วันเวลาปัจจุบัน 16 ก.ค. 2020, 23:28  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง




กลับไปยังกระทู้  [ 1 โพสต์ ]    Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 05 มิ.ย. 2020, 13:12 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-1
Moderators-1
ลงทะเบียนเมื่อ: 24 พ.ค. 2011, 14:20
โพสต์: 5918


 ข้อมูลส่วนตัว




20200201_091003.jpg
20200201_091003.jpg [ 152.75 KiB | เปิดดู 294 ครั้ง ]
ความเพียรเป็นปัจจัยให้เกิดปัญญา เพราะฉะนั้น เมื่อพูดถึงปัญญา
ก็แสดงว่าวิริยะมาก่อน ในอรรถกถาแห่งเนตติ หน้า ๗๖
อธิบาย สติ สิชฺฌนฺติ เอกนฺเตน สมาธิ นิปฺผาเทติ. เมื่อสติสำเร็จอยู่
ก็ย่อมทำให้สมาธิสำเร็จได้แน่นอน

ข้อนี้แสดงว่าสติเป็นเหตุ ส่วนสมาธิเป็นผล ส่วนปัญญาท่านอธิบายว่า
เมื่อปัญญาสำเร็จ ย่อมสำเร็จได้โดยมีวิริยินทรีย์ สัมมัปปธานเป็นปัจจัย
สรุปว่าจัดได้ ๒ อินทรีย์ คือ ปัญญินทรีย์ (โดยตรง) วิริยินทรีย์ (โดยอ้อม)

อนึ่ง ในฐานะที่วิริยะ เป็นเหตุของปัญญา ฉะนั้น เมื่อกล่าวถึงปัญญาก็สามารถถือเอา
วิริยินทรีย์ได้ด้วย ต่อไปนี้ก็เหลือสัทธา สัทธาก็ถือเอาได้ด้วยตามท่านบอกว่า :-

ยา อิเมสุ จตู อินฺทฺริเยสุ สทฺทหนา โอกปฺปนา. อิทํ สทฺธินฺทฺริยํ.

ยา สทฺทหนา ความเชื่อ โอกปฺปนา เป็นความเบื่อในกรรม ความเชื่อในพระรัตนตรัย
สมฺปยุตฺตา ที่ประกอบ อิเมสุ จตูสั อินฺทฺริเยสุ ในอินทรีย์ทั้ง ๔ ที่กล่าวมานี้
อิทํ ธมฺมชาตํ สภาวธรรมนี้ สทฺธินฺทฺริยํ เรียกว่าสัทธินทรีย์

.....................................................
พระธรรมคำสอน บัญญัติ ตรัส ไว้ดีแล้ว ไม่ต้องลด ไม่ต้องเพิ่ม ไม่ต้องแก้ไข ใดๆ ทั้งสิ้น
แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 1 โพสต์ ] 

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 11 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร