วันเวลาปัจจุบัน 07 เม.ย. 2020, 11:06  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง




กลับไปยังกระทู้  [ 1 โพสต์ ]    Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 22 มี.ค. 2020, 08:25 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
อาสาสมัคร
อาสาสมัคร
ลงทะเบียนเมื่อ: 06 มี.ค. 2009, 10:48
โพสต์: 3735


 ข้อมูลส่วนตัว


"คนเมาแต่ธาตุของตัวยังพอดี
เรียกว่าทุกข์น้อย ถ้าเมาในธาตุ
ของบุคคลอื่นด้วยเรียกว่าทุกข์
หนักขึ้นไป ถ้ายิ่งเมาอยากจะมีลูก
เมาอยากจะมีหลาน เมาอยากจะ
มีเหลน ก็ยิ่งหนักเข้าไปทุกที.."

"ของที่มันอยู่บนบ่าเราชิ้นหนึ่ง
ก็หนักอยู่แล้ว ไปเพิ่มเข้ามาอีก
ชิ้นหนึ่ง มันก็หนักเข้าไปอีกเท่าตัว
เพิ่มเข้ามาอีกชิ้นหนึ่งหนักเข้าไปอีก
ของยิ่งหนักอยู่แล้วไปแสวงหามา
ให้หนักมากขึ้น.."

#พระพุทธเจ้ากล่าวว่า
#ภาราหะเว_ปัญจักขันธา
#ขันธ์ทั้งห้าเป็นภาระอันหนัก

#โดย_หลวงพ่อพระราชพรหมยาน
(หลวงพ่อฤาษี วัดท่าซุง)
จากหนังสือ ธัมมวิโมกข์ฉบับ ๔๑๙ หน้า ๕๗








"...ปากกินพริกกินเกลือมันร้อน​ อย่าได้พูดกล่าว​ร้ายคนอื่น เพราะ​เมื่อใจเขาไม่รับแล้ว​ คำพูด​นั้น​ก็​จะ​ย้อนกลับหาตัวเรา..."

ท่านพ่อไพบูลย์​ สุม​ั​ง​คโล









...ธรรมะนี้ "พร้อมทำหน้าที่ทุกเวลา"

อยู่ที่ผู้ที่ปฏิบัติว่า พร้อมที่จะ
น้อมเอาธรรมนั้น เข้าไปในใจของตน
ได้หรือไม่..เท่านั้นเอง
.
ถ้าน้อมเอาเข้าไปได้
ธรรมะก็จะทำหน้าที่
"กำจัดความทุกข์ต่างๆ
ที่มีอยู่ภายในใจให้หมดสิ้นไปได้"
.
จึงปรากฏมีพระอรหันตสาวก
ปรากฏขึ้นมาอยู่เรื่อยๆทุกยุคทุกสมัย
จนถึงยุคปัจจุบันนี้
โลกของพวกเรา ยังไม่ขาดพระอรหันต์
ยังมีพระอรหันต์อยู่เรื่อยๆ
.
เพราะตราบใด
ถ้ายังมีผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบอยู่
ผู้ปฏิบัติตามคำสั่งคำสอน
ของพระพุทธเจ้าอยู่ ตราบนั้นก็ยังจะ
มีพระอรหันต์อยู่ในโลกนี้ไปเรื่อยๆ
.
ดังนั้นขอให้พวกเรา มีความมั่นใจว่า
“ธรรมะของพระพุทธเจ้า ทุกบททุกบาท”
เป็นอกาลิโก ..ไม่ได้เสื่อม
ไม่ได้หมดคุณภาพ
ไปตามกาลตามเวลา.
......................................
.
คัดลอกการแสดงธรรม
ธรรมะบนเขา 21/3/2563
พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต
วัดญาณสังวรารามฯ ชลบุรี













“การสวดไม่ใช่เป็นการกำจัดโรค”
ธรรมะก่อนนอน
๑๙ มีนาคม ๒๕๖๓
ถาม: ในสมัยพุทธกาลที่เมืองไพสาลีเกิดโรคระบาด พระพุทธเจ้าทรงให้พระอานนท์สวดพระปริตร ปัจจุบันมีโรคระบาดเราสามารถสวดพระปริตรได้หรือไม่ครับ

พระอาจารย์: คือการสวดไม่ใช่เป็นการกำจัดโรค เข้าใจไหม กำจัดความทุกข์ คือให้ญาติโยมได้ฟังเทศน์ฟังการสวด ใจจะได้สงบ ใจสงบแล้วจะได้หายเครียด ไม่ไปเครียดกับโรคภัยที่ระบาดอยู่ในตอนนี้ ตอนนี้ให้เรามาสวดมนต์กัน อย่าไปคิดถึงแต่โควิด-19 ยิ่งคิดมันก็ยิ่งเครียด ให้มาคิดถึงบทสวดมนต์ อิติปิโสก็ได้ อะไรก็ได้ สวดไปสวดไปแล้วมันก็จะลืมเรื่องโควิด-19 ไป ความทุกข์ในใจก็จะหายไปชั่วคราว พอกลับไปคิดถึงโควิดใหม่ก็สวดใหม่ คอยห้ามใจอย่าให้มันไปคิดถึงโควิด ต่อไปใจก็เฉยกับโควิดได้ มันจะมาก็เรื่องของมัน มันไม่มาก็เรื่องของมัน แต่เราสบายใจเพราะมีวิธีแก้ความไม่สบายใจของเราคือการสวดมนต์นี่เอง

สนทนาธรรมบนเขา
วันที่ ๑๗ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๖๓
พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต
วัดญาณสังวรารามฯ จังหวัดชลบุรี
ณ จุลศาลา เขตห้ามล่าสัตว์ป่าเขาชีโอน









“ถ้าเราโดนด่าแล้วเฉยๆ
หรือโดนอะไรกระทบแล้วเฉยๆ นั่นแหละ
เป็นตัวชี้วัดความมั่นคงในทางธรรม”

หลวงตาม้า วิริยธโร









" พระพุทธศาสนาเป็น
ของลึกซึ้ง ไม่เป็นสิ่งที่
ผู้หูหนาตาเถื่อนจะเข้าใจ
ความหมายได้ง่ายๆ

ฉะนั้นในโลกจึงมักจะเจอ
แต่คนตาบอดมาอวดสนเข็ม
กับคนตาดีเป็นส่วนมาก
ฝ่ายแจวเรือพายเรือข้ามน้ำ
เขาโค มีน้อย ขนโคเป็นฝ่าย
กางขาลงโต้น้ำ ให้เรือวน เรือฝืด

ด้านจิตใจหนักไปในทาง
กิเลส ด้านมันสมองก็มัน
ไปทางกิเลส มอบให้ใจ
เป็นใหญ่ทั้งทางคว่ำทาง
หงาย มอบให้มันสมองเป็น
ใหญ่ทั้งทางคว่ำทางหงาย

ใจมีกิเลสหรือไม่มีกิเลส
ไม่ต้องมีกรรมการเลือก
เฟ้นเลย มันสมองมีกิเลส
หรือไม่มีกิเลสก็ไม่มี
กรรมการเลือกเฟ้นเลย
ด้านสติปัญญาก็เหมือนกัน
ไม่มีกรรมการเลือกเฟ้นเลย

เสือ มันก็มีสติปัญญาอยู่
แต่สติปัญญาของมัน
มุ่งตะครุบเขามาใส่
กระเป๋าท้องของมัน

เมื่อจิตใจและธรรมยังไม่ถึง
พระอริยบุคคลชั้นใดชั้นหนึ่ง
แล้วย่อมเป็นผู้กินไม่เลือกทั้งนั้น

ธรรมะแท้เป็นทรัพย์สิน
ของนักปราชญ์ แต่เป็นหอก
เป็นง้าว เป็นฟืนเป็นไฟ
ของคนพาล หมายความว่า
พวกคนพาลเข้าใจ
ความหมายอย่างนั้น
แต่ที่จริงแล้ว หาได้
เป็นฟืนเป็นไฟเป็นหอก
เป็นง้าวกับใครไม่

เป็นจริงอยู่ตามธรรมชาติ
ของบาป บุญ มรรค ผล
นิพพาน คงที่.."

โอวาทธรรม
หลวงปู่หล้า เขมปัตโต








" จิตปรุงกิเลส​ คือ​
จิตที่บังคับให้กาย​ วาจา​
ใจ​ กระทำสิ่งภายนอก
ให้มี​ ให้เป็น​ ให้ดี​ ให้เลว​
ให้เกิดวิบากได้​

แล้วยึดติดอยู่ว่า​
นั่นเป็นตัว​ นั่นเป็นตน​
ของเรา​ ของเขา

กิเลสปรุงจิต​ คือ
การที่สิ่งภายนอกเข้ามา
ทำให้จิตเป็นไปตาม
อำนาจของมัน

แล้วยึดว่ามีตัว​ มีตนอยู่​
สำคัญผิดจาก
ความเป็นจริงอยู่ร่ำไป "

โอวาทธรรม
หลวง​ปู่​ดูลย์​ อ​ต​ุ​โล











" ใจเราไปติดกิเลส
ไม่ใช่กิเลสมาติดอยู่
ในใจของเรา

จิตใจของเราไม่ภาวนา
ละกิเลส แต่ภาวนาเอา
กิเลส กิเลสก็มาอยู่ใน
กาย ในวาจา ในจิต
ในใจของเราเต็มหมด "

โอวาทธรรม
หลวงปู่สิม พุทธาจาโร










เมื่อยกอุบายใดขึ้นมา. แล้วจิตมีความสลดสังเวช. อุบายนั้นเป็นอันถูกต้อง.

โอวาทธรรม หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน








" #การทำภาวนาเเรกๆ_จิตของเราย่อมกวัดเเกว่งดิ้นรนล้มลุกคุกคลานเป็นธรรมดา

เพราะจิตยังไม่เคยกับการภาวนามาก่อน. จึงถือได้ว่า. การภาวนาเป็นงานใหม่ของจิต ถึงจะยากลำบากแค่ไหนเราต้องฝืน. เพื่อที่จะฉุดกระชากลากจิตที่กำลังถูกกิเลสย่ำยีอยู่นั้นให้พ้นภัยอันตราย ให้เป็นจิตที่ปราศจากเรื่องเศร้าหมอง จึงเป็นสิ่งที่พวกเราทั้งหลาย ควรทำอย่างยิ่ง.

#เพราะฉะนั้น
ในโอกาสต่อไปนี้ จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่พวกเราจะพากันมาบำเพ็ญเพียร ทางด้านจิตใจ. อันเป็นจุดหมายปลายทางให้เกิดความสุข. ความสมหวังขึ้นภายในใจของตัวเองด้วยจิตภาวนา...

#เหนื่อยบ้าง_ลำบากบ้าง_ก็ทนเอา
การปล่อยให้จิต คิดไปในแง่ต่าง ๆ ตามอารมณ์ของจิตนั้น. ไม่สามารถที่จะทำให้เกิดอะไรขึ้นมา. นอกจากไปเที่ยวเก็บรวบรวมเอา...ความทุกข์ ความร้อน จากอารมณ์ภายนอกมาเผาลนจิตใจของตน ให้วุ่นวายเดือดร้อนไม่ขาดระยะ เท่านั้น."

(หลวงปู่อ่อน ญาณสิริ)












#อย่าไปท้าทายต่อบาปต่อกรรม. ต่อนรกอเวจีว่า. ไม่มี. ไม่มี. จะเป็นการทำลายตนสดๆร้อนๆ.

#พอลมหายใจขาดสะบั้นลงไป. นรกมีหรือไม่มี. ผู้สร้างกรรมหยาบหนาลามก. จะเป็นผู้เจอเอง.

โอวาทธรรม
หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน










#รื้อถอนตนออกจากกองทุกข์. รวงรังของกิเลสอยู่กับร่างกายนี้ทั้งหญิงทั้งชาย.

“..เนื้อสัตว์กับเนื้อเราต่างกันยังไง. ?? รักกันที่ตรงไหน ?? ชอบกันที่ตรงไหน?? เอาหนังบางๆ ห่อไว้เท่านั้น..”

โอวาทธรรม
หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน












"คนเมาแต่ธาตุของตัวยังพอดี
เรียกว่าทุกข์น้อย ถ้าเมาในธาตุ
ของบุคคลอื่นด้วยเรียกว่าทุกข์
หนักขึ้นไป ถ้ายิ่งเมาอยากจะมีลูก
เมาอยากจะมีหลาน เมาอยากจะ
มีเหลน ก็ยิ่งหนักเข้าไปทุกที.."

"ของที่มันอยู่บนบ่าเราชิ้นหนึ่ง
ก็หนักอยู่แล้ว ไปเพิ่มเข้ามาอีก
ชิ้นหนึ่ง มันก็หนักเข้าไปอีกเท่าตัว
เพิ่มเข้ามาอีกชิ้นหนึ่งหนักเข้าไปอีก
ของยิ่งหนักอยู่แล้วไปแสวงหามา
ให้หนักมากขึ้น.."

#พระพุทธเจ้ากล่าวว่า
#ภาราหะเว_ปัญจักขันธา
#ขันธ์ทั้งห้าเป็นภาระอันหนัก

#โดย_หลวงพ่อพระราชพรหมยาน
(หลวงพ่อฤาษี วัดท่าซุง)
จากหนังสือ ธัมมวิโมกข์ฉบับ ๔๑๙ หน้า ๕๗











เราจะไม่แก้แค้น. เราจะให้อภัยกับผู้เบียดเบียนเรา.
(ชำระใจให้สะอาด)

โอวาทธรรม
พระอาจารย์ ชยสาโร











#คนเราเกิดมาตายทุกคน

อย่าได้ไปตื่นกับโรคภัยไข้เจ็บ ถ้ารู้ว่าอันไหนจะเป็นโรค ก็อย่าไปใกล้.

#ถ้ามันมีกรรมต่อกัน ถึงไม่ไปใกล้. ก็ได้โรคนั้นมา มันเป็นกรรมเรื่องการเกิด แก่ เจ็บ ตาย มันเป็นเรื่องปกติ. เป็นเรื่องธรรมชาติ.

#ให้ดูตัวเอง #รักษาตัวเอง #รักษาใจตัวเองให้สงบให้บริสุทธิ์ #ให้มีสติระลึกรู้ตัว

ตื่นเช้ามาก็ให้สวดมนต์ไหว้พระ ก่อนนอนก็ให้สวดมนต์ไหว้พระ อย่าไปกลัวตาย ถ้ากลัวตายมันทำให้ทุกข์

#พระพุทธเจ้าท่านให้ระลึกถึงความตายอยู่ตลอด อะธุวัง ชีวิตัง ชีวิตเป็นของไม่ยั่งยืน
ธุวัง มะระณัง ความตายเป็นของยั่งยืน
อะวัสสัง มะยา มะริตัพพัง อันเราจะพึงตายเป็นแท้. มะระณะปะริโยสานัง เม ชีวิตัง ชีวิตของเรามีความตายเป็นที่สุด.

#ถ้าไม่อยากตายก็อย่าพากันมาเกิด ทำอย่างไงถึงไม่ต้องมาเกิด ก็ต้องปฏิบัติให้หลุดพ้นในวัฏสงสาร มันถึงไม่ต้องมาเกิด

ถ้ายังมาเกิดก็ต้องมาตาย เพราะคนเราเกิดมาตาย ไม่มีใครหนีความตาย

#ก่อนตายก็ให้ทำกรรมดีถึงได้ไปภพภูมิที่ดี ทาน ศีล ภาวนา ทำให้เป็นนิสัย รักษาให้มันเป็นกิจวัตร เป็นนิสัย

——-
หลวงปู่ชนะ อุตฺตมลาโภ











จากนี้ไป...
โลกมนุษย์จะไม่น่าอยู่แล้ว
จะมีแต่คนพาล คนเกเร
จิตใจโหดเหี้ยม
คนบาปหยาบหนามาเกิด

เราๆ จะอยู่ร่วมกับเขาอย่างไร
เอาใจกลับมาดูแลตัวเอง
อย่ามัวไปดูคนอื่น ..

เขาไม่ดีก็กรรมเขา
เอาเวลามารีบเร่งปฏิบัติ
ดูแลกาย-ใจของตัวเองให้ดี

โลกเปลี่ยนไป
เราก็ต้องรู้จักเปลี่ยนแปลง

หลวงปู่อว้าน เขมโก


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 1 โพสต์ ] 

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 5 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร