วันเวลาปัจจุบัน 10 ส.ค. 2020, 12:48  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง




กลับไปยังกระทู้  [ 1 โพสต์ ]    Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 11 มี.ค. 2020, 05:29 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
อาสาสมัคร
อาสาสมัคร
ลงทะเบียนเมื่อ: 06 มี.ค. 2009, 10:48
โพสต์: 3860


 ข้อมูลส่วนตัว


หลวงปู่ท่านว่า..."บุญไม่ไปใหน แต่เป็นบุญของญาติโยมคนที่เขาทำ..."

หลวงปู่ปั่น สมาหิโต








ให้ตำหนิตัวเอง อย่าไปเที่ยวตำหนิคนอื่น ให้ดูตัวเอง อย่าไปเที่ยวดูคนอื่น ตำหนิตัวเองนี่ล่ะดี อย่าไปเที่ยวตำหนิคนอื่นมันบ่งบอกความมืดดำในใจตนเอง

เห็นความผิดคนอื่นใหญ่โต ความผิดตนเองเล็กน้อย ใช้บ่ได้นะ แสดงว่าการปฎิบัติธรรมนั้นยังบ่ก้าวหน้า ถอยลงเหว

ถ้ามีคนตำหนิ หรือ กล่าวโทษ ให้ร้ายเรา อย่าไปถือโทษโกรธเขานะ ให้แผ่เมตตาให้เขา แล้วกะขอบคุณเขา ที่เขาอุตส่าห์มีน้ำใจสอดส่องดูแล​ ถึงได้รู้ลึกตื่นหนาบางเกี่ยวกับเฮา

แล้วกะน้อมนำคำที่เขาตำหนิติเตียน กล่าวโทษ ให้ร้าย มาพิจารณาวิเคราะห์ว่า​ คือคำเขาเว้าบ่ ถ้าคือคำเขาเว้ากะปรับปรุงตัวเอง ถ้าบ่แมนกะเฉยไปบ่ต้องไปโกรธเกลียดเขานะ.. ให้แผ่เมตตาให้เขา มีตะแนวดีนะที่เขาเห็นความสำคัญเฮาถึงได้ตำหนิ ติเตียน กล่าวโทษ ให้ร้าย บ่มีแนวเสีย ว่าแต่เฮานี้อย่าได้เฮ็ดคือเขาเป็นพอ

เป็นเรื่องธรรมดาของโลก.. ที่จะมองเห็นคนอื่นเฮ็ดนั่นเฮ็ดนี้แล้วขัดหูขัดตาบ่ดี แต่ถ้าตัวเจ้าของเฮ็ดนั่นดีเริ่ดประเสริฐศรี​ ถึงแม้จะเฮ็ดในสิ่งที่เคยเว้าให้เฮากะตาม เขากะต้องมีข้อแก้ตัวว่าเฮ็ดน้อยกว่าเฮา​ เฮาเฮ็ดหลายกว่าเขา เฮานี่ผิดเต็มๆ​ ส่วนเขานั้นบ่ผิด นั่น เห็นบ่ทางโลก ส่วนทางธรรม เผิ่นบ่คิดจังซั่น​ เผิ่นกลับนำมาพิจารณาไตร่ตรอง.. แล้วนำมาปรับปรุงตนเอง เมตตานำสุขมาให้ ปล่อยให้เขาทุกข์ไปกับความคิดของเขา ปล่อยให้เขาทุกข์ไปกับการจับผิดคนอื่น ส่วนเฮากะขอบคุณเขานำคำเขามาปรับปรุง แผ่เมตตาให้เขา
#ไผล่ะได้ประโยชน์​
#ถ้าบ่แมนเฮา

หลวงปู่ไม อินทสิริ











"ที่ท่านบอกว่าบาป บุญ นรก สวรรค์ พรหมโลก นิพพาน จ้าอยู่งั้นแหละ แต่คนตาบอดก็อย่างว่า ว่าเท่าไรมันก็ไม่ฟัง ไม่สนใจ ไม่เชื่อ นี่ละมันโดนเอา ๆ ลงนรกอเวจีนี้มีแต่พวกว่านรกไม่มีนั่นแหละ พวกลงมาก ๆ พวกที่ยอมเชื่อพระพุทธเจ้าว่านรกมี บาปมี บุญมี มันกลัวนะ พวกนี้แม้จะทำลงก็ไม่เต็มเม็ดเต็มหน่วย ได้ระมัดระวัง

แต่พวกที่ลบหมดว่าบาปบุญนรกไม่มี นี่ละพวกที่ทำเต็มเหนี่ยวลงเต็มที่เลยพวกนี้ ลงที่ว่าจ้านั่น มันไม่เห็นมันลบไว้ ความลบไว้กับความไม่เห็นมันมีอำนาจลบความจริงนั้นได้ยังไง นรกอเวจีมีมากี่กัปกี่กัลป์ ไม่ใช่มีมาเมื่อวานหรือวานซืน พระพุทธเจ้าองค์ไหนตรัสรู้ขึ้นมาก็มีอยู่แล้ว ๆ จะลบล้างมันให้ไปไหน บาป บุญ นรก สวรรค์ พรหมโลก นิพพาน มีมาตั้งแต่พระพุทธเจ้ายังไม่ได้ตรัสรู้ มาก็มาเห็นสิ่งเหล่านี้ ๆ ก็ยอมรับตามที่มี ๆ

มาสอนโลก ส่วนดีก็บอกว่าดี ส่วนชั่วก็บอกว่าชั่ว เหตุที่ไม่ดีจะไปตกนรกเพราะสาเหตุอันใด ให้ละสาเหตุอันนั้น จะไปทางดีได้เพราะอะไร เพราะสาเหตุอันนั้น คือทำดี ๆ ท่านก็สอนไว้ นี่ทางเดินเพื่อทางดีทางชั่ว เพื่อนรกหรือไปทางดี ก็คือการทำดีทำชั่ว นอกนั้นไม่มี ใครจะเอาอะไรมาปิดไม่อยู่ถ้าเจ้าของยังทำดีทำชั่วอยู่ เจ้าของละเปิดทางให้เจ้าของเอง ทำชั่วก็เปิดทางให้ตัวเอง จะบอกว่านรกไม่มี บาปไม่มี ก็เจ้าของทำอยู่นี่ บาปทำอยู่นี่ เห็นชัด ๆ อยู่นี่ บุญก็เห็นอยู่นี่ชัด ๆ อยู่นี่ แล้วมันจะไปไหน"

หลวงตาพระมหาบัว ญาณสัมปันโน
เทศน์อบรมฆราวาส ณ วัดป่าบ้านตาด
เมื่อวันที่ ๒ มิถุนายน พุทธศักราช ๒๕๔๓










ไม่ใช่ว่านักปฏิบัติธรรมนั่งสมาธิเพื่อไม่ต้องคิดอะไรทั้งสิ้น แต่เพื่อสามารถคิดเฉพาะเรื่องที่ควรคิด ในเวลาที่สมควรคิด

ในเมื่อมีเรื่องที่ควรคิดพิจารณา และเป็นเวลาที่เหมาะสมแล้ว ขออย่าตระหนี่ความคิด อย่าเอาความง่ายเป็นหลัก

ถ้าง่ายก็ดี แต่บางเรื่องอย่างไรก็ไม่ง่าย ต้องยอมใช้เวลาคิดอย่างรอบคอบ ทุกแง่ทุกมุม ทบทวนหลายครั้งด้วยความไม่ประมาท ไม่คิดเข้าข้างตัวเอง

เวลาควรคิดก็ขยันคิด คิดอย่างมีเหตุผล เมื่อจบเรื่องที่จะต้องคิดแล้ว ให้พักอยู่ในความสงบ เหมือนแมงมุมพอจับแมลงได้แล้ว ก็กลับมาพักอยู่กลางใยแมงมุมอีกครั้ง

พระอาจารย์ชยสาโร










... ธรรมะถึงแม้จะวิเศษวิโสขนาดไหน
มันก็ต้องใช้เวลาปลูกฝัง
ให้มันเกิดขึ้นมาภายในใจของเรา
ไม่ใช่เหมือนกับไฟฟ้า
เปิดสวิทช์ปั๊บก็ไฟก็สว่างขึ้นมาปุ๊บ
มันไม่ได้เป็นอย่างนั้น
.
“ธรรมะต้องใช้เวลาศึกษา
ใช้เวลาปฏิบัติ” .
.....................................
.
คัดลอกการสนทนาธรรม
ธรรมะบนเขา 1/7/2562
พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต
วัดญาณสังวรารามฯ ชลบุรี









"ร่างกายของเรานี้แหละ มันเป็นผีอยู่"....
"ในรูปร่างกายของพวกเรามันมีอยู่อย่างนี้ นี่เราเรียกว่าเป็นภูต ร่างกายของเราท่านว่าเป็นมหาภูตรูป ว่ากันง่าย ๆ ก็คือ มหาภูต ภูตก็คือผี ร่างกายของเรานี้แหละ มันเป็นผีอยู่ มันจะต้องรบเร้า ทำความเดือดร้อนให้แก่ตัวเราอยู่ตลอดกาล ต้องได้เลี้ยงได้เซ่นได้สรวงมันอยู่ตลอดกาลเวลา เราเซ่นสรวงผีอันนี้ เราก็ว่าบริโภคอาหาร อาบน้ำนุ่งผ้า ประดับประดาตกแต่งร่างกาย เราก็ว่าไปอย่างนั้น ความจริงการเซ่นสรวงผีอันนี้ เราหาของมาเซ่นมัน มาบวงสรวงบูชามัน แต่ขนาดนั้นมันก็ไม่กรุณาเราเลย มันมีแต่จะทำให้เราเป็นทุกข์อยู่ตลอดเวลา"

หลวงพ่อวัน อุตฺตโม










"เราอยากให้คนอื่น ทำดีกับเราอย่างไร
คนอื่นก็อยากให้เรา ทำดีกับเขาอย่างนั้น

ขอให้พยายามคิดถึงความจริงนี้ ให้บ่อยที่สุด
เท่าที่จะมีสตินึกได้ จะเป็นคุณแก่ตนเองอย่างยิ่ง

การคิด พูด ทำทั้งหมด จะเป็นไปอย่างดีที่สุด
ไม่เป็นการทำร้ายผู้อื่น ไม่เป็นการเบียดเบียนผู้อื่น"

สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราชฯ











"บุญ บาป เป็นของเที่ยงแท้แน่นอน
ใครจะมาว่าเรา เป็นเรื่องปากเขา
จิตเรามีหน้าที่ภาวนา ยืนให้มีสติ เดินให้มีสติ
ทำอะไร พูดอะไร ให้มีสติ รู้ภายนอก รู้ไปทำไม
รู้ภายใน รู้กาย รู้จิต ของตัวเองดีกว่า"

หลวงปู่สิม พุทธาจาโร











#ปราบมหาอวด ‼

บางคนนะมาอวดเด้ แต่ก่อนมีแม่ชีอยู่คนหนึ่ง

แม่ชี : ท่านอาจารย์เจ้าขา ดิฉันภาวนาจิตสงบ
โฮ้! มันรู้หมดทุกอย่าง ตอนนี้โยมได้ขั้นนั้นขั้นนี้แล้ว

ลป. : มึงเด้อ! วันพรุ่งนี้กูจะลอง “ขั้น” ของคนหน่อย (ลป.คิดในใจ)

(พอวันพรุ่งนี้ขึ้นมา ก็หาวิธีที่จะตำหนิเด้บาทนี่ แล้วเขาก็ตำน้ำพริกขึ้นมา ตักบาตร หุ่งข้าว)

ลป. : โอ้ย! ข้าวมาตักบาตรมันก็ไม่ล้างเว้ย ดำก็ดำ น้ำพริกมันก็ไม่อร่อย เผ็ดก็เผ็ด เค็มก็เค็ม

โอ้ย...โกรธ !! (ลป.หัวเราะ)
คนมีขั้นทำไมมันถึงจะโกรธน้อว่ะ เราเห็นแล้วว่า นี้คือความโกรธของคนมันแสดงออกมา แค่นี้ก็แสดงออกมาแล้ว เอ้า!...ไหนบอกว่าได้ขั้นนั้นขั้นนี้แล้ว ?

“ขั้น” นั้นหมายถึงว่า เขาต้องตัดกิเลส ความโลภเอาออก ความโกรธเอาออก ความหลงเอาออกจากใจ อะไรมากระทบมันไม่กระเทือน เขาถึงจะเรียกว่าเขาได้ขั้น...นี้มันมหาอวด !!! ทีหลังอย่าไปพูดอีกเด้อแบบนี้นะ อายชาวบ้านเขา !! (เงียบกริ๊บ)

แม่ชี : ยอมแล้วเจ้าคะ

โอ้ย! นี้แหละมันเป็นอย่างนี้แหละ ชอบลองในสมัยก่อน ใครมาท้าทายไม่ได้เด้ มันเป็นอย่างนี้ นี้แหละธรรมมะที่เอามาพูดให้ฟังในวันนี้ เอาแบบปฏิบัติล้วนๆมาให้พวกเราได้ยินได้ฟัง การปฏิบัติแบบโสเป็นโสตายมันเป็นอย่างนี้ ถ้าเราจะไปพูดแบบในตำรับตำรา อันนั้นมันเป็นของพระพุทธเจ้าหรอก

ท่องแล้วท่องอีก หยุดท่องเมื่อไหร่ลืม เพราะมันไม่ใช่ของเรา แต่ถ้าสิ่งไหนที่มันเกิดขึ้นจากการปฏิบัติของเราเองมันจะไม่ลืม ตลอดชีวิตก็จะไม่ลืม การภาวนานี่จำเอาไว้เลยเด้อ ทุกคนเด้อ ถ้ามันได้ยังไงนี่ มันจะไม่มีลืม ถ้ามันเป็นของเราแล้ว ถ้ามันไม่เป็นของเราแล้วนี่ ท่องไปเถอะในตำรานั่นนะ แม้แต่สวดมนต์ทุกวันก็ยังลืมนะ...อืมเป็นยังไง ?

ถ้ามันเป็นของเรา มันจะไม่ลืม ของดีก็ไม่ลืม ของไม่ดีก็ไม่ลืม ถ้าเป็นของเรานะ ของไม่ดีนี้ ถ้าโกรธให้คน ด่าคนนี่ โอ้ย...ไม่ได้เขียนมาท่อง ชัดเจนเลย นับก็ไม่ทัน เวลาโกรธมันเป็นอย่างนั้น

ธรรมะก็เหมือนกัน ถ้ารู้ถ้าเห็นนี่มันก็ไม่ลืม มันฝังอยู่ในจิตใจ กำหนดลงไปมันมีอยู่ตลอดเวลา ไม่ได้กำหนดมันก็มีอยู่ตลอดเวลา เพราะมันมีอยู่แล้ว ของที่มันมีอยู่แล้ว มันก็มีตลอดไป ให้พวกเราพากันเข้าใจอย่างนี้

ถอดจากเทปพระธรรมเทศนา
หลวงปู่ไม อินทสิริ วัดป่าภูเขาหลวง อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา












“ การครองเรือน
มันจะไปวิเศษวิโสอะไร

มีแฟนก็ทุกข์กับแฟน
ต่อให้มีอีกมากมาย
เท่าไรมันก็ไม่พ้นต้อง
ทุกข์กับคนนั้นอยู่ดี

เดี๋ยวสุขเดี๋ยวทุกข์
อยู่อย่างนั้นไม่จบไม่สิ้น
สุขแค่ประเดี๋ยวประด๋าว
แต่ต้องทนทุกอย่างแสนสาหัส

อยู่ในโลกใบนี้ ตัวเอง
ยังไม่รู้จักเข็ดอีกหรือ
พิจารณาดูสิของเหล่านี้
มันมีอยู่ประจำโลก

โลกอันจอมปลอมนี้
ล่อหลอกกันอยู่อย่างนี้
ใครมาเกิดในโลกใบนี้
ก็ต้องเจอกับของเก่าๆ
เดิมๆแบบนี้ พิจารณาดูสิ

สู้ฝึกจิตของเจ้าของ
ไม่ได้หรอก ถ้าใครฝึก
ถึงขั้นถึงภูมิแล้ว มัน
เหนือโลกเหนือวัฏสงสารเลยนะ

นี่สิถึงจะวิเศษของจริง
หัดพิจารณาดูบ้างสิ ”

โอวาทธรรม
หลวงปู่ทุย ฉันทกโร







"ผู้ประสบความสำเร็จ
ล้วนเคยเดินบนหนทาง
ที่ยากลำบาก
ส่วนผู้ล้มเหลว
ล้วนแต่เดินบนเส้นทาง
แห่งความสบาย"

- พระอาจารย์สุธรรม สุธัมโม








" "วิบากกรรม"
ช่วงที่ต้องเสวย
ก็เสวยไปเถอะ
จะได้รู้จัก
รสชาติของชีวิต

และรู้ว่า “เราก็เป็นแค่
มนุษย์คนนึง” เท่านั้นเอง

หลวงพ่อ
ถึงชอบอินเดียไง
คนที่นั่นน่ะ มีให้เห็นหมด

จะตกต่ำยังไง
ลำบากยังไง
เขาก็อยู่กันไป

เอ้า เธออยู่ได้
ฉันก็อยู่ได้
ฉันอยู่ได้
เธอก็อยู่ได้
เพราะเขายอมรับได้ไง
ยอมรับความจริงได้

ไม่ต้องไปทุกข์กับมัน
เกิดมาแล้วก็ต้องอดทน

“ถ้ายอมรับความจริง
ได้เมื่อไหร่ มันก็อยู่ได้..”

โอวาทธรรม
หลวงพ่อไพบูลย์ สุมังคโล












"ชีวิตคนเราทำหน้าที่
เหมือนเทียนไข
เมื่อจุดแล้วก็มีหน้าที่
ดับอย่างเดียว
แต่จะดับช้าดับเร็วก็สุดแท้
แต่อุปสรรคของแต่ละคน
แต่เมื่อเทียนนั้นให้แสง
สว่างแล้ว..เราจะใช้แสง
สว่างนั้นอย่างไรก่อนจะดับ"

- หลวงปู่ดูลย์ อตุโล









"อิทธิฤทธิ์" แพ้ "บุญฤทธิ์"

"บุญฤทธิ์" แพ้ "วิบากกรรม"

" ความรุ่มร้อน
ของวิบากกรรม ต้องแก้
ที่ "ปัจจุบัน" เป็นสำคัญ
ด้วย "ทาน ศีล ภาวนา"

ความรุ่มร้อน
ของวิบากกรรม
ก็พอจะเบาลงได้ "

โอวาทธรรม
หลวงปู่คำพันธ์ โฆสปัญโญ










" ทาน ศีล ภาวนา
ทำไปเรื่อยๆ อย่าไปเร่งมัน

เหมือนมะนาว ถ้ายัง
ไม่แก่ บีบมันก็ไม่มีน้ำ
แต่ถ้ามันสุกงอมเต็มที่
แล้ว เอามาบีบ น้ำมัน
ก็ไหลโจกๆ เลย

ทำความดี ทำไป
เรื่อยๆ ทำไม่หยุด "

โอวาทธรรม
หลวงปู่ทุย ฉนฺทกโร








"คนที่มีธรรมะในตัว
เป็นคนสวยคนงาม
คนสงบคนเย็น
ไม่ว่าแต่มนุษย์ด้วยกัน
ที่จะสรรเสริญชมชอบ
เทวดาทั่วไปเขาก็ยินดี
เลื่อมใสศรัทธา"

- พระอาจารย์สิงห์ทอง ธัมมวโร







" ผู้รู้จักพอจะเป็น
ผู้ที่มีความสบายใจ
ไม่เป็นผู้ที่เร่าร้อน
แสวงหาไม่หยุดยั้ง

"ความไม่รู้จักพอ"
มีอยู่ได้ แม้ใน
ผู้เป็นใหญ่เป็นโต
มั่งมีมหาศาล และ
ในผู้ยากจนต่ำต้อย

เพราะความพอ
เป็นเรื่องของ "ใจ"
ที่ไม่เกี่ยวกับ
ฐานะภายนอก

คนรวยที่ไม่รู้จักพอ
ก็เป็นคนจนอยู่ตลอดเวลา

คนจนที่รู้จักพอ
ก็เป็นคนมั่งมีอยู่ตลอดไป "

โอวาทธรรม
หลวงปู่ขวัญ ปวโร









"..ทำให้จิตใจมันพอ
คนจิตใจมันพอนี้
มันมีธรรมชั้นสูง

รักษาตนเอง
รู้จักประหยัด รู้จักใช้
รู้จักเหมาะสม
รู้จักสิ่งที่เป็นประโยชน์

รู้จักใช้เงิน ไม่ใช่จะใช้
ฟุ่มเฟือยให้หมด
สิ้นเปลืองไปเฉยๆ
ไร้ประโยชน์.."

โอวาทธรรม
หลวงปู่เปลี่ยน ปญฺญาปทีโป






" พระพุทธศาสนาแท้
ไม่ได้ประพฤติพรหมจรรย์​
แข่งดีกับท่านผู้ใดเลย

แต่แข่งดีกับกิเลสของ
เจ้าตัวที่มันนอนเนื่อง
อยู่ในขันธสันดานตัวเอง

ชนะก็ชนะอยู่ที่เมืองใจ​
แพ้ก็แพ้อยู่ที่เมืองใจ​
หรือรอบเมืองใจก็ว่า

เพราะใจตัวเดิมไม่มีกิเลส​
แต่กิเลสมาล้อมรอบ
เมืองใจต่างหาก "

โอวาทธรรม
หลวง​ปู่​หล้า​ เ​ขม​ปัตโต


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 1 โพสต์ ] 

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 18 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร