วันเวลาปัจจุบัน 17 ก.ค. 2020, 00:42  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง




กลับไปยังกระทู้  [ 1 โพสต์ ]    Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 27 ก.พ. 2020, 05:26 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
อาสาสมัคร
อาสาสมัคร
ลงทะเบียนเมื่อ: 06 มี.ค. 2009, 10:48
โพสต์: 3835


 ข้อมูลส่วนตัว


#มันต่างกันนะคนมีบุญกับคนมีบาป

"คนมีบาปคิดถึงเรื่องตายไม่ได้ ไม่ให้คิด
ไม่ให้พูดถึงทั้ง ๆ ที่เจ้าของก็จะตายอยู่นั่นแหละหากไม่ให้พูดถึง พอพูดถึงมันเป็นไฟ
ขึ้นมาทันทีในหัวใจ อย่างนี้แล้วยังไงก็..
แน่นอนที่จะจม พลิกตัวใหม่แก้ไขตัวใหม่
สร้างตัวให้เป็นคนดี สร้างคุณงามความดี
ด้วยการให้ทาน การรักษาศีล การภาวนา
ละชั่วทำดีไปโดยลำดับลำดา นี่เรียกว่า
แก้ตัวเอง ทีนี้มาระลึกดูอีกความตายของ
เราเป็นยังไง ถ้ามันยังเดือดร้อนอยู่อีก
เอาอีกเอาไม่ถอยความดีสร้างไม่ถอย"

"แล้วมาคำนวณอีกมาวัดมาตวงดู ถ้ามัน
ยังมีความเดือดร้อนในเรื่องความตายอีก
เอาอีก สร้างความดีให้พอ พอย้อนมาคิด
ทีนี้ เอาละที่นี่พอคิดถึงเรื่องความตาย ที่
เกาะมีพร้อมแล้ว ที่ยึดมีพร้อมแล้ว สมมุติ
ว่าอันนี้ขาดจับอันนี้ปุ๊บ อันนี้พังจับอันนี้ปุ๊บ
มีที่ยึดที่จับ ร่างกายพังจับบุญจับกุศลปุ๊บ อบอุ่นที่นี่ เมื่ออบอุ่นแล้วทีนี้ก็สร้างความดีเรื่อยไป ยิ่งอบอุ่น ระลึกถึงความตายทั้งวัน
ยิ่งสร้างความดีขึ้นทั้งวัน สร้างสติสตังขึ้น
ทั้งวันภายในจิตใจ ความตายที่เคยเป็นภัย
ต่อตนเองกลับมาเป็นบุญเป็นคุณไปแล้ว
ที่นี่ เย็นไปหมดเลย.."

#หลวงตาพระมหาบัว_ญาณสัมปันโน
#เทศน์อบรมฆราวาส ณ วัดป่าบ้านตาด
เมื่อวันที่ ๒๕ พฤศจิกายน พุทธศักราช ๒๕๓๗










#วิบากกรรมของการฆ่าล้างชีวิต

"การเกิด มามี ชีวิตนั้น เป็นสิ่งที่ยาก อยู่แล้วนั้น ชีวิตจริง จึงเป็นสิ่งที่ต้องรักและหวงแหนมากที่สุด เพียงแค่คิดฆ่า ตัวให้ตาย ฆ่าเขาให้ตาย ก็เปรียบเสมือนการคิดชั่ว ต่อกรรมเวร ฉันนั้น กลับกลายเป็น ศัตรูคู่เวรติดตามต่อกันไป.."

#กรรมจากการ_จบล้างฆ่าชีวิตตน
"ผลแห่งกรรม ที่ตามมา ชีวิตกรรม หลังความตายของคนที่ ฆ่าตัวตายนั้น ดวงจิต จะกำเนิดใหม่ ในภพแห่งวิญญาณบาป ตกวนเวียนชดใช้กรรมในอบายภูมิ ต้องทนทุกข์ทรมานในนรกยาวนาน...ไม่จบสิ้น และเมื่อกำเนิดเกิดในชาติภพใหม่ก็จะ ตกอยู่ในบ่วงแห่งทุกข์เวทนา คิดล้างชีวิตตนซ้ำๆ แบบนี้ไปอีก หลายๆ ชาติ วนเวียนอยู่ในวงจรฆ่าตัวตายไม่รู้จบสิน เพราะการ ตายนั้น ตายด้วยโทสะและโมหะของตน ก่อเกิดเป็นวิบากกรรมเก่าที่ตามมา และไปกำเนิดในภพแห่ง สัตว์นรก ถูกจองจำในนรกภูมิ ขุมแห่ง สัญชีวนรก – นรกแห่งการเกิด (ฆ่าล้างตัดชีวิต)
#นรกขุมนี้มีผนังทำจากเหล็กร้อนกั้นรอบด้าน มองไปไม่เห็นขอบ มีอาณาเขตไพศาล และมีไฟลุกโชนไปทั่ว ในไฟนรกนี้ปรากฏอาวุธต่าง ๆ เช่น หอก ดาบ มีด สัตว์ในขุมนี้จะวิ่งพล่านอยู่บนไฟนรกดังกล่าว เมื่อวิ่งแล้วก็กระทบกับอาวุธเหล่านั้น จนบาดเจ็บและตายและมากำเนิดใหม่ และตาย ในนรกภูมินั้น นับ ห้าร้อยชาติ..

"เพราะฉะนั้นแล้ว ดั่งคำที่พระพุทธองค์ทรงตรัสว่า การเกิดใหม่ นั้นยาก กว่า การตาย ต้องสะสมบุญไว้มากแค่ไหน ถึงจะได้เกิดมาในภพชาติของ มนุษย์ หากมีเกิดแล้ว ก็ควรสร้างบุญ ทำกรรมดี ไว้เป็น กำไรบุญ เพื่อหนุนนำซึ่งชีวิต กรรมทุกคนมีมา ไม่เท่ากัน ยากมาก ยากน้อย ลดหย่อนกันไป ขอแค่เรา เข้าใจ รู้ และ ปล่อยวางให้ได้ ท่าน ก็จะพบ แสงแห่งทางนั้นเอง.."

#หลวงปู่มั่น_ภูริทัตโต










อย่าไปทำบาปนะ
ทำบาปแล้ว ไม่ไปถึงสวรรค์
ไม่ไปถึงนิพพาน
ทำบาปแล้วจะไปถึงอบาย
ไปเกิดเป็นเดรัจฉาน ไปเป็นเปรต
ไปเป็นอสุรกาย ไปตกนรก

...“ผลจากการทำบาปจะเป็นเช่นนั้น”
จะเชื่อหรือไม่เชื่อก็ตาม
เมื่อทำแล้วผลก็จะเกิด

...เหมือนเราจะเชื่อกฏหมาย
หรือไม่เชื่อก็ตาม
รู้หรือไม่รู้กฎหมายก็ตาม
ถ้าขับรถผิดกฎหมาย
ก็ถูกเขาจับไปลงโทษ
..............................
คัดลอกการสนทนาธรรม
ธรรมะบนเขา 4 / 4 / 2562
พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต
วัดญาณสังวรารามฯ ชลบุรี










"..ของดีมีอยู่กับตัวเรา ทุกคนก็พากันปฏิบัติเอา ทำเอา เมื่อเวลาตายแล้วจึงวุ่นวายหานิมนต์พระมากุสลามาติกา ไม่ใช่เกาถูกที่คัน ต้องรีบแก้เสียบัดนี้ คือ เร่งทำความดีแต่บัดนี้ จะได้หายห่วง

...อะไร ๆ ที่เป็นสมบัติของโลก มิใช่สมบัติอันแท้จริงของเรา ตัวจริงไม่มีใครเหลียวแล สมบัติในโลกเราแสวงหามา หามาทุจริตก็เป็นไฟเผา เผาตัวทำให้ฉิบหายได้จริง ๆ ข้อนี้ขึ้นอยู่กับความฉลาดและความโง่เขลาของผู้แสวงหาแต่ละราย

...ท่านผู้พ้นทุกข์ไปด้วยความอุตส่าห์สร้างความดีใส่ตน จนกลายเป็นสรณะของพวกเรา ท่านไม่เคยมีสมบัติเงินทอง เครื่องหวงแหน เป็นคนร่ำรวย สวยงามเฉพาะสมัย จึงพากันรัก พากันห่วง จนไม่รู้จักเป็นรู้จักตาย สำคัญตนว่าจะไม่ตาย และพากันประมาทจนลืมตัว เพลิดเพลินตักตวงเอาแต่สิ่งไม่เป็นท่าใส่ตนแทบหาบไม่ไหว

...อย่าสำคัญว่าตนเก่งกาจสามารถฉลาดรู้กว่าเขาเลย ถึงกับสร้างความมืดมิดปิดตาทับถมตัวเองจนไม่มีวันสร่างซา เมื่อถึงเวลาจนตรอกอาจจนยิ่งกว่าสัตว์ ถ้าไม่เตรียมทราบไว้เสียแต่บัดนี้ ซึ่งอยู่ในฐานะอันควร อาตมาขออภัยด้วยถ้าพูดหยาบคายไป แต่คำพูดที่สั่งสอนคนให้ละชั่ว ทำความดี จัดเป็นหยาบคายอยู่แล้ว

...โลกเราก็จะถึงคราวหมดสิ้นศาสนา เพราะไม่มีผู้ยอมรับความจริง การทำบาปหยาบคายมีมาประจำแทบทุกคน ทั้งให้ผลเป็นทุกข์ ตนยังไม่อาจรู้ได้ และตำหนิมันบ้างพอมีทางคิดแก้ไข แต่กลับตำหนิคำสั่งสอนหยาบคาย ก็นับเป็นโรคที่หมดหวัง"

โอวาทธรรม:องค์พระบูรพาจารย์หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต









#พวกเราชาวพุทธจงพยายามเดินตามครู

"ด้วยความระมัดระวังทุกด้าน ทุกอาการ
และทุกสิ่งทุกอย่างที่เข้ามาเกี่ยวข้องสัมผัส
กับ ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ อย่ายอมให้กิเลส
จับโยนลงเหวลงบ่อได้ จะเสียชาติที่เกิดมาเป็นมนุษย์ทั้งคน ของดีไม่ได้ชม ปล่อยตัวให้ล่มจมไปทั้งชาติ ไม่สมควรอย่างยิ่งกับเรา
ทั้งหลาย ที่มีธรรมตะโกนช่วยเหลืออยู่ตลอดเวลา ตามครูอาจารย์ตามสถานที่ต่าง ๆ และตามคัมภีร์ที่ท่านจารึกไว้ ไม่อด ไม่อั้น ไม่ตีบ ไม่ตัน ทันกับกิเลสตลอดไป...”

#จากหนังสือประวัติหลวงปู่ขาว_อนาลโย
วัดถ้ำกลองเพล อำเภอเมือง
จังหวัด หนองบัวลำภู
#โดยท่านอาจารย์พระมหาบัว_ญาณสมปนฺโน
(พ.ศ. ๒๔๓๑ – ๒๕๒๖)












#จิตสงบ_จึงเห็นทุกข์
“จิตของบุคคลที่ไม่สงบระงับเป็นสมาธิ
จิตวุ่นวายแส่ส่ายไปตามสัญญาอารมณ์ภายนอก ให้กิเลสหลอกลวงไปอยู่ไม่รู้
จักจบจักสิ้น จิตใจไม่หนักแน่นมั่นคง ไม่
อยู่เป็นสมาธิย่อมมีความทุกข์.."

"ถ้าหากเราทำจิตใจของเราให้สงบระงับ
เป็นสมาธิ เราจึงจะสามารถมองเห็นทุกข์
ได้ชัด มองเห็นจิตใจของตนเองสั่นสะเทือนและมีความทุกข์ได้ชัด ปัญญาจึงจะเกิดขึ้นเห็นทุกข์จริง.."
#จิตที่เป็นสมาธิจะไม่รั่วไหลไปกับสิ่งปรุงแต่งทั้งหลาย...!!

#โอวาทธรรม
#หลวงปู่เปลี่ยน_ปัญญาปทีโป
วัดอรัญญวิเวก (บ้านปง)
อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่
(พ.ศ. ๒๔๗๖ – ๒๕๖๑)











เหตุอันใดจึงทำให้ 'เบื่อ'

ที่เราเบื่อ เพราะว่า "เราไม่มีสติอยู่ในปัจจุบัน"

พระราชโพธิวิเทศ
(พระอาจารย์ปสันโน ภิกขุ)












ตอนบวชเข้ามาชอบสั่งสอนตัวเอง นับแต่นี้เป็นต้นไป แม้ใครมาด่าว่าเจ้าเราก็จะไม่โกรธ ใครทำร้ายเราเราก็จะไม่โกรธ ใครทำลายชีวิตเรา ก็จะไม่โกรธ นี่...ใส่ไปทีละเรื่อง

ความโลภไม่ต้องการอะไร นอกจากมรรคผลนิพพาน เรื่องกิเลสกาม ความยินดีในกามทั้งหลาย พูดกับตัวเองว่า...กิเลสในใจเราเนี่ย...จะเกิดเกิน 5 นาทีไม่ได้ เจ้ามีเวลาทำงานแค่ 5 นาที ฉันจะทำลายเจ้า นี่...ตาข่ายมันดักขนาดนั้น

ธรรมเทศนา๑๙กุมภาพันธ์๒๕๖๒
ณ พระบรมธาตุบุญญาวาสเจดีย์
พระอาจารย์อัครเดช(ตั๋น) ถิรจิตโต
วัดบุญญาวาส อ.บ่อทอง จ.ชลบุรี








"..เราไม่อยากพ้นทุกข์บ้างหรือ? ปล่อยให้กิเลสย่ำยี แก้มันสิ กิเลสมีทุกคน มันพาทุกข์ ถ้าตามกิเลส มันก็ทุกข์ ถ้าไม่ตาม มันก็ไม่ทุกข์ มันพ้นทุกข์ เพราะเราละ เรารู้เท่ามันแล้ว เราเกิดมาทุกข์ลำบากเพราะ โลภะ โทสะ โมหะ ก็ศึกษาเอาว่าจะละอย่างไร เราจะเอาไปทำไม..

..การปฏิบัติดูที่กายกับใจเรานี่ มันเป็นยังไงกาย มีความแก่ไหม มีความชำรุดทรุดโทรมไหม ให้รู้จัก ชะรา ธัมโมมหิ ชะรัง อะนะตีโต เรามีความแก่เป็นธรรมดา จักล่วงพ้นความแก่ไปไม่ได้ เรียกว่าของไม่เที่ยง เมื่อสิ่งไหนไม่เที่ยง สิ่งนั้นก็เป็นทุกข์ เมื่อสิ่งไหนเป็นทุกข์ สิ่งนั้นไม่ใช่ตัวตนของเรา แต่เราต้องเอาประโยชน์จากกายกับใจไว้สร้าง คุณงามความดี ถ้าเราไม่สร้างคุณงามความดี เราก็ไม่ได้ประโยชน์จากกายกับใจนี้

..ครูบาอาจารย์เป็นแนะนำสั่งสอน ตัวเราเองต้องฝึกฝนปฏิบัติเอง เดินจงกรม ภาวนาขัดเกลาจิตใจ ถ้าไม่ฝึกฝนจิตใจจะเป็นอะไรเมื่อตายไปแล้ว หมั่นเอาคำสอนครูบาอาจารย์ไปฝึกฝน อบรมตัวเอง ใครจะทำให้เราได้ ต้องทำเองไม่ทำก็ไม่ได้ ถ้ามีความพากความเพียร ขันติ อดทน ก็เห็นมรรคเห็นผล.."

โอวาทธรรมคำสอนของหลวงปู่สมบูรณ์ กันตสีโล วัดป่าสมบูรณธรรม อ.ชาติตระการ จ.พิษณุโลก












เธอมีความคิดเห็นเต็มไปหมด และก็เป็นทุกข์หนักจากความคิดเห็นพวกนั้น ทำไมไม่ปล่อยมันไปบ้าง

โอวาทธรรมหลวงปู่ชา สุภัทโท










อารมณ์ทั้งหลายนั้น จะเป็นอารมณ์ที่พอใจก็ตาม หรืออารมณ์ที่ไม่พอใจก็ตาม...มันก็เหมือนกับงูเห่านะ

งูเห่ามันมีพิษมาก.....ถ้าไม่มีอะไรมาขวาง มันก็เลื้อยไปตามธรรมชาติของมัน แม้พิษมันจะมีอยู่ มันก็ไม่แสดงออกมา ไม่ได้ทำอันตรายเรา

ดังนั้น..

ถ้าหากเป็นคนที่ฉลาดแล้ว..ก็จะปล่อยหมด สิ่งที่ดีก็ปล่อยมันไป สิ่งที่ชั่วก็ปล่อยมันไป สิ่งที่ชอบใจก็ปล่อยมันไป สิ่งที่ไม่ชอบใจก็ปล่อยมันไป

เหมือนอย่างเราปล่อยงูเห่า ตัวที่มีพิษร้ายนั้น ปล่อยให้มันเลื้อยไป ...มันก็เลื้อยไปทั้งพิษที่มีอยู่ในตัวมันนั้นเอง..
โอวาทธรรม
หลวงปู่แสง ญาณวโร













ถ้าไม่รู้จักใจเจ้าของแล้วก็ยาก มันไปตามสัญญาอารมณ์ของตัวเอง

โอวาทธรรม หลวงปู่ศรี มหาวีโร








"มิตรที่ดีที่สุด กับศัตรูที่น่ากลัวที่สุด
ไม่ได้อยู่ที่ไหนเลย อยู่ที่กลางใจเรานั่นเอง"

พระอาจารย์ไพศาล วิสาโล







"อย่าเอาโรคของกาย
มาเป็นโรคของใจ"

ท่านพุทธทาสภิกขุ


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 1 โพสต์ ] 

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 10 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร