วันเวลาปัจจุบัน 03 ธ.ค. 2020, 01:43  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง




กลับไปยังกระทู้  [ 1 โพสต์ ]    Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 17 พ.ค. 2020, 06:21 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
อาสาสมัคร
อาสาสมัคร
ลงทะเบียนเมื่อ: 06 มี.ค. 2009, 10:48
โพสต์: 3974


 ข้อมูลส่วนตัว


เรื่อง​ "พระอรหันต์ร้องไห้เกิดปีติธรรมสังเวช"

พระอรหันต์ก็ยังร้องไห้ได้ การร้องไห้มันเป็นกิริยาของกายต่างหาก ตัวร้องไห้มันก็ร้องไป ตัวที่นิ่งเฉยอยู่มันก็นิ่ง​ พระพุทธเจ้าปรินิพพาน พระปถุชนโศกเศร้าเสียใจ พระอรหันต์ได้ธรรมสังเวช

ธรรมสังเวชนี่แหละมันทำให้น้ำตาไหล ไม่ใช่ว่าพอสำเร็จอรหันต์แล้วมันจะไม่มีอะไร มันก็เหมือนกับปถุชนธรรมดานี่แหละ แต่สิ่งที่ทำให้ท่านเกิดกิเลสเมื่อก่อนนี้มันหมดไป ความตื้นตัน ความปิติต่างๆ มันเป็นองค์ประกอบของสมาธิ มันก็ต้องมีอยู่เป็นเรื่องธรรมดา

“หลวงปู่โกรธเป็นไหม”

“โกรธเป็น แต่ไม่เอา”

อันนี้คือคำตอบของ หลวงปู่ดูลย์ อตุโล ก็มันแสดงความรู้สึกขึ้นมาเฉยๆ ว่า โกรธแล้วท่านก็ไม่เอา

หลวงพ่อก็เคยร้องไห้มาแล้ว ไปสวดมนต์ในวัง พอไปถึงแก่งคอย ก็ไปนึกถึงว่าพ่อตายอยู่ตรงนั้น ไหนจะลองกำหนดจิตอุทิศส่วนกุศลให้พ่อสักหน่อย พอกำหนดไปพั๊บ มองไปข้างหน้าสายตามันพร่า แล้วก็เห็นตาแก่คนหนึ่งแบกเด็กน้อยลอยผ่านหน้าไป ทีนี้พอลับสายตาไป จิตก็มานึกว่า พ่อแบกเรามาตั้งแต่เด็ก แล้วมันก็ร้องไห้สะอึกสะอื้นขึ้นมาทันที คนที่นั่งมาในรถเขาก็ถามว่า หลวงพ่อเป็นอะไรๆ ก็โบกมือ เฉยๆ เดี๋ยวก็รู้ พออาการอย่างนั้นมันหายไป ก็เล่าให้เขาฟัง​ #ปิติมันเกิดจากกายต่างหาก

โอวาทธรรมหลวงพ่อพุธ ฐานิโย









" ข้าวมันงอกขึ้นมาเพราะ
มีอะไรเป็นเชื้อพาให้เกิด

ใจที่พาให้เกิดตาย
อยู่ไม่หยุด ก็น่าจะมีอะไร
เป็นเชื้ออยู่ภายใน
เช่นเดียวกับเมล็ดข้าว

เชื้อนั้นถ้าไม่ถูกทำลาย
เสียที่ใจให้สิ้นไป จะต้อง
พาให้เกิดตายอยู่ไม่หยุด

ก็อะไรเป็นเชื้อของใจเล่า
ถ้าไม่ใช่กิเลส อวิชชา
ตัณหา อุปาทาน

คิดทบทวนไปมาโดยถือ
อวิชชา เป็นเป้าหมาย
แห่งการวิพากษ์วิจารณ์

พิจารณาย้อนหน้าถอยหลัง
อนุโลม ปฏิโลม ด้วยความ
สนใจอยากรู้ตัวจริงแห่ง
อวิชชา นับแต่หัวค่ำจนดึก
ไม่ลดละ การพิจารณา
ระหว่าง อวิชชากับใจ

จวนสว่าง จึงตัดสินกัน
ลงได้ด้วยปัญญา
"อวิชชา" ขาดกระเด็น
จากใจ ไม่มีอะไรเหลือ

การพิจารณาข้าว ก็มายุติ
กันที่ข้าวสุก หมดการงอก
อีกต่อไป "

โอวาทธรรม
หลวงปู่ขาว อนาลโย









“แม้เพชรพลอย อยู่แค่เอื้อม
ถ้าไม่มีปัญญา ก็หารู้ว่ามีค่าไม่
ธรรม แม้มีค่ามหาศาล
คนพาล ย่อมลบหลู่ดูถูก
ว่าไร้คุณได้เช่นกัน”

หลวงปู่ขาว อนาลโย









“อย่าไปบ้ากับชีวิตให้มาก เพราะมันเป็นสิ่งสมมุติ
เพราะชีวิตมันไม่มีจริง มันเป็นเพียงการเปลี่ยนแปลง
ของธรรมชาติ จงทำหน้าที่ให้ดี โดยไม่มีความทุกข์
ให้สงบ เย็น และ เป็นประโยชน์ เพราะทุกสิ่งทุกอย่าง
เราต้องคืนให้กลับสู่ธรรมชาติดังเดิม แม้แต่ร่างกาย
ที่เราเฝ้าดูแลก็ตาม”

ท่านพุทธทาสภิกขุ










"ทำกรรมดีแล้ว ใจจักไม่ร้อน
เพราะไม่ต้องวิตกกังวลว่า จะได้รับผลไม่ดีต่างๆ
ความไม่ต้องหวาดวิตก หรือกังวลไปต่างๆ นั้น
นั่นแหละ เป็นความเย็น เป็นความสงบของใจ
เรียกได้ว่า เป็นผลดีที่เกิดจากกรรมดี
ซึ่งจะเกิดขึ้นทันตาทันใจทุกครั้งไป
เป็นการทำดีที่ได้ดี อย่างบริสุทธิ์แท้จริง"

สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราชฯ









"เรื่องหวย เป็นเรื่องของโชค
คนที่จะมีโชคเป็นพื้นฐาน
ต้องเป็นคนเคยทำทานมาก่อน

คนทำทาน ป้องกันการตกนรกไม่ได้
จะป้องกันนรกได้ จะต้องรักษาศีล
มีศีลกับทานแล้ว ต้องภาวนา

เมื่อรู้จักภาวนา เขาจะละเลิกความบ้าหวยได้เอง"

ท่านพ่อลี ธัมมธโร









"ถ้าเราได้ดูแลพ่อแม่
หรือคนที่เรารักอย่างเต็มที่แล้ว
เมื่อท่านจากไป ถึงเราจะเสียใจ
แต่เราจะไม่เสียดาย"

พระมหาสมปอง ตาลปุตโต








"ยิ่งเอา มันยิ่งอด
ยิ่งสละให้หมด มันยิ่งได้"

หลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 1 โพสต์ ] 

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 14 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร