| ลานธรรมจักร http://dhammajak.net/forums/ |
|
| ไส่ดี ก็มีกรรม ไส่ไม่ดำไม่ขาว เป็นไปเพื่อสิ้นกรรม http://dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=1&t=66914 |
หน้า 1 จากทั้งหมด 1 |
| เจ้าของ: | โลกสวย [ 15 ก.ย. 2026, 03:46 ] |
| หัวข้อกระทู้: | ไส่ดี ก็มีกรรม ไส่ไม่ดำไม่ขาว เป็นไปเพื่อสิ้นกรรม |
ภิกษุ ท. ! กรรม ๔ อย่างเหล่านี้ เรากระทำให้แจ้งด้วยปัญญาอันยิ่งเองแล้ว ประกาศให้รู้ทั่วกัน. กรรม ๔ อย่าง อย่างไรเล่า ? ภิกษุ ท. ! กรรมดำ มีวิบากดำ ก็มีอยู่ ภิกษุ ท. ! กรรมขาว มีวิบากขาว ก็มีอยู่ ภิกษุ ท. ! กรรมทั้งดำทั้งขาว มีวิบากทั้งดำทั้งขาว ก็มีอยู่ ภิกษุ ท. ! กรรมไม่ดำไม่ขาว มีวิบากไม่ดำไม่ขาว เป็นไปเพื่อความสิ้นกรรม ก็มีอยู่ ...................................................................................................................... กรรม แบบที่ ๑ ภิกษุ ท. ! กรรมดำ มีวิบากดำ เป็นอย่างไรเล่า ? ภิกษุ ท. ! บุคคลบางคนในกรณีนี้ ย่อมปรุงแต่ง กายสังขาร อันเป็นไป กับด้วยความเบียดเบียน ย่อมปรุงแต่ง วจีสังขาร อันเป็นไป กับด้วยความเบียดเบียน ย่อมปรุงแต่ง มโนสังขาร อันเป็นไป กับด้วยความเบียดเบียน ครั้นเขาปรุงแต่งสังขาร (ทั้งสาม) ดังนี้แล้ว ย่อมเข้าถึงโลก อันเป็นไปกับด้วยความ เบียดเบียน ผัสสะทั้งหลาย อันเป็นไปกับด้วยความเบียดเบียน ย่อมถูกต้องเขาซึ่ง เป็นผู้เข้าถึงโลกอันเป็นไปด้วยความเบียดเบียน เขาอันผัสสะที่เป็นไปกับด้วยความ เบียดเบียนถูกต้องแล้ว ย่อมเสวยเวทนา ที่เป็นไปด้วยความเบียดเบียน อันเป็นทุกข์ โดยส่วนเดียว, ดังเช่นพวกสัตว์นรก ภิกษุ ท. ! นี้เรียกว่า กรรมดำ มีวิบากดำ ...................................................................................................................... กรรม แบบที่ ๒ ภิกษุ ท. ! กรรมขาว มีวิบากขาว เป็นอย่างไรเล่า ? ภิกษุ ท. ! บุคคลบางคนในกรณีนี้ ย่อมปรุงแต่ง กายสังขาร อันไม่เป็นไป กับด้วยความเบียดเบียน ย่อมปรุงแต่ง วจีสังขาร อันไม่เป็นไป กับด้วยความเบียดเบียน ย่อมปรุงแต่ง มโนสังขาร อันไม่เป็นไป กับด้วยความเบียดเบียน ครั้นเขาปรุงแต่งสังขาร (ทั้งสาม) ดังนี้แล้ว ย่อม เข้าถึงโลก อันไม่เป็นไปกับด้วย ความเบียดเบียน ผัสสะทั้งหลาย ที่ไม่เป็นไปกับด้วยความเบียดเบียน ย่อมถูกต้อง เขา ผู้เข้าถึงโลก อันไม่เป็นไปกับด้วยความเบียดเบียน เขาอันผัสสะที่ไม่เป็นไปกับ ด้วยความเบียดเบียนถูกต้องแล้ว ย่อมเสวยเวทนาที่ไม่เป็นไปกับด้วยความเบียดเบียน อัน เป็นสุขโดยส่วนเดียว ดังเช่นพวกเทพสุภกิณหา ภิกษุ ท. ! นี้เรียกว่ากรรมขาว มีวิบากขาว ...................................................................................................................... กรรม แบบที่ ๓ ภิกษุ ท. ! กรรมทั้งดำทั้งขาว มีวิบากทั้งดำทั้งขาว เป็นอย่างไรเล่า ? ภิกษุ ท. ! บุคคลบางคนในกรณีนี้ ย่อมปรุงแต่ง กายสังขาร อันเป็นไป กับด้วยความเบียดเบียนบ้าง ไม่เป็นไป ด้วยความเบียดเบียนบ้าง ย่อมปรุงแต่ง วจีสังขาร อันเป็นไป กับด้วยความเบียดเบียนบ้าง ไม่เป็นไป กับด้วยความเบียดเบียนบ้าง ย่อมปรุงแต่ง มโนสังขาร อันเป็นไป กับด้วยความเบียดเบียนบ้าง ไม่เป็นไป กับด้วยความเบียดเบียนบ้าง ครั้นเขาปรุงแต่งสังขาร (ทั้งสาม) ดังนี้แล้ว ย่อม เข้าถึงโลก อันเป็นไปกับด้วยความ เบียดเบียนบ้าง ไม่เป็นไปด้วยความเบียดเบียนบ้าง อัสสะทั้งหลายที่เป็นไปกับด้วย ความเบียดเบียนบ้าง ไม่เป็นไปด้วยความเบียดเบียนบ้าง ย่อมถูกต้องเขาผู้เข้า ถึง โลกอันเป็นไปกับด้วยความเบียดเบียนบ้าง ไม่เป็นไปกับด้วยความเบียดเบียนบ้าง เขาอันผัสสะที่เป็นไปกับด้วยความเบียดเบียนบ้าง ไม่เป็นไปด้วยความเบียดเบียน บ้าง ถูกต้องแล้ว ย่อม เสวยเวทนา ที่เป็นไปกับด้วยความเบียดเบียนบ้าง ไม่เป็นไปด้วยความเบียดเบียนบ้าง อันเป็นเวทนาที่เป็นสุขและทุกข์เจือกัน ดังเช่นพวกมนุษย์ พวกเทพบางพวก พวกวินิบาตบางพวก ภิกษุ ท. ! นี้เรียกว่า กรรมทั้งดำทั้งขาว มีวิบากทั้งดำทั้งขาว ...................................................................................................................... กรรม แบบที่ ๔ ภิกษุ ท. ! กรรมไม่ดำไม่ขาว มีวิบากไม่ดำไม่ขาว เป็นไปเพื่อความสิ้นกรรม นั้นเป็นอย่างไรเล่า ? คือ สัมมาทิฏฐิ สัมมาสังกัปปะ สัมมาวาจา สัมมากัมมันตะ สัมมาอาชีวะ สัมมาวายามะ สัมมาสติ สัมมาสมาธิ (มรรค8) ภิกษุ ท. ! นี้เรียกว่า กรรมไม่ดำไม่ขาว มีวิบากไม่ดำไม่ขาว เป็นไปเพื่อความ สิ้นกรรม ภิกษุ ท. ! เหล่านี้แล กรรม ๔ อย่าง ที่เราทำให้แจ้งด้วยปัญญาอันยิ่งเอง แล้วประกาศให้รู้ทั่วกัน. - จตุกฺกฺ. อํ. ๒๑/๓๒๐-๓๒๑/๒๓๗. |
|
| เจ้าของ: | โลกสวย [ 15 ก.ย. 2026, 13:02 ] |
| หัวข้อกระทู้: | Re: ไส่ดี ก็มีกรรม ไส่ไม่ดำไม่ขาว เป็นไปเพื่อสิ้นกรรม |
ไม่ใช่การไส่ดีๆๆๆๆๆ คิดดี ทำดี ดีดับๆๆๆๆๆๆ อย่างพร่ำเพรื่อ ไม่อิโหน่อิเหน่ในธรรม ที่ส่งวิบาก ไปเป็นเทพ อย่างที่หลายๆท่านหลงคิดเองเออเอง แน่นอน แต่ ๆๆๆๆ การจะ เป็นไปเพื่อความสิ่นกรรม สิ้นวิบาก ต้อง ไส่ กรรมไม่ดำ ไม่ขาว เท่านั้น จึงมีวิบาก ไม่ดำ ไม่ขาว เป็นไปเพื่อสิ้นกรรม สิ้นวิบาก นะจ๊ะๆ คิดดับๆๆ คิดอยากดี ดับๆๆๆ คิดไส่ดี ดับๆๆ อยากได้ดี อยากชิงดี หาดีเข้าตัว หาดีไส่ตัว หาดีไส่ดี ไส่ดีแบบเบียดเบียน จะดีจริงแท้ ดีบริสุทธิ์ หรือเปล่าน้อ พื้นเพจิตมูลฐาน ตน ดีจริงๆมั๊ยน้อ ที่เกิดมาเป็นคน มีมูลฐานจิต มีวิบากดี มีกลิ่นดีๆ ดีจริงแท้ ดีบริสุทธิ์ แบบปรมัตถ์บารมี กี่เปอร์เซนต์น้อ วิบากที่ทำให้มาเกิดเป็นคน มีกลิ่นดีๆ กลิ่นดีบริสุทธิ์ กี่เปอร์เซนต์น้อ วิบากที่ทำให้เกิดเป็นเทพ เทวดา มีกลิ่นดีๆ กลิ่นดีที่บริสุทธิ์ มากหรือน้อยกว่าคนน้อ กลิ่นของธรรม อันดียิ่ง หอมฟุ้ง มีกลิ่นธรรม ดีๆ วันนึง 24 ชั่วโมง ไส่ดีได้ กี่เปอร์เซนต์น้อ ไส่ดี เต็มที่ 100 เปอร์เซนต์ ก็ยังพาวิบาก ไปเป็นเทพ เทวดา ไส่กรรมขาว ไส่ดี ก็พา เวียนว่ายตายเกิดต่อไป ต่อไป และต่อไป เหตุไส่แต่ดี ดี100 เปอร์เซนต์ วิบากขาว 100 เปอร์เซนต์ แต่ๆๆๆ ย่อมเสวยเวทนาที่ไม่เป็นไปกับด้วยความเบียดเบียน อัน เป็นสุขโดยส่วนเดียว ดังเช่นพวกเทพสุภกิณหา รับการเวียนว่ายตายเกิด ยาวนานเหมือนพวก ไส่ชั่ว มั๊ยหนอ ไส่กรรมขาว ก็ยัง รับการเวียนว่าย ไปเหมือน ไส่กรรมดำ มั๊ยหนอ พระตถาคต ทรงปัญญา ตรัสรู้ด้วยปัญญา แล้วว่า "ภิกษุ ท. ! กรรมไม่ดำไม่ขาว มีวิบากไม่ดำไม่ขาว เป็นไปเพื่อความสิ้นกรรม นั้นเป็นอย่างไรเล่า ? คือ สัมมาทิฏฐิ สัมมาสังกัปปะ สัมมาวาจา สัมมากัมมันตะ สัมมาอาชีวะ สัมมาวายามะ สัมมาสติ สัมมาสมาธิ (มรรค8) ภิกษุ ท. ! นี้เรียกว่า กรรมไม่ดำไม่ขาว มีวิบากไม่ดำไม่ขาว เป็นไปเพื่อความ สิ้นกรรม ภิกษุ ท. ! เหล่านี้แล กรรม ๔ อย่าง ที่เราทำให้แจ้งด้วยปัญญาอันยิ่งเอง แล้วประกาศให้รู้ทั่วกัน."
|
|
| เจ้าของ: | โลกสวย [ 15 ก.ย. 2026, 13:23 ] |
| หัวข้อกระทู้: | Re: ไส่ดี ก็มีกรรม ไส่ไม่ดำไม่ขาว เป็นไปเพื่อสิ้นกรรม |
เม ก็ได้แต่ชี้ ในหนทางธรรม ให้ไตร่ตรอง ให้เห็นกันด้วยปัญญาเอาเอง ว่า พระตถาคต ทรงชี้ เรื่อง กรรมและวิบาก อย่างไร ไส่ดีๆๆๆๆๆ ดีดับๆๆๆๆๆ และวิบากของดีๆๆๆ กรรมขาวๆๆๆๆ เป็นเช่นไร รับการเวียนว่าย ไปปรโลก เช่นกัน จะได้ไม่หลงเชื่อ ตามพวกคิดเองเออเอง พากันยัดเยียดความคิดตน ไส่ดีๆๆๆๆ ดีดับๆๆๆ ไม่อิโหน่อิเหน่ ไม่คำนึงถึงวิบาก และผลที่ตามมา ไม่ถ่องแท้ ในข้อความ ในสิ่งที่พระตถาคตทรงตรัส ว่า กรรมไม่ดำ ไม่ขาว จึงเป็นเหตุเป็นไป และเป็นผล เพื่อความสิ่นกรรม สิ้นกรรม ก็สิ้นวิบาก พระตถาคต ได้แต่ทรงชี้ ไม่ยัดเยียด ไม่เบียดเบียน แม้คำสอนพระองค์ ให้เห็นกันด้วยปัญญา เอง ขอให้เจริญในธรรมกันนะคะ ไม่หลุดหลงไปเชื่อ คิดเองเออเอง ไส่ดี แบบไม่รู้อิโหน่อิเหน่ แต่พาวิบาก ไปเวียนว่ายตายเกิด ไม่สิ้นกรรม ไม่สิ้นวิบาก
|
|
| หน้า 1 จากทั้งหมด 1 | เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง |
| Powered by phpBB © 2000, 2002, 2005, 2007 phpBB Group http://www.phpbb.com/ |
|