วันเวลาปัจจุบัน 11 ส.ค. 2020, 20:43  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


กฎการใช้บอร์ด


รวมกระทู้จากบอร์ดเก่า http://www.dhammajak.net/board/viewforum.php?f=19



กลับไปยังกระทู้  [ 10 โพสต์ ]    Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 08 ส.ค. 2009, 23:04 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-1
Moderators-1
ลงทะเบียนเมื่อ: 30 เม.ย. 2007, 17:21
โพสต์: 4149

อายุ: 0
ที่อยู่: กทม.

 ข้อมูลส่วนตัว www


รูปภาพ

:b44: โศกเศร้าจาก...การสูญเสีย :b44:

ประสบการณ์การสูญเสีย
เป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์ในช่วงชีวิตมนุษย์ที่ทุกคนเคยประสบ

การสูญเสียนำมาซึ่งอารมณ์เศร้าโศกเสียใจ
โดยเฉพาะการเสียชีวิตของบุคคลใกล้ชิดอันเป็นที่รัก


อารมณ์เศร้าโศกจากการสูญเสียเป็นปฏิกิริยาทางจิตใจ
และกระบวนการทางจิตใจที่เกิดขึ้นตามปกติ
ซึ่งคนส่วนใหญ่สามารถผ่านพ้นและกลับเข้าสู่กิจวัตรประจำวันตามเดิม
โดยไม่มีความผิดปกติทางจิตใจเกิดขึ้น

แต่ในบางรายอารมณ์เศร้าโศกนี้รุนแรงและยาวนานเกินปกติ
ส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตของบุคคลนั้น
เรียกว่า อารมณ์เศร้าโศกที่ผิดปกติต่อการสูญเสีย
ซึ่งมักจะพบอยู่เสมอว่าผู้ที่เป็นโรคซึมเศร้าหลายราย
เคยมีประวัติการเสียชีวิตของบุคคลใกล้ชิดอันเป็นที่รัก
โดยเฉพาะคู่สมรสหรือสมาชิกในครอบครัว

:b44: สาเหตุ

ปัจจัยที่ส่งผลให้เกิดอารมณ์เศร้าโศกที่ผิดปกติต่อการสูญเสีย
ได้แก่ การประสบเหตุการณ์สะเทือนขวัญหรือภัยพิบัติที่รุนแรง
การเสียชีวิตที่รวดเร็วกะทันหัน ไม่ทันคาดคิด
หรือการเสียชีวิตที่ผิดธรรมชาติ

เช่น จากอุบัติเหตุหรือการฆ่าตัวตาย รวมถึงการเสียชีวิตของบุตร

นอกจากนั้นการที่บุคคลนั้นมีความรู้สึกผิด
หรือรู้สึกว่าตนเองต้องรับผิดชอบต่อการเสียชีวิต
มีความผูกพันใกล้ชิดหรือพึ่งพากับบุคคลที่เสียชีวิตอย่างมาก
หรือมีความรู้สึกสองฝักสองฝ่ายกับบุคคลที่เสียชีวิต

เช่น ทั้งรักทั้งโกรธ รวมถึงการขาดแหล่งสนับสนุนประคับประคองทางสังคมที่ดี
ก็ส่งผลให้เกิดอารมณ์เศร้าโศกที่ผิดปกติได้เช่นกัน

:b44: อาการ

โดยปกติแล้ว ผู้ที่ประสบกับการสูญเสียจะมีปฏิกิริยาทางจิตใจต่อการสูญเสีย 3 ระยะ
ซึ่งได้แก่

๑) ระยะมึนชา

จะมีความรู้สึกตกใจ ไม่เชื่อ ปฏิเสธสิ่งที่เกิดขึ้น เกิดความรู้สึกมึนชา
ใช้เวลา ๒-๓ ชั่วโมงถึง ๒-๓ สัปดาห์ แล้วตามมาด้วย

๒) ระยะซึมเศร้า

จะมีอารมณ์เศร้าโศก ร้องไห้ คร่ำครวญ ย้ำนึกถึงบุคคลที่เสียชีวิต
ความอยากอาหารลดลง นอนไม่หลับ
หรืออาจทำให้หน้าที่กิจวัตรตามปกติลดลงจากเดิมบ้าง
ใช้เวลา 2-3 สัปดาห์ แล้วดีขึ้นเองในเวลา 2-4 เดือน
โดยส่วนใหญ่มักจะไม่เกิน 6 เดือน แล้วเข้าสู่ระยะสุดท้าย คือ

๓) ระยะกลับคืนสู่ปกติ

กลับเข้าสู่กิจวัตรประจำวันตามปกติของบุคคลนั้น
อารมณ์เศร้าโศกที่เป็นปกติต่อการสูญเสียไม่จัดว่าเป็นความผิดปกติทางจิตเวช
สามารถดีขึ้นได้เองโดยไม่ต้องได้รับการรักษา

แต่ในบางราย อารมณ์เศร้าโศกจากการสูญเสีย
มีความรุนแรงและยาวนานเกินปกติ
เรียกว่า อารมณ์เศร้าโศกที่ผิดปกติต่อการสูญเสีย

ก่อให้เกิดความผิดปกติทางด้านจิตใจ
โดยเฉพาะอาการของโรคซึมเศร้า
ลักษณะที่แสดงถึงอาการของโรคซึมเศร้าซึ่งเป็นผลมาจากอารมณ์เศร้าโศก
ที่ผิดปกติต่อการสูญเสีย มีดังนี้

๑. มีการโทษหรือตำหนิตัวเองอย่างมาก

โดยจะมีความรู้สึกผิดเกินจริง เสียความเชื่อมั่นในตัวเอง
โทษหรือตำหนิตัวเองว่าเป็นสาเหตุให้บุคคลนั้นเสียชีวิต

๒. มีความคิดหรือความตั้งใจจะฆ่าตัวตาย หรือมีการพยายามฆ่าตัวตาย

๓. มีลักษณะจิตใจและการเคลื่อนไหวที่เชื่องช้าหรือกระวนกระวาย

ซึ่งเป็นสิ่งที่แสดงให้เห็นถึงภาวะซึมเศร้าที่รุนแรง

๔. มีอาการของโรคจิตที่ชัดเจน ได้แก่ อาการประสาทหลอน

เช่น ได้ยินคนที่เสียชีวิตไปแล้วมาพูดคุยด้วยอยู่ตลอด รวมถึงอาการหลงผิด

เช่น หลงผิดว่าตัวเองทำบาปกรรมในอดีตจึงถูกลงโทษ
หรือมีคนจะมาปองร้ายเอาชีวิต

(มีต่อ)


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 08 ส.ค. 2009, 23:10 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-1
Moderators-1
ลงทะเบียนเมื่อ: 30 เม.ย. 2007, 17:21
โพสต์: 4149

อายุ: 0
ที่อยู่: กทม.

 ข้อมูลส่วนตัว www


รูปภาพ
[Dead Frog : Everything 's pass away.]


:b43: การรักษา

วิธีการที่ช่วยให้ผู้ประสบกับการสูญเสีย
สามารถผ่านพ้นอารมณ์เศร้าโศกจากการสูญเสีย

ได้แก่ การยอมรับการสูญเสียที่เกิดขึ้น
การได้รับรู้และยอมรับความรู้สึกเจ็บปวดที่เกี่ยวข้องกับการสูญเสีย
การได้พิจารณาและทบทวนความสัมพันธ์กับบุคคลที่เสียชีวิต
ทั้งประสบการณ์ที่ดีและประสบการณ์ที่มีปัญหา
ความสัมพันธ์ที่ดีและความสัมพันธ์ที่มีปัญหา
รวมถึงความรู้สึกต่างๆทั้งด้านบวกที่มีต่อบุคคลที่เสียชีวิตนั้น


เช่น ความรู้สึกชื่นชม พอใจ และความรู้สึกด้านลบที่มีต่อบุคคลนั้น
เช่น ความรู้สึกผิดหวัง เสียใจ น้อยใจ ไม่พอใจ หรือความรู้สึกโกรธ
และสามารถระบายอารมณ์ความรู้สึกต่างๆที่มีต่อบุคคลที่เสียชีวิตนั้น
เพื่อให้เข้าใจได้ว่าความรู้สึกต่างๆเหล่านี้
ที่มีต่อบุคคลที่เสียชีวิตเป็นเรื่องปกติธรรมดา

และช่วยให้เข้าใจบุคคลที่เสียชีวิต
และภาพความสัมพันธ์ที่มีต่อบุคคลที่เสียชีวิตอย่างครบถ้วนทุกด้าน
ตรงตามความเป็นจริงมากยิ่งขึ้น

นอกจากนั้นการที่ได้ถ่ายทอดประสบการณ์
และระบายอารมณ์ความรู้สึกที่เกิดขึ้นให้บุคคลใกล้ชิดได้รับฟัง
ก็จะช่วยให้เกิดความรู้สึกผ่อนคลาย
และได้รับการสนับสนุนประคับประคองจากบุคคลเหล่านั้นตามมา


นอกจากนั้นยังควรพัฒนาความสัมพันธ์ใหม่ๆกับบุคคลรอบข้าง
เพื่อช่วยทดแทนการสนับสนุนประคับประคองที่ผู้ป่วยเคยได้รับจากผู้เสียชีวิต
ทั้งทางด้านจิตใจ อารมณ์ และสังคม


ซึ่งทั้งหมดนี้จะส่งผลให้อารมณ์เศร้าโศกหรืออาการของโรคซึมเศร้าดีขึ้น
ในกรณีที่มีอารมณ์เศร้าโศกจากการสูญเสียที่รุนแรงหรือมีอาการของโรคซึมเศร้า
ควรไปพบจิตแพทย์เพื่อรับการดูแลรักษาไม่ว่าจะเป็นการรักษาด้วยยา

เช่น ยารักษาซึมเศร้า หรือการรักษาด้วยจิตบำบัด
เช่น จิตบำบัดสัมพันธภาพระหว่างบุคคล เป็นต้น

:b44: การป้องกันและดูแลตนเองเบื้องต้น

การยอมรับกับการสูญเสียและความรู้สึกเจ็บปวดที่เกิดขึ้น
สามารถมองภาพความสัมพันธ์กับบุคคลที่เสียชีวิตอย่างตรงตามความเป็นจริง
สามารถถ่ายทอดประสบการณ์การสูญเสียให้บุคคลรอบข้างได้รับฟัง
และมีแหล่งสนับสนุนประคับประคองทางสังคมที่ดี

ซึ่งได้แก่ การมีสัมพันธภาพที่ดีกับบุคคลรอบข้าง
และการมีทักษะสัมพันธภาพระหว่างบุคคลหรือทักษะทางสังคมที่ดี
จะเป็นการลดความเสี่ยงของการเกิดอารมณ์เศร้าโศก
ที่ผิดปกติจากการสูญเสียและโรคซึมเศร้าที่เกี่ยวข้องกับการสูญเสีย

:b44: สรุป

อารมณ์เศร้าโศกจากการสูญเสียเป็นสิ่งที่พบได้เป็นปกติหลังจากการสูญเสีย
โดยเฉพาะการเสียชีวิตของบุคคลใกล้ชิดอันเป็นที่รัก

บางครั้งอารมณ์เศร้าโศกนี้อาจรุนแรงจนเกิดอาการของโรคซึมเศร้า
การยอมรับการสูญเสียและอารมณ์เจ็บปวดที่เกิดขึ้น

การเข้าใจบุคคลที่เสียชีวิต
และภาพความสัมพันธ์กับบุคคลที่เสียชีวิตอย่างครบถ้วน
ตรงตามความเป็นจริง รวมถึงการมีสัมพันธภาพที่ดีกับบุคคลอื่นรอบข้าง
จะช่วยให้สามารถผ่านพ้นอารมณ์เศร้าโศกจากการสูญเสีย
และช่วยให้อาการของโรคซึมเศร้าที่เกี่ยวกับการสูญเสียดีขึ้น
ในรายที่มีอาการรุนแรง ควรไปพบจิตแพทย์เพื่อรับการดูแลรักษาต่อไป



:b43: :b43: :b43:

(ที่มา : http://www.cumentalhealth.com/index.php ... =538734070)


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 09 ส.ค. 2009, 01:34 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 01 ส.ค. 2005, 10:46
โพสต์: 12075

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว www


หลวงพ่อจรัญ ท่านเคยสอนว่า

เราเกิดมา...เพื่อรอเวลาตาย
เราได้...เพื่อรอเวลาเสีย
เรามี...เพื่อรอเวลาหมด
เราเจอ...เพื่อรอเวลาจาก
เราพบ...เพื่อรอเวลาพลัดพรากจากกันไป

ลูกโป่งว่า...ทุกสิ่งล้วน เกิดขึ้น ตั้งอยู่ ดับไป เป็นธรรมดา
ทำใจให้ได้ เมื่อมีความสูญเสียเกิดขึ้น
เวลาช่วยเยียวยาทุกอย่างได้ค่ะ
ปล่อยวางความทุกข์ลง...อย่าให้ทำร้ายจิตใจตัวเองมากนัก
ชีวิตคนเรานั้นน้อยนัก อย่าเสียเวลาไปมากกว่านี้เลย
มีหลายสิ่งที่เราต้องทำรอเราอยู่
แล้วเราจะมีกำลังใจในการมีชีวิตอยู่...เพื่อสร้างความดีต่อไป
ตะวันลับขอบฟ้า พรุ่งนี้ก็เช้าแล้ว
แล้วมันก็จะผ่านไปค่ะ ฟ้าก็จะสดใสเหมือนเดิม

อย่าเศร้าไปเลยนะคนดี

ธรรมะสวัสดีค่ะ

รูปภาพ
Thai Coment


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 09 ส.ค. 2009, 19:34 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 01 พ.ย. 2008, 17:20
โพสต์: 1051

งานอดิเรก: อ่านหนังสือธรรมะ
อายุ: 0
ที่อยู่: Bangkok

 ข้อมูลส่วนตัว


:b8: :b8: คุณกุหลาบสีชา :b44:
สรุป

อารมณ์เศร้าโศกจากการสูญเสียเป็นสิ่งที่พบได้เป็นปกติหลังจากการสูญเสีย
โดยเฉพาะการเสียชีวิตของบุคคลใกล้ชิดอันเป็นที่รัก

บางครั้งอารมณ์เศร้าโศกนี้อาจรุนแรงจนเกิดอาการของโรคซึมเศร้า
การยอมรับการสูญเสียและอารมณ์เจ็บปวดที่เกิดขึ้น

การเข้าใจบุคคลที่เสียชีวิต
และภาพความสัมพันธ์กับบุคคลที่เสียชีวิตอย่างครบถ้วน
ตรงตามความเป็นจริง รวมถึงการมีสัมพันธภาพที่ดีกับบุคคลอื่นรอบข้าง
จะช่วยให้สามารถผ่านพ้นอารมณ์เศร้าโศกจากการสูญเสีย
และช่วยให้อาการของโรคซึมเศร้าที่เกี่ยวกับการสูญเสียดีขึ้น
ในรายที่มีอาการรุนแรง ควรไปพบจิตแพทย์เพื่อรับการดูแลรักษาต่อไป
[/size]

:b48: อ่านแล้วรู้สึกกลัวค่ะ ทั้งที่หลายเดือนมานี้ก็ปฏิบัติ+ศึกษา+เข้าใจมากขึ้น
เคยคิดว่าเมื่อเวลาที่ต้องสูญเสียเราต้องอยู่ให้ได้เพราะมันเป็นเหมือนที่

คุณลูกโป่ง กล่าว เกิดขึ้น ตั้งอยู่ ดับไป

แต่นี่แค่อ่านบทความนี้แล้ว รู้สึกเศร้า :b2: :b7: ถึงเวลานั้นจริงๆ คงทำใจไม่ได้แน่รู้ตัวเองเลยค่ะ
:b10: ตัวเองว่าที่บอกเข้าใจนี่จะเป็นแค่อ่าน+สนทนา ตรงนี้หรือเปล่าคะ
คงยังไม่พบสัจจะธรรมจริงแน่เลยนะคะ :b10:

แล้วแบบนี้ควรปฏิบติอย่างไรต่อดีคะ :b7:

.....................................................
    มีสิ่งใด น่าโกรธ อย่าโทษเขา.... ต้องโทษเรา ที่ใจ ไม่เข้มแข็ง
    เรื่องน่าโกรธ แม้ว่า จะมาแรง ....ถ้าใจแข็ง เหนือกว่า ชนะมัน


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 10 ส.ค. 2009, 00:36 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-1
Moderators-1
ลงทะเบียนเมื่อ: 30 เม.ย. 2007, 17:21
โพสต์: 4149

อายุ: 0
ที่อยู่: กทม.

 ข้อมูลส่วนตัว www


ธรรมสวัสดีค่ะ คุณ O wan :b8:

กุหลาบสีชาขออนุญาตแนะนำว่า

อย่าเพิ่งด่วนสรุป คิดกังวลล่วงหน้าไปก่อนเลยนะคะว่า
หากเกิดเหตุการณ์เช่นนั้น แล้วเราจะทำใจได้ หรือไม่ได้

ขอให้อยู่กับปัจจุบัน
เจริญสติไว้ในชีวิตประจำวัน
เพื่อดำรงตนอย่างไม่ประมาทไว้เป็นดีที่สุด


ดังพุทธพจน์ที่กล่าวว่า

"เวลาใด บัณฑิตกำจัดความประมาท ด้วยความไม่ประมาท
เมื่อนั้น เขานับว่าได้ขึ้นสู่ปราสาท คือ ปัญญา
ไร้ความเศร้าโศก สามารถมองเห็นประชาชนผู้โง่เขลา
ผู้ยังต้องเศร้าโศกอยู่
เสมือนคนยึนอยู่บนยอดเขา
มองลงมาเห็นฝูงชน ที่ยึนอยู่บนพื้นดินฉะนั้น"


เหตุใดจึงกล่าวเช่นนั้น
ขอให้พิจารณาดูจากข้อธรรมดังนี้นะคะ :b8:

(มีต่อ)


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 10 ส.ค. 2009, 00:43 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-1
Moderators-1
ลงทะเบียนเมื่อ: 30 เม.ย. 2007, 17:21
โพสต์: 4149

อายุ: 0
ที่อยู่: กทม.

 ข้อมูลส่วนตัว www


:b44: มงคลที่ ๒๑ ไม่ประมาทในธรรม

:b43: ความไม่ประมาทคืออะไร :b43:

ความไม่ประมาท คือ การมีสติกำกับตัวอยู่เสมอ
ไม่ว่าจะคิด จะพูด จะทำสิ่งใดๆไม่ยอมถลำลงไปในทางที่เสื่อม
และไม่ยอมพลาดโอกาสในการทำความดี
ดังจะเห็นได้จากปัจฉิมโอวาทของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า คือ

"ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย บัดนี้เราจักเตือนเธอทั้งหลาย
สังขารทั้งหลายเป็นของไม่เที่ยง มีความเสื่อมไปเป็นธรรมดา
จงยังประโยชน์ท่านและประโยชน์ตนให้ถึงพร้อม ด้วยความไม่ประมาทเถิด"


:b43: ลักษณะของผู้ที่ยังประมาทอยู่ :b43:

๑. พวกกุสีตะ คือ พวกไม่ทำเหตุดีแต่จะเอาผลดี เป็นพวกเกียจคร้าน

๒. พวกทุจริตะ คือ พวกทำเหตุเสียแต่จะเอาผลดี เป็นพวกทำอะไรตามอำเภอใจ

๓. พวกสิถิละ คือ พวกทำเหตุดีเล็กน้อยแต่จะเอาผลดีมากๆ เป็นพวกค้ากำไรเกินควร

:b43: สติคืออะไร :b43:

สติ คือ ความระลึกได้ถึงความผิด ชอบ ชั่ว ดี
เป็นสิ่งกระตุ้นเตือนให้คิด ทำ พูด ในสิ่งที่ถูกต้อง
ทำให้ไม่ลืมตัว ไม่เผลอตัว ใช้ปัญญาพิจารณาใคร่ครวญสิ่งต่างๆได้

ธรรมชาติของจิต มีการนึกคิดตลอดเวลา
การนึกคิดนี้ถ้าไม่มีสติกำกับ
ก็จะกลายเป็นความคิดฟุ้งซ่านไปตามอารมณ์ต่างๆ
แต่ถ้ามีสติกำกับแล้ว จะทำให้ไม่เผลอ ควบคุมความนึกคิดได้
ไม่ปล่อยใจให้เลื่อนลอยไป ไม่ปล่อยอารมณ์ให้เป็นไปตามสิ่งที่มากระทบ

:b43: หน้าที่ของสติ :b43:

๑. สติเป็นเครื่องทำให้เกิดความระมัดระวังตัว ป้องกันภัยที่จะมาถึงตัว
คือ ระแวงในสิ่งที่ควรระแวง และระวังป้องกันภัยที่จะมาถึงในอนาคต

๒. สติเป็นเครื่องยับยั้ง เตือนไม่ให้ตกไปในทางเสื่อม
ไม่ให้มัวเมาลุ่มหลง ไม่ให้เพลิดเพลินไปในสิ่งที่เป็นทุกข์เป็นโทษต่อตนเอง

๓. สติเป็นเครื่องกระตุ้นเตือนให้ขวนขวายในการสร้างความดี
ไม่แชเชือนหยุดอยู่กับที่ ไม่ทอดธุระ ไม่เกียจคร้าน ป้องกันโรค

๔. สติเป็นเครื่องเร่งเร้าให้มีความขะมักเขม้น
คือ เมื่อเตือนตัวเองให้ทำความดีแล้วก็ให้ทำอย่างเอาจริงเอาจัง ไม่อืดอาดยึดยาด

๕. สติเป็นเครื่องทำให้เกิดความสำนึกในหน้าที่อยู่เสมอ
ตระหนักถึงสิ่งที่ควรทำและไม่ควรทำ ตระหนักถึงสิ่งที่ทำแล้วและยังไม่ได้ทำ

๖. สติเป็นเครื่องทำให้เกิดความละเอียดรอบคอบในการทำงาน
ไม่สะเพร่า ไม่ชะล่าใจว่าสิ่งนั้นๆเป็นเรื่องเล็กน้อยไม่เป็นไร

:b43: การฝึกสติให้เป็นคนไม่ประมาท :b43:

๑. มีสติระลึกถึง การละเว้นทุจริตทางกาย วาจา ใจ อยู่เนืองๆมิได้ขาด
จะไปทำชั่วทำบาปอะไรเข้า ก็มีสติระลึกได้ทันที
ว่าสิ่งที่กำลังจะทำนั้นเป็นบาปหรือไม่

๒. มีสติระลึกถึง การประพฤติสุจริตทางกาย วาจา ใจ อยู่เนืองๆมิได้ขาด
จะทำอะไรก็มีสติระลึกได้เสมอ ว่าสิ่งที่กำลังจะทำนั้นเป็นบุญเป็นกุศลหรือไม่

๓. มีสติระลึกถึง ความทุกข์ในอบายภูมิอยู่เนืองๆมิได้ขาด
มีสติระลึกได้เสมอว่า การเกิดในอบายภูมิ
เป็นสัตว์นรก เปรต อสูรกาย สัตว์เดียรรัจฉาน นั้นมีทุกข์มากเพียงไร

๔. มีสติระลึกถึง ความทุกข์อันเกิดจากการเวียนว่ายตายเกิด
ของสัตว์ในสังสารวัฏอยู่เนืองๆมิได้ขาด

มีสติระลึกได้ว่า ถ้าเรายังเวียนว่ายตายเกิดอยู่อย่างนี้
ก็ต้องมีการเกิด แก่ เจ็บ ตาย เป็นทุกข์อยู่ร่ำไป
จึงหาโอกาสปฏิบัติธรรม เพื่อให้ได้มรรคผลนิพพาน
เมื่อระลึกเช่นนี้บ่อยๆย่อมไม่หลงในอารมณ์อันเป็นที่ตั้งแห่งความหลง
ไม่กำหนัดในอารมณ์อันเป็นที่ตั้งแห่งความกำหนัด
ไม่ขัดเคืองในอารมณ์อันเป็นที่ตั้งแห่งความขัดเคือง


๕. มีสติระลึกถึง กรรมฐานภาวนาที่จะละราคะ โทสะ โมหะ
ให้ขาดจากสันดานอยู่เนืองๆมิได้ขาด
มีสติระลึกได้ว่า การที่เราจะทำดีหรือทำชั่วนั้น ขึ้นอยู่กับใจของเราเป็นสำคัญ
ใจเป็นนาย กายเป็นบ่าว และวิธีที่จะฝึกใจได้ดีที่สุด คือ การฝึกทำสมาธิ

:b43: สิ่งที่ไม่ควรประมาทอย่างยิ่ง :b43:

๑. ไม่ประมาทในเวลา มีสติเตือนตนอยู่เสมอว่า

"วันคืนล่วงไปๆ บัดนี้เรากำลังทำอะไรอยู่" อย่ามัวเมาทำในสิ่งที่ไร้สาระ

๒. ไม่ประมาทในวัย มีสติเตือนตนอยู่เสมอว่า
อย่าคิดว่าตัวเองยังเป็นเด็กอยู่ จึงเที่ยวเล่นเพลิดเพลินไปวันๆหนึ่ง

๓. ไม่ประมาทในความไม่มีโรค มีสติเตือนตนอยู่เสมอว่า
อย่าคิดว่าเราจะแข็งแรงอยู่อย่างนี้ตลอดไป
ถ้ากรรมชั่วในอดีตตามมาทันอาจป่วยเป็นโรค ไม่สบายเมื่อไหร่ก็ได้

๔. ไม่ประมาทในชีวิต มีสติเตือนตนอยู่เสมอว่า
อย่าคิดว่าเรายังมีชีวิตอยู่ สุขสบายดี เราจะยังมีชีวิตอยู่อีกนาน
เพราะจริงๆแล้วเราอาจจะตายเมื่อไหร่ก็ได้


๕. ไม่ประมาทในการงาน มีสติเตือนตนอยู่เสมอว่า
จะทำงานทุกอย่างที่มาถึงมือให้ดีที่สุด ทำงานไม่ให้คั่งค้าง ไม่ท้อถอย

๖. ไม่ประมาทในการศึกษา มีสติเตือนตนอยู่เสมอว่า
จะขวนขวายหาความรู้อย่างเต็มที่

๗. ไม่ประมาทในการปฏิบัติธรรม มีสติเตือนตนอยู่เสมอว่า
จะปฏิบัติธรรมอย่างสม่ำเสมอไม่ย่อท้อโดยเริ่มตั้งแต่บัดนี้
ไม่ใช่รอจนแก่ค่อยเข้าวัด จะฟังเทศน์ก็หูตึงฟังไม่ถนัด
จะนั่งสมาธิก็ปวดเมื่อยขัดยอกไปหมด ลุกก็โอย นั่งก็โอย


:b43: อานิสงส์การไม่ประมาทในธรรม :b43:

๑. เป็นมหากุศล เป็นคนไม่ตาย ป้องกันอบาย

๒. คลายจากกองทุกข์ สนุกในธรรม นำสู่กุศล

๓. มีผลเป็นสุข ปลุกตนให้ตื่น ชื่นชมเบิกบาน

๔. เผาผลาญความชั่ว ฯลฯ

:b8: :b8: :b8:

เมื่อชีวิตเดินทางผ่านกาลเวลามา
ด้วยสิ่งที่คิดว่าทั้งเป็น "สุข" และ "ทุกข์"

เราอาจเข้าใจได้ไม่ยากว่า
สุขแท้จริงนั้นไม่มี มีแต่ทุกข์และดับทุกข์เท่านั้น


ขอให้เร่งศึกษา ปฏิบัติธรรม
และเจริญก้าวหน้าในธรรมยิ่งๆ ขึ้นไป...นะคะ
:b4: :b1:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 10 ส.ค. 2009, 13:14 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 17 มิ.ย. 2008, 22:40
โพสต์: 1769

แนวปฏิบัติ: กินแล้วนอนพักผ่อนกายา
งานอดิเรก: ปลุกคน
สิ่งที่ชื่นชอบ: Tripitaka
ชื่อเล่น: สมสีสี
อายุ: 0
ที่อยู่: overseas

 ข้อมูลส่วนตัว


ขอบพระคุณและอนุโมทนาครับ

:b8: :b47: :b47: :b47:

.....................................................
ศีล ๕ รักษาตนไม่ให้เกิดในอบายภูมิ


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 10 ส.ค. 2009, 13:36 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 9
สมาชิก ระดับ 9
ลงทะเบียนเมื่อ: 16 เม.ย. 2009, 06:18
โพสต์: 731

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


ปิเยหิ วิปปะโยโค ทุกโข
ความพลัดพรากจากสิ่งที่เป็นที่รักที่พอใจก็เป็นทุกข์


ขอกราบอนุโมทนาบุญ สาธุ.......... :b8:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 16 เม.ย. 2015, 18:58 
 
ออฟไลน์
Moderators-2
Moderators-2
ลงทะเบียนเมื่อ: 30 ก.ย. 2013, 07:16
โพสต์: 2084

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


:b1: :b8:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 10 ต.ค. 2017, 10:57 
 
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 7
สมาชิก ระดับ 7
ลงทะเบียนเมื่อ: 02 เม.ย. 2015, 09:43
โพสต์: 563

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


ขออนุโมทนาสาธุนะครับ
:b8: :b8: :b8:


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 10 โพสต์ ] 

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 4 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร