วันเวลาปัจจุบัน 06 ส.ค. 2020, 07:59  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


กฎการใช้บอร์ด


รวมกระทู้จากบอร์ดเก่า http://www.dhammajak.net/board/viewforum.php?f=19



กลับไปยังกระทู้  [ 5 โพสต์ ]    Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 27 พ.ย. 2008, 11:06 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 01 ส.ค. 2005, 10:46
โพสต์: 12075

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว www


รูปภาพ

คุณเป็นคนหนึ่งหรือเปล่าที่กำลังเห่อซื้อวิตามินมารับประทาน
เพราะอยากมีสุขภาพดี

ส่วนมากจะเข้าใจผิด คิดว่าวิตามินคือ "ยาบำรุง"
กินเข้าไปแล้วร่างกายจะสดชื่น แข็งแรง อายุยืน
ฉะนั้น มาทำความเข้าใจกันก่อนว่าวิตามินคืออะไร


วิตามินที่เข้าสู่ร่างกายของเรา ส่วนใหญ่ได้มาจากอาหารที่กินเข้าไป
กับส่วนหนึ่ง ร่างกายสังเคราะห์ขึ้นเอง
แม้ปัจจุบัน จะมีวิตามินออกมาจำหน่ายในรูปเม็ดหรือแคปซูลและของเหลว
แต่วิตามินเหล่านี้ก็ต้องสกัดมาจากอาหาร มีวิตามินบางอย่าง
สร้างจากการสังเคราะห์ทางเคมีได้
แต่วิตามินที่ดีที่สุดต้องสกัดจากอาหาร
แต่ถึงแม้วิตามินจะมาจากอาหาร เราก็ใช้วิตามินแทนอาหารไม่ได้
เพราะฉะนั้น จงอย่าเข้าใจว่า วิตามินคือยาวิเศษ คือยาบำรุง


วิตามินไม่ใช่ ยา แต่เป็นสารสกัดจากสิ่งมีชีวิต (Organic)
ที่จำเป็นสำหรับร่างกาย ช่วยทำให้การทำงานของระบบต่างๆของร่างกาย
ทำงานได้โดยถูกต้อง และช่วยให้ชีวิตดำรงอยู่ได้
ถ้าขาดวิตามินและแร่ธาตุ ร่างกายจะหยุดทำงาน

ถ้าคุณรับประทานตาม สูตรอาหารชีวจิต
ก็ไม่จำเป็นจะต้องกินวิตามินหรือแร่ธาตุเสริม
แต่เนื่องจากชีวิตความเป็นอยู่และชีวิตประจำวันของคุณ
ที่มักจะชอบกินอาหารจำพวกแป้ง พวกน้ำตาล (เช่น เค้ก ไอศกรีม น้ำอัดลม)
และของหวานเป็นประจำ และอยู่ในสิ่งแวดล้อมซึ่งเต็มไปด้วยมลพิษ
หรือคุณมีอายุตั้งแต่ 50 ปีขึ้นไป คุณอาจต้องการวิตามินและแร่ธาตุเสริมบ้าง

วิตามินและแร่ธาตุประเภทแอนติออกซิแดนท์
ที่แนะนำให้รับประทานเสริมบ้าง คือ

วิตามิน A วันละ 10,000 I.U

วิตามิน C วันละ 1,000 มิลลิกรัม

วิตามิน D วันละ 1,000 I.U.

วิตามิน E วันละ 400 I.U.

ซีลีเนียม วันละ 50 ไมโครกรัม

และควรเพิ่มแร่ธาตุกับอาหารเสริมคือ

Lecithin 1,200 มิลลิกรัม หรือ 19 grain

Ginkgo 60 มิลลิกรัม

Zinc (ธาตุสังกะสี) 60 มิลลิกรัม

Evenning Primrose Oil 500 มิลลิกรัม (เฉพาะสตรี)

B1 50 มิลลิกรัม

วิตามิน A

มีในผัก ผลไม้ เช่น กล้วย มันเทศ มะเขือเทศสีดา
มะเขือเทศ กระถิน ขี้เหล็ก แครอท ตำลึง ใบทองหลาง
ใบมันสำปะหลัง ใบมะขาม ใบมะยมอ่อน มะละกอสุก
ส้มเขียวหวาน นม เนย มาการีน กล้วย สับปะรด ข้าวโพด
ผักบุ้ง มะม่วงสุก คะน้า ผักกาดหอม ถั่ว เนยแข็ง นมถั่วเหลือง ไข่
การทำอาหาร ความร้อนจะไปทำลายวิตามินนี้ ควรรับประทานสดๆ

ประโยชน์ต่อร่างกาย มีประโยชน์บำรุงตา ฟัน กระดูก ผม ผิว
เนื้อเยื่ออ่อน ช่วยเสริมเกี่ยวกับการเจริญเติบโตของร่างกาย
และเมื่อเริ่มเป็นหวัดในขนาดสูงจะป้องกันได้
นอกจากนี้ยังทำให้ผิวนุ่มและเกลี้ยงเกลา
ต้านทานการติดเชื้อโรคและยังมีรายงานว่าอาจป้องกันมะเร็งบางชนิดได้ด้วย

อาการขาดวิตามิน ร่างกายจะแคระไม่โต
ฟันจะผุง่ายเพราะเคลือบฟันไม่แข็ง ผมจะร่วง
หนังศีรษะเป็นขุย มีรังแค ผิวจะแห้งเป็นเกล็ด
จะเป็นสิวที่หลัง ต้นขา รูขุมขนใหญ่เนื้อเยื่ออ่อนไม่แข็งแรง
และยังทำให้เป็นหวัดง่าย ติดเชื้อทางหู ต่อมทอนซิลอักเสบ
หลอดลมอักเสบ เกิดอาการตาฟางในตอนกลางคืน
นัยน์ตาแห้ง แดง อักเสบ อาจตาบวมตาไม่สู้แสง
อาจทำให้เป็นหมัน เป็นนิ่ว

วิตามิน B1

มีในธัญญพืช พวกข้าว ข้าวซ้อมมือ รำข้าว ถั่วต่างๆ
งา ผัก ผลไม้ ยีสต์ นม ข้าวโพด ข้าวโอ๊ต ไข่ กะหล่ำปลี
แครอท ถั่วงอก คะน้า ผักกาดหอม มะเขือ มะเขือเทศ กระเจี๊ยบ

ประโยชน์ต่อร่างกาย มีประโยชน์ช่วยในการเจริญเติบโต
ทำให้หัวใจทำหน้าที่ปกติ การหมุนเวียนโลหิตดี
ช่วยสร้างเม็ดเลือด ทำให้อยากอาหาร การย่อยดี บำรุงประสาท
และช่วยการเผาผลาญแป้ง และน้ำตาลไปใช้เป็นพลังงานได้สมบูรณ์

อาการขาดวิตามิน
ประสาทจะเสื่อม มีความรู้สึกไวต่อความเจ็บปวด
ความจำเสื่อม ท้องผูก เบื่ออาหาร หัวใจเต้นเร็ว
ถ้าขาด การเผาผลาญแป้ง น้ำตาล จะไม่สมบูรณ์จะเกิดกรด
เมื่อสะสมในร่างกายก็จะเกิดโรคเหน็บชา
และถ้าขาดมาก จะทำให้ร่างการแคระ บวม อ่อนเพลีย
เบื่ออาหาร เจ็บปวดตามน่อง

วิตามิน B2

มีในถั่วลิสง รำ ถั่วเหลือง มะม่วง แอ๊ปเปิ้ล กล้วย แตง
คะน้า ผักกาด ถั่ว ผักเขียว ฝรั่ง นม ยีสต์ ลูกเกด
นอกจากนี้แบคทีเรียในลำไส้ใหญ่สามารถสังเคราะห์ได้
ความคงทน ในการทำอาหารจะสูญเสียเล็กน้อย

ประโยชน์ต่อร่างกาย ช่วยในการแลกเปลี่ยนออกซิเจนในเซลล์
ช่วยให้ออกซิเจนแก่พวกแป้ง และกรดอมิโน
นักโภชนาการบอกว่า ถ้ากินบี 2 กับแคลเซียม
จะทำให้อายุยืนกว่าปกติ 10%
และถ้ากินมากจะป้องกันโรคเท้าเนื่องจากเชื้อรา
โรคผิวหนัง โรคแพ้ ผื่นแดง

อาการขาดวิตามิน การย่อยอาหารจะไม่ดี การสร้างโลหิตไม่สมบูรณ์
มีอาการแสบตา มุมปากแตก ตาไม่สู้แสง เท้าแสบ ลิ้นอักเสบ
และตาจะแดงอยู่เสมอ หู จมูกอักเสบ น้ำตาไหล

วิตามิน B3

มีในรำข้าว ถั่วลิสง ยีสต์ ผักสด มันฝรั่ง ใบยอ

ประโยชน์ต่อร่างกาย กระตุ้นการหมุนเวียนของโลหิตขยายหลอดเลือด
บำรุงสมอง เยื่ออ่อน ผิวหนัง ช่วยในการเผาผลาญแป้งและน้ำตาล
ช่วยลดคอเลสเตอรอลในเลือดและบรรเทา
อาการปวดศีรษะอย่างรุนแรง บำรุงไต

อาการขาดวิตามิน ตับจะทำงานผิดปกติ
ประสาทผิดปกติ ผิวหนังอักเสบ เกิดอาการเบื่ออาหาร
อ่อนเพลีย ท้องเดินผิวหนังเป็นจ้ำๆ สีม่วง

วิตามิน B6

มีในกะหล่ำปลี พวกข้าว รำ ยีสต์ พวกถั่วต่างๆ นม ข้าวโพด

ประโยชน์ต่อร่างกาย มีประโยชน์บำรุงผิว
ช่วยร่างกายในการใช้ไขมัน โปรตีน
และการสร้างเลือด บำรุงประสาทกล้ามเนื้อ
ลดอาการแพ้ท้อง ช่วยไม่ให้ปลายประสาทอักเสบ

อาการขาดวิตามิน นอนไม่หลับ ผมร่วง เกิดโรคผิวหนัง และโลหิตจาง

วิตามิน B12

ไม่มีในพืช แต่มีในนม เนย ไข่ เนื้อสัตว์

ประโยชน์ต่อร่างกาย เป็นตัวสำคัญเกี่ยวกับการสร้างเม็ดโลหิตแดง

อาการขาดวิตามิน จะเป็นโรคโลหิตจาง โรคประสาท

วิตามิน B15

มีในยีสต์ พวกเมล็ดพืชต่างๆ ข้าวซ้อมมือ

ประโยชน์ต่อร่างกาย มีประโยชน์ต่อเส้นผม
กล้ามเนื้อ ตับ สมอง และหัวใจ ช่วยย่อยไขมัน
ทำให้ร่างกายใช้วิตามินอี รักษาโรคทางจิต
แพทย์ใช้วิตามินนี้รวมกันรักษาเบาหวานและเส้นโลหิตอุดตัน

แพนโธทีเนท

มีในมันฝรั่ง ยีสต์ นม

ประโยชน์ต่อร่างกาย มีประโยชน์ต่อผิว และต่อมอะดรีนัล
ช่วยระบบย่อยอาหาร รักษาโรคไขข้ออักเสบ

กรดโฟลิก

มีในผัก ผลไม้ ข้าวแดง รำละเอียด นม ถั่ว เห็ด ยีสต์ ข้าวโพด

ประโยชน์ต่อร่างกาย จำเป็นต่อการสร้างเม็ดโลหิตแดง
และช่วยให้ตับและต่อมทำหน้าที่ดีขึ้น

ไบโอติน

มีในยีสต์ รำละเอียด

ประโยชน์ต่อร่างกาย
มีความสำคัญมากในการกระตุ้น
การเจริญเติบโตของเซลล์ต่างๆ ในร่างกาย
อาการขาดวิตามิน จะเป็นโรคโลหิตจาง

วิตามิน C


มีอยู่ในผักสด ผลไม้สด ส้ม มะเขือเทศ กล้วย ตำลึง
ดอกแค ใบทองหลาง ใบมะยมอ่อน ใบมะละกออ่อน
ผักกระเฉด ผักกาดขาว ผักโขม ผักคะน้า พริก เชอร์รี่
ฝรั่ง มะกอกไทย มะขามป้อม มะละกอสุก สับปะรด
กะหล่ำปลี แครอท กะหล่ำดอก แตงกวา ผักกาดหอม หัวหอม ถั่ว งา

ประโยชน์ต่อร่างกาย เป็นยาปฏิชีวนะจากธรรมชาติ
มีความสำคัญในการรักษาเหงือก ฟัน กระดูก
หน้าที่สำคัญคือ ช่วยร่างกายสร้างโคลลอเจน
ซึ่งเป็นกาวที่ยึดเซลล์ การกินวิตามินซีจะทำให้ผิวสวย เล็บสวย
เลือดดี เพิ่มความต้านทานโรค ทำให้แผลหายเร็ว
ไม่เกิดอาการแพ้ต่างๆ ง่าย
นักโภชนาการว่า การกินวิตามิน C กับวิตามิน A
จะทำให้หวัดหายเร็วขึ้น (วิตามิน C 2,000 - 3,000 มิลลิกรัมต่อวัน)
สกัดมะเร็งไม่ให้ลุกลาม ป้องกันและรักษามะเร็งได้
แต่ข้อที่ว่าวิตามิน C สร้างความต้านทานต่อมะเร็งนั้นยังไม่ยืนยันแน่นอน

อาการขาดวิตามิน มีเลือดออกตามไรฟัน
เบื่ออาหารเหงือกบวม ในเด็กน้ำหนักตัวจะลด โลหิตจาง
ติดเชื้อง่าย ท้องไส้ผิดปกติ ทำให้ร้องงอแง
แผลในกระเพาะอาหารต้องการวิตามิน C สูงๆ
และการขาดวิตามินจะทำให้ผนังเนื้อเยื่อเปราะ
เส้นเลือดแตกง่าย ตับจะอักเสบ
หากเกิดอาการขาดที่รุนแรง จะทำให้เป็นมะเร็งได้ง่าย

วิตามิน K


มีในผักสด ผลไม้ คะน้า รำข้าว กะหล่ำปลี
ดอกกะหล่ำ มะเขือเทศ ข้าวโพด น้ำมันถั่วเหลือง

ประโยชน์ต่อร่างกาย ช่วยให้เลือดแข็งตัว
คือ จะผลิตสารที่ทำให้เลือดแข็งตัว

อาการขาดวิตามิน เลือดจะแข็งตัวช้า
เวลามีแผลเลือดจะหยุดไหลช้า

วิตามิน D

มีในเนย นม เนยแข็ง และควรจะถูกแดดทุกวัน วันละ 2-3 ชั่วโมง

ประโยชน์ต่อร่างกาย มีประโยชน์ต่อกระดูกและฟัน
ช่วยในการย่อยอาหาร เพิ่มพลังงาน ช่วยรักษาสิว
ร่วมกับ B6 ถ้ากินในขนาดสูงๆ จะรักษาข้ออักเสบ เรื้อนกวางได้

อาการขาดวิตามิน ในเด็กจะเกิดเป็นโรคกระดูกอ่อน
วิตามิน D จะทำงานได้ต้องมีแคลเซียมและฟอสฟอรัส

วิตามิน E

มีในรำละเอียด ในพวกธัญพืช ข้าวโพด ถั่วแดง ถั่วเหลือง
ผักกาดหอม เมล็ดทานตะวัน งาน้ำมันรำ น้ำมันถั่วลิสง

ประโยชน์ต่อร่างกาย จะช่วยเร่งออกซิเจนเข้าสู่เซลล์
ทำให้แผลเป็นหายเร็วขึ้น ช่วยในการจับตัวของรกกับผนังมดลูก
หากขาดกล้ามเนื้อจะไม่แข็งแรง เกิดการตกเลือด
นอกจากนี้ยังช่วยป้องกันโรคหัวใจ
และโรคประสาทในระยะหมดประจำเดือนด้วย
และยังช่วยเพิ่มการไหลเวียนของโลหิต
ช่วยละลายเลือดที่แข็งตัว ป้องกันการอุดตันของหลอดเลือด
เช่น ที่หัวใจ ที่สมอง และยังป้องกันมะเร็งบางชนิดได้ด้วย

ธาตุเหล็ก

มีในดอกและใบขี้เหล็ก ถั่ว มะเขือพวง น้ำตาลทรายแดง
ตำลึง รำข้าว งา ฟองเต้าหู้ ผัก ผลไม้

ประโยชน์ต่อร่างกาย มีความสำคัญในการสร้างเม็ดเลือดแดง

อาการขาดวิตามิน ทำให้เป็นโรคโลหิตจาง

แคลเซียม

มีในนม เนย ถั่ว น้ำอ้อย น้ำตาลทราย รำ งาดำ
กระถิน ใบยอ มะเขือพวง

ประโยชน์ต่อร่างกาย เสริมสร้างกระดูกและฟันให้แข็งแรง
ทำให้หัวใจเต้นสม่ำเสมอ ควบคุมประสาทที่ควบคุมกล้ามเนื้อ
ช่วยให้เลือดแข็งตัว ช่วยให้นอนหลับ น้ำหนักตัวต่ำ
และช่วยกล่อมประสาท ระงับความฟุ้งซ่าน

อาการขาดวิตามิน ถ้าขาดมากๆ จะชักได้ กล้ามเนื้อสั่น
และหากเกิดการขาดแคลเซียมในเด็ก จะทำให้เป็นโรคกระดูกอ่อน
ในผู้ใหญ่จะเกิดอาการกระดูกเปราะหักง่ายและฟันผุ
การที่ร่างกายจะดูดซึมแคลเซียมได้จะต้องมีวิตามินช่วย

ไอโอดีน

มีในเกลือทะเล สาหร่าย เกลืออนามัย

ประโยชน์ต่อร่างกาย
ช่วยในการผลิตฮอร์โมนของต่อมไทรอยด์ที่คอ

อาการขาดวิตามิน จะเป็นโรคคอพอก
หากเกิดในเด็ก เด็กจะแคระ สมองทึบ โลหิตไหลเวียนในสมองช้า

ฟอสฟอรัส

มีในรำข้าว ข้าวโพด ฟองเต้าหู้ ข้าวแดง งาดำ
ถั่วต่างๆ มะเขือพวง ผัก และผลไม้อื่นๆ

ประโยชน์ต่อร่างกาย เสริมสร้างกระดูกและฟัน
บำรุงสมอง ประสาท และกล้ามเนื้อ มีความสัมพันธ์กับแคลเซียม

ทองแดง

มีในถั่วฝักยาว ถั่วแขก พวกข้าว

ประโยชน์ต่อร่างกาย ทำให้เม็ดโลหิตแดงมีอายุนานขึ้น ช่วยบำรุงประสาท


คัดลอกจาก...
http://www.cheewajit.com/vitamin.aspx

:b8: :b8: :b8:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 25 มี.ค. 2011, 17:26 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
ผู้จัดการ
ผู้จัดการ
ลงทะเบียนเมื่อ: 27 มี.ค. 2006, 17:34
โพสต์: 7294

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว www


:b8: :b8: :b8: :b20:

.....................................................
ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว เป็นกฎตายตัว


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 22 ส.ค. 2011, 10:06 
 
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 7
สมาชิก ระดับ 7
ลงทะเบียนเมื่อ: 03 ต.ค. 2010, 09:11
โพสต์: 590


 ข้อมูลส่วนตัว


อนุโมทนาสาธุค่ะ ขอบพระคุณค่ะ :b8: :b8: :b8: :b36:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 28 มิ.ย. 2012, 22:53 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 2
สมาชิก ระดับ 2
ลงทะเบียนเมื่อ: 25 พ.ค. 2012, 11:34
โพสต์: 75


 ข้อมูลส่วนตัว


:b8: :b8: อนุโมทนาสาธุค่ะ :b8: :b8:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 31 มี.ค. 2018, 09:39 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-2
Moderators-2
ลงทะเบียนเมื่อ: 05 มิ.ย. 2009, 10:51
โพสต์: 2418


 ข้อมูลส่วนตัว


tongue rolleyes


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 5 โพสต์ ] 

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 2 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร