วันเวลาปัจจุบัน 20 มี.ค. 2026, 17:32  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง




กลับไปยังกระทู้  [ 1 โพสต์ ]    Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 13 มี.ค. 2026, 05:57 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
อาสาสมัคร
อาสาสมัคร
ลงทะเบียนเมื่อ: 06 มี.ค. 2009, 10:48
โพสต์: 5525


 ข้อมูลส่วนตัว


“..ฐีติภูตัง..”

“.ฐีติ คือ ความตั้งเด่นของจิต อยู่ในสภาพที่สงบนิ่งเป็นกิริยาประชุมพร้อมของอริยมรรค ยังจิตให้บรรลุถึงความสุคติภาพโดยสมบูรณ์

เมื่อจิตประชุมพร้อม ภายในจิตมีลักษณะ สงบ นิ่ง สว่าง
อำนาจของอริยมรรคสามารถปฏิบัติจิตให้เกิดภูมิรู้ ภูมิธรรมอย่างละเอียด

ภูมิรู้ ภูมิธรรมซึ่งเกิดขึ้นอย่างละเอียด ไม่มีสมมุติ บัญญัติ เรียกว่า "ภูตัง" หมายถึงสิ่งที่มีอยู่เป็นอยู่โดยธรรมชาติของมันอย่างนั้นใน.ฯ..”

ภูริทตฺตธมฺโมวาท
พระครูวินัยธร (หลวงปู่มั่น ภูริทตฺโต) วัดป่าสุทธาวาส ต.ธาตุเชิงชุม อ.เมือง จ.สกลนคร (พ.ศ.๒๔๑๓-๒๔๙๒)







“..ต้องการละ ความพยาบาทหรือความคิดปองร้าย ต้องหมั่น เจริญเมตตาหรือไมตรีจิต คิดให้ผู้อื่นมีความสุข

ต้องการละ ความคิดเบียดเบียนผู้อื่น ต้องหมั่น เจริญกรุณาหรือเอ็นดู คือช่วยเหลือผู้อื่นพ้นทุกข์

ต้องการละ ความอิจฉาริษยา ต้องหมั่น เจริญมุทิตาหรือพลอยยินดีเมื่อผุ้อื่นได้ดี

ต้องการละ ความขัดใจ ต้องหมั่น เจริญอุเบกขาหรือการวางใจเป็นกลาง

ต้องการละ ความกำหนัดยินดี ต้องหมั่น เจริญอสุภะหรือเห็นความไม่งามเบื้องหลังความงาม

ต้องการละ ความถือตัวถือตน ต้องหมั่น เจริญกฎการเปลี่ยนแปลง ให้เข้าใจ..”

สุจิณฺโณวาท
หลวงปู่แหวน สุจิณฺโณ
วัดดอยแม่ปั๋ง อ.พร้าว จ.เชียงใหม่
(พ.ศ.๒๔๓๐–๒๕๒๘)






“..เมื่อทุกข์เกิดขึ้นมาก็รู้จักว่ามันทุกข์ ทุกข์นี่มันเกิดขึ้นมาเพราะอะไร มันจะเห็นอะไรไหม ถ้าเราเห็นตามธรรมดา มันก็ไม่ทุกข์ เช่นว่าเราอยู่อย่างนี้ เราก็สบาย อีกวาระหนึ่งเราอยากได้กระโถนใบนี้ เรายกมันขึ้นมา ต่างแล้ว ต่างกว่าแต่ก่อนที่ยังไม่ได้ยกกระโถน ถ้าไปยกกระโถนขึ้นมา มีความรู้สึกว่ามันหนักเพิ่มขึ้นมา มันมีเหตุ หนักมันจะเกิดเพราะอะไร ถ้าไม่ใช่เพราะเราไปยกมัน ถ้าเราไม่ยกมัน มันก็ไม่มีอะไร ถ้าไม่ยกมันก็เบา อะไรเป็นเหตุผล ดูเท่านี้ก็รู้แล้ว ไม่ต้องไปเรียนที่ไหน ถ้าเราไปยึดอะไร อันนั้นแหละเป็นเหตุให้ทุกข์เกิด ถ้าเรา ปล่อย มันก็ไม่ทุกข์..”

โอวาทธรรมคำสอน
พระโพธิญาณเถร (หลวงปู่ชา สุภทฺโท) วัดหนองป่าพง อำเภอวารินชำราบ จังหวัดอุบลราชธานี
(พ.ศ.๒๔๖๑-๒๕๓๕)






“..ฉะนั้นการทำสมาธิภาวนา จึงเป็นวิธีปฏิบัติต่อใจได้ดีและถูกทาง ยิ่งเวลาหัวเลี้ยวหัวต่อด้วยแล้ว สติปัญญายิ่งมีความสำคัญมากในการตามรู้และรักษาจิต ตลอดการต้านทานทุกขเวทนาไม่ให้มาทับจิตในเวลาจวนตัว ซึ่งเป็นเวลาเอาแพ้เอาชนะกันจริง ๆ ถ้าพลาดท่าขณะนั้นก็เท่ากับพลาดไปอย่างน้อยภพหนึ่งชาติหนึ่ง เช่น ไปเกิดเป็นสัตว์ชนิดใดก็ต้องเสียเวลานานเท่าชีวิตของสัตว์ในภพภูมินั้น ๆ ขณะที่เสียเวลายังต้องเสวยกรรมในกำเนิดนั้นไปด้วย ถ้าจิตดีมีสติพอประคองตัวได้ อย่างน้อยก็มาเกิดเป็นมนุษย์ มากกว่านั้นก็ไปเกิดในเทวสถาน ชมวิมานและเสวยทิพย์สมบัติอยู่นานปีถึงจะกลับมาเกิดเป็นมนุษย์อีก เวลามาเกิดเป็นมนุษย์ก็ไม่ลืมศีลธรรมที่ตนเคยบำเพ็ญรักษามาแต่บุพเพชาติ ทำให้เพิ่มอำนาจวาสนาบุญญาภิสมภารขึ้นโดยลำดับ จนจิตมีกำลังแก่กล้าสามารถรักษาตัวได้ การตายก็เป็นเพียงการเปลี่ยนร่างจากต่ำขึ้นไปสูง จากสั้นไปหายาว จากหยาบไปหาละเอียด จากวัฏจักรไปเป็นวิวัฏจักร ดังพระพุทธเจ้าและสาวกท่านเปลี่ยนภพเปลี่ยนภูมิ เปลี่ยนเครื่องเสวยมาเป็นลำดับ สุดท้ายก็หมดสิ่งที่จะเปลี่ยนแปลงให้เป็นอะไรต่อไปอีก เพราะจิตที่ได้รับการอบรมไปทุกภพทุกชาติจนฉลาดเหนือสิ่งใด ๆ กลายเป็นนิพพานสมบัติขึ้นมาอย่างสมพระทัยและสมใจ ซึ่งล้วนไปจากการฝึกฝนอบรมจิตให้ดีไปโดยลำดับทั้งสิ้น..””

ภูริทตฺตธมฺโมวาท
พระครูวินัยธร (หลวงปู่มั่น ภูริทตฺโต) วัดป่าสุทธาวาส อำเภอเมือง จังหวัด
(พ.ศ.๒๔๑๓-๒๔๙๒)







จิตตรงนี้มันคิดอะไรไม่ได้เลย
มันเป็นความว่าง ปราศจากสังขารการปรุงแต่ง
บางคนเจอ...แต่ไม่รู้ว่าจิตที่เจอนั้นคืออะไร
นึกว่าจิตที่เจอนั้น มันไม่ทำงาน มันไม่มีปัญญา มันวางเฉย
จิตวางเฉยน่ะถูกแล้ว ถ้าไม่ถูกมันก็เฉยไม่ได้
เราไม่ยอมวางอะไรสักอย่าง ถึงเราต้องมาภาวนากัน
ญาติโยมทำให้เกิดความลึกซึ้งไปอยู่ตรงนั้น
ให้มีความศรัทธาเลื่อมใส ในการระลึกรู้อยู่ในความว่าง
สุดท้ายเราระลึกจนเป็นอัตโนมัติ เป็นทาสของความว่างไปเลย
ร่างกายยังอยู่ แต่ความว่างเกิดขึ้นที่ใจเรา...ปรุงแต่งไม่ได้
คิดจะปรุงก็ปรุงไม่ได้ เพราะจิตมันเกิดความว่างไปแล้ว

#หลวงพ่อเยื้อน ขันติพโล
วัดเขาศาลาอตุลฐานะจาโร
จังหวัดสุรินทร์
เทศนาโปรดญาติโยม ณ วัดปทุมวนาราม กรุงเทพฯ
วันที่ 4 กันยายน 2559







“บุญ” แปลว่าเครื่องชำระจิตใจให้สะอาด
บริสุทธิ์ ทำอะไรก็ตาม ถ้าช่วยลดละ
ความโลภ เห็นแก่ตัว และอารมณ์เศร้าหมอง
ทำให้จิตใจเอิบอิ่ม ก็ถือว่าเป็นบุญ และจะ
เป็นบุญยิ่งขึ้น หากเป็นประโยชน์แก่ผู้อื่นด้วยถ้าทำแล้วสงบเย็น เป็นประโยชน์
ขอให้มั่นใจได้ว่านั่นแหละคือบุญ ...
...
พระอาจารย์ไพศาล วิสาโล






"...จิตนี้เป็นของไม่แน่นอน
เพราะมีเครื่องหมุนจิตให้ไปในแง่ต่างๆได้
เครื่องหมุนจิตนี้คือความชั่วนั้นเองที่หมุนให้ไปทางต่ำ ไม่มีคุณความดีที่จะหมุนให้ไปทางสูงเลย มีแต่เหตุชั่วทั้งนั้น เราจึงคล้อยตามสิ่งที่ชั่ว สิ่งที่ไม่ดีอยู่เสมอ ทั้งๆที่เราไม่ปรารถนาความชั่ว แต่ความคล้อยตามนั้นบ่งบอกอย่างชัดเจน เราจึงควรสังเกตุตอนนี้ ระมัดระวังตอนนี้ให้ดี ระมัดระวังในแง่ต่างๆซึ่งเป็นสิ่งไม่ดี ที่ขัดกับธรรม

ความระวังเช่นนี้ท่านเรียกว่าสติ เราควรพยายามให้ระมัดระวังเสมอ ระวังให้มากขึ้น ระวังเรื่อยๆ ก็จะเป็นความเคยชินภายในตัวเอง แล้วค่อยรู้เรื่องราว มีสติเป็นพื้นฐานขึ้นมาโดยลำดับ จนกลายเป็นมหาสติมหาปัญญาขึ้นได้ จากสติปัญญาที่ล้มลุกคลุกคลาน นี่แหละท่านจึงสอนให้อบรม สอนให้บำรุงสติโดยลำดับ..."

ส่วนหนึ่งจากพระธรรมเทศนา
หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน








“ถ้ายังสอบไม่ผ่านก็อย่าเพิ่งไปเล่นเกม”

ถาม : ปฏิบัติๆ ไปมากๆ จะมีอภิญญามีฤทธิ์ติดมาด้วยไม๊ครับผม สามารถหลีกได้ไม๊ครับ

พระอาจารย์ : ก็แล้วแต่วาสนาของแต่ละคน บางคนปฏิบัติถ้าไม่มีวาสนาทางนี้ก็จะไม่มี บางคนมีก็จะมีฤทธิ์ขึ้นมา มีตาทิพย์หูทิพย์ ระลึกชาติได้ อ่านจิตใจของคนนั้นคนนี้ได้ อันนี้ก็อยู่ที่วาสนาเดิม เคยสะสมมาในอดีต ถ้าไม่เคยสะสมมาก็จะไม่มี งั้นไม่ต้องกังวล ของอย่างนี้มันเป็นเหมือนของแถม ได้ก็ดีไม่ได้ก็ไม่เป็นไร เพราะเราไม่ต้องการปฏิบัติเพื่อมีฤทธิ์มีเดช เพราะมีฤทธิ์ไม่สามารถจะทำให้เราพ้นจากความทุกข์ได้ ไม่สามารถยุติการเวียนว่ายตายเกิดได้

สิ่งที่เราต้องการก็คือวิปัสสนาปัญญาหรือวิมุตติการหลุดพ้นจากความทุกข์ ที่เกิดจากการเจริญปัญญาเห็นไตรลักษณ์เห็นอนิจจัง ทุกขัง อนัตตา เห็นอริยสัจ ๔ อันนั้นเป็นเป้าหมายของการปฏิบัติ การมีฤทธิ์นี้ไม่ได้เป็นเป้าหมายถือว่าเป็นของแถม แล้วในช่วงที่ปฏิบัติก็อย่าไปสนใจอย่าไปเล่นกับมัน เพราะมันจะทำให้ไม่ไปทำงานที่ต้องทำ คือ มีดวงตาเห็นธรรม

เวลามีฤทธิ์ก็เก็บไว้ก่อน เก็บไว้ในลิ้นชักก่อน อย่าเพิ่งมาเล่นกับมัน มาทำงานทำการบ้านเตรียมตัวสอบก่อน พอสอบเสร็จแล้วค่อยเอาของในลิ้นชักมาเล่น เอาเกมขึ้นมาเล่นให้มันสอบผ่านก่อน ถ้ายังสอบไม่ผ่านก็อย่าเพิ่งไปเล่นเกม.

ธรรมะบนเขา ณ เขาชีโอน
วันที่ ๒๘ ธันวาคม ๒๕๖๒

พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต
วัดญาณสังวรารามฯ ชลบุรี








การเสียสละอันเดียวนี้แหละ เป็นหัวใจ
ของพระพุทธศาสนาแท้ ทุกท่านที่แสวงหา
โมกขธรรม คือเป็นทางหรือปากทางแห่งการ
พ้นทุกข์นั้น ก็คือมีคำ ๆ เดียวเรียกว่า ...
“ยอมเสียสละสิ่งทั้งปวง” นั่นเอง
อันใดที่พวกเราทั้งหลายสละไปแล้วนั้น
เราปล่อยไปจากกาย ก็เบากาย
ปล่อยไปจากใจ ก็เบาใจ อันนี้คือการปฏิบัติ
ที่พวกเรามุ่งแสวงหา ก็ไม่มีอะไรมากมาย
ถ้าเรายอมเสียสละอันนี้แล้ว มันก็ถึงธรรมะ
เท่านั้นแหละ ไม่ต้องยากไม่ต้องยุ่ง
ไม่ต้องลำบาก ผู้ที่ยังไม่ถึงธรรมะข้างใน
ก็เอาธรรมะข้อปฏิบัติอันนี้มาทำก่อน
เช่น ขันติบารมี วิริยบารมี อย่างนี้เป็นต้น
เมตตาบารมีทั้งหลายเหล่านี้เป็นต้น
มาเป็นขั้นตอนที่เราจะดำเนินในชีวิตของเรา
อยู่เสมอ อันนี้เป็นพี่เลี้ยง ที่จะให้พวกเรา
ทั้งหลายเข้าถึงธรรมะ จะให้ถึงปากถึงทาง
ถึงโมกขธรรม อย่างที่ปรารถนา ...
...
พระโพธิญาณเถร (หลวงพ่อชา สุภทฺโท)






"...ผู้จะผ่านพ้นโอฆสงสาร หรือห้วงน้ำใหญ่
ไปถึงพระนิพพานได้ จะต้องอาศัย
หลักของความเชื่อ ต้องเชื่อมั่นในหลัก
คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า เชื่อมั่นในปฏิปทาทางดำเนินของครูบาอาจารย์ จะต้องมีความเชื่อมั่นแน่นอนว่า มรรคผลนิพพานเป็นของมีอยู่จริง

เมื่อเราเชื่อว่ามรรคผลนิพพานมีอยู่จริง
เราก็ปฏิบัติมุ่งต่อมรรคผลนิพพานได้
เมื่อเราเชื่อว่า มนุษย์สมบัติมี สวรรคสมบัติมี
เราก็ทำทานรักษาศีล ไหว้พระเจริญเมตตาภาวนาให้ยิ่งๆ ขึ้นไป เราเชื่อว่าจิตของเราเป็นธรรมชาติที่ไม่ตาย รูปร่างกายเราต่างหากที่แตกดับ

เราเชื่อโอวาทคำสอนของครูบาอาจารย์
เราก็ขวนขวายสร้างคุณงามความดี สร้างบุญกุศล
เป็นอริยทรัพย์อริยบารมี ฝังไว้สำหรับติดตัวเราไปทุกชาติ ทุกภพ จนกว่าจะถึงพระนิพพาน..."

หลวงปู่ชอบ ฐานสโม






"...สำหรับคนที่มีอุปนิสัยที่มีนิสัยใจคอที่มีความกว้างขวาง ไปที่ไหนก็ไม่เคยอดอยากขาดแคลน ไปที่ไหนมีคนเคารพนับถือ ไม่อดอยาก เรียกว่าไม่อดตาย นี่คืออำนาจแห่งความเสียสละ จึงขอให้พากันจำเอาไว้ แล้ววันหนึ่ง ๆ การทำบุญให้ทานอย่าให้ขาด เราไม่ได้ทานมาก เราทานตามกำลังของเราก็ให้ได้ทาน วันหนึ่งได้ใส่ข้าวใส่บาตรให้พระองค์หนึ่งก็ยังดี อย่าให้อยู่ด้วยความตระหนี่ถี่เหนียว ทั้ง ๆ ที่สิ่งของมีอยู่ ให้เราทั้งแบ่งกินทั้งแบ่งทาน ไปโลกหน้าก็อาศัยทาน ที่จะเป็นเครื่องเสวยในโลกหน้าของเรา อย่าได้ปล่อยวาง เมื่อบุญกุศลเรามีมากแล้วเราจะหลุดพ้นจากกองทุกข์ให้พากันดำเนินเดินตามครูนี้ เราจะมีที่ยึดที่เกาะ อยู่โลกนี้ก็ยึดสมบัติเงินทองข้าวของเพื่อร่างกายของเรา ออกจากโลกนี้แล้วก็ยึดศีลยึดธรรม คุณงามความดีที่เราสร้างมาไว้แล้วนี้แล เป็นสมบัติอันล้นค่าและเป็นที่ฝากเป็นฝากตายของเราในภพนั้น ๆ จนกระทั่งเรามีคุณงามความดีมากแล้วก็ยกเราถึงความหลุดพ้น คือฝั่งแห่งพระนิพพาน..."

หลวงตามหาบัว ณาณสัมปันโน







เรื่องภัยพิบัตินั้นก็จะเกิดมีอยู่ อาตมาเห็นอยู่
แต่อาตมาไม่ทราบว่าจะเกิดขึ้นช่วงไหน จึงขอเตือน
ให้ญาติโยมภาวนาพุทโธ พุทโธ พุทโธ กันไว้

"คนที่ภาวนาพุทโธแล้วจะรอดพ้นจากภัยพิบัติหรอครับหลวงปู่" (โยมถาม)

เปล่า.. คนภาวนาพุทโธ ตายแล้วจะไปสู่สุคติ

หลวงปู่เปลี่ยน ปัญญาปทีโป






“..#ต้องการละ ความพยาบาทหรือความคิดปองร้าย ต้องหมั่น เจริญเมตตาหรือไมตรีจิต คิดให้ผู้อื่นมีความสุข

ต้องการละ ความคิดเบียดเบียนผู้อื่น ต้องหมั่น เจริญกรุณาหรือเอ็นดู คือช่วยเหลือผู้อื่นพ้นทุกข์

ต้องการละ ความอิจฉาริษยา ต้องหมั่น เจริญมุทิตาหรือพลอยยินดีเมื่อผุ้อื่นได้ดี

ต้องการละ ความขัดใจ ต้องหมั่น เจริญอุเบกขาหรือการวางใจเป็นกลาง

ต้องการละ ความกำหนัดยินดี ต้องหมั่น เจริญอสุภะหรือเห็นความไม่งามเบื้องหลังความงาม

ต้องการละ ความถือตัวถือตน ต้องหมั่น เจริญกฎการเปลี่ยนแปลง ให้เข้าใจ..”

สุจิณฺโณวาท
#หลวงปู่แหวน สุจิณฺโณ
วัดดอยแม่ปั๋ง อ.พร้าว จ.เชียงใหม่
(พ.ศ.๒๔๓๐–๒๕๒๘)







การกำหนดเฉพาะจิต
ก็เพื่อความสงบของจิต เมื่อจิตสงบแล้ว
ก็ค่อยเกิดปัญญาหาทางแก้ตน เหมือนบุคคลมีทุนทรัพย์แล้ว
ก็จะเป็นเหตุให้คิดค้าหากำไร เพื่อเปลื้องตนออกจากความทุกข์ยากฉะนั้น

โอวาทธรรม หลวงตาพระมหาบัว ญาณสัมปันโน


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 1 โพสต์ ] 

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: Google [Bot] และ บุคคลทั่วไป 53 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร