| ลานธรรมจักร http://dhammajak.net/forums/ |
|
| ทาน ศีล ภาวนา http://dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=1&t=66472 |
หน้า 1 จากทั้งหมด 1 |
| เจ้าของ: | รสมน [ 18 ก.พ. 2026, 10:03 ] |
| หัวข้อกระทู้: | ทาน ศีล ภาวนา |
"สมบัติในโลกนี้ ตายแล้วก็เอาไปไม่ได้ เงินสักบาทหนึ่งสักสลึงหนึ่งก็เอาไปไม่ได้ เอาใส่ปากก็ยังเอาไปไม่ได้ เว้นแต่บุญกุศลเพียงข้าวทัพพีหนึ่ง หรือสมาธิชั่วครู่หนึ่ง กลับมีอานิสงส์ไปยังชาติหน้าได้" โอวาทธรรม หลวงพ่อสนอง กตปุญโญ "คำชื่นชม สรรเสริญ นินทา นั้น เป็นกิเลสของทางโลก แต่ของทางธรรมนั้น ท่านให้วาง ให้ปล่อย ไม่ให้ยินดี ยินร้าย สุขก็ดี ทุกข์ก็ดี ท่านให้รู้ รู้เพื่อวาง" ท่านพ่อลี ธมฺมธโร “..เวลาเราสร้างบุญสร้างกุศลมาก ๆ ความตายเลยค่อยมาเป็นคู่มิตรติดพันเข้าแล้ว ทีนี้ระลึกถึงความตายยิ่งตื่นตัว ๆ ความตายกับเราเลยเป็นมิตรเป็นสหาย ฝากเป็นฝากตายต่อกัน ระลึกถึงความตายเมื่อไรสติมาทันที ๆ สุดท้ายตายก็ไม่กลัวเป็นก็ไม่กลัว ไม่มีคำว่ากลัว พอแล้วกลัวหาอะไร นั่น พระพุทธเจ้า พระอรหันต์ท่านเป็นอย่างนั้น แต่ก่อนท่านก็เป็นนักกลัวเหมือนกัน พอสร้างเกราะกำบังไว้เต็มเหนี่ยวแล้วอยู่ไหนอยู่ได้หมด..” โอวาทธรรมคำสอน พระธรรมวิสุทธิมงคล (หลวงตามหาบัว ญาณสมฺปนฺโน) วัดป่าบ้านตาด อ.เมือง จ.อุดรธานี (พ.ศ.๒๔๕๖-๒๕๕๔) #สมบัติในโลกนี้ ตายแล้วก็เอาไปไม่ได้ เงินสักบาทหนึ่งสักสลึงหนึ่งก็เอาไปไม่ได้ เอาใส่ปากก็ยังเอาไปไม่ได้ เว้นแต่บุญกุศลเพียงข้าวทัพพีหนึ่ง หรือสมาธิชั่วครู่หนึ่ง กลับมีอานิสงส์ไปยังชาติหน้าได้" #โอวาทธรรม หลวงพ่อสนอง กตปุญโญ #ขอท่านจงจำเอาไว้เถิด.. "... สตินี้แหละที่จะเป็นประตู หรือมรรคาลัย (หนทาง) ที่จะนำท่านไปสู่มรรคผลนิพพาน พระพุทธเจ้าทั้งหลายและพระอรหันต์สาวกทั้งหลายนั้น ท่านทั้งหลายที่ได้กล่าวมานี้ ท่านตรัสรู้แจ้งในธรรมและพ้นทุกข์ได้เพราะท่านมีสติเป็นบาทฐานของการปฏิบัติ การปฏิบัติอันใดก็ตามหากไม่มีสัมมาสติมากำกับแล้ว เราตถาคตเรียกการปฏิบัตินั้นว่าโมฆะปฏิบัติ เป็นการปฏิบัติที่ไม่ก่อประโยชน์ให้ตนเองหาความเจริญในธรรมไม่ได้ ท่านจงจำคำสอนของเราตถาคตไว้ให้ดี ธรรมทั้งหมดทั้งมวลนั้นเริ่มต้นที่สติ เมื่อมีสติแล้วปัญญาก็จะมีตามกันมา ความรู้แจ้งในธรรมก็จะมีขึ้นไปตามลำดับ คำเราตถาคตที่ว่า.. ผู้ใดเห็นเราผู้นั้นเห็นธรรม กล่าวคือ ธรรมอันใดที่เราตถาคตตรัสรู้แล้วนั้น ผู้ใดปฏิบัติตามคำสอนของเราอย่างถูกต้อง ผู้นั้นก็จะได้เห็นเราตถาคต คือเห็นธรรมที่เราตถาคตได้ตรัสรู้แล้วนั่นเอง ตราบใดที่ท่านยังมีความเพียรพยายามปฏิบัติเพื่อหาทางพ้นทุกข์อยู่นี้ การปฏิบัติของท่านจะไม่เป็นการปฏิบัติที่สูญเปล่า สักวันหนึ่งท่านก็จะได้เห็นหนทางพ้นทุกข์ด้วยตัวของท่านเอง ..." ----------------------------------- #หลวงปู่ชอบ_ฐานสโม วัดป่าสัมมานุสรณ์ บ้านโคกมน อ.วังสะพุง จ.เลย (พ.ศ. ๒๔๔๔ - ๒๕๓๘) #จากหนังสือหลวงปู่ชอบ_ฐานสโม #พระอรหันต์_ผู้ทรงฤทธิ์แห่งยุค " คนโบราณท่านมีคติดี เวลาไปไหนมาไหนต้อง นิ่งได้ ทนได้ รอได้ ช้าได้ ดีได้ คนสมัยนี้นิ่งไม่ได้ ปากไม่ดี ทนไม่ได้ อยู่ไม่ได้อีก รอก็ไม่ได้ ช้าก็ไม่ได้ จึงเอาดีกันไม่ค่อยจะได้ ในยุคสมัยใหม่ปัจจุบันนี้ สิ่งเหล่านี้มีความหมายมาก แต่ทุกคนไม่เคยคิด ใครตั้งใจ “ทำดี” อย่าไปกังวลเรื่อง “ปากคน” เพราะต่อให้เรา “ดี” ขนาดไหน หากไม่ถูก “กิเลส” เขา เขาก็ไม่ชอบ ไม่เข้าใจ เขาก็ตำหนิ ดังนั้น ดี-ชั่ว ไม่ได้อยู่ที่เขาว่าเรา แต่อยู่ที่เราเองทั้งหมด เรารู้เราเองก็เพียงพอแล้ว" หลวงพ่อจรัญ ฐิตธัมโม “ทำบุญคนเป็นได้บุญหลาย ทำบุญคนตายได้บุญน้อย ทำบุญคนเป็นนี้ คือ เราทำทาน รักษาศีล ภาวนา เรียกว่าบุญกิริยา วัตถุ ส่วนคนตายไปแล้ว ไม่มีโอกาสได้ทำบุญ ได้แต่รอรับส่วนบุญและอนุโมทนาส่วนบุญที่เขาอุทิศให้” โอวาทธรรม หลวงปู่ทองผุด ญาณวโร วัดภูเขาดิน อ.เชียงคาน จ.เลย |
|
| หน้า 1 จากทั้งหมด 1 | เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง |
| Powered by phpBB © 2000, 2002, 2005, 2007 phpBB Group http://www.phpbb.com/ |
|