วันเวลาปัจจุบัน 06 ธ.ค. 2020, 06:38  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง




กลับไปยังกระทู้  [ 1 โพสต์ ]    Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 22 ต.ค. 2020, 07:00 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
อาสาสมัคร
อาสาสมัคร
ลงทะเบียนเมื่อ: 06 มี.ค. 2009, 10:48
โพสต์: 3978


 ข้อมูลส่วนตัว


...” เวลานั่งสมาธิจริงๆ นี้ห้ามคิด”
ให้เพ่งดูลมอย่างเดียว รู้ลมเข้าออกเท่านั้นพอ
อย่าไปคิดว่าตอนนี้กำลังเกิดปีติหรือยัง
เกิดสุขหรือยัง ขนลุกหรือยัง
เกิดความสว่างขึ้นมาหรือยัง

.หรือเกิดนู่นเกิดนี่ขึ้นมาก็ไปหลงติดตามดู
อันนี้ไม่ใช่เป็นวิธีฝึกสมาธิ
“อย่าคิด อย่าไปรับรู้อะไร”
สิ่งที่มาให้รับรู้อย่าไปสนใจ

.ให้สนใจอยู่กับสิ่งที่เราต้องรู้
ถ้านั่งอานาปานสติก็ต้องรู้ลม
“รู้ลมอย่างเดียว
อย่างอื่นอย่าไปรู้อย่าไปสนใจ”

.เสียงเข้ามาอย่าไปสนใจ
แสงสว่างเข้ามาอย่าไปสนใจ
อาการเจ็บปวดทางร่างกาย
เข้ามาอย่าไปสนใจ
“ให้อยู่กับลมไปอย่างเดียว
หรือพุทโธๆ ไปอย่างเดียว”

.แล้วจิตมันก็..จะขยับเข้าไป แต่การเข้า
บางทีมันก็ไม่ได้เข้าตามตำราทีละขั้น
ทีละตอน บางทีมันพรวดเข้าไปเลย
จาก ๑ เข้าไป ๔ เลย ..เหมือนเกียร์ออโต้.
......................................
สนทนาธรรมบนเขา
วันที่ ๒๔ สิงหาคม ๒๕๖๑
พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต
วัดญาณสังวรารามฯ ชลบุรี









วิชชาทั้งหมด เกิดจากความสงบ เมื่อจิตไม่สงบ ก็ไม่เกิดวิชชา
อย่างเก่งก็เกิดจากสุตะ ฉลาดจากการฟัง ฉลาดจากการพูด
จินตะ ฉลาดในการคิด การไตร่ตรอง

แต่คนเลิกคิดเลิกนึก ไม่ต้องคิดไม่ต้องตรอง แต่ฉลาดนั้น เป็นสิ่งอัศจรรย์มาก
เป็นสิ่งทวนกระแสของโลก

ธรรมดาโลกต้องศึกษาต้องเรียน ต้องเขียนต้องอ่าน ต้องคิดต้องนึก จึงจะเกิดความฉลาด

แต่ในทางธรรม หยุดคิดหยุดนึก หยุดขีดหยุดเขียน หยุดจำ หยุดทำ จึงเกิดวิชชาชั้นสูงได้ เป็นของทวนกระแสโลก ซึ่งมนุษย์ทั้งหลายทำได้ยาก

ท่านพ่อลี ธัมมธโร










"บัณฑิตต้องฝึกตัวเอง มองตัวเอง แก้ไขตัวเอง
คนพาลเท่านั้น ที่ไปแก้คนอื่น ไปห้ามคนอื่น
ไม่ให้เขาทำกับเรานั้น มันเป็นไปได้ยาก
ทุกข์ก็ดีสุขก็ดี มันเกิดขึ้นจากตัวเรา
โกรธก็ดี โลภก็ดี หลงก็ดี เกิดขึ้นจากตัวเรา
แม้คนอื่นจะทำเรา มันเป็นเรื่องของเรา
ที่จะไม่สุข ไม่ทุกข์"

หลวงพ่อคำเขียน สุวัณโณ









“ทุกครั้งที่เธอพูดปด ความน่าเชื่อถือในตัวเธอ
ก็จะน้อยลงไปเรื่อยๆ ถ้าพูดปด พูดเท็จ จนเป็นนิสัย
ต่อไป จะไม่มีใครเชื่อคำพูดของเธอ เธอจะกลายเป็น
คนไม่มีค่าไปในที่สุด”

หลวงพ่อสุชาติ อภิชาโต









"เราไปดูคนโน้นคนนี้ ว่าไม่ถูก
เรานั่นแหละที่ไม่ถูก เขาก็ถูกของเขา
เขาก็มีเหตุผลของเขา เราไม่ถูก
เพราะเราไปคิดเรื่องของเขา"

หลวงปู่ดู่ พรหมปัญโญ









#คนที่ภาวนาแม้จะเพียงเล็กน้อยก็ยังดีกว่าคนที่ไม่รู้จักการภาวนา

มามัวแต่จับจ้องดูถูกคนที่ตั้งใจปฏิบัติภาวนา คนพวกนี้มันยังโง่ ไม่เห็นว่าไฟกำลังเผาตัวเองทุกวันๆ มีแต่ใช้ชีวิตแบบประมาทมาก ชอบเที่ยวเล่น ดื่มกินสุรา ของผิดกฏหมายต่างๆ

#เรื่องไม่ดีขึ้นชื่อว่าชั่วมันชอบทำกันนักคนสมัยนี้

ไม่รู้จักละอาย เกรงกลัวต่อบาปกรรมเลยแม้แต่นิดเดียว เพราะมันยังไม่รู้ว่าบาปกรรมเป็นยังไง มัวแต่ใช้ชีวิตที่มีค่ายิ่ง มาทำลายตัวเองลงทุกวัน

#ทำลายบุญกุศลเดิมที่บำเพ็ญมาให้หมดลงอย่างช้าๆ #จนในที่สุดบุญเก่าที่เคยทำมาก็หมด

เจ้ากรรมนายเวรทั้งภพอดีตและภพปัจจุบัน ก็รุมกรูกันเข้ามาทำร้ายคนพวกนี้ จนเจ็บป่วยล้มตาย

#ลูกหลานทั้งหลายอย่าพากันทำบาปนะ

สิ่งไหนไม่ดี ผิดศีลธรรมที่พระพุทธเจ้ากล่าวไว้ สิ่งนั้นแหล่ะคือบาปอกุศล มันจะพาเราฉิบหายวายวอดไปหมดทั้งตัวตนนะ

#หลวงปู่ศิลา #สุมงฺคโล
#วัดป่าท่าสิมมา จ.อุดรธานี









#บ่ต้องถึงขั้นเฮ็ดให้พ่อแม่เพิ่นเสียน้ำตาดอก #แค่หวงอยู่หวงกินกับพ่อแม่มันกะบาปหลายแล้ว

(พ่อแม่มีบุญคุณส่ำใด๋ ให้คึดเอา มันบ่แมนแนวเฮ็ดเล่นเด้อ!!)

บทสนทนาบางช่วงบางตอนของพ่อกับหลวงปู่ดำ

พ่อ : ลูกหลานมาจากบ้านจำปาดงครับ มื้อนี้ลูกชายพาพ่อมาฉีดยา กะเลยพาแวะมากราบปู่ครับ

ปู่ : บ้านจำปาดง...กุดเรือคำนะบ่? ฮู้จักอยู่ เคยไปจำพรรษาแถวนั้นอยู่ #หลวงปู่คำฟอง_เขมจาโร กับหลวงพ่อวัดกุดเรือคำนะ #หลวงพ่อสัมภาส_โกวิโท ฮู้จักกันดีอยู่ (พระญาณสิทธาจารย์ วิ.รองเจ้าคณะ จ.สกลนคร ธ. ) เป็นหยังละคือได้มาฉีดยาไกลแท้??

พ่อ : มันคันครับ เฮ็ดจังได่กะบ่หาย ได้ยินจากหมู่มาว่ายาจากหมอที่อุดรดี กะเลยมาลองเบิ่งครับ หมอเขาบอกว่าเป็นโรคสะเก็ดเงินครับ

ปู่ : คือบ่เคยได้ยิน ไส่มาเบิ่งมันเป็นจั่งได่(พ่อขยับเข้าไปหาใกล้ๆและให้ปู่ดำดูแผลสะเก็ดเงิน)
อ๋อ...มันเป็นจั่งสิติ เป็นจั่งได่ละ ดีขึ้นแน้ยุบ่ ยังคันยุบ่??

พ่อ : ดีขึ้นหลายยุครับ บ่คันแล้ว...แต่ใจกะบ่อยากมาปานได่ดอกครับสงสารลูก ขับรถกลับมาจากชลบุรี ทำงานเข้ากะยังบ่ได่นอนเลย ออกกะมาก็ขับรถมาแล้ว มาถึงบ้านก็สามทุ่มกว่า กว่าจะเก็บของลงจากรถและอาบน้ำนอนก็สี่ทุ่มห้าทุ่ม เช้ามาก็ยังพาพ่อมาหาหมออีก #ย่านเขาเบิ่ดเงินนำหลายครับ_แฮงใช้เงินหลายยุ ค่ายากะพันกว่าบาทพุ่นนะ จักค่าน้ำมันไปกลับ จักค่าของกินของใช้ จักของฝากอีก มาแต่ละเทื่อกะซื้อของมาหลายโพด(มีบ่นให้ลูกอีก ว่าซื้อของมาเยอะ 55) พาพ่อแม่ไปเที่ยวไปกิน ไปทำบุญนำวัดครูบาอาจารย์เพิ่นอีกครับ

ปู่ : อือ มันกะดีตั๋ว ยังฮู้จักความ #บ่หวงอยู่หวงกินกับพ่อกับแม่ เขาคึดฮอดพ่อฮอดแม่กะดีแล้ว อยากให้พ่อกับแม่ได่กินได่ใช้ พาพ่อพาแม่ไปเฮ็ดบุญเฮ็ดทาน เข้าวัดเข้าวา กะดีแล้วละ

พ่อ : ย่านเขาขาดใช้ครับ จักงวดรถ จักลูกกะกำลังเรียนอีก

ปู่ : (หันมามองเรา..แล้วก็ยิ้ม) คนเฮากะฮู้จักพิจารณาเอาตั๋ว แมนยุบ่? อันไดมันดีกะเฮ็ดเอา แต่อย่าให้มันเกินกำลังเจ้าของ ทาน ศีล ภาวนา ให้มันครบ เฮ็ดไปเรื่อยๆ นั่นละ เด็กน้อยสุมื้อนี้แฮงเว้ายาก มันทิ่มพ่อทิ่มแม่กะหลาย บางคนมีแน้อยู่ แต่กะเอาแต่เงินเลี้ยงตัวเพิ่นให้สบายซื่อๆ(เอาเงินเลี้ยงแต่กาย) แต่บ่พาเพิ่นสร้างบุญอันประเสริฐกว่านั้น...พาเพิ่นให้ทานแล้วกะฮู้รักษาศีล มีศีลแล้วกะฮู้จักภาวนาตั๋ว ถ้าเฮ็ดได่แบบนี่มันแฮงดี

พ่อ : ผมก็วางใจอยู่ที่ลูกฮู้จักเข้าวัดเข้าวา บ่กินเหล้าเมายา แต่กะอดเป็นห่วงเขาบ่ได่นิแหล่วครับ

ปู่ : ธรรมดาละคนเป็นพ่อแม่ ถึงลูกสิชั่วส่ำไดกะตาม ถึงลูกมันสิบ่คึดนำเฮากะตาม เฮากะอดบ่ได่ดอก ยังฮักยังแพงคือเก่า (ปู่หันมายิ้มและมองเราอีกรอบ) เฮามีครอบครัวแล้วกะให้พิจารณาเอา อยากได้ลูกหลานแบบใด๋กะเฮ็ดเอา บ่อยากได่แบบใด๋กะอย่าไปเฮ็ด เฮาเฮ็ดจังใด๋กะได้แบบนั้นตั๋ว ตัวอย่างดีๆกะมี ตัวอย่างบ่ดีกะหลาย เบิ่งเอาพิจารณาเอา

พ่อ : ครับปู่เว้าถืกคักครับ #เฮ็ดคือเขาอย่าเฮ็ดคือเขา

ปู่ : บุญที่เฮ็ดกับพ่อกับแม่นี้บุญใหญ่หลายแท้ๆเด้ พระอรหันต์สององค์แรกเลย เฮ็ดกับพระในบ้านให้มันคักๆโลด บ่มีตกต่ำดอก บ่แมนแนวเล่นๆ อย่าไปเฮ็ดพ่อแม่เป็นคือขี้ข้าเลี้ยงลูกให้กับเฮ็ดแนวอยู่แนวกินให้ซื่อๆหลาย มันบ่แมนแนวเด้ บาปหลายแท้ๆเด้

พระครูโสภณสมณกิจ หลวงปู่บุญจันทร์-ดำ- สีลคุโณ













บ้านเราก็เจริญขึ้นมากแล้วทุกวันนี้
แต่ว่า...พระมันมีเยอะ มันมีเยอะเหมือนใบไม้น่ะพระบ้านเราใบไม้ถ้ามันร่วงลงมา ก็กองเน่าเปื่อยอยู่ตรงนั้นแหละ

บ้านเมืองของเราทุกวันนี้มันเป็นอย่างนี้ เหมือนขยะนะมันเยอะไปก็เหมือนขยะ ไม่ค่อยจะรักษาพระธรรมวินัยกันแล้ว หลวงปู่ก็เริ่มเห็นความหย่อนยานของพระภิกษุสามเณรในพระพุทธศาสนาในประเทศเรา ไม่เหมือนในสมัยหลวงปู่เป็นเณรน้อย เป็นพระผู้น้อยอยู่กับหลวงปู่อ่อนอย่างนี้ (ลป.อ่อน ญาณศิริ)

ท่านพาประพฤติปฏิบัติ แม้แต่ฉันน้ำร้อนก็ฉันมื้อเดียว แก้วเดียวด้วย แล้วเวลาฉันก็นั่งเข้าแถวเหมือนกันกับนั่งฉันจังหันตอนเช้านะ แล้วนอกจากนั้นก็ไม่มีอีกแล้ว ต้องพร้อมเพียงกันพาปฏิบัติไหว้พระสวดมนต์ เดินจงกลม นั่งสมาธิ บางครั้งท่านจะให้เร่งเดินจงกรม เร่งให้นั่งสมาธิ ถ้าไม่ใช่วันพระให้แยกตัวกันไปปฏิบัติ ไม่ได้มาไหว้พระสวดมนต์ร่วมกัน ถ้าเป็นวันพระถึงจะได้ขึ้นศาลามาไหว้พระสวดมนต์และก็นั่งฟังเทศน์ถึงตี ๕ นั่งฟังเทศน์ถึงตี ๕

แต่ถ้าเป็นวันธรรมดาก็อยู่กุฏีของใครของมัน อยู่ทางจงกรมของใครของมัน อยู่กระท่อมของใครของมัน ปฏิบัติอย่างเต็มที่นะไม่ต้องมาคลุกคลีกัน นี้คือระเบียบของหลวงปู่อ่อนที่พาทำมา ท่านต้องการให้เรามีเวลาเดินจงกรมมากๆ ไม่ต้องมาอยู่ด้วยกัน ให้แยกตัวไปอยู่ของใครของมัน มีกลดของใครของมัน แล้วก็กางกลดอยู่ตามป่านั้นแหละ

ถ้าเป็นหน้าแล้งก็อยู่ในตามป่า ถึงเวลาก็เอาแคร่ไปวาง แล้วก็กางกลดไว้ แล้วก็ทำทางจงกรม กางกลดสมัยก่อนไม่มีเต็นท์กางกลดใช้กลด อยู่ในกลดนี้แหละ หยุดเดินจงกรมแล้วก็ขึ้นแคร่มุดเข้าในกลดแล้วก็นั่งสมาธิ

ส่วนมากจะไม่ค่อยนอนกัน แล้วก็มีความตั้งใจมากที่เกี่ยวกับการอยู่การฉัน การหลับการนอน ส่วนมากจะอยู่ในเนสัชชิกกัน พระที่ปฏิบัติอยู่ด้วยกัน ๘๐ รูปนี้ออกมาบิณฑบาตไม่ถึง ๓๐ รูป นอกนั้นนี่ไม่ฉันสลับกันอยู่อย่างนั้น บางองค์ก็ ๗ วัน บางองค์ก็ ๘ วัน บางองค์ก็ ๑๕ วันไปเลย บางองค์ถึง ๒๐ วันถึงจะออกมาบิณฑบาต มีแต่ปฏิบัติกัน เดินจงกรม นั่งสมาธิภาวนา นี้คือกฏระเบียบที่หลวงปู่อ่อนท่านได้แนะนำสั่งสอนมา

ถอดจากเทปพระธรรมเทศนา
หลวงปู่ไม อินทสิริ วัดป่าเขาภูหลวง อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา

ถอดเทป/เรียบเรียง : นรินทร์ ศรีสุทธิ์
ภาพโดย : ศิษย์หลวงพ่อไม อินทสิริ


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 1 โพสต์ ] 

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 13 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร