วันเวลาปัจจุบัน 15 ก.ค. 2020, 16:07  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง




กลับไปยังกระทู้  [ 1 โพสต์ ]    Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 14 พ.ค. 2020, 06:34 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-1
Moderators-1
ลงทะเบียนเมื่อ: 24 พ.ค. 2011, 14:20
โพสต์: 5918


 ข้อมูลส่วนตัว




20190111_060739.jpg
20190111_060739.jpg [ 141.15 KiB | เปิดดู 316 ครั้ง ]
สมุทยอริยสัจ เรียกสั้นๆ ว่า สมุทยสัจจะ
เรียกให้อย่างยาวเต็ม ๆ ว่าทุกขสมุทยอริยสัจจะ

คำว่า สมุทัย แปลว่า ต้นเหตุ หรือที่เกิด ดังนั้น ทุกขสมุทัย จึงแปลว่า
ต้นเหตุให้เกิดทุกข์ อันว่าต้นเหตุให้เกิดทุกข์นั้นคือ ตัณหา
องค์ธรรมได้แก่ โลภเจตสิกดวงเดียวเท่านั้น โลภเจตสิก หรือตัณหานี้ยังจำแนกได้ ๓ ว่า
กามตัณหา ๑ ภวตัณหา ๑ วิภวตัณหา ๑

ความโลภนี้ในปรมัตถทีปนีฎีกาจำแนกออกไปเป็น ๑๐ ประการคือ
๑. ตัณหา ความต้องการ
๒. ราคะ ความกำหนัด
๓. กามะ ความใคร่
๔. นันทิ ความเพลิดเพลิน
๕. อภิชฌา ความเพ่งเล็ง
๖. ชเนตติ ความก่อให้เกิดกิเลส
๗. โปโนพภวิกา ความนำให้เกิดในภพใหม่
๘. อิจฉา ความปรารถนา
๙. อาสา ความหวัง
๑๐. สังโยชน์ ความเกี่ยวข้อง ผูกพัน ผูกมัด

คำว่า สมุทัยอริยสัจ ตามนัยแห่งพระอภิธรรม แสดงว่า
โลภเจตสิกดวงเดียวเท่านั้น
ส่วนตามนัยพระสูตรแสดงว่า สมุทัยสัจ ได้แก่ อวิชชา และตัณหา
อันเป็นการแสดงตามนัยแห่งปฏิจจสมุปบาท คือ อวิชชา โมหะ เป็นมูลเหตุแห่งอดีต
ตัณหา คือโลภะ เป็นมูลเหตุในปัจจุบัน

.....................................................
พระธรรมคำสอน บัญญัติ ตรัส ไว้ดีแล้ว ไม่ต้องลด ไม่ต้องเพิ่ม ไม่ต้องแก้ไข ใดๆ ทั้งสิ้น
แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 1 โพสต์ ] 

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 17 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร