ลานธรรมจักร
http://dhammajak.net/forums/

การทำความดี
http://dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=1&t=66469
หน้า 1 จากทั้งหมด 1

เจ้าของ:  รสมน [ 17 ก.พ. 2026, 10:41 ]
หัวข้อกระทู้:  การทำความดี

เดินธุดงค์
หลงทางก็บ่อย
บนเขาบนดอยไม่มีป้าย
บอกทาง
เราถาม“เหนื่อยมั้ยครับ”
“เหนื่อยก็พัก นั่งสูบยา
บ่ปลดบาตรออกจากบ่า
หายเหนื่อยก็เดินต่อ”
“ถามจริงๆ ครับปู่
เคยท้อเคยถอดใจมั้ยครับ”
คำตอบของปู่
ชวนให้ขนลุก

“โสตาย…!”

#หลวงปู่สมศรี อตฺตสิริ





"ฟังธรรมศึกษาธรรมในคัมภีร์แล้วไม่นำมาปฏิบัติ
ก็เหมือนกับถือผลไม้ไว้เท่านั้น ยังไม่ได้กิน ยังไม่ได้
ลิ้มรส ก็ไม่เกิดประโยชน์อะไร"

หลวงปู่ชา สุภทฺโท





วันนี้ถือว่าเป็นวันสำคัญวันหนึ่งของลูกหลานแผ่นดินใหญ่ที่มีเชื้อสายจีน เป็นวันตรุษจีน เป็นวันสำคัญ เป็นวันรำลึกถึงบรรพบุรุษของชาวจีน ลูกหลานชาวจีนทั้งหลายถึงไปอยู่ในขั้วโลกไหน ประเทศไหน พอถึงวันนี้ก็รำลึกถึงทำกิจกรรมไหว้เจ้าในสถานที่ตัวเองอยู่นั้น ๆ ของเมืองไทยของเราก็ไม่แพ้กัน เมืองไทยของเราก็จัดเป็นกลุ่ม ๆ หย่อม ๆ จุด ๆ ไปทุกหัวระแหง

การระลึกถึงพระคุณผู้มีอุปการคุณ ในหลักของพุทธศาสนานี่ท่านถือว่าเป็นบุคคลหาได้ยากในพระธรรมคำสอนของพุทธะเลย ขึ้นต้นว่าบุคคลหาได้ยาก ๒ อย่าง บุพการี บุคคลผู้มีอุปการะก่อน แล้วก็กตัญญูกตเวทิตา ทดแทนพระคุณของผู้มีอุปการคุณ

เพราะฉะนั้นพวกเราเกิดก่อน อย่างพวกเราเกิดมานี่ ที่เกิดก่อนมา เราก็ควรจะทำคุณงามความดี สิ่งไหนที่มันดี คิดดี ทำดี พูดดีไว้ในแผ่นดิน เพราะเราเกิดก่อนใช่ไหมล่ะ เราเกิดก่อนเราจะทำแต่ดี ๆ เอาไว้ให้กับลูกกับหลาน อันนี้เรียกว่าเราเป็นบุพการี บุคคลผู้มีอุปการะ ลูกหลานที่เกิดใหม่ใหญ่ทีหลังก็แสดงความกตัญญูว่าพ่อแม่ปู่ย่าตายายบรรพบุรุษของพวกเราเป็นคนดี พวกเราได้สืบทอด ได้รับความสุขสะดวกสบายเพราะบรรพบุรุษของพวกเรา อันนี้แปลว่าเป็นทั้ง ๒ อย่างหาได้ยาก

วันนี้เป็นวันตรุษจีน หลวงพ่อก็ได้ปรารภว่า พวกเราควรจะทำตนยังไงให้เป็นตัวอย่างที่ดี คิดดี ทำดี พูดดีให้กับชาวโลกทุกระดับ ผู้อยู่ในระดับไหนก็ต้องพยายามทำให้จุดนั้นให้เป็นตัวอย่างของกุลบุตรต่อไปภายภาคหน้า ถ้าหากว่าพวกเราเป็นผู้ใหญ่ มีแต่เกะกะระราน ทำให้โลกทั้งโลกสาละวนวุ่นวายเดือดร้อนไปทั่วหัวระแหงเหมือนกัน อันนี้ก็คือจริยธรรม ในหลักของพุทธศาสนาจริยธรรมคือความประพฤติให้เหมาะสมให้ถูกกาลเทศะ กาล สถานที่ บุคคล

ถ้าหากว่าพวกเราปฏิบัติตนได้อย่างที่หลวงพ่อได้พูดได้กล่าว อยู่ด้วยกันมากมายขนาดไหนก็ร่มเย็นเป็นสุข

หลวงพ่ออินทร์ถวาย สันตุสสโก
จากพระธรรมเทศนา “คงความดีไว้ไม่ว่าอยู่ในสถานะไหนก็ตาม”
แสดงธรรมเมื่อวันที่ ๑๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๗






เวลาในชีวิตของเรามีไม่มากนัก ให้สอนตัวเอง ไม่ต้องไปพยายามสอนคนอื่น เดินไปเดินมาก็ให้สอนตัวเอง เอาชนะตัวเอง ไม่ต้องเอาชนะคนอื่น จะยืน จะเดิน จะนั่ง จะนอน จะไป จะมา ทุกอย่างจิตกำหนดอยู่เสมอ... ถ้าเราตามดูจิตเรา มันจะเห็นกิเลส มันจะเห็นจิตของเราสม่ำเสมอ สติจะติดต่อเป็นวงกลม ปฏิบัติเช่นี้เร็วเร็วมาก ปัญญามันจะเกิดขึ้น มันจะเห็นตามสภาวะมันเองทุกๆ อย่าง

-คำสอน หลวงป่ชา สุภัทโท-





”ผู้เดินทางบนทางเดียวกัน“

บุญกุศลนี้ก็เป็นเหมือนเงินตราต่างประเทศ ให้มีเงินดอล มีเงินเยน เงินที่เราสามารถใช้ในต่างประเทศได้ มันก็จะสะดวกง่ายดาย จะไม่อัตคัดขัดสน จะไม่ตกทุกข์ยากลำบาก เพราะเรามีเงินไว้ใช้จ่ายในสิ่งต่างๆ ที่เราจำเป็นจะต้องมี

พระพุทธเจ้าจึงทรงสอนชาวพุทธเราผู้ที่มีความตระหนักในสัจธรรมความจริงของชีวิตว่า ชีวิตของเรานี้กำลังเดินทางเข้าสู่ความแก่ เข้าสู่ความเจ็บไข้ได้ป่วย และเข้าสู่ความตายด้วยกันทุกคน ไม่ว่าจะเป็นเด็กหรือเป็นผู้ใหญ่ คนหนุ่ม คนสาว คนแก่ ก็เป็นผู้เดินทางบนทางเดียวกันนี้

และอาจจะถึงจุดหมายปลายทางเร็วกว่ากันก็ได้ อย่าไปคิดว่าเราเป็นเด็ก เราเป็นคนหนุ่มคนสาว เราจะไปถึงความแก่ ความเจ็บ ความตายช้ากว่าคนที่เป็นคนแก่ บางทีคนที่อายุไม่มากก็เจ็บไข้ได้ป่วยได้ และถึงแก่ความตายได้

ดังนั้น อย่าประมาท ขอให้เราคิดว่าความเจ็บ ความตายนี้อาจจะเกิดขึ้นกับเราเมื่อไหร่ก็ได้ อย่างไม่คาดฝันก็มี เราคงจะเห็นข่าวคราวต่างๆ ที่ปรากฏขึ้นในแต่ละวัน มีคนเจ็บคนตายกันอยู่ตลอดเวลา ซึ่งมีทั้งคนหนุ่มคนสาว มีทั้งคนแก่ เราก็อาจจะเป็นหนึ่งในคนเหล่านั้นก็ได้ ให้คิดอย่างนี้ไว้ เพื่อที่เราจะได้ไม่ประมาทนอนใจ

อย่าไปคิดว่า โอ๊ย เรายังมีอายุน้อยอยู่ เรายังมีเวลาอยู่ไปได้อีกนาน ตอนนี้ขอหาสะสม “ลาภ ยศ สรรเสริญ” หาความสุขทางตา หู จมูก ลิ้น กายไปก่อน ไว้รอตอนแก่ตอนใกล้จะตาย แล้วค่อยเข้าวัดไปทำบุญกัน ถ้าคิดอย่างนี้แล้วถือว่าประมาท เพราะถ้ารอให้ถึงวันแก่ วันใกล้จะตาย เวลานั้นมันก็จะทำไม่ไหว.

ธรรมะหน้ากุฏิ
วันที่ ๑ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๖๕

พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต
วัดญาณสังวรารามฯ จังหวัดชลบุรี






วันนี้ถือว่าเป็นวันสำคัญวันหนึ่งของลูกหลานแผ่นดินใหญ่ที่มีเชื้อสายจีน เป็นวันตรุษจีน เป็นวันสำคัญ เป็นวันรำลึกถึงบรรพบุรุษของชาวจีน ลูกหลานชาวจีนทั้งหลายถึงไปอยู่ในขั้วโลกไหน ประเทศไหน พอถึงวันนี้ก็รำลึกถึงทำกิจกรรมไหว้เจ้าในสถานที่ตัวเองอยู่นั้น ๆ ของเมืองไทยของเราก็ไม่แพ้กัน เมืองไทยของเราก็จัดเป็นกลุ่ม ๆ หย่อม ๆ จุด ๆ ไปทุกหัวระแหง

การระลึกถึงพระคุณผู้มีอุปการคุณ ในหลักของพุทธศาสนานี่ท่านถือว่าเป็นบุคคลหาได้ยากในพระธรรมคำสอนของพุทธะเลย ขึ้นต้นว่าบุคคลหาได้ยาก ๒ อย่าง บุพการี บุคคลผู้มีอุปการะก่อน แล้วก็กตัญญูกตเวทิตา ทดแทนพระคุณของผู้มีอุปการคุณ

เพราะฉะนั้นพวกเราเกิดก่อน อย่างพวกเราเกิดมานี่ ที่เกิดก่อนมา เราก็ควรจะทำคุณงามความดี สิ่งไหนที่มันดี คิดดี ทำดี พูดดีไว้ในแผ่นดิน เพราะเราเกิดก่อนใช่ไหมล่ะ เราเกิดก่อนเราจะทำแต่ดี ๆ เอาไว้ให้กับลูกกับหลาน อันนี้เรียกว่าเราเป็นบุพการี บุคคลผู้มีอุปการะ ลูกหลานที่เกิดใหม่ใหญ่ทีหลังก็แสดงความกตัญญูว่าพ่อแม่ปู่ย่าตายายบรรพบุรุษของพวกเราเป็นคนดี พวกเราได้สืบทอด ได้รับความสุขสะดวกสบายเพราะบรรพบุรุษของพวกเรา อันนี้แปลว่าเป็นทั้ง ๒ อย่างหาได้ยาก

วันนี้เป็นวันตรุษจีน หลวงพ่อก็ได้ปรารภว่า พวกเราควรจะทำตนยังไงให้เป็นตัวอย่างที่ดี คิดดี ทำดี พูดดีให้กับชาวโลกทุกระดับ ผู้อยู่ในระดับไหนก็ต้องพยายามทำให้จุดนั้นให้เป็นตัวอย่างของกุลบุตรต่อไปภายภาคหน้า ถ้าหากว่าพวกเราเป็นผู้ใหญ่ มีแต่เกะกะระราน ทำให้โลกทั้งโลกสาละวนวุ่นวายเดือดร้อนไปทั่วหัวระแหงเหมือนกัน อันนี้ก็คือจริยธรรม ในหลักของพุทธศาสนาจริยธรรมคือความประพฤติให้เหมาะสมให้ถูกกาลเทศะ กาล สถานที่ บุคคล

ถ้าหากว่าพวกเราปฏิบัติตนได้อย่างที่หลวงพ่อได้พูดได้กล่าว อยู่ด้วยกันมากมายขนาดไหนก็ร่มเย็นเป็นสุข

หลวงพ่ออินทร์ถวาย สันตุสสโก
จากพระธรรมเทศนา “คงความดีไว้ไม่ว่าอยู่ในสถานะไหนก็ตาม”








มีโยมมาถามอาตมาว่า "ผมภาวนา พุทโธ อยู่ปีนึงไม่เห็นได้อะไรเลยครับ"
อาตมาเลยตอบเขาไปว่า " คุณบอก คุณภาวนาอยู่ปีนึงไม่ได้อะไร ก็แล้วกิเลสมันเกาะหัวใจคุณมาตั้งกี่กัปป์ กี่กัลป์ คุณบอกภาวนา "พุทโธ" แค่ปีเดียว แล้วมันจะได้อะไรล่ะ หัวใจมีกิเลสมาตั้งกี่กัปป์ มาภาวนาแค่นี้มันจะสมดุลกันเหรอ ทำเพียงเท่านี้มันจะละกิเลสได้หรอ"
หลวงปู่ปรีดา(หลวงปู่ทุย) ฉันทกโร ๙.๒.๖๓







..ชีวิตที่จะมีคุณค่าที่สุดต้องรีบขวนขวายสร้างความดี สร้างกรรมดีเอาไว้ เพื่อจะได้ลดละกรรมชั่วทั้งหลายที่ตนเองได้สร้างมาแล้ว ใครจะสร้างมากสร้างน้อย ตั้งแต่เกิดมาได้สร้างกรรม กรรมที่ไม่ดีก็ดี ตั้งแต่เกิดมาจนถึงปัจจุบันนี้ วันนี้เราจะสร้างกรรมดีต่อไป ใครจะสร้างคุณงามความดีมาตั้งแต่ในระหว่างไหน ตั้งแต่เด็กมาหรือหนุ่มสาว หรือท่ามกลางคน หรือมาเฒ่ามาแก่ เป็นหน้าที่ของตนเองจะมุ่งหน้าละบาปความชั่วทางกาย วาจา ใจออกไป สร้างคุณงามความดีให้เกิดขึ้นในทางกาย วาจา ใจของตน อันจะเป็นผลเป็นประโยชน์ที่มีคุณค่าที่สุดในชีวิตของเราที่ได้เกิดมาแล้ว..
..#โอวาทธรรมหลวงปู่เปลี่ยน ปญฺญาปทีโป..






..ชีวิตที่จะมีคุณค่าที่สุดต้องรีบขวนขวายสร้างความดี สร้างกรรมดีเอาไว้ เพื่อจะได้ลดละกรรมชั่วทั้งหลายที่ตนเองได้สร้างมาแล้ว ใครจะสร้างมากสร้างน้อย ตั้งแต่เกิดมาได้สร้างกรรม กรรมที่ไม่ดีก็ดี ตั้งแต่เกิดมาจนถึงปัจจุบันนี้ วันนี้เราจะสร้างกรรมดีต่อไป ใครจะสร้างคุณงามความดีมาตั้งแต่ในระหว่างไหน ตั้งแต่เด็กมาหรือหนุ่มสาว หรือท่ามกลางคน หรือมาเฒ่ามาแก่ เป็นหน้าที่ของตนเองจะมุ่งหน้าละบาปความชั่วทางกาย วาจา ใจออกไป สร้างคุณงามความดีให้เกิดขึ้นในทางกาย วาจา ใจของตน อันจะเป็นผลเป็นประโยชน์ที่มีคุณค่าที่สุดในชีวิตของเราที่ได้เกิดมาแล้ว..
..#โอวาทธรรมหลวงปู่เปลี่ยน ปญฺญาปทีโป..






“ชีวิตที่ดีที่สุด คือชีวิตที่มีความเพียร
เพื่อดับกิเลส เพราะความทุกข์ในระดับ
ครอบครัวชุมชน หรือระดับโลก ล้วนเกิด
จากกิเลสทั้งนั้น กิเลสไม่ใช่เหตุบังเอิญ
ไม่ใช่ชะตากรรม กิเลสเกิดขึ้นเพราะเรา
ไม่เข้าใจชีวิตในโลกแห่งความเป็นจริง”
...
คำสอน พระอาจารย์ชยสาโร
สถานพำนักสงฆ์บ้านไร่ทอสี นครราชสีมา





ครั้งหนึ่งมีโยมเข้าไปกราบหลวงพ่อ
แล้วนำเรื่องการเมืองเข้าไปสนทนาด้วย

โยม : หลวงพ่อครับผมว่ามีประชาธิปไตยก็ดีนะครับ ผู้คนจะได้เคารพในการตัดสินใจของคนหมู่มากเป็นหลัก

หลวงพ่อชา : มันก็ไม่ถูกต้องเสมอไปหรอกโยม

โยม : ไม่ถูกต้องยังไงครับ

หลวงพ่อชา : ยกตัวอย่าง มีแมลงวัน 20 ตัว มีแมลงผึ้ง 10 ตัว แมลงวัน 20 ตัว บอกว่าอุจจาระหอมหวานอร่อยดี แต่แมลงผึ้ง 10 ตัวบอกว่าน้ำผึ้งหอมหวานอร่อยดี

ถ้าพูดตามหลักประชาธิปไตย แมลงวันชนะแมลงผึ้งเพราะคะแนนเสียงมากกว่า แมลงผึ้งแพ้เพราะคะแนนเสียงน้อยกว่า

เราเป็นมนุษย์ ชื่อว่าเป็นสัตว์ประเสริฐมีปัญญามากกว่าสัตว์เหล่านั้น...เราควรจะเชื่อใครดี!!!

โยมก้มกราบ

สาธุ สาธุ สาธุ
หลวงพ่อคิดได้ยังไง?

#หนึ่งเสียงของคนดีมันจะเท่ากับหนึ่งเสียงของคนชั่วได้ยังไง

#หนึ่งเสียงของคนฉลาดมันจะเท่ากับหนึ่งเสียงของคนโง่ได้ยังไง

ฉะนั้นต้องทำให้คนส่วนใหญ่เป็นคนดีและฉลาดโดยเน้นเรื่องการศึกษา ……

#ประชาธิปไตยต้องมาคู่กับปัญญา

คำสอน

#หลวงพ่อชา สุภทฺโท

วัดหนองป่าพง






“ . . การทำความดี
ไม่ได้ขึ้นกับกาลกับเวลา

สามารถทำได้เสมอ
ไม่ต้องรอวันเกิด
วันขึ้นปีใหม่
วันเทศกาลสำคัญๆ . . ”

โอวาทธรรม

พระราชวัชรสังวรมุนี
(พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต)







“..ฉะนั้นพระพุทธองค์จึงให้หาที่พึ่ง คือ หาใจของเรา ใจของเราเป็นสิ่งที่สำคัญ โดยมากคนเราไม่ค่อยมองดูในสิ่งที่สำคัญ ไปมองดูที่อื่นที่ไม่สำคัญ เป็นต้นว่า กวาดบ้าน ล้างจาน ก็มุ่งความสะอาดล้างถ้วยล้างจานให้มันสะอาด ทุกสิ่งทุกอย่างมุ่งความสะอาด แต่ใจเจ้าของไม่เคยมุ่งเลย ใจของเรามันเน่า บางทีก็โกรธ หน้าบูดหน้าบึ้งอยู่นั่นแหละ ก็ไปมุ่งแต่จานให้จานมันสะอาด ใจของเราไม่สะอาดเท่าไรก็ไม่มองดู นี่เราขาดที่พึ่ง เอาแต่ที่อาศัย แต่งบ้านแต่งช่อง แต่งอะไรสารพัดอย่าง แต่ใจของเราไม่ค่อยจะแต่งกัน ทุกข์ไม่ค่อยจะมองดูมัน ใจนี่แหละเป็นสิ่งสำคัญ ดังนั้นพระพุทธองค์ท่านจึงพูดว่าให้หาที่พึ่งทางใจ อัตตา หิ อัตตโน นาโถ ใครจะเป็นที่พึ่งได้ ที่เป็นที่พึ่งแน่นอนก็คือใจของเรานี่เอง ไม่ใช่สิ่งอื่น พึ่งสิ่งอื่นก็ได้แต่ไม่ใช่ของที่แน่นอน เราจะพึ่งสิ่งอื่นได้ก็เพราะเราพึ่งตัวของเรา เราต้องมีที่พึ่งก่อน จะพึ่งอาจารย์ พึ่งญาติมิตรสหายทั้งหลาย จะพึ่งได้ดีนั้น เราต้องทำตัวของเราเป็นที่พึ่งให้ได้เสียก่อน..”

โอวาทธรรมคำสอน
พระโพธิญาณเถร (หลวงปู่ชา สุภทฺโท) วัดหนองป่าพง อำเภอวารินชำราบ จังหวัดอุบลราชธานี
(พ.ศ.๒๔๖๑-๒๕๓๕)

หน้า 1 จากทั้งหมด 1 เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง
Powered by phpBB © 2000, 2002, 2005, 2007 phpBB Group
http://www.phpbb.com/