค. 2020, 00:06  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง




กลับไปยังกระทู้  [ 1 โพสต์ ]    Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 07 ก.พ. 2020, 05:15 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
อาสาสมัคร
อาสาสมัคร
ลงทะเบียนเมื่อ: 06 มี.ค. 2009, 10:48
โพสต์: 3835


 ข้อมูลส่วนตัว


"..คำสอนของพระพุทธเจ้า ให้มีทาน ศีล ชีวิตจะไม่ตกต่ำ จะช่วยให้ไปเกิดในโลกหน้าอย่างมีความสุข

การกลับมาเกิดเป็นมนุษย์นี่ยากมาก เพราะส่วนใหญ่จะเกิดเป็นเปรต อสูรกาย สัตว์เดรัจฉาน สัตว์นรก นี่มากมายเหลือเกิน

เพราะฉะนั้น ต้องเดินทางให้ถูกต้องเพื่อให้พ้นจากทุกข์..."

โอวาทธรรม หลวงปู่ทิวา อาภากโร
๑๗ ก.ค.๒๕๕๙
ณ บ้านพรหมพิมาน









...คำพูดว่า
“ทุกข์บ่มี บารมีบ่เกิด
มารบ่มี บารมีบ่เกิด
ทุกข์บ่มี ปัญญาบ่เกิด”

..นี่ ต้องมีเหตุการณ์มากระตุ้น
ให้สร้างบารมีกัน
เวลาเจอมารมาผจญนี้
จะต้องพยายามสร้างความอดทน
สร้างความเมตตาสู้กับมารต่างๆ
ถึงจะเอาชนะได้

...ถ้าไม่มีความเมตตา
ไม่มีความอดทน
เดี๋ยวก็..กลายเป็นมารด้วยกัน
“เขามารมา เราก็มารไป”

...แต่ถ้ามีเมตตา มีขันติ มีปัญญา
ก็จะใช้คุณธรรม ใช้บารมี
ต่อสู้เอาชนะมารด้วยการ
“แพ้เป็นพระ ชนะเป็นมาร “

..ยอมแพ้
แต่การแพ้นี้ ไม่ได้แพ้ผู้ที่มาเป็นมาร
แต่ชนะมารที่มีอยู่ภายในใจ
มารที่จะมาฉุดลากให้จิตต้องติดอยู่ใน
กองทุกข์แห่งการเวียนว่ายตายเกิดนั่นเอง

...เพราะเมื่อไปทำบาป
“ก็จะต้องไปเกิดในอบายต่อไป”.
...............................
คัดลอกการแสดงธรรม
ธรรมะบนเขา 6 /10/ 2562
พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต
วัดญาณสังวรารามฯ ชลบุรี










“ในความเป็นจริงแล้ว ไม่มีใครที่จะเป็นเจ้าของเรา
ได้อย่างแท้จริง ทุกคนในโลกนี้ เข้ามาในชีวิตของเรา
เพียงเพื่อจะจากเราไป ไม่ช้าก็เร็ว”

พระอาจารย์ไพศาล วิสาโล









โลกใบนี้ไม่มีอะไร ความจริงมีอยู่แค่มืดกับแจ้ง
อย่าวิ่งตามสมมติ มันเป็นอย่างนั้น โลกอันนี้น่ะ
พ่อแม่ครูบาอาจารย์ไม่ได้ขาดพุทโธ
อย่างองค์หลวงปู่ขาว ไม่ได้ขาดพุทโธนะ
ถ้าพิจารณาตามสัญญาก็ได้แค่นั้น
ท่านบังคับสติให้เป็นมหาสติ บังคับปัญญาให้เป็นมหาปัญญา
ให้บังคับ...ถ้าจิตสงบเข้าไปมันต้องมีแสง บางทีก็เกิดเป็นแสงแพ่บๆ
บางทีก็เป็นแสงคล้ายไฟฉายขึ้นมา เราต้องย้อนมาดูตัวเราเสมอ
วันหนึ่งคืนหนึ่งอย่าให้ออกจากสมาธิ นั่นล่ะมันจะเกิด...อย่าให้ฟุ้งซ่าน
เพราะถ้าคิดไปคิดมามันก็ลงโน่นล่ะ...น้ำครำของเก่าเรานั่น
พากันภาวนา ตอนกลางวัน ตอนเย็นให้พากันเดินจงกรม
ตรงที่มันสงบสงัด สภาพร่างกายผมตอนนี้ก็ไม่แข็งแรง
โรคแก่ โรคเจ็บ โรคตาย มันมาประจักษ์ในกายแล้วทำยังไงได้ล่ะ
พระพุทธเจ้าท่านว่า เกิด แก่ เจ็บ ตาย มันมีเท่านั้น
เราจะฝืนธรรมชาติไปไม่ได้ เอาไปพิจารณาใคร่ครวญนะ
การวิปัสนามันย่อมรู้จริงเห็นจริง ไม่ได้ฟังตามตำรามา มันรู้เอง
พระพุทธเจ้าท่านตรัสรู้มาไม่มีครูไม่มีอาจารย์
จิตถ้าไม่สงบให้เอาพุทโธเข้ากำกับจิตใจตนเอง
อย่าเอาทางโลกทางสงสารมาคิดมาคำนึง ให้มันอยู่กับพุทโธ
นี่...พุทธคุณ ธรรมคุณ เอามาท่อง...เรื่องคิดเล่นๆหัวๆล่ะ
โอ๊ย...มันไม่เห็นอะไรล่ะ มันไม่ต่างกันกับโลกเขานะ
เวลานั่งเข้าไปก็ปรุงไปล่ะ เอาลูกเอาเมีย เอานั่นเอานี่ไป
โอ๊ย...ดูมันช่างห่างไกลจากคำสอนของพระพุทธองค์เสียนี่กระไร
แล้วมันจะเห็นอะไร องค์ท่านเดินไปอย่างหนึ่ง เราเดินไปอีกทางหนึ่ง
.
หลวงปู่ลี กุสลธโร วัดป่าภูผาแดง อ.หนองวัวซอ จ.อุดรธานี
เทศน์อบรมพระในพรรษา พุทธศักราช ๒๕๔๒











ท่านว่า " คนที่ไม่มีหลักใจมักคว้าหาสิ่งภายนอกมาเป็นที่พึ่ง ส่วนมากแล้วมักจะเอาสิ่งที่ไม่มีประโยชน์มาเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวทำให้จิตใจกำดำกำขาว สิ่งที่ยึดถือกันส่วนมากมักเป็นของผิดหลักธรรมเสียมากกว่า "..
ท่านบอก “ ที่พึ่งอันประเสริฐของจิตใจคือ พระรัตนะตรัยเท่านั้น ยามทุกข์ใจพระรัตนะตรัยช่วยคลายทุกข์ให้จิตใจได้ ขอให้ใจเรามั่นคงในสรณะธรรม เชื่อมั่นในการปฏิบัติธรรม ธรรมจะรักษาจิตใจของผู้ประพฤติธรรมเอง ”..
พ่อแม่ครูอาจารย์ " บอกคนเรานั้น กว่าจะหาที่พึ่งให้กับจิตใจของตนเองได้นั้นมันยากเอาการอยู่เหมือนกัน แต่สิ่งเหล่านี้มันก็ไม่เกินวาสนาของผู้แสวง “ บุญ ” จะตั้งใจ " ..

ที่มา : ชีวประวัติ พระคุณเจ้าหลวงปู่ชอบ ฐานสโม วัดป่าโคกมน-สัมมานุสรณ์ บ.โคกมน ต.ผาน้อย อ.วังสะพุง จ.เลย







มีเงินเป็นหมื่นล้านแสนล้านยังหิวอยู่ เพราะจิตใจมันไม่เต็ม

โอวาทธรรม
หลวงปู่บุญมา คัมภีรธัมโม










การบรรลุธรรม

ถาม : การบรรลุธรรมนั้นจำเป็นหรือไม่ที่จะต้องบรรลุธรรมในวัดหรือในป่า บรรลุธรรมในบ้านได้หรือไม่ ?
ตอบ : สถานที่ไหนก็ได้ถ้ามันเหมาะมันสม อย่างที่พระพุทธเจ้าท่านบอกไว้ว่าสถานที่สัปปายะ คือสถานที่มันเหมาะ หมายถึงอยู่ในที่สงัดไม่เกลื่อนกล่นไปด้วยผู้คน อาหารสัปปายะ หมายความว่า อาหารมันเหมาะกับธาตุขันธ์ของตัวเอง ไม่ใช่ว่าคนแพ้ข้าวเหนียวแล้วไปอยู่ภาคอีสานอย่างนี้มันก็แย่ อากาศสัปปายะ ก็คือว่าไม่ร้อนไม่หนาวจนเกินไปเป็นที่พอดีสบาย

สิ่งทั้งหลายเหล่านี้มันมีส่วนมากสำหรับผู้ฝึกในระยะแรกเริ่ม แต่ว่าผู้ที่กำลังใจทรงตัวแล้วสถานที่ไหนก็เหมาะสำหรับท่าน ตรงจุดไหนก็ตามก็สามารถบรรลุมรรคผลได้ เพียงแต่ว่าความพยายามในการใช้มันมากน้อยต่างกัน ถ้าในสถานที่ ๆ เคยมีพระที่บรรลุมรรคผลอยู่ก่อนแล้วพลังงานของท่านจะหลงเหลืออยู่ พอเราไปตรงจุดนั้นพลังงานของท่านจะหนุนเสริม ทำให้กำลังใจของเรามันเข้าถึงธรรมได้ง่าย แต่ว่าถ้าไม่มีที่ในสถานที่นั้นต้องตะเกียกตะกายเอง เหมือนกับว่าสถานที่หนึ่งมีหนทางให้เราอาศัยขึ้นภูเขาได้ ได้รับการหักล้างถางพอมาดีแล้วมันก็จะสะดวกสำหรับเรา

แต่ถ้าหากว่าเราต้องไปบุกป่าฝ่าหนามปีนเขาปีนห้วยเองมันก็ลำบากหน่อยแต่มันถึงเหมือนกัน ถ้าถามว่าสถานที่ไหนเหมาะ ทุกที่ก็ได้นะ แต่ถ้าหากว่าได้ที่ ๆ เป็นสัปปายะจริง ๆ ก็เป็นอันว่าอันนั้นน่ะวิเศษเลย

ถาม : คนในอดีตที่มาเกิดในชาติปัจจุบัน ถ้าเป็นคน ๆ เดียวกันมาเกิดแล้วเป็นไปได้หรือไม่ว่าจะต้องมีหน้าเหมือนหรือคล้ายกัน ?
ตอบ : ไม่จำเป็น เพราะว่าเรื่องรูปร่างหน้าตานี่รูปร่างไม่เปลี่ยนจะมีรูปร่างคล้ายคลึงชาติเดิม แต่ว่าหน้าตาจะเปลี่ยนไปตามบุญตามกรรมที่ตัวเองทำ อย่างเช่นว่า ถ้าเจ้าโทสะก็จะขี้เหร่หน่อย ถ้าหากประกอบไปด้วยเมตตาหรือศีลนี่หน้าตาก็จะสวยงามเป็นที่ต้องตาต้องใจคนอื่นเขา แต่ว่าสิ่งที่ไม่ค่อยจะเปลี่ยน ต้องใช้คำว่าไม่ค่อยจะเปลี่ยนคือ
๑. ลักษณะรูปร่าง อาตมาเองเคยเห็นคนบางคนพอเห็นปุ๊บนี่สะดุดใจเลย พอนึกย้อนไปอ๋อ....ที่แท้เราเคยเห็นมาก่อน แต่ว่ามันไม่ใช่ชาตินี้ เคยสนิทสนมคุ้นเคยกันมาก่อน รูปร่างเขาเหมือนเดิมทุกอย่าง
๒. ลักษณะนิสัย เคยชอบอย่างไงก็จะเป็นอย่างนั้น กินอาหารแบบไหนถนัดเกิดมาชาตินี้มันก็จะกินแบบนั้น เพราะฉะนั้นลักษณะรูปร่างลักษณะนิสัยนี่มันไม่ค่อยเปลี่ยน แต่ลักษณะหน้าตานี่เปลี่ยนแน่

ถาม : ถ้าหน้าเหมือนกับชาติที่แล้ว ?
ตอบ : เป็นไปได้เหมือนกันก็แสดงว่าความดีเขาสม่ำเสมอ

ถาม : การที่ผู้ปกครองมีค่านิยมให้ลูกหลานให้เรียนถึงปริญญาตรีใช้เวลาเรียนถึง ๑๖ ปี ค่านิยมนี้บางครั้งเวลาจบออกมาก็ไม่มีงานทำ ขณะที่คนไม่ได้เรียนหรือเรียนน้อยกับประสบความสำเร็จในหน้าที่การงาน อย่างนี้ควรตั้งอารมณ์ความคิดไว้อย่างไร หรือถ้าเรียนทางโลกนั้นควรจะยึดถืออยู่ระดับใด ?
ตอบ : โบราณท่านบอกว่า
รู้จริงแล้วสิ่งเดียวอาจมีมั่ง เลี้ยงชีพช้าอยู่ร้อยชั่วลื้อเหลนหลาน ขอให้ชำนาญจริง ๆ อย่างเดียวก็เป็นอันว่าคุณเอาตัวรอดได้แน่นอน การเรียนมากส่วนใหญ่มันจะตกลักษณะความรู้ท่วมหัวเอาตัวไม่รอด เพราะว่าความชำนาญจริง ๆ มันไม่มีอย่างหนึ่ง
แล้วในขณะเดียวกันว่าอาจจะไปเรียนสิ่งที่ตัวเองไม่ได้รักไม่ได้ชอบเลย แต่ว่าโดนผู้ปกครองฝืนใจให้เรียน แล้วถามว่ารู้สึกอย่างไรในเรื่องเกี่ยวกับอันนี้ ใครก็ตามที่สามารถเอาตัวรอดได้ไม่ใช่ว่าเขาไม่ได้เรียน แต่ว่าเขาเรียนมหาวิทยาลัยของโลก เขาไม่ได้เรียน

มหาวิทยาลัยของทางราชการ มหาวิทยาลัยของโลกประสบการณ์มันเยอะ ของสหรัฐเขาจัดโครงการไอสไตน์น้อย เขาจะเอาเด็กที่มีไอคิวสูงเกิน ๑๒๐ ขึ้นไปมาศึกษาเรียนรวมกัน ปรากฏว่าพังบรรลัยหมดเลย
เพราะว่าเด็กพวกนี้มันมีแต่ไอคิว คือสมองในด้านกำหนดจดจำของเขา มันไม่มีอีคิว คือการรักษาอารมณ์ เขาเรียกว่าวุฒิภาวะ ในเมื่อวุฒิภาวะไม่พอเอาแต่ใจตัวเอง คิดว่าตัวเองเก่ง ตัวเองฉลาด ก็เลยเข้าสังคมกับเขาไม่ได้ พอเอาไปรวมกันก็แตกกันบรรลัยหมด

เพราะฉะนั้นในเมื่อสิ่งทั้งหลายเหล่านี้เราก็จะเห็นได้ว่า สิ่งที่เรียนมากฉลาดมากไม่ใช่จะประสบความสำเร็จในชีวิต แต่ว่าคนที่รู้ว่าอะไรเหมาะอะไรควร รู้หลบเป็นปีกรู้หลีกเป็นหาง เอาตัวรอดได้ในสังคมในโลกกว้างนี่ถือได้ว่าเป็นผู้ที่ประสบความสำเร็จน่าสรรเสริญ

ถาม : อย่างนี้ถ้าสมมุตเรามีลูกก็ไม่จำเป็นจะต้องตั้งเป้าว่าจะต้องจบปริญญาตรี ?
ตอบ : ไม่จำเป็น นั่นเป็นการบีบคั้นกดดันลูกมากเกินไป อย่างเช่น ตอนนี้อาตมาส่งเด็ก ๆ เรียนอยู่ก็บอกเขาว่าให้เรียนเต็มที่ ถ้าเราทำเต็มที่แล้วมันได้แค่ไหนก็เอาแค่นั้น หลวงพ่อไม่เคยตั้งความหวังอะไรกัีบหนูหรอก

ถาม : ถ้าฆราวาสได้บรรลุธรรมเป็นพระอรหันต์แล้วไม่ได้บวช ในวันรุ่้งขึ้นก็จะตาย ในปัจจุบันนี้ที่ผ่านมาไม่นานมีหรือไม่ครัึบ ?
ตอบ : มันน่าจะมีอยู่้ แต่ว่าของเราเองนี่เนื่องจากการพยากรณ์มรรคผลเป็นหน้าที่ของพระพุทธเจ้าเท่านั้น ก็เลยไม่มีใครที่จะไปชี้ว่าคนนั้นเป็นพระอรหันต์ คนนี้บรรลุมรรคแล้วตาย แต่ขอยืนยันว่ายังมีอยู่ มีเป็นปกติด้วย ทำถึงเมื่อไหร่ถ้าหากว่าเป็นฆราวาสอยู่ก็ตายเมื่อนั้น

ถาม : การที่เราจะรู้ว่าของเก่าทุนเดิมของเราได้ฝึกในวิชชา ๓ หรือฝึกอภิญญามาอันนี้เราจะสังเกตดูได้จากไหน ?
ตอบ : อันนี้ดูจากจริต นิสัยเฉพาะตนโบราณใช้คำว่า อัชฌาสัย คือความรักชอบเป็นส่วนตัว ตัวเองชอบแบบไหน อย่างเช่น หลวงพ่อท่านเปรียบเทียบว่า เขาเอาของวางไว้ เราอยากรู้อยากเห็นว่ามันเป็นอะไรแล้วเราเปิดดู นี่ก็เป็นลักษณะของวิชชา ๓ ของเขา แต่ถ้าเปิดดูยังไม่พอเอาของเขามารื้อด้วยอย่างนี้เป็นอภิญญา ๖ ไอ้รื้อด้วยไม่พอมันจับวิจัยแยกธาตุเลยว่ามีสารประกอบอะไรบ้างพวกนี้ปฏิสัมภิทาญาณ
เพราะฉะนั้นจริตของแต่ละคนดูออกได้เลยโบราณเรียกว่าอัชฌาสัย ถ้าพวกประเภทวางลงไปแล้วเขาบอกว่าเออแก้วน้ำนะอยู่ในกล่องนี้ เขาก็เชื่อว่าแก้ว แล้ววางลงไปที่เดิมนี่สุกขวิปัสสโกแน่นอน

ถาม : คนกล่าวกันว่าคนสมัยนี้อายุยืนขึ้นเพราะว่าการแพทย์สารธารณสุขดี จริง ๆ แล้วมีส่วนหรือไม่ หรือเป็นการทำปาณาติบาตน้อย ?
ตอบ : ถ้าหากว่าอายุยืนขึ้นนี่อานิสงส์ของการเว้นจากปาณาติบาตแน่นอน พระพุทธเจ้าตรัสอะไรไม่เคยเป็น ๒ สิ่งที่ท่านพูดต้องถูกต้องแน่นอน อย่าลืมว่าการแพทย์สมัยนี้ถึงมันจะเจริญขึ้นก็จริง แต่ถ้าบุญคนมันไม่เหมาะสมมันก็จะไม่ได้มาเกิด ในเมื่อเขามาแล้วอายุเขายืนขึ้น สามารถอยู่ต่อได้นานขึ้นก็แปลว่าตัวบุญที่เขาทำมามันส่งให้มาตอนช่วงนี้

ถาม : ก็ไม่เกี่ยวเรื่องแพทย์น่ะซิ ?
ตอบ : มันมีส่วนเกี่ยวอยู่ เรื่องการแพทย์ที่มันช่วยได้เพราะบุญเก่ามันเสริม มันต่างคนต่างเสริมกัน ถ้าไม่มีบุญเก่าก็ไม่มีโอกาสมาเกิดในยุคที่การแพทย์มันดี ๆ

ถาม : อ๋อ เขามาสรุปที่ว่าอายุยืนขึ้น......
ตอบ : ใช่ นั่นมันสรุปแค่ที่มันเห็นไง

พระครูวิลาศกาญจนธรรม, ดร.
เจ้าอาวาสวัดท่าขนุน ต.ท่าขนุน
อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี
กระโถนข้างธรรมาสน์
ฉบับที่ ๑๕ เดือนพฤษภาคม พุทธศักราช ๒๕๔๘









อธิษฐานหลังสวดมนต์
ให้ชีวิตดีตลอดไป อธิษฐานอย่างไร
ในเมตตาของหลวงปู่ดู่ วัดสะแก จ.อยุธยา
ที่เป็นครูบาอาจารย์แห่งแผ่นดินธรรม
ท่านเมตตาสอนไว้ว่า

."อธิษฐานให้พ้นทุกข์
หรือขอให้พบแต่ความดีตลอดไปจนพ้นทุกข์
ถ้าเป็นภาษาบาลี ก็ว่า สุทินนัง วะตะเม ทานัง
อาสวะขะ ยาวะหัง นิพพานะ ปัจจะโยโหตุ
คนเราจะพ้นทุกข์ได้ ต้องพบกับความดี มีความสุขใช่ไหม
ไม่ต้องอธิษฐานยืดยาวหรอก"....

การกรวดน้ำ "ใช้น้ำใจ น้ำจิต ของเรากรวดก็ได้
เขาเรียกกรวดแห้ง ไม่ต้องกรวดเปียก

โอวาทธรรม หลวงปู่ดู่ พรหมปัญโญ


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 1 โพสต์ ] 

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 10 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร