วันเวลาปัจจุบัน 07 เม.ย. 2020, 11:44  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง




กลับไปยังกระทู้  [ 1 โพสต์ ]    Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 07 มี.ค. 2020, 08:33 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
อาสาสมัคร
อาสาสมัคร
ลงทะเบียนเมื่อ: 06 มี.ค. 2009, 10:48
โพสต์: 3735


 ข้อมูลส่วนตัว


อย่าดูจิตคนอื่น ให้ดูจิตของเรา ที่มันคิดมันปรุง มันสำคัญมั่นหมายนี้

โอวาทธรรม หลวงตามหาบัวญาณสัมปันโณ






“ผู้แยกจากไฟไม่ได้ถือไฟเป็นของจำเป็น ต้องรักษาไฟไม่ให้เป็นอันตราย อันนี้ก็เหมือนกัน ไฟราคะไฟตัณหาเราแยกมันไม่ได้เราถอนมันไม่ได้ เราต้องระมัดระวังรักษาอย่าให้มันเป็นภัยต่อตัวของเราโดยไม่ใช่เหตุ ให้ระมัดระวังอย่างนี้”

หลวงตาพระมหาบัว ญาณสัมปันโน
๓๑ กรกฎาคม ๒๕๓๔










"..พระอริยเจ้าเพิ่นเห็นหยัง เพิ่นเห็นของจริง ของจริงคือหยัง ..
ทุกข์ ๑
สมุทัยเหตุให้ทุกข์เกิด ๑
นิโรธความดับทุกข์ ๑
เพิ่นเห็นสามอย่างนี้เต็มทั้งเบิ๊ด เหมือนกับโอ่งน้ำใหญ่ๆเต็มเบิ๊ด เห็นทุกข์กะเต็ม เห็นเหตุให้ทุกข์เกิดกะเต็ม เห็นนิโรธความดับทุกข์กะเต็ม มันเต็มเบิ๊ด เมื่อมันเต็มเบิ๊ดมันกะหายอยาก หายอยาก หายทุกข์ หายโศก หายโรค หายภัย หายเบิ๊ดบ่มีหยัง เหลือแต่ดวงศีล เหลือแต่ดวงธรรม ศีลกับธรรมสมมุติซือๆ ถ้าบ่เรียกกะบ่มีซือเรียก จริงๆแล้วมันบ่มีซือ มันเลยซือไปอีก มันเลยสมมุติไปอีก ธรรมอันนี้คือความว่างของจิตของใจ คือดวงรู้มันบ่มีที่หมาย ถ้าหมายมันสิเป็นเหตุปัจจัยโย มันสิย้อนกลับมาเกิดอีก เกิดแก่เจ็บตาย มันเป็นหมื่นเป็นแสนเป็นล้าน ยังสิเกิดอีกข้างหน้าถ้าบ่เบื่อ คำว่าพระนิพพานกะคือนิพพิทาคือความเบื่อ มันเบื่อบ่เดี๋ยวนี้ บ่เบื่อยังปรารถนาอีกอยู่ ปรารถนาหยัง ปรารถนาหาความสุข หาทอใด๋มันกะบ่เจอสุข เพราะสุขจริงๆมันบ่ได้อยู่ข้างนอก มันอยูข้างใน อยู่ไส อยู่ในดวงจิตดวงใจพี้ บอนมันสุขแท้ สุขอยู่ในดวงจิตดวงใจมันเป็นสุขอัศจรรย์ มันบ่แมนสุขหลอกสุขลวง สุขแค่หางอึ่ง
สุขใช้อยู่ในปัจจุบันนี้ สุขเกิดขึ้นกะสั้นๆ ทุกข์เกิดขึ้นกะสั้นๆ มันบ่ยาว เกิดขึ้นมันกะดับ เกิดๆดับๆ สิ่งที่เกิดที่ดับมันบ่เที่ยง มันแปรปรวนเปลี่ยนแปลง เพิ่นว่ามันเป็นอนิจจังมันเป็นทุกขัง มันกะเป็นอนัตตาอีก คำที่ว่าอนัตตามันบ่แมนตน สุขกะบ่แมนตน ทุกข์กะบ่แมนตน ยินดีกะบ่แมนตน ยินร้ายกะบ่แมนตน ดีใจ เสียใจกะบ่แมนตน ฮักกะบ่แมนตน ซังกะบ่แมนตน บ่มีตนจั๊กอย่าง
สรุปแล้วมันทุกข์เพราะหยัง ทุกข์เพราะมันมี มีหยัง มีร่างกาย มีจิตใจ เพิ่นจั่งให้ชำระให้เบิ๊ดอย่าให้มีตกค้างจั๊กสิ่งจั๊กแนวในดวงจิตดวงใจนี้ มันจั่งสิพ้นทุกข์ พ้นบอนใด๋ บอนมันบ่มีทุกข์
สรุปแล้วของดีที่สุดในโลกก็คือทุกข์ ถ้าผู้ใดเห็นทุกข์หลายๆ ผู้นั้นสิพ้นทุกข์ เป็นหยังมันจั่งพ้น โห้!!..มันคือทุกข์หลายแท้ มันสิย้อนเข้าไปกลับเข้าไปเองของมันจิต เข้าไปหาต้นตอของมัน ทุกข์มันเป็นตัวจั่งใด๋ มันมีตนมีตัวหรือมันบ่มี ขยับเข้าไปย้อนเข้าไป เมื่อไปถึงของจริงมันบ่มีบาดนิ มันบ่มีหยังจั๊กอย่างอยู่หั่น ถ้าเข้าไปถึงความจริง บ่มีทั้งสุข บ่มีทั้งทุกข์ บ่มีหยังซะเลย พากันเป็นบ้า บ้าโลก บ้าสงสาร ว่ากูว่ามึงอยู่เดี๋ยวนี้ การกินอยู่หลับนอนมันเป็นเรื่องของธาตุขันธ์ทั้งหมด ขันธ์แต่ละอย่างกะเป็นเหตุเป็นปัจจัย เป็นสมุทัยให้ทุกข์เกิดเหมือนกัน ดินกะเป็นเหตุให้ทุกข์เกิด
น้ำกะเป็นเหตุให้ทุกข์เกิด
ไฟกะเป็นเหตุให้ทุกข์เกิด
ลมกะเป็นเหตุให้ทุกข์เกิด
เวทนากะเป็นเหตุให้ทุกข์เกิดคือกัน สัญญา สังขาร วิญญาณ แมนเบิ๊ด รวมกันแล้วอยู่ในขันธ์ทั้งห้าเบิ๊ด ถ้ามันถอนออกจากจิตได้ จิตมันหลงเข้าไปยึด รวมแล้วมันมากองอยู่จิตทั้งเบิ๊ดทุกสิ่งทุกอย่าง กองเอ้เล้อยู่ในจิต ถ้ามันคายออกมันกะบ่มีหยัง
สรุปแล้วจิตใจเปรียบอุปมาอุปมัยเหมือนกับปลิง ปลิงมันสิมีอยู่สองปาก ปากหนึ่งมันกินสุข ปากหนึ่งมันกินทุกข์ ถ้ามันบ่อิ่มทั้งสองมันสิบ่วาง ต้องกินให้มันหลายๆโลดทั้งสุขทั้งทุกข์ มันสิได้อิ่ม อิ่มแล้วมันสิปล่อยวาง.."

โอวาทธรรมหลวงปู่บุญมา คัมภีรธัมโม
วัดป่าสีห์พนม อ.สว่างแดนดิน จ.สกลนคร











เราควรพยายามเปิดประตูช่องกว้างให้ฝ่ายธรรมะ เพื่อให้มีกำลังเท่าเทียมกันกับทางโลก หรือให้เหนือกว่าทางโลกก็ยิ่งดี

ให้พยายามโอปนยิโก น้อมเข้ามา เห็นอะไรอย่างอื่นก็น้อมเข้ามาให้เป็นธรรม เห็นส่วนไม่ดี ให้น้อมเข้ามาเป็นของจริง เป็นทุกข์ เป็นสัจจะ เป็นของจริงที่มีอยู่ประจำโลก

มีให้เราได้พบ ได้รู้ ได้พิจารณา เราสร้างปัญญาไม่ให้ลุ่มหลง

โอวาทธรรม
หลวงปู่สุวัจน์ สุวโจ









ปัญหาอะไรจะเกิดขึ้นมา.. ก็เป็นเมืองขึ้นของไตรลักษณ์ทั้งนั้น #อนิจจัง#ทุกขัง #อนัตตา

หลวงปู่หล้า เขมปัตโต







ปัญหามันไม่ได้วิ่งมาหาคน
คนต่างหากที่วิ่งใส่ปัญหา

คนเราเองต่างหากที่สร้างปัญหา
ปัญหามันสร้างเองไม่ได้
ถ้าคนไม่สร้างมันขึ้นมา

คนนั้นก็บอกว่ามีปัญหา
คนนี้ก็บอกมีปัญหา

เนี่ยคนเราสร้างปัญหา
ขึ้นมาเองทั้งนั้น

ให้เอาธรรมะแก้ไขปัญหา
พุทโธ พุทโธ พุทโธ
เนี่ย...เข้าใจไหม!!

โอวาทธรรม หลวงปู่จันทร์เรียน คุณวโร
วัดถ้ำสหายธรรมจันทร์นิมิต อ.หนองแสง จ.อุดรธานี










ความตายก็เป็นอริยสัจ พิจารณาลงไปซิ.. อะไรตาย.. ไม่ตาย

โอวาทธรรม
หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน









"ขอให้ลูกหลานทุกคน จงรีบสร้างความดีใส่ตน
เพราะสักวันหนึ่ง เราต้องจากโลกนี้ไป"

หลวงปู่จันทร์ศรี จันททีโป







"เกิดมามีแต่คนช่วยเหลือ ถือว่ามีบุญ
แต่คนที่เกิดมาแล้ว ได้ช่วยเหลือคนอื่น
เป็นคนที่มีบุญมากกว่า "

สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราชฯ










#พึงระวังมาร 8 ตัวนี้ให้ดี

1.“มาร” มาช่วยเสริมสร้างบุญบารมีหากเราคิดเป็น มีธรรมในใจจริง

2. “มาร” เข้ามาในชีวิต เพื่อให้เรารู้ว่า กฏแห่งกรรมมีจริง ผลแห่งกรรมมีจริง

3. “มาร” มาในรูปแบบคู่ชีวิต เจ้ากรรมนายเวรมีแต่เรื่องปวดหัว เรื่องร้อนในใจ เข้ามาเพื่อให้เรารู้สึกตัว รู้จักที่จะฝึกจิตให้อดทน รู้จักยับยั้งชั่งใจไม่กระทำบาปกรรมตอบสนอง รู้ดีรู้ชั่ว ไม่สร้างเวรกรรมใหม่ผูกพันกันหนักขึ้นไปอีก

4. “มาร” มาในรูปแบบเพื่อนรอบตัวไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน ที่ทำงาน เพื่อนบ้าน เพื่อนเก่า เพื่อนใหม่ เข้ามาทดสอบจริยธรรม คุณธรรมของเราว่าเราอยู่ในระดับ เข้ามาเพื่อให้เราได้เห็นทางสว่างขึ้น พัฒนาตนเองให้ดีขึ้น เข้าใจโลกและธรรมมากขึ้น

5. “มาร” มาในรูปแบบเงินทั้งการอัตคัดขัดสน เพื่อให้เราจักความจริงแท้ของธรรมชาติ ได้รู้จักตน รู้จักพอประมาณ รู้จักใช้ชีวิตที่พอเพียง ไม่ประมาท เกิดปัญญาในการมีชีวิตโดยไม่เอาเงินเป็นที่ตั้งก็มีความสุขได้

6. “มาร” มาในรูปแบบเงินมากมายที่ยั่วยวนให้เราหลงใหล มาทดสอบกิเลสว่า ทดสอบคุณธรรมว่าเราดีจริงหรือไม่

7. “มาร” มาในรูปแบบปัญหาในเนื้องานที่เราทำ ทำให้เรา”ตื่น” ที่ต้องแสวงหาปัญญาในทางแก้ไข ทำให้เรารู้ว่า”ปัญญา”ของเราอยู่ในระดับไหน ต้องเสริมเพิ่มเติมอย่างไร

8. “มาร”มาในรูปแบบการขัดขวางการสร้างบุญ ทำให้เรารู้คุณค่าของ”บุญ” ที่แท้จริง มาเสริมให้เรามีจิตใจ มีศรัทธา ไม่ย่อท้อในการสร้างบุญบารมีมากขึ้น

ขอให้พิจารณา”มาร”ในความเป็นจริง ในแง่มุมที่เกิดผล

โอวาทธรรมของครูบาเจ้าศรีวิชัย









..."สมาธิหยุดกิเลสได้
แต่ฆ่ากิเลสให้ตายไม่ได้"
เพราะกิเลสเกิดจากความหลง
ความเข้าใจผิด มิจฉาทิฐิ
ความเห็นผิดเป็นชอบ
จะฆ่ากิเลสให้ตาย ต้องใช้..สัมมาทิฐิ
"ความเห็นที่ถูกต้องตามความเป็นจริง"
.
ความหลงคือ
เห็นความเที่ยงในสิ่งที่ ..ไม่เที่ยง
เห็นความสุขในสิ่งที่ ..เป็นทุกข์
เห็นตัวตนในสิ่งที่ ..ไม่ใช่ตัวตน
นี่คือ..”ความหลง”
.
เช่นปุถุชนอย่างพวกเรานี้
จะเห็นว่าร่างกายนี้เที่ยง
จะอยู่กับเราไปตลอด
อยู่กับเราไปนานๆ
ให้ความสุขกับเรา
เป็นตัวเรา เป็นของเรา
.
เมื่อเห็นอย่างนี้ก็
จะเกิดอุปาทานความยึดมั่นถือมั่น
เกิดตัณหาความอยาก
อยากให้ร่างกายอยู่ไปนานๆ
มีใครบ้างที่ปฏิเสธว่า ไม่มีความอยากนี้
ทุกคนอยากจะให้ร่างกายอยู่ไปนานๆทั้งนั้น
ให้สาวให้หนุ่มไปนานๆ
ไม่อยากแก่ ไม่อยากตาย
.
ทั้งๆที่รู้ว่าร่างกายนี้
ต้องแก่ต้องเจ็บต้องตาย
แต่เป็นความรู้ทางด้านปริยัติ
เป็นความรู้ทางด้านสัญญา
..เป็นความจำ..
“แต่ลึกๆ ใจยังไม่ยอมรับ”
ยังอยากไม่แก่ไม่เจ็บไม่ตายอยู่
เพราะมี "ความหลง"
คอยปลุก..ความอยาก นี้อยู่.
.......................................
.
จุลธรรมนำใจ13 กัณฑ์ 382
ธรรมะบนเขา 25/5/2551
พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต
วัดญาณสังวรารามฯ ชลบุรี











“ในการปฏิบัติ เรากำลังหลงทางอยู่หรือไม่”

ความรู้จากภายนอก : ให้น้อมเข้ามาเป็นโอปนยิโก

ให้ระวังวิปัสสนูกิเลส เพราะสิ่งนี้จะทำให้เราหลงได้ง่าย การภาวนา เมื่อพบแสง สี หรืออะไรก็แล้วแต่ที่นอกกายเรา อย่าไปสนใจ จะเป็นวิปัสสนูไม่ถูกทาง

อาการกายเบา หรือการเห็นนิมิตต่างๆ ไม่ใช่ความสงบที่ต้องการที่แท้จริง สุดท้ายต้องสงบด้วยปัญญา หากปฏิบัติได้ถูกต้องและบรรลุธรรม ก็จะเห็นทุกสิ่งเป็นโลกธาตุเดียวกัน และสิ่งที่เห็นในนิมิตกับของจริงจะเป็นสิ่งเดียวกัน การที่เราเห็นแสง สี หรือนิมิตได้นั้น เพราะเป็นอาการของจิต อย่าติดอยู่ในสิ่งเหล่านี้ เพราะการภาวนาที่ดีที่สุด คือ การเข้าถึงความสงบ และผลสุดท้ายจะเกิดปัญญาและเกิดความรู้ที่มาจากภายในจริง ๆ อาการปิติที่เกิดตัวโยกโคลง เห็นแสงสว่าง ฯลฯ อย่าไปยินดียินร้าย ให้กลับมาที่ลมหายใจคำบริกรรม ไม่เช่นนั้นจะติดอยู่ ไปต่อลำบาก

สัญญาเป็นเพียงความจำ ไม่ใช่ความจริง เราต้องปฏิบัติ เราจึงจะพบกับสิ่งที่เป็นความจริง

พระอาจารย์บัณฑิต สุปณฺฑิโต
(บันทึกโดยลูกศิษย์)










#การอุทิศบุญ

หลวงพ่อมีคุณตา ซึ่งแกเป็นนายพรานล่าสัตว์ สมัยยังไม่มีปืนก็ใช้หน้าไม้ แต่ก่อนเขาเรียกหน้าเก้ง ล่าลิง ล่าสัตว์ต่างๆ ต่อมามีปืนแก๊ป ก็มาเป็นนายพรานปืนแก๊ปนั่งห่างนั่งเล็งอยู่ ต่อมาๆเมื่อหลวงพ่อมาบวชแล้ว ได้ยินครูบาอาจารย์ท่านเทศน์ก็เก็บมาเล่าให้แกฟัง แน่ะนำให้แกเลิกละสิ่งเหล่านั้น แต่แกก็พูดมาประมาณว่า “หลานไปได้ตาก็ยินดีด้วย แต่ตานี้คงไปด้วยไม่ได้ ก็จะอยู่ไปแบบนี้แหละ แต่ความเป็นตาเป็นหลานก็ยังคงเหมือนเดิม” เวลาคิดถึงแกก็จะมาเยี่ยม อยู่วัดหนองป่าพงก็มา แต่จะให้แกมาเอาศีลเอาธรรมนี้ แกไม่เอา อยู่ต่อมาจนปี พ.ศ.2526 แกก็เสียชีวิต เสียไปเกือบปี ปรากฏว่ามาหาหลวงพ่อในฝันนี่แหละ มาหาอยู่กุฏิ ขาแกนี่ตีตรวน แบกโซ่ทั้งสองข้าง มือก็ใส่กุญแจ นุ่งเสื้อผ้าเก่าๆขาดกะรุ่งกะริ่ง ยืนก้มหน้าอยู่น่ากุฏิ ในความรู้สึกหลวงพ่อมาเจอเลยร้องถามว่า “คุณตาสบายดีไม๊?” แกก็ตอบว่า “สบายดี” แต่หลวงพ่อมาคิดดูแล้วมันไม่น่าจะสบาย โดนตีตรวนบ่าแบบโซ่มาขนาดนี้ จะว่ามาขอบุญก็ไม่พูด อาจจะเป็นกฎอย่างหนึ่งของยมโลก ให้มาแสดงตัวกับญาติพี่น้อง ถ้าเขาคิดได้กรรมวิบากของเราๆก็จะทุเลาเบาบางลง ถ้าคิดไม่ได้ก็ต้องก้มหน้ารับกรรมต่อไป รู้สึกตัวตื่นขึ้นมานั่งคิด แกคงจะมีบาปหนักหนาสากรรจ์มาก คงจะมาขอส่วนบุญกับหลาน ถ้าเป็นแบบนี้หลวงพ่อก็เลยขออุทิศบุญให้ เอาบุญบวชนี้แหละ อุทิศให้คุณตากอง วงคำผา ถ้าหากว่าต้องการบุญกุศลก็ให้ตั้งใจอนุโมทนารับเอา หลวงพ่อก็นั่งให้ใจสงบ เมื่อใจสงบเป็นหนึ่งแล้วก็น้อมใจนึกเอานี่แหละ ไม่ได้ไปหาน้ำหาอะไรมากรวดหรอก ก็แล้วไป ไม่ได้ข้องใจอะไรอีก จนต่อมาหลายเดือน 5-6 เดือน ฝันว่าจะไปกิจนิมนต์ข้างนอก สะพายย่ามออกมานั่งรอรถอยู่ที่หน้าวัด ปรากฏว่าแกซ้อนจักรยานยนต์มาแต่ทางบ.นาส่วงโน่น ขับรถมาเลี้ยวเขาวัดไป เรียกก็ไม่จอด แต่มารอบนี้แต่งตัวดี โซ่ตรวนที่เคยมีก็หายไปหมด เสื้อผ้าใหม่เอี่ยมอ่อง ยิ้มแป้นมาเลย แสดงว่าบุญที่หลวงพ่ออุทิศให้ได้รับแน่นอน คงจะมาส่งข่าวว่าได้รับแล้ว โซ่ตรวนที่เคยตรึงไว้ก็หลุดหมด ด้วยอานิสงค์บุญนี้ นี่เป็นครั้งแรกที่หลวงพ่อสัมผัสเกี่ยวกับญาติ เกี่ยวกับการอุทิศบุญ มันมีอยู่จริง ไม่ใช่เรื่องพูดเพ้อเจ้อ ขอให้เราตั้งใจแน่วแน่อุทิศบุญ ทำบุญ ก็พอ

พระครูอุดมวนานุรักษ์ (สมหมาย ปิยธัมโม) วัดป่าอุดมวนาสันต์ ทายาทธรรมหลวงปู่ชา สุภัทโท


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 1 โพสต์ ] 

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 5 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร