ลานธรรมจักร
http://dhammajak.net/forums/

ผลดีตอบแทน
http://dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=1&t=66887
หน้า 1 จากทั้งหมด 1

เจ้าของ:  รสมน [ 31 ส.ค. 2026, 05:33 ]
หัวข้อกระทู้:  ผลดีตอบแทน

... มนุษย์เราเกิดมาก็ต้องทำบาป..
เมื่อทำแล้ว ก็ต้องได้รับผลกรรมที่เราทำไว้ นี่เป็นสัจจะความจริงอย่างเด็ดขาด พ่อแม่ของเราทำกรรมมา เราเกิดมาก็ทำกรรมไป ทำไปทั้งที่รู้ตัวและไม่รู้ตัว
คนทำบาปจึงมีตัวอย่างให้เห็นมากมาย ทำบาปย่อมได้บาป ทำบุญย่อมได้บุญ

... มีบางคนชอบพูดคะนองปากว่า..
ทำดีได้ดีมีที่ไหน ทำชั่วได้ดีมีถมไปพูดอย่างนี้ผิด พูดไม่รู้จริง เรื่องทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่วนี้ เราต้องใจเย็นคอยดูผลตลอดชีวิต
อย่าดูในระยะสั้นๆ ต้องดูไปเรื่อยๆ ในระยะยาว อย่าใจร้อนอยากจะเห็นผลดี ในเวลาอันรวดเร็วนัก

... ทำดียังไม่ได้ดี เราต้องรอคอยผลดีได้ การทำดีเพื่อจะให้ดีนั้น.. เราต้องทำให้ถูกหลักคือ ทำให้ถูกดี ทำให้ถึงดี ทำให้พอดี อย่าทำเกินพอดี ทำให้ถูกบุคคล ทำให้ถูกกาลเทศะ
การต้องการผลดีตอบแทนนั้น อย่าหวังผลแต่ด้านวัตถุท่าเดียว ต้องหวังผลทางใจคือ ความสบายใจ ความสุขใจด้วย ..."

"""""""""""""""""""""""""""""""""""
#พระธรรมคำสอน___
#หลวงปู่ตื้อ_อจลธมฺโม
วัดอรัญญวิเวก ต.บ้านข่า อ.ศรีสงคราม
จ.นครพนม (พ.ศ. ๒๔๓๑ - ๒๕๑๗)






Short cut สู่ความสุข
...
ในเรื่องของทาน เหตุใดพุทธศาสนาจึงให้
ความสำคัญกับการให้ทานเหลือเกิน
คำตอบก็คือ ในการขัดเกลากิเลส ซึ่งมี
ตั้งแต่ระดับหยาบไปสู่ละเอียด และกิเลส
ที่หยาบสุดนี่ หากเราไม่จัดการกับกิเลสตัวนี้
การพัฒนาจิตในขั้นสูงต่อไปย่อมไม่เจริญ
แน่นอน กิเลสตัวนั้นคือความตระหนี่
ความตระหนี่เป็นมลทิน เป็นความเศร้าหมอง
ของจิตใจที่นักภาวนาต้องจัดการให้ได้
หากเราดูการปฏิบัติในขั้นสูง มันเป็นเรื่อง
ของการกำหนดและการปล่อยวางความ
ยึดมั่นถือมั่นในกายในใจ ในขันธ์ห้า รูป
เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ ว่าเป็นเรา
เป็นของเรา อันนี้คืองานที่ประณีตมาก
แต่ความยึดมั่นถือมั่นว่าเราว่าของเรา
เริ่มต้นที่วัตถุ เพราะฉะนั้น เราจึงต้องสร้าง
ความสามารถความเคยชินกับการปล่อยวาง
ความยึดติดว่าเราว่าของเราตั้งแต่ในเรื่อง
ของวัตถุก่อน เป็นการสร้างนิสัย
เมื่อจะให้ทาน จะเป็นทานบารมี จะเป็นบุญ
จริงนั้น เงื่อนไขสำคัญที่สุดคือการให้โดย
ไม่หวังสิ่งตอบแทน เพราะหากเราให้ทาน
โดยหวังสิ่งตอบแทน ไม่ว่าจะเป็นวัตถุ
ชื่อเสียง หรือจะเป็นความรักความเคารพ
อะไรก็แล้วแต่ หากมีความหวังในสิ่งใดสิ่งหนึ่ง
มันจะเป็นลักษณะของการแลกเปลี่ยน
ไม่มีการขัดเกลาความตระหนี่
เพราะฉะนั้น การให้ทาน จะเป็นวัตถุทาน
หรือทานอะไรก็ตาม เราให้เพื่อเขา ให้เพื่อ
บุคคลที่กำลังเป็นทุกข์ ให้เพื่อสนับสนุน
สถาบันที่เราเคารพนับถือ ให้เพื่อลดทุกข์
ของเพื่อนร่วมโลก หรือเพื่อเสริมสุข
ซึ่งล้วนแต่เป็นการขัดเกลาการปล่อยวาง
ความตระหนี่ มันจึงเป็นบารมี
เป็นส่วนประกอบของจิตใจที่มีวุฒิภาวะ
พอที่จะรู้แจ้งเห็นจริงในสัจธรรม ...
...
สมเด็จพระมหาพัชรญาณมุนี
พระอาจารย์ชยสาโร
บ้านบุญ วันที่ ๑๘ สิงหาคม ๒๕๖๗





สอนเขาไปแล้ว เขาไม่เอา จะไปทำอย่างไรได้
พระธรรมสอนได้เฉพาะผู้ที่จะเอาต่างหากเล่า
คนไม่เอา สอนเขาได้หรือ

หลวงปู่บุดดา ถาวโร





#โอวาทธรรม
#สมเด็จพระญาณสังวร

ฝึกสติด้วยพุทโธ

ให้หาหลักผูกสติไว้ อย่าให้หลุดลอยเลื่อนไหลไปตามสบาย หลักสำคัญที่สุดเป็นหลักแห่งมหามงคลที่แท้จริง คือหลัก "พระพุทโธ" นั่นคือ พยายามให้ใจคือให้สตินั่นเองติดอยู่กับหลัก "พระพุทโธ" คือท่อง "พุทโธ" ไว้ให้ทุกเวลานาที ที่ไม่วุ่นวายหนักหนาอยู่ด้วยธุรกิจการงานที่ต้องใช้ความคิด ใช้สมอง นั่นแหละคือการฝึกสติ หรือฝึกใจให้อยู่กับที่ อยู่กับหลักพระพุทโธ
ทำไปเถิด สติจะมั่นคงขึ้นเป็นลำดับ การรู้ทันความคิดจะเกิดตามมาพร้อมกัน เป็นคุณสำคัญแก่ชีวิตอย่างแท้จริง..

สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก






ยิ้มให้ชีวิต
...
ชีวิตเป็นมิตรที่ดีที่สุดของเรา จึงควรยิ้ม
ให้กับชีวิต อย่าโกรธเกลียดเคียดแค้นชีวิต
ที่นำความทุกข์ หรือความผิดหวังมาให้
อย่าคิดว่าทำไมชีวิตจึงโหดร้ายกับฉันนัก
มองให้ดีนั่นอาจเป็นโชคที่มาในรูปของเคราะห์
มันคือสิ่งที่เตรียมเราให้พบสิ่งวิเศษ
ที่รอคอยอยู่ข้างหน้า ...
...
พระอาจารย์ไพศาล วิสาโล





"บางที การดูจิต
บางครั้ง ก็กลายเป็นการสร้างนิมิตขึ้นมาใต้อย่างหนึ่ง
จิตไม่มีรูปร่างไม่มีตัวตน
มันเป็นแต่ความรู้สึก ว่าง อยู่อย่างนั้น
ถ้าเราจะดูจิตเจ้าของจริงๆ แต่ระลึกรู้เอา
ไม่ต้องไปเพ่งจิต
เพราะถ้าเพ่งจิต
จิตมันจะกลายเป็นมีตัวขึ้นมา
แต่ให้เรามีสติระลึกรู้ว่า มันยังอยู่ใบตำแหน่งนี้นะ"

หลวงพ่อเยื้อน ขันติพโล
วัดเขาศาลาอตุลฐานะจาโร
อ.บัวเชต จ.สุรินทร์






"ชีวิตก็มีแค่นี้
เรื่องราวของโลกเขาจะเป็นอย่างไร
เราก็ได้เพียงแค่รับรู้เท่านั้น
จะไปทำอะไรก็ไม่ได้

สัตว์โลกเป็นไปตามกรรมที่เขาทำกันไว้
อย่างในปัจจุบันที่เขากำลังทำอะไรกัน
ล้วนแล้วแต่มีผลทั้งนั้น
เพียงแต่มันยังไม่ถึงเวลารับผลของกรรม

ส่วนผู้เดินตามศาสนา ย่อมมีความสงบสุขอยู่ในตัว
ฉะนั้น จงทำตามคำสอนของพระพุทธเจ้า
แล้วเราก็จะสงบสุขเหมือนท่าน"

- โอวาทธรรมหลวงปู่โสภณ โอภาโส

#หลวงปู่โสภณโอภาโส #โอวาทธรรม #ธรรมะ #ธรรมะคนจริง #ธรรมะเป็นที่พึ่ง



"Life is just this simple:
No matter what happens in the world,
we can only be aware of it
—we cannot force or change a thing.

All beings are bound by their own karma.
What people are doing right now will surely bear its consequences; it is simply a matter of time before those results unfold.

Those who walk the path of the Buddha find peace within themselves.
So, follow His teachings, and you will find the same peace He knew."

— LP Sophon Ophaso Dhamma Sharing

#LPSophon #Dhamma #dhammasharing #wisdom #wisdomquotes







#คติธรรม
#หลวงพ่อชา_สุภัทโท

โอวาทธรรมหลวงปู่ชา สุภัทโท

ปล่อย..สิ่งที่มากระทบ

เสียงมากระทบหู ก็ปล่อยให้มันคืนบ้านไปซะ
กลิ่นมันมากระทบจมูก ก็ปล่อยมันไปตามเรื่องมันซะ
รสที่มากระทบลิ้น ก็ปล่อยให้มันไปซะ
อะไรที่มากระทบโผฏฐัพพะ ก็ปล่อยให้มันไปซะ
อารมณ์ที่เกิดกับใจ ก็ปล่อยให้มันไปซะ
มันก็หมดเท่านั้นแหละ เราก็เป็นอิสระเท่านั้น...

พระโพธิญาณเถร (หลวงพ่อชา สุภัทโท)
วัดหนองป่าพง อุบลราชธานี






“..#สิ่งมีชีวิตและไม่มีชีวิตในจักรวาล มีนับไม่ถ้วนรวมแล้วมี รูปกับนาม สองอย่างเท่านั้น นามเดิม ก็คือ ความว่างของจักรวาล เข้าคู่กันเป็น เหตุเกิด ตัวอวิชชา เกิดเหตุก่อ ที่ใดมีรูป ที่นั้นต้องมีนาม ที่ใดมีนาม ที่นั้นต้องมีรูป รูปนามรวมกัน เป็นเหตุเกิดปฏิกิริยา ให้เปลี่ยนแปลงตลอดกาล และเกิดกาลเวลาขึ้น คือรูปย่อมมีความดึงดูดซึ่งกันและกัน จึงเป็นเหตุให้รูปเคลื่อนไหว และหมุนรอบตัวเองตามปัจจัย รูปเคลื่อนไหวได้ ต้องมีนาม ความว่างคั่นระหว่างรูป รูปจึงเคลื่อนไหวได้
เมื่อสภาวธรรมเป็นอย่างนี้ สรรพสิ่งของวัตถุ สสารมีชีวิต และไม่มีชีวิตจึงต้องเปลี่ยนแปลง เป็นไตรลักษณ์ เกิด ดับ สืบต่อทุกขณะจิตไม่มีวันหยุดนิ่งให้คงทนเป็นปัจจุบันได้
จิต วิญญาณ ก็เกิดมาจาก รูปนามของจักรวาล มันเป็นมายาหลอกลวงแล้วเปลี่ยนแปลงให้คนหลง จากรูปนามไม่มีชีวิต เปลี่ยนมาเป็นรูปนามที่มีชีวิต จากรูปนามที่มีชีวิต มาเป็นรูปนามมีชีวิตที่มีจิตวิญญาณ แล้วจิตวิญญาณก็เปลี่ยนแปลงแยกออกจากกัน คงเหลือแต่ นามว่างที่ปราศจากรูป นี้ เป็นจุดสุดยอดของการหลอกลวงของรูปนาม
ต้นเหตุเกิดรูปนามของจักรวาลนั้น เป็นเหตุเกิด รูปนามพิภพ ต่างๆ ตลอดจนดวงดาวนับไม่ถ้วน เพราะไม่มีที่สิ้นสุด รูปนามพิภพต่างๆ เป็นเหตุให้เกิด รูปนามพืช รูปนามพืชเป็นเหตุให้เกิด รูปนามสัตว์ เคลื่อนไหวได้ จึงเรียกกันว่า เป็นสิ่งมีชีวิต
ความจริง รูปนามจะมีชีวิตหรือไม่มีชีวิตมันก็เคลื่อนไหวได้ เพราะมันมีรูปกับนาม เป็นเหตุเป็นผลให้เกิดปฏิกิริยาอยู่ในตัว ให้เคลื่อนไหวตลอดกาล และ(เกิด) การเปลี่ยนแปลง บางอย่าง เรามองด้วยตาเนื้อไม่เห็น จึงเรียกกันว่าเป็นสิ่งไม่มีชีวิต
เมื่อรูปนามของพืชเปลี่ยนมาเป็นรูปนามของสัตว์ เป็นจุดตั้งต้นชีวิตของสัตว์ และเป็นเหตุให้เกิด จิต วิญญาณ การแสดง การเคลื่อนไหว เป็นเหตุให้เกิดกรรม..”

“..จิตคือพุทธะ..”
โอวาทธรรมคำสอน
พระราชวุฒาจารย์
(หลวงปู่ดูลย์ อตุโล)
วัดบูรพาราม อำเภอเมือง จังหวัดสุรินทร์ (พ.ศ.๒๔๓๑-๒๕๒๖

หน้า 1 จากทั้งหมด 1 เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง
Powered by phpBB © 2000, 2002, 2005, 2007 phpBB Group
http://www.phpbb.com/