วันเวลาปัจจุบัน 06 ธ.ค. 2020, 06:21  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง




กลับไปยังกระทู้  [ 1 โพสต์ ]    Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 25 ต.ค. 2020, 05:39 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
อาสาสมัคร
อาสาสมัคร
ลงทะเบียนเมื่อ: 06 มี.ค. 2009, 10:48
โพสต์: 3978


 ข้อมูลส่วนตัว


"..คนเราเข้าใจผิด คิดว่าพอแก่แล้วจะสบาย ความจริงมีแต่ทุกข์ที่รออยู่ตลอดสาย พอแก่แล้วก็เจ็บนั่นเจ็บนี่ ยังอยากจะมาเกิดกันอีกเหรอ.."

ธรรมะคำสอน
หลวงปู่กวง โกสโล
วัดป่านาบุญ อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่









...สำหรับท่านที่ยังเป็นโสดอยู่นี้
ก็ระมัดระวังไว้กับความคิดที่
“อยากจะไปมีครอบครัว”

.ถ้าไม่อยากจะติดอยู่กับกองทุกข์
แห่งการเวียนว่ายตายเกิดอยู่เรื่อยๆ
ก็ต้องคอยเตือน คอยสอนบอกว่า
“ถ้าไปมีครอบครัวแล้ว เราจะไม่มีเวลา
มาศึกษา มาปฎิบัติธรรมกัน”

.ถ้าเราไม่ได้ศึกษาไม่ได้ปฎิบัติธรรม
“เราก็จะไม่สามารถหลุดพ้น”..จาก
กองทุกข์แห่งการเวียนว่ายตายเกิดได้.

....................................
ธรรมะหน้ากุฎิ
วันที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2563
พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต
วัดญาณสังวรารามฯ ชลบุรี










เรื่อง "พุทธานุสสติ เป็นกรรมฐานที่ง่ายมีแต่กำไร"

"การสร้างพระพุทธรูป นี่เป็นพุทธบูชาเป็น พุทธานุสสติ ในกรรมฐาน ๔๐ กอง ท่านบอกว่ากำลัง พุทธานุสสติเป็นเหตุให้เข้าถึงพระนิพพานได้ง่ายที่สุด ง่ายกว่ากองอื่น ก็เห็นจะจริง เพราะว่าพระพุทธเจ้าท่านอยู่ที่นิพพานนี่ และท่านก็เป็นต้นตระกูลของพระนิพพาน ใช่ไหม... ทีนี้ถ้าเราต้องการสร้างให้สวยตามที่เราชอบ เห็นแล้วก็ทำให้จิตใจสดชื่น จิตมันก็นึกถึงพระอยู่เสมอ ถ้าจิตนึกถึงพระพุทธรูปองค์นั้นอยู่เสมอก็จัดเป็น พุทธานุสสติกรรมฐาน ถ้าใจเราเกาะพระพุทธเจ้าเป็นปกติ ตายแล้วลงนรกไม่เป็น ฉะนั้นถ้าหากโยมเห็นว่าพระที่ทำด้วยโลหะสวยกว่า ชอบมากกว่า โยมก็สร้างแบบนั้น"

"อาตมานี่เป็นคนเกาะ "พุทธานุสสติกรรมฐาน" เป็นอารมณ์ตลอดเวลา ถ้าวันไหนไม่ได้เห็นพระพุทธเจ้าวันนั้นตายดีกว่า ทิ้งไม่ได้ไม่ยอม มันจะเป็นอย่างไร จะป่วยจะไข้จะปวด ยิ่งป่วยยิ่งหนักเกาะติดเลย ป่วยนิดเดียวไม่ยอมคลาย จิตไม่ยอมคลาดสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เรียกว่าเราถือว่าเราเกาะพระพุทธเจ้าตายมันจะลงนรกก็เชิญ พระพุทธเจ้าท่านจะลงกับเราก็เอา ใช่ไหม ท่านคงไม่ยอมลงนะ"

(คัดลอกจาก หนังสือพ่อรักลูก หน้า ๑๕๑)
(โดย หลวงพ่อพระราชพรหมยาน)
(พระมหาวีระ ถาวโร วัดท่าซุง)









เรื่อง "ไม่มีสิ่งใดยิ่งไปกว่าคุณพระรัตนตรัย"

#มหาโลกุตรคุณ

พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ เป็นของสำคัญมาก เป็นของดีมาก เป็นของประเสริฐมาก เป็นของมีคุณค่ามาก ในสรรพไตรโลกธาตุ แผ่นดิน แผ่นน้ำ แผ่นไฟ แผ่นลม ตลอดทุกสิ่งสรรพ ที่มีวิญญาณครองสิงก็ดี ที่ไม่มีวิญญาณครองสิงก็ดี จะนับถ้วนหรือไม่ถ้วนก็ตาม เม็ดทรายในท้องมหาสมุทร เม็ดหินในท้องมหาสมุทร หรือในแผ่นดินทั่วทั้งพิภพ ตลอดถึงแดด ถึงลม ถึงสกลธาตุดิน สกลธาตุน้ำ สกลธาตุไฟ สกลธาตุลม จะมีมากสักเพียงใดก็ตาม ก็ไม่มากเท่าคุณพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ เหตุฉะนั้นจึงยืนยันว่า

#อัปปะมาโณพุทโธ
คุณของพระพุทธเจ้า ไม่มีประมาณ
#อัปปะมาโณธัมโม
#อัปปะมาโณสังโฆ
คุณของพระธรรมและพระสงฆ์ก็เหมือนกัน

ผู้มีปัญญามาก ก็มองเห็นมาก ผู้มีปัญญาน้อยก็มองเห็นน้อย คุณของพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ เป็นมหาอนันตาคุณ อันไม่เกิดไม่ดับ เป็นมหาโลกุตรคุณ คุณของปู่ทวด ย่าทวด ตาทวด ปู่ ย่า ตา ยาย พ่อ แม่ ตลอดถึงสรรพสิ่งในสากล ไตรโลกธาตุ ไหลขึ้นสู่คุณพระนิพพาน ซึ่งเป็นยอดคุณพระพุทธ เป็นยอดคุณพระธรรม เป็นยอดคุณพระสงฆ์ เป็นของจริง เป็นของมีอยู่อย่างนั้น

ท่านผู้ใดจะนับถือดี หรือไม่นับถือดีก็ตาม คุณของพระองค์ท่านก็เป็นของจริงของมีอยู่อย่างนั้นทุกยุคทุกสมัย ทุกกาล ทุกเวลา ทุกขณะ แม้พระพุทธเจ้าจะไม่มาตรัสรู้ก็ตาม คุณของพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ แต่ละพระองค์ๆ ก็กลมกลืนกันอยู่ไม่แย้งกันเลย ไม่ได้แย่งธรรมาสน์กัน เมื่อคุณของพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์มีอยู่ไม่มีประมาณ จิตใจของเราที่ระลึกถึงคุณของพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ ก็ไม่มีประมาณ มีปัญหาสอดเข้ามาว่า ผู้พิจารณาร่างกระดูกก็ดี ผู้พิจารณาเมตตากรุณาก็ดี ผู้พิจารณาพุทโธ ธัมโม สังโฆ โดยตรงๆ ก็ดี ผู้พิจารณาอนิจจัง ทุกขัง อนัตตาก็ดี

ผู้พิจารณากรรมฐานอันใดอันหนึ่งแล้วแต่สะดวกก็ดี ก็รวมอยู่ในคุณพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ทั้งนั้น เพราะ พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ เป็นผู้มาสั่งสอนก่อนเพื่อนทั้งหลาย ก่อนหมู่ทั้งหลาย อันเป็นนิยยานิกธรรม นำสัตว์ทั้งหลายออกจากวัฏสงสาร ออกจากความโลภ ความโกรธ ความหลง ถึงออกไม่ได้ก็เบาบางลงไป ถ้าทำมากก็ออกได้หมด มองไปที่ไหนก็เห็นคุณของพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ หมดในส่วนเกี่ยวกับเรื่องอามิส

โดย หลวงปู่หล้า เขมปัตโต
วัดบรรพตคีรี (วัดภูจ้อก้อ)
ต.หนองสูงใต้ อ.คำชะอี จ.มุกดาหาร
๑๒ พฤศจิกายน พ.ศ.๒๕๓๖











#พระอริยแห่งป่าเขาลำเนาไพร

หลวงปู่ให้ธรรมะกับผู้ที่อยากหนังเหนียว ตระเวณหาเครื่องรางของขลังไปทั่ว

เรื่อง ๓ เหนียว
๑. เหนียวคิด คิดดีทำดี
๒. เหนียวเรียน ให้ขยันศึกษาเล่าเรียน
๓. เหนียวเชื่อฟังพ่อแม่ เชื่อฟังคำสั่งสอนของพ่อแม่ให้ประพฤติดี

"แม้แต่เส้นผมหลวงปู่ โกนแล้วร่วงลงพื้นเดินเหยียบ เส้นผมยังแทงเท้าหลวงปู่"
ปฏิบัติได้ตาม ๓ เหนียวนี้ #รับรองหนังเหนียว

หลวงปู่สังวาลย์ ธมฺมสาโร
พระธุดงคกรรมฐาน วัดป่าเขามโนราห์ อ.ห้วยคต จ.อุทัยธานี













วิธีชนะที่จะต้องไม่เบียดเบียนใคร
เป็นความดีชั้นตรี

ถ้าเป็นการชนะชนิดที่เกื้อกูลเขาอีกด้วย
โดยเฉพาะทำให้เขาซึ่งเป็นคนไม่ดี
เลิกละความไม่ดีของเขา หรือกลับเป็นคนดี
ก็นับว่าเป็นความดีชั้นโท

ส่วนความดีชั้นเอก
ก็คือความดีที่ชนะความชั่วของตนเอง

พระโอวาท สมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณสังวร












“#โลกทุกวันนี้มีโซชั่ว เลยทำให้คนมีมิจฉาทิฏฐิ

คนฉลาดแต่ไม่ทำ ผู้ใหญ่ต้องสอนเด็ก เป็นครูบาอาจารย์แต่ไม่สอน เป็นนักกฎหมายแต่ไม่ชี้แจงสิ่งที่ถูกต้อง

พระพุทธเจ้าทรงสั่งสอนชนทุกชั้น เสด็จไปโปรดทุกที่ที่มีคนสงสัย ทรงชี้แจงแสดงให้เข้าใจ คนสมัยนี้รู้ แต่ไม่สอน ฉลาดแต่ไม่สอน ไม่ทำ มัวแต่คิดว่า จะไปก้าวก่ายเลยไม่ทำ แบบนี้ไม่ได้ เป็นผู้ใหญ่ต้องสอน แม้พระบวชใหม่ มอบให้พระนั่งรองๆ ลงไปเป็นผู้สอน หากผิด เรามีพรรษาสูงกว่าต้องสอน นี่ไม่ได้ก้าวก่าย ไม่ใช่ทำเกิน ถ้าผิดต้องสอน สอนให้รู้ อ้างธุระไม่ใช่ ไม่ได้

อะไรก็แล้วแต่ ถ้าไม่หยุด เราก็จะไม่รู้ว่าติด นี่ ทุกๆ เรื่อง กินเหล้า กินยาบ้า ลองหยุดดูสิ มันจะเป็นจะตายไหม ไอ้โซชั่วนี่หยุดมันดู จะรู้ว่าติดไหม เราไปติดอะไร เราหมกมุ่นไหม หมกมุ่นจะขุ่นมัว หมกมุ่นจะอยู่ในวังวน เลยไม่รู้ว่ามันติด คนถ้าอยู่กับชั่ว มันก็ชั่ว มันไปติดชั่ว ถ้าติดชั่วมันก็จะนอนไม่หลับ คิดมากคิดชั่ว

คนรู้ไม่เข้าใจกัน อ้างไม่เกี่ยวข้องตรงนั้น ต่างคนต่างคิดต่างทำ คิดว่าตนเองฉลาด เลยไปกันไม่ได้ คุยไม่รู้เรื่องไม่รู้ราว เหมือนคนตาบอด ไปดูฟ้อน เหมือนคนหูหนวกไปฟังหมอลำ พอสอบถามคนตาบอดก็บอกว่า สนุก ฟ้อนม่วน ถามคนหูหนวก โอ้ยเพลงม่วนหลาย นี่ มันอวดฉลาด แต่มันไม่รู้ว่า มันโง่

กรรมให้ผลแน่นอน เปรียบเราเคยทำกรรมฆ่าสัตว์ไว้ กรรมมันก็ให้ผล อาจให้ผลช้าเพราะ กรรมกับสิ่งที่เป็นนามธรรม แต่ กรรมต่อ รูปธรรมกับรูปธรรม คนกับคน นี่ให้ผลเร็ว มันโกรธ มันทุบตีกันฆ่ากัน ไม่ต้องถามว่า กี่ปี กี่เดือน นี่ถามว่า กี่นาที กี่ชั่วโมง กี่วัน...”

โอวาทธรรม
หลวงปู่ปฐม ธมฺมธีโร
วัดป่าศรีวิลัย อ.ส่องดาว จ.สกลนคร
๒๒ ตุลาคม ๒๕๖๓











ตามธรรมดาไฟนั้น จะลุกลามได้ใหญ่โตก็เพราะได้เชื้อที่อ่อนนิ่ม ถ้าเพลิงไหม้ไม้เนื้อแข็งก็ลุกลามได้ยาก

เหมือนจิตใจคน "ถ้าเข้มแข็ง ทุกข์ก็เกิดได้ยาก"

หลวงพ่อเงิน จันทสุวัณโณ
วัดดอนยายหอม จ.นครปฐม











" ปล่อยจิตให้คิด
เกิดความฟุ้งซ่าน หรือเกิดปัญญา ความคิดที่จิต
มันคิดขึ้นมาเอง เป็นวิตก สติ...รู้พร้อม เป็นวิจาร

เมื่อจิตมีวิตก วิจาร ปีติ และความสุข ย่อมเกิดขึ้น
ไม่มีปัญหา
ผลที่จะเกิดจากการตามรู้...ความคิด
ความคิด เป็นอารมณ์สิ่งรู้ของ...จิต
เป็นสิ่งระลึกของ...สติ
เมื่อสติสัมปชัญญะดีขึ้น เราจะรู้สึกว่า...
ความคิด เป็นอาหารของจิต
ความคิด เป็นการบริหารจิต
ความคิด เป็นการผ่อนคลายความตึงเครียด
ความคิด เป็นนิมิตหมายให้เรารู้ว่า...
อะไรเป็นเรื่องทุกข์ เป็นอนัตตา

แล้วความคิดนี่แหละ
มันจะมายั่วยุให้เราเกิดอารมณ์ดี อารมณ์เสีย
เมื่อเรามองเห็นอารมณ์ดี อารมณ์เสีย มองเห็น
อิฏฐารมณ์ อนิฏฐารมณ์ ที่ก่อเป็นตัวกิเลส

ที่นี้...
เมื่อจิตมีอิฏฐารมณ์ อนิฏฐารมณ์ มันก็มีสุขบ้าง
ทุกข์บ้างคละกันไป ในที่สุดก็มองเห็น...
ทุกข์อริยสัจ

ถ้าจิตมันเกิดทุกข์ ขึ้นได้
สติ...รู้พร้อม มองเห็นทุกข์อริยสัจ ถ้าจิตมีปัญา
รู้สึก มันจะบอกว่า อ้อ ! นี่คือทุกข์อริยสัจ
ที่พระพุทธเจ้าตรัสรู้...แล้วมันจะมองดูทุกข์ ต่อไป

สุข-ทุกข์ ทั้งสองอย่างเกิดขึ้นสลับกันไป
อันนี้ คือ...กฏอริยสัจ แล้วในที่สุดจิตมีสติ มีปัญญา
ดีขึ้น มันจะกำหนดหมายรู้ว่า...
นอกจากทุกข์ ไม่มี อะไรเกิด
นอกจากทุกข์ ไม่มี อะไรดับ
แล้วจะมองเห็นว่า สิ่งใดสิ่งหนึ่ง...
เกิดขึ้น ดับไป เกิดขึ้น ดับไป อยู่...อย่างนั้น

ยํ กิญฺจิ สมุทย ธมฺมํ สฺพพนฺตํ นิโรธ ธมฺมนฺติ
ท่านอัญญาโกณฑัญญะ ได้ดวงตาเห็นธรรมว่า...
สิ่งใด เกิดขึ้นเป็นธรรมดา
สิ่งนั้น...
ดับไป เป็นธรรมดา คือ จุดนี้."

(พระราชสังวรญาณ หลวงพ่อพุธ ฐานิโย)











" ขอได้พากันบำเพ็ญ
ตามกำลัง ชีวิตของเรา
ทุก ๆ คนในโลกจะอยู่ก็ไม่กี่วัน
เที่ยงแท้จะแตกดับอยู่แล้ว
รีบขวนขวายหาคุณงาม
ความดีในเมื่อมีชีวิตอยู่
หาได้มากน้อยเป็นของเรา

เมื่อมีคุณงามความดีซึ่งเรา
ได้สั่งสมไว้มากแล้ว หากว่า
เราไม่สิ้นกิเลส ยังจะกลับมา
เกิดในโลกอีก ก็จะเป็น
ผู้ไม่ผิดหวังในสถานที่เกิด
และสิ่งที่เราต้องประสงค์

บุญเป็นเครื่องแก้ความขาด
เขินบกพร่อง ความทุกข์
ทรมาน ท่านต้องแก้เราได้แน่ ๆ
สิ่งที่จะให้สมหวังคือบุญนี้เอง

ท่านผู้สมหวังได้ผ่านทุกข์
พ้นไปแล้ว คือพระพุทธเจ้า
ของเรา ท่านก็อาศัยบุญนี้เอง
เป็นคุณช่วยท่าน

ผู้ที่จะให้สมหวังในกาล
ข้างหน้าก็บุญนี้เอง โปรดจำ
ให้แม่น เพียรอย่าถอย
ยังมีชีวิตอยู่ก็ไม่เสียท่า
ตายไปแล้วก็ไม่เสียที
จงทำดีให้มาก "

โอวาทธรรม
หลวงตาพระมหาบัว
ญาณสัมปันโน











"ชีวิตนี้น้อยนัก แต่ชีวิตนี้สำคัญนัก
เป็นหัวเลี้ยวหัวต่อ เป็นทางแยก
จะไปสูงไปต่ำ จะไปดีไปร้าย
เลือกได้ในชีวิตนี้เท่านั้น
พึงสำนึกข้อนี้ให้จงดี
แล้วจงเลือกเถิด เลือกให้ดีเถิด"

สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราชฯ












ต่อไปนี้. โลกนี้จะมีแต่มิจฉาทิฏฐิ. เต็มไปหมด. จกหูจกตา. ฆ่าแกงกัน. มันไม่ต่างอะไรจากโลกเดรัจฉาน. บางศาสนาก็ข่มเหงกัน.

หลวงปู่บุญมี ธัมมรโต









ภาวนา พุทโธ นี้แหละ เห็นว่ามันน้อยๆ อย่างนี้ไปดูถูกไม่ได้ ความหมั่นความเพียร นี้แหละ เป็นประโยชน์อย่างมาก

ธรรมโอวาทของหลวงปู่แหวน สุจิณโณ








#เดี๋ยวนี้นักแสวงบุญไม่ค่อยจะสนใจข้อปฏิบัติ #สนใจแต่ตระเวนแสวงบุญ

วันหนึ่งๆไปหลายๆวัด บางที ๕ วัด ๗ วัด ตระเวนถึง ๙ วัดก็มี เอาจำนวนวัด ๙ วัด ๗ วัด เป็นจำนวนบุญ ก็ได้แต่ตัวเลข

คำว่าตัวเลขไม่ใช่บุญเป็นกองบุญเฉยๆ สิ่งที่ได้ๆ เป็นสมมุติ ได้เท่าไหร่ๆ เสียเท่าไหร่ๆ สิ่งที่ได้ ไม่มีอะไรเป็นเครื่องหมายว่าเป็นบุญ

#พระพุทธเจ้าเข้าถึงความเป็นสัมมาสัมพุทธะ #เข้าถึงพระธรรมอันสูงสุด #เข้าถึงด้วยการนั่งภาวนา

ตั้งสัจจะอธิษฐาน ที่จะนั่งโดยไม่ลุกจากที่นั่ง และพระองค์ก็เข้าถึงธรรมอันสูงสุด เข้าถึงความบริสุทธิ์ และความเป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าก็ปรากฏขึ้น จากการนั่งภาวนาในครั้งเดียวครั้งนั้น

จากที่ผ่านๆมาถึง ๖ ปี พระองค์ปฏิบัติไม่ถูก หนักไปทางเกิน หนักไปทางขาด เกินคือทรมานไป ขาดคือทำให้ร่างกายอยู่กับโลก และ วัตถุมากเกินไป คือก้อนดิน ก้อนน้ำ ก้อนลม ก้อนไฟ

#นั่งครั้งเดียวเท่านั้น #เรื่องของดินน้ำลมไฟเรื่องของโลก #ก็รู้เห็นได้แจ่มแจ้งด้วยการเจริญจิตตภาวนา

ธรรมเท่านั้น ที่สร้างองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าไม่ใช่ พระพุทธเจ้า รู้ธรรม เห็นธรรม ธรรม เท่านั้น ที่ สร้าง สัตว์โลกให้เข้าถึงความเป็นสาวกที่แท้จริง มีแต่ข้อปฏิบัติ เท่านั้นมี หรือ ไม่มีมี ผู้จะประพฤติปฏิบัติ เท่านั้น มี หรือ ไม่มี

ถึงพระพุทธเจ้าจะปรินิพพานนานแล้วอย่างไรก็ช่าง เมื่อมีผู้ปฏิบัติ ถูกต้องตามหลักธรรมก็เข้าถึงพระสัทธรรมได้ไม่ใช่พระพุทธเจ้าดับขันธ์แล้วจะปฏิบัติไม่ถึง ญาณหยั่งรู้ของพระองค์ก็ยังอยู่

หลวงปู่แบน ธนากโร
วัดดอยธรรมเจดีย์ อ.โคกศรีสุพรรณ จ.สกลนคร


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 1 โพสต์ ] 

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 16 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร