วันเวลาปัจจุบัน 13 ส.ค. 2020, 07:45  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง




กลับไปยังกระทู้  [ 1 โพสต์ ]    Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 23 ก.พ. 2020, 05:54 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
อาสาสมัคร
อาสาสมัคร
ลงทะเบียนเมื่อ: 06 มี.ค. 2009, 10:48
โพสต์: 3863


 ข้อมูลส่วนตัว


...แต่ทางธรรม
ไม่ได้เน้นไปที่ผลตอบแทน
เพราะผู้สอนที่รู้จริงๆ
“ไม่หิว ไม่ต้องการอะไร
ไม่อยากได้อะไร”

...อยากได้อย่างเดียวก็คือ
“ให้คนที่มาเรียน ได้รู้จริงๆ
ได้ประโยชน์จริงๆ”

...เหมือนกับหมอที่รักษาคนไข้
สมัยก่อน หมออุทิศตนจริงๆ
รักษาเพื่อให้คนไข้หายจากโรคจริงๆ
ไม่ได้คิดว่า จะมีเงินจ่ายหรือไม่
รักษาให้หายจากโรคภัยไข้เจ็บ
ก็พอใจ มีความสุขใจ

..,เช่นเดียวกับครูบาอาจารย์
ที่สั่งสอนลูกศิษย์ลูกหา
“ก็อยากจะให้หลุดพ้นจากทุกข์ภัยต่างๆ”

...สอนด้วยความเมตตาจริงๆ
เอาใจใส่จริงๆ
จึงต้องดูใจของลูกศิษย์ก่อนว่า
พร้อมที่จะรับจริงๆหรือไม่
ถ้าไม่พร้อม สอนไปก็ลำบาก

..คนที่จะเป็นลูกศิษย์ ต้องพร้อมที่จะ
“เสียสละทุกอย่าง เพื่อธรรมะอย่างเดียว”
ต้องสละได้แม้แต่ชีวิต .
....................................
จุลธรรมนำใจ 9กัณฑ์ที่ 335
ธรรมะบนเขา 1/5/2550
พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต
วัดญาณสังวรารามฯ ชลบุรี








มาวัดแล้วก็ให้สงบ ไม่ใช่สถานที่ทะเลาะกันทางการเมือง เรื่องการเมืองมันเป็นเรื่องทางโลกเขา เรานักปฏิบัติก็ให้ทำหน้าที่ของตัวเอง การเมืองเมื่อพูดคุยกันความคิดเห็นมันไม่ตรงกันก็ทะเลาะกัน จะมาให้หลวงปู่ว่าคนนั้นดี คนนี้ไม่ดี หลวงปู่ไม่ว่า พระพุทธเจ้าท่านสอนให้ดูตัวเอง พิจารณาตัวเอง ทำตัวเองให้ดีที่สุด ปรับปรุงแก้ไขตัวเองให้ดี รักษากาย วาจา ใจให้ดี ท่านพาสงบ พาดูลมหายใจเขาออกของตัวเอง จะเอาจิตใจไปวุ่นแต่ของภายนอกไม่เอา ดูได้ ฟังได้ แต่อย่าไปทุกข์กับมัน ถ้าหากทุกคนมีศีลมีธรรม โลกเรามันก็สงบสุขแล้ว การทำให้โลกสงบสุข มันต้องเริ่มจากตัวเราเอง แล้วนำไปสอนลูกสอนหลานตัวเอง ให้มีศีลมีธรรม ทำให้ดู ไม่ใช่พูดให้ฟัง ต้องทำให้เป็นตัวอย่างด้วยถึงจะดี ถ้าทุกคนทำดี รักษาศีล ภาวนา รักษากาย วาจา ใจให้ดี โลกใบนี้สงบสุขเลย ให้มีเมตตาต่อกัน เกิดมาแล้วก็ให้ทำความดี สร้างกุศล บารมีทาน เกิดมาไม่ถึงร้อยปีก็พากันตายเหมือนเดิม

โอวาทธรรม
หลวงปู่ชนะ อุตฺตมลาโภ










"ถ้าเห็นว่าการเดินจงกรมเหมาะกับนิสัย และได้รับความสงบหรือเกิดอุบายต่างๆ ขึ้นมากกว่าวิธีนั่งสมาธิก็ควรเดินมากกว่านั่ง
ถ้าการนั่งจิตได้รับผลมากกว่า ก็ควรนั่งมากกว่าเดิน แต่ไม่ควรปิดทางของการเปลี่ยนอิริยาบถซึ่งเป็นความสำคัญสำหรับกายที่เป็นเครื่องมือทำงาน"

.... หลวงตามหาบัว ญาณสมฺปนฺโน










"ไม่มีบุญใดจะมากเท่ากับการภาวนา
นั่งภาวนาก็ได้บุญฆ่าบาป
ยืนภาวนาก็ได้บุญฆ่าบาป
เดินภาวนาก็ได้บุญฆ่าบาป
นอนภาวนาก็ได้บุญฆ่าบาป"

หลวงปู่เจม จิรธมฺโม
สำนักสงฆ์ห้วยลึก อำเภอประโคนชัย จังหวัดบุรีรัมย์












"..เรื่องภัยพิบัตินั้นก็จะเกิดมีอยู่ อาตมาเห็นอยู่แต่อาตมาไม่ทราบว่าจะเกิดขึ้นช่วงไหน
จึงขอเตือนให้ญาติโยมภาวนา "พุทโธ พุทโธ พุทโธ" กันไว้..."
"คนที่ภาวนาพุทโธ แล้วจะรอดพ้นจากภัยพิบัติหรอครับหลวงปู่"..โยมถาม

"ป่าว...คนภาวนาพุทโธ ตายแล้วจะไปสู่สุคติ"

“...บทสนทนาธรรมหลวงปู่เปลี่ยน ปัญญาปทีโป ปรารภเรื่องภัยพิบัติ..”

"...หลวงปู่ปรารภว่า : เรื่องภัยพิบัตินั้น..ก็จะเกิดมีอยู่
อาตมา..เห็นอยู่ แต่อาตมาไม่ทราบว่าจะเกิดขึ้นช่วงไหน จึงขอเตือน..ให้ญาติโยม ภาวนา พุทโธ พุทโธ พุทโธ กันไว้

โยมถามว่า : คนที่ภาวนาพุทโธ แล้วจะรอดพ้นจาก..ภัยพิบัติหรอครับหลวงปู่

หลวงปู่ตอบว่า : เปล่า..คนภาวนาพุทโธ ตายแล้วจะไปสู่สุคติ ถ้าหากคนเรา มองดูเห็น..ความตายอยู่ใกล้ตนแล้ว ก็จะรีบขวนขวายสร้างคุณงามความดีให้เกิดให้มีขึ้นแก่ตนเองได้ ถ้าบุคคลไม่เจริญมรณานุสติกรรมฐานไม่ระลึกถึงความตายในวันหนึ่งวันหนึ่ง ไม่รู้ว่าตนเองจะตายในวันใดวันหนึ่งแล้ว ก็ย่อมเป็นคนประมาท เป็นคนที่หลงระเริงเพลิดเพลินอยู่ว่า ชีวิตของเรานี้จะอยู่ได้ยืนยาวนานไปหลายวันหลายเดือนหลายปี ก็จะมีความประมาท

ไม่สร้างสมอบรมบุญบารมีให้เกิดให้มีขึ้นแก่ตน แล้วชีวิตก็จะเสียเปล่าประโยชน์ เหมือนบุคคลบางคนนี่แหละ อยู่บ้านอยู่ช่องก็ดี อยู่กับลูกกับหลานก็เหมือนกัน อยู่กับพี่กับน้อง ไม่เคยไปวัดวาอาวาส ไม่เคยศึกษา ไม่ฟังพระธรรมเทศนา ไม่ฝึกฝนอบรมบ่มนิสัยตนเอง มัวเมาลุ่มหลงอยู่ มืดมนอนธการ ไม่รู้จักประพฤติปฏิบัติ ไม่รู้คุณค่าของชีวิตของตน แล้วก็หมกมุ่นอยู่ในความหลงเพลิดเพลินระเริงอยู่

เขาเรียกว่า ... หลงระเริงในวัย ...ครั้นว่าวัยยังหนุ่มยังสาว ก็หลงว่า มันยังหนุ่มยังสาวอยู่ ... เมื่อวัยกลางคนก็หลงว่าเรายังแข็งแรงอยู่ ไม่ควรที่จะเข้าวัดเข้าวา ... เมื่อมาถึงอายุ ๕๐ ปี ๖๐ ปีก็ตาม บางบุคคลก็ยังหลงมัวเมาว่า ตนเองยังไม่เฒ่าไม่แก่ ก็ไม่เข้าวัดฟังธรรมจำศีลเจริญภาวนา ... แม้เฒ่าแก่ชรา ๗๐ ๘๐ ปีขึ้นมาแล้ว ก็จะถึง ๙๐ ปีนี่มีน้อยคนในปัจจุบันนี้ ก็หาว่าตนเองเฒ่าตนเองแก่แล้วไปวัดฟังธรรมจำศีลไม่ได้ หูตาฝ้าฟางเดินไม่ไหว เมื่อเป็นเช่นนี้แล้ว ก็เสียเปล่าประโยชน์ในชีวิตของพวกเราที่เกิดขึ้นมา คนชนิดนี้ทำให้ชีวิตของเขาเกิดขึ้นมาแล้วไม่ได้ประโยชน์อะไร เมื่อล่วงลับดับตายไปก็เสียที เกิดมาเปล่าประโยชน์ว่าควรที่จะทำคุณงามความดีให้เกิดให้มีขึ้นแก่ตนเองก็ไม่ได้ ก็เลยไม่มีที่พึ่งของตน ไปเกิดในภพใหม่ก็คงจะเสียเปล่าประโยชน์ในชีวิต..."

หลวงปู่เปลี่ยน ปัญญาปทีโป วัดอรัญญวิเวก อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่













#โลกนี้เต็มไปด้วยความพลัดพรากจากของรักของชอบใจทั้งสิ้นไป
.... จะพิจารณาไปในวัตถุสิ่งใดก็ตามในโลกนี้ มันเต็มอยู่ด้วยกองอนิจฺจํ ทุกฺขํ อนตฺตา หาความจีรังถาวรไม่ได้ อาศัยสิ่งนั้นก็จะพังลงไป วัตถุสิ่งใดก็ตามขึ้นชื่อว่ามีอยู่ในโลกนี้ล้วนแล้วแต่สิ่งที่จะต้องพังทลาย เขาไม่พัง เราก็พัง เขาไม่แตก เราก็แตก เขาไม่พลัดพราก เราก็พลัดพราก เขาไม่จาก เราก็จาก

เพราะโลกนี้เต็มไปด้วยความจาก ความพลัดพรากกันอยู่แล้วโดยหลักธรรมชาติ

ให้พิจารณาอย่างนี้ด้วยปัญญาให้ชัดเจนก่อนหน้าที่สิ่งเหล่านั้นจะพลัดพรากจากเรา หรือเราจะพลัดพรากจากสิ่งเหล่านั้น แล้วปล่อยวางไว้ตามเป็นจริง เมื่อเป็นเช่นนั้นจิตใจก็มีความสุข .

"หลวงตามหาบัว ญาณสมฺปนฺโน"











" การสวดมนต์เป็นกิจวัตรมีอานุภาพมากนะ จะบทไหนก็ดี พุทธคุณ ธรรมคุณ สังฆคุณ พาหุงก็ดี เสียงสวดมนต์จะช่วยขจัดมลทินต่างๆในที่นั้นๆ เสียงสวดไปตกที่ไหน ดังไปถึงที่ไหน จะขจัดมลทินความขัดข้องในที่นั้นๆได้จนหมดจด คนที่สวดมนต์เป็นกิจวัตร จะมีเทพเทวดาคอยรักษาคุ้มครองทั้ง ๑๐ ทิศเลยนะ "
.
ครั้งหนึ่ง หลวงปู่บุญส่ง วัดสันติวนาราม เคยแนะนำไว้ว่าหากต้องการประสบความสำเร็จเจริญรุ่งเรืองในชีวิต ต้องมนต์ บทพาหุงมหากา ซึ่งเป็นบทสรรเสริญพระพุทธเจ้าที่สุดยอดที่สุดและศักดิ์สิทธิ์ที่สุดครับ ... หากสวดได้ครบ 100 จบรวดเดียว ชีวิตจะมีแต่ความเจริญรุ่งเรือง สิ่งร้าย ๆ จะไม่สามารถทำอะไรได้ ..
.
หลวงปู่บุญส่งฐิตสาโร
วัดสันติวนาราม จ.จันทบุรี










ให้ดูใจ ถ้าหากว่าเราดูใจของเราแล้ว ทำดี ได้ดีจริง ใจมีความสบาย ใจมีความสุขจริง ทำไม่ดีได้ความไม่ดีจริง ใจไม่สบายจริง ใจเป็นทุกข์จริง

ถ้าเราดูใจของเราแล้ว..มันชัดเหลือเกิน

พระพุทธเจ้าจึงสอนให้ดูใจของเรามากๆ แล้วคิดว่า ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว อันนี้เราจะยอมรับอย่างสนิทใจ

อย่าใจร้อน ค่อยเป็นค่อยไป อย่าใจร้อน.

ใจร้อน.. จะร้อนใจ ร้อนใจ.. เพราะไม่ได้ดั่งใจ ทำใจเย็นๆ แต่ว่าต้องมีความพยายามให้มาก
พอใจในการทำให้มาก อันนี้เป็นข้อปฏิบัติที่ถูกต้อง

หลวงปู่แบน ธนากโร
วัดดอยธรรมเจดีย์
อ.โคกศรีสุพรรณ จ.สกลนคร








"ความพอใจ ตามที่ได้ ไม่มีเสี่ยง
ความพอเพียง คือเสบียงใจ ไปทุกหน
ความพออยู่ รู้จักใช้ ให้สมตน
ไม่มีจน พ้นหนี้สิน กินอยู่สบาย"

หลวงปู่บุญกู้ อนุวฑฺฒโน









"ในเรื่องของกรรมนั้น พระพุทธเจ้าทรงตรัสว่า
ถ้าเราไม่ทำกับเขา เขาย่อมไม่ทำกับเรา
เพราะเราเคยได้เบียดเบียนเขาไว้ก่อน
เราจึงต้องได้รับผลแห่งกรรมนั้น จากเขาบ้าง"

ท่านพ่อลี ธมฺมธโร


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 1 โพสต์ ] 

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 15 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร