วันเวลาปัจจุบัน 26 ต.ค. 2020, 00:10  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


กฎการใช้บอร์ด


รวมกระทู้จากบอร์ดเก่า http://www.dhammajak.net/board/viewforum.php?f=19



กลับไปยังกระทู้  [ 146 โพสต์ ]  ไปที่หน้า ย้อนกลับ  1 ... 3, 4, 5, 6, 7, 8, 9, 10  ต่อไป  Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 06 ก.ย. 2009, 12:48 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 8
สมาชิก ระดับ 8
ลงทะเบียนเมื่อ: 29 ส.ค. 2009, 15:54
โพสต์: 640

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


รูปภาพ


10 ปีที่ผ่านไป ไม่มีค่าเท่ากับ 1 วันที่เหลืออยู่


ความทรงจำเป็นสิ่งที่มีค่ามากสำหรับคนบางคน
โดยเฉพาะคนที่มีเวลาดีๆ ที่ใช้กับคนรัก
ยิ่งเป็นช่วงเวลาที่หลายคนหวงแหน
ต้องระลึกไว้ในความทรงจำ ต้องถนอมดูแลให้ดี

หลายคนจึงไม่อาจตัดใจจากวันเก่าๆ ได้เสียที
เพราะว่ามีความสุขกับการได้คิดถึงอะไรดีๆที่ผ่านไป
โดยลืมนึกไปว่าสิ่งที่ผ่านไปแล้วจะไม่มีวันย้อนกลับคืนมาได้อีก
หากจะต้องตัดใจลืมหรือเดินจากอดีตมาก็ไม่ได้อีก
เพราะเหตุผลที่ว่า "เสียดายเวลา" ที่คบกันมา

บางคนคบกันมานานจนแทบจำไม่ได้ว่า
เคยยิ้มให้กับความรักครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่
เพราะหลังๆ มาก็อยู่แต่กับความทุกข์
จนนึกภาพความสุขไม่ออกแต่ที่ไม่กล้าเลิกเพราะยังคิดถึงวันเก่าๆ
แค่เสียดายเวลาที่คบกันมาเนิ่นนาน
โดยไม่คิดเลยว่า ทุกๆวันของวันนี้ พรุ่งนี้และวันต่อๆไป
ก็จะกลายเป็นเพียงวันเก่าๆ ที่น่าเสียดาย
และ...เวลาที่น่าเสียดายก็จะเพิ่มขึ้นๆ

จริงๆ แล้ว วันคืนในอดีต
ไม่ได้สร้างประโยชน์อะไรให้กับเราเลย
นอกจากมีไว้ให้ นึ ก ถึ ง
อาจจะทำให้เรายิ้มได้บ้าง แต่ทำให้เราคาดหวังไม่ได้
เราจะไปหวังว่าวันหนึ่ง วันเหล่านั้นจะกลับมา
หรือจะไปเฝ้าฝันว่าความสุขเหล่านั้นยังคงเป็นปัจจุบัน
หรือหลอกตัวเองว่าตอนนี้ทุกอย่างยังคงเป็นเหมือนเดิม
จะยังไงก็แล้วแต่คือการหลอกตัวเองทั้งนั้น
ยอมรับเถอะว่าทุกอย่างได้ผ่านไปแล้ว และจบไปแล้ว
ความทรงจำเป็นเพียงภาพลวงตาเท่านั้น

เวลาที่ผ่านมาไม่ว่าจะ 1 ปี 5 ปี หรือกี่สิบปี
ก้อไม่ได้มีความหมายมากไปกว่า...
หนึ่งวันข้างหน้าที่เราจะต้องมีชีวิตใหม่ ที่เราจะต้องเริ่มต้นใหม่
เมื่อคนเราต้องอยู่กับปัจจุบัน
เพื่อที่จะสร้างอนาคตให้ตัวเองได้อยู่ในอนาคตที่ดี

เวลา 10 ปี กับวันคืนที่เคยหวานชื่น
ไม่ได้ยิ่งใหญ่ไปกว่า 1 วันแห่งการเริ่มต้น
1 วันแห่งการแปรเปลี่ยนชีวิตของเราทั้งชีวิต ใ ห้ ดี ก ว่ า ที่ เ ป็ น
" หากจะเสียดายเวลาน่ะ ไม่ต้องเสียดายเวลาที่คบกันมาหรอก
ให้เสียดายเวลาในวันข้างหน้า
ที่จะอดทนคบไปทั้งที่ไม่มีอะไรแล้วจะดีกว่า
แล้วยังจะมาเสียดายอดีต...

นึกดูดีๆ ว่าเสียดายอนาคต ดีกว่าไหม

ขอขอบคุณบทความดีๆ จาก thaireaderclub.com
รูปภาพ

.....................................................
นะโมตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ
ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น


พระพุทธเจ้าทรงตรัสว่าธรรมชาติของจิตนั้นไหลลงต่ำ
จะขึ้นสูงต้องออกแรงทวนกระแส
เพราะฉะนั้นให้ถามตัวเองว่าเราคิดดีได้เป็นปกติหรือยัง
ถ้ายัง ก็ยอมรับตรงๆ ว่ายัง..
อย่าหลอกตัวเองว่าดีแล้ว
เพราะผลเสียหายไม่ใช่ใครอื่น นอกจากตัวเราเองที่ยังหลงวน
ไม่รู้ตัวว่าขาดเสบียงเพื่อความพร้อมตาย...


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 06 ก.ย. 2009, 12:53 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 8
สมาชิก ระดับ 8
ลงทะเบียนเมื่อ: 29 ส.ค. 2009, 15:54
โพสต์: 640

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


รูปภาพ

:b55: :b55: :b55: :b54: บทความดีๆสำหรับผู้ที่มีสัตว์เลี้ยง :b54: :b55: :b55: :b55:


( 1 ) ชีวิตของฉันอย่างมาก ก็จะสิ้นสุดเพียงแค่ 10-15 ปีเท่านั้น การต้องแยกจากเธอไม่ว่าด้วยเหตุใดๆ นับเป็นความปวดร้าวอย่างยิ่งของฉัน จึงโปรดสังวรให้จงหนัก.. ก่อนจะรับฉันเข้ามาในชีวิต

( 2 ) ให้เวลากับฉันสักหน่อย เพื่อทำความเข้าใจให้ชัดเจน ว่าเธอต้องการอะไรจากฉัน

( 3 ) จงเชื่อมั่นในตัวฉัน เพราะเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง สำหรับความเป็นอยู่ของฉัน

( 4 ) อย่าโกรธฉันให้นานนัก และอย่าลงโทษฉันด้วยการกักขัง เธอมีทั้งหน้าที่การงาน ความบันเทิง และมิตรสหาย แต่ฉันนั้น...มีเพียงเธอ

( 5 ) พูดกับฉันบ้าง แม้ฉันจะไม่เข้าใจคำพูด แต่ฉันก็เข้าใจเธอได้จากน้ำเสียง

( 6 ) พึงระลึกอยู่เสมอว่า... ไม่ว่าเธอจะปฏิบัติอย่างไรต่อฉัน ฉันจะไม่มีวันลืมเลือนเลย

( 7 ) โปรดอย่าทุบตีฉัน เพราะแม้ฉันจะทุบตีเธอกลับไม่ได้ แต่ฉันก็สามารถกัดหรือข่วนตะกุยเธอได้ ซึ่งเป็นสิ่งที่ฉันไม่อยากกระทำเลย

( 8 ) ก่อนจะดุด่าฉันสำหรับท่าทีที่คล้ายไม่เชื่อฟัง ดื้อดึง เกียจคร้าน ขอจงได้ถามตัวเธอเองก่อนว่า เกิดสิ่งผิดปกติกับตัวฉันหรือไม่ บางทีอาจจะมาจากเรื่องของอาหาร หรือถูกทิ้งไว้กลางแดดนานเกินไป
หรือหัวใจของฉัน แก่ชราและอ่อนล้าเสียแล้ว

( 9 ) ดูแลฉันเมื่อยามแก่เฒ่าด้วย เพราะวันหนึ่งเธอก็ต้องเป็นเช่นนั้น

( 10 ) อยู่กับฉันเมื่อช่วงเวลาสุดท้ายของชีวิตมาถึง ขออย่าได้พูดเป็นอันขาดว่า "ฉันทนดูไม่ได้ ขออย่าให้มันเกิดขึ้นต่อหน้าเลย" เพราะเรื่องราวทั้งหมดจะง่ายขึ้นหาก...เธออยู่ด้วย

สุดท้ายที่สุด...โปรดรำลึกเสมอว่า "ฉันรักเธอ"

รูปภาพ

.....................................................
นะโมตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ
ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น


พระพุทธเจ้าทรงตรัสว่าธรรมชาติของจิตนั้นไหลลงต่ำ
จะขึ้นสูงต้องออกแรงทวนกระแส
เพราะฉะนั้นให้ถามตัวเองว่าเราคิดดีได้เป็นปกติหรือยัง
ถ้ายัง ก็ยอมรับตรงๆ ว่ายัง..
อย่าหลอกตัวเองว่าดีแล้ว
เพราะผลเสียหายไม่ใช่ใครอื่น นอกจากตัวเราเองที่ยังหลงวน
ไม่รู้ตัวว่าขาดเสบียงเพื่อความพร้อมตาย...


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 06 ก.ย. 2009, 13:00 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 8
สมาชิก ระดับ 8
ลงทะเบียนเมื่อ: 29 ส.ค. 2009, 15:54
โพสต์: 640

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


รูปภาพ

ความล้มเหลวคืออะไร??

ความล้มเหลว ไม่ได้หมายความว่า คุณคือคนที่ล้มเหลว
แต่มันหมายถึง คุณยังไม่ประสบความสำเร็จต่างหาก

ความล้มเหลวไม่ได้หมายความว่า คุณจะไม่ประสพผลสำเร็จในสิ่งใดเลย
แต่มันหมายถึง คุณได้เรียนรู้บางสิ่งบางอย่างเพิ่มขึ้น

ความล้มเหลว ไม่ได้หมายความว่า คุณขาดความสง่างาม
แต่มันหมายถึง คุณกำลังยินดีในความพยายามต่างหาก

ความล้มเหลว ไม่ได้หมายความว่า คุณไม่ได้มีมัน
แต่มันหมายถึง คุณไม่สมบูรณ์แบบเท่านั้นเอง


ความล้มเหลว ไม่ได้หมายความว่า คุณได้สูญเสียชีวิตไปแล้ว
แต่มันหมายถึง คุณมีเหตุผลที่จะเริ่มใหม่อีกไหม

ความล้มเหลว ไม่ได้หมายความว่า คุณจะล้มเลิก
แต่มันหมายถึง คุณต้องพยายามให้หนักกว่าเก่า


ความล้มเหลว ไม่ได้หมายความว่า คุณจะไม่ทำมันอีก
แต่มันหมายถึง คุณต้องใช้เวลามากกว่าเก่าอีกเล็กน้อย


ความล้มเหลว ไม่ได้หมายความว่า พระเจ้าไม่แยแสคุณ
แต่มันหมายถึง พระเจ้ามีหนทางที่ดีกว่าสำหรับคุณต่างหาก
รูปภาพ

.....................................................
นะโมตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ
ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น


พระพุทธเจ้าทรงตรัสว่าธรรมชาติของจิตนั้นไหลลงต่ำ
จะขึ้นสูงต้องออกแรงทวนกระแส
เพราะฉะนั้นให้ถามตัวเองว่าเราคิดดีได้เป็นปกติหรือยัง
ถ้ายัง ก็ยอมรับตรงๆ ว่ายัง..
อย่าหลอกตัวเองว่าดีแล้ว
เพราะผลเสียหายไม่ใช่ใครอื่น นอกจากตัวเราเองที่ยังหลงวน
ไม่รู้ตัวว่าขาดเสบียงเพื่อความพร้อมตาย...


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 06 ก.ย. 2009, 13:07 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 8
สมาชิก ระดับ 8
ลงทะเบียนเมื่อ: 29 ส.ค. 2009, 15:54
โพสต์: 640

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


ข้อพึงปฏิบัติในเวลาทำงาน....
:b46: :b47: :b46: :b47: :b46: :b47: :b46:

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

.....................................................
นะโมตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ
ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น


พระพุทธเจ้าทรงตรัสว่าธรรมชาติของจิตนั้นไหลลงต่ำ
จะขึ้นสูงต้องออกแรงทวนกระแส
เพราะฉะนั้นให้ถามตัวเองว่าเราคิดดีได้เป็นปกติหรือยัง
ถ้ายัง ก็ยอมรับตรงๆ ว่ายัง..
อย่าหลอกตัวเองว่าดีแล้ว
เพราะผลเสียหายไม่ใช่ใครอื่น นอกจากตัวเราเองที่ยังหลงวน
ไม่รู้ตัวว่าขาดเสบียงเพื่อความพร้อมตาย...


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 06 ก.ย. 2009, 13:19 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 8
สมาชิก ระดับ 8
ลงทะเบียนเมื่อ: 29 ส.ค. 2009, 15:54
โพสต์: 640

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


รูปภาพ

อุปสรรคมีไว้ในข้าม / คิดผิดนิดเดียว

มีชาวนาคนหนึ่งเลี้ยงลาแก่ ไว้ตัวหนึ่ง วันหนึ่ง ชาวนาได้พาลาแก่ออกไปข้างนอก ด้วยความโง่ของลา มันเดินซุ่มซ่าม ทำให้มันเดินตกลงในบ่อร้าง มันร้องครวญครางอยู่เป็นเวลา นาน
ชาวนาไม่รู้ว่าจะช่วยมันอย่างไร ดี และเจ้าลาก็แก่มากเหลือเกิน อีกอย่าง บ่อร้างนี้ ก็ต้องกลบ ไม่คุ้มที่ช่วยเจ้าลาตัวนั้น ชาวนา จึงไปขอแรงชาวบ้าน มาช่วยกันกลบบ่อร้าง ทุกคนใข้พลั่ว ตักดิน สาดลงไปในบ่อ ครั้งแรก เมื่อดินตกลงไปให้บ่อ เจ้าลารู้ชะตากรรม ของตัวเอง ทำให้มันร้องโหยหวน ทันที

สักพัก ทุกคนแปลกใจ ลานั้นเงียบไป ทุกคน จึงมองลงไปในบ่อ ก็พบกับความประหลาดใจ ที่ว่า ทุกครั้ง
ที่ตักดิน ลงไปให้บ่อ ลานั้นจะสะบัดดิน ออกจาหลังของมัน และก้าวขึ้นมาเหยียบ บนดินเหล่านั้น และในที่สุด มันก็สามารถหลุดพ้นจากบ่อนั้นได้...


เราท่าน อ่านมาถึงนี้แล้ว ทุกชีวิต ย่อมมีอุปสรรค หากไม่ยอมแพ้ต่ออปุสรรค ที่ถาโถมเข้ามา ก็เปรียบเสมือน ดินที่สาดโถมเข้ามายังลาตัวนั้น ก็จะไม่ถูก อุปสรรคเหล่านั้นถมทับ จงอย่าท้อถอย และอย่ายอมแพ้ และจงแก้ไขมัน แก้ไขสถานการณ์นั้น ๆ ให้ดีที่สุด เพื่อที่เราจะได้เหยียบมัน เพื่อที่จะได้ก้าวสูงขึ้นเรื่อย ๆ และให้คิดว่า ทุกปัญหาย่อมมีทางออก ทางแก้ไข

:b50: :b49: :b50: :b49: :b50: :b49: :b50: :b49: :b50: :b49: :b50: :b49: :b50: :b49: :b50: :b49: :b50: :b49: :b50: :b49: :b50: :b49: :b50: :b50: :b49: :b50: :b49: :b50: :b49: :b50: :b49: :b50: :b49: :b50: :b49: :b50:

ต่อจากเรื่อง “ทุกปัญหาย่อมมีทางออก ทางแก้ไข” แต่ถ้าแก้ไขปัญหาที่ปลายเหตุ อาจจะกลับเป็นการเพิ่มปัญหา โดยไม่รู้ตัว
อย่างเช่นเรื่องนี้

ชายคนหนีงเดินทางไปพบชายคนหนึ่ง ที่นั่งอยู่บนรถม้า ซึ่งมุ่งหน้าไปทางทิศเหนือ จึงได้ถามไปว่า “ท่านจะเดินทางไปไหน”
ชายบนรถม้า “ข้าจะเดินทางไปที่หัวเมือง ทิศใต้”
ชายที่ถาม “ทางใต้ แล้วใยท่านถึงตรงไปทางเหนือ”
“ไม่เป็นไร ม้าข้าวิ่งเร็วมาก เป็นม้าฝีมือดีที่สุด”
ชายที่ถาม “ยิ่งม้าท่านวิ่งเร็วเท่าไร ทำให้ท่านไกลจากหัวเมื่องใต้มากเท่านั้น”
ชายบนรถม้า ตอบทันที “ไม่เป็นไร คนขับม้า ของข้า มีความชำนาญอย่างมาก”...
ท่านอ่านมาถึงนี้แล้ว ไม่ว่า ม้าหรือคนของท่าน จะเก่งเพียงใด ก็คงไม่มีวันถึงเมืองทางใต้ได้ ด้วยการที่ขับม้าไปในทิศทางตรงกันข้าม อย่างแน่นอน
เปรียบเหมือนกับ อุปสรรค ที่ผ่านเข้ามาในชีวิต ก็เปรียบเหมือนลมพายุ คลื่นสัด ทีสักวันต้องมีวันสงบ แต่ความคิดที่ผิด จะกลับกลายเป็นอุปสรรค ที่ฝังชีวิตทั้งชีวิต ให้จมอยู่กับเรื่องราวเหล่านั้น จนกว่าจะลาโลกนี้ไป...

ดังนั้น ท่านจงเรียนรู้ กับเรื่องราวต่าง ๆ รอบตัว จะได้ไม่อาฆาตแค้น ทุกอย่างที่เราประสบ เป็นเหมือนบททดสอบ ความกล้าแข็งของจิตใจ วันนี้ คิดผิด เรียนรู้ แก้ไข เรื่องราว ต่าง ๆ ก็จะเป็นเรื่องถูก ตรงกับเป้าหมายในชีวิตมากขึ้น แต่ถ้ารู้ว่า ผิด ไม่แก้ไข ดันทุรังทำต่อไป ก็จะได้แค่ ทำ ไม่เกิดประโยชน์อะไรขึ้นมา
รูปภาพ

.....................................................
นะโมตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ
ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น


พระพุทธเจ้าทรงตรัสว่าธรรมชาติของจิตนั้นไหลลงต่ำ
จะขึ้นสูงต้องออกแรงทวนกระแส
เพราะฉะนั้นให้ถามตัวเองว่าเราคิดดีได้เป็นปกติหรือยัง
ถ้ายัง ก็ยอมรับตรงๆ ว่ายัง..
อย่าหลอกตัวเองว่าดีแล้ว
เพราะผลเสียหายไม่ใช่ใครอื่น นอกจากตัวเราเองที่ยังหลงวน
ไม่รู้ตัวว่าขาดเสบียงเพื่อความพร้อมตาย...


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 06 ก.ย. 2009, 13:27 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 8
สมาชิก ระดับ 8
ลงทะเบียนเมื่อ: 29 ส.ค. 2009, 15:54
โพสต์: 640

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


รูปภาพ

มีคนเป็นอันมากชอบวิตกหมกมุ่น

เป็น ทุกข์ล่วงหน้า ไว้ก่อนความจริงเรื่องที่วิตกทุกข์ร้อนนั้น มันอาจไม่เกิดขึ้นตาม ที่เราวิตก เมื่อเป็นดังนี้ความวิตกกังวลของเราก็เป็น ความทุกข์กินเปล่า คือ เป็นทุกข์ไป เปล่าๆ น่าเสียดาย ตัวอย่างเช่น เด็กนักเรียน ม.ศ.5* วิตกเป็นทุกข์ ไปล่วงหน้า ก็กลัวจะสอบไล่ปลายปีไม่ได้ และวิตกล่วงหน้าไปถึงเรื่องการสอบเข้า มหาวิทยาลัย

แต่พอสรุปปลายปีจริงก็สอบได้และสอบได้คะแนนดีอีกด้วย และ พอ สอบเข้ามหาวิทยาลัยก็สอบได้อีกในคณะที่ตนต้องการ เมื่อเป็นดังนี้ ความวิตก ล่วง หน่าเหล่านี้ ก็เป็นความทุกข์กินเปล่ามาเป็นปีหรือปีครึ่ง ถ้าวิติกล่วง หน้าหลาย ปีมากเท่าใดความทุกข์ก็ขยายออกไปมากขึ้นเท่านั้น เมื่อสะสมกันนานเข้า ก็จะกลาย เป็นนิสัย เป็นคนขี้วิตกทุกข์ ร้อน

:b39: ความวิตกทุกข์ร้อน

ที่เรียกภาษา อังกฤษว่า worry กับคนช่างคิดที่เรียกว่า thoughtful นั้นไม่เหมือน worry ให้ ความทุกข์ ความ มืดมน ยิ่งคิดยิ่งปวดหัวฟุ้งซ่านทำอะไรไม่ถูกขี้หลงลืม หงุด หงิด และเป็นทุกข์ ส่วน thoughtful คนช่างคิดตรงกันข้ามเลยทีเดียว คือ ทำให้คน มีปัญญาเฉียบคม มี ปัญญาว่องไว เหมือนมีดที่ลับอย่างถูกต้องตามวิธีการลับ ส่วน wory มัน เหมือนเอาคมมีดไปเฉือนหิน ยิ่งเฉือนยิ่งทื้อ คนผู้นั้นจะกลาย เป็นขี้เท่อไปในที่สุด


:b39: คนช่างคิดนั้นเขาคิดอย่างมีระบบมีหลัก เกณฑ์
คิด เป็นเรื่องเป็นราวเป็นประโยชน์ สมมติว่าคิดเรื่องความ ตาย คน worry จะคิดถึงความ ตายด้วยความหวาดหวั่นพลั่นพลึงกลัวตาย เป็นห่วงหน้า ห่วงหลัง ตายแล้วเขาจะเอาไป เผาวัดไหน วัดนั้นก็ไม่ดี วัดนี้ก็แพงไป คนที่อยู่ ข้างหลังเขาคงลำบากมาก เขาจะ อยู่กันได้อย่างไร โอ เรายังไม่ตาย เราต้องไม่ตาย แม้แต่พอได้ยินเรรื่องตายก็ ถือเป็นรางร้ายเลยเป็น ทุกข์

ส่วนคนที่ช่างคิดหรือคนที่คิดเป็น นั้น
พอคิดเรื่อง ตาย ตายแล้วก็เอาอะไรไปไม่ได้นอกจากบุญและบาป คนทำบาปมากอยู่ไปก็ไม่เป็นสุขตาย ไปก็ไม่สุข คนอยู่ข้างหลังก็แช่งด่า ส่วนคนที่ ทำดีมากอยู่ก็เป็นสุขตายไปก็เป็น สุข คนที่อยู่ข้างหลังญาติพี่น้องพวกพ้องก็ เป็นสุขมีหน้ามีตาเมื่อเป็นดังนี้ควร เว้นความชั่ว ทำความดี อนึ่ง ถ้าคนเราไม่ ตาย แต่ความแก่ไม่ได้หยุด แก่ไป เรื่อยๆ ไม่รู้จักตายก็ลำบากแย่

ความตาย ถือเป็นมิตรที่ดีเป็นผู้ช่วยที่ ปลดเปลื้องทุกข์อันยืดเยื้อทรมานนักหนา ความตาย เป็นประโยชน์แก่เรา ความทุกข์ บางอย่างเช่นโรคเรื้อรังรักษาเท่าไรก็ไม่หายความ ตายเท่านั้นที่จะรักษาโรคนี้ ได้ คิดอย่างนี้แล้วก็ไม่กลัวตายตรงกันข้ามจะมีจิต ใจแจ่มใส ขยัยทำความดีหนีความ ชั่ว นักปราชญ์ท่านจึงว่า คิดถึงความตายสบายนัก มันตัดรักตัดหลงในสงสาร เป็น ต้น

:b39: คน worry กับคน thoughtful
ตรงกันข้ามอย่างนี้ เพราะฉะนั้นต้องพยายามประคับประคองตนให้อยู่ในพวก คนช่างคิด-คิด เป็น คิดให้เป็นประโยชน์ และความเป็นสุขผู้มีปัญญาคิดเป็นย่อมหา ความสุขได้แม้ใน เรื่องที่น่าจะ ทุกข์

ขอขอบคุณ ข้อมูลที่มีคุณภาพ จาก หนังสือเพื่อความสุขใจ แต่งโดย วศิน อินทสระ
รูปภาพ

.....................................................
นะโมตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ
ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น


พระพุทธเจ้าทรงตรัสว่าธรรมชาติของจิตนั้นไหลลงต่ำ
จะขึ้นสูงต้องออกแรงทวนกระแส
เพราะฉะนั้นให้ถามตัวเองว่าเราคิดดีได้เป็นปกติหรือยัง
ถ้ายัง ก็ยอมรับตรงๆ ว่ายัง..
อย่าหลอกตัวเองว่าดีแล้ว
เพราะผลเสียหายไม่ใช่ใครอื่น นอกจากตัวเราเองที่ยังหลงวน
ไม่รู้ตัวว่าขาดเสบียงเพื่อความพร้อมตาย...


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 06 ก.ย. 2009, 13:32 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 8
สมาชิก ระดับ 8
ลงทะเบียนเมื่อ: 29 ส.ค. 2009, 15:54
โพสต์: 640

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

.....................................................
นะโมตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ
ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น


พระพุทธเจ้าทรงตรัสว่าธรรมชาติของจิตนั้นไหลลงต่ำ
จะขึ้นสูงต้องออกแรงทวนกระแส
เพราะฉะนั้นให้ถามตัวเองว่าเราคิดดีได้เป็นปกติหรือยัง
ถ้ายัง ก็ยอมรับตรงๆ ว่ายัง..
อย่าหลอกตัวเองว่าดีแล้ว
เพราะผลเสียหายไม่ใช่ใครอื่น นอกจากตัวเราเองที่ยังหลงวน
ไม่รู้ตัวว่าขาดเสบียงเพื่อความพร้อมตาย...


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 06 ก.ย. 2009, 15:45 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 8
สมาชิก ระดับ 8
ลงทะเบียนเมื่อ: 29 ส.ค. 2009, 15:54
โพสต์: 640

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


>>ในวันที่คุณท้อ . . . คุณเป็นแบบไหน<<

วันหนึ่งลูกสาวพร่ำบ่นถึงชีวิตอันแสนรำเค็ญให้พ่อฟังว่า
. . . เธอกำลังรู้สึกอับจนปัญญาที่จะจัดการกับชีวิต
และปรารถนาที่จะยอมแพ้พ่าย
วยรู้สึกเหน็ดเหนื่อยจากการต่อสู้และการแข่งขัน
ประหนึ่งว่าเมื่อสางปัญหาหนึ่งเสร็จสิ้น
อีกปัญหาหนึ่งก็ก้าวเข้ามาโดยไม่ได้รับเชิญ

ผู้เป็นพ่อซึ่งเป็นพ่อครัวจึงเดินนำเธอเข้าไปในครัว
จัดแจงต้มน้ำในหม้อ 3 ใบด้วยไฟแรงจนน้ำเดือด
เขาใส่แครอทในหม้อใบแรก วางไข่ลงในหม้อใบที่สอง
และตักกาแฟลงไปในหม้อใบสุดท้าย
แล้วปล่อยให้มันต้มไปเรื่อยๆ โดยไม่มีคำอธิบายให้กับลูกสาวเลย

ฝ่ายลูกสาวเริ่มรู้สึกหงุดหงิด และหมดความอดทน
ทั้งยังสงสัยว่าพ่อกำลังทำอะไร 20 นาทีผ่านไป
พ่อก็ปิดเตาแก๊ส ตักแครอทขึ้นมาวางไว้ในชา
ม นำไข่วางไว้ในชามอีกใบหนึ่ง
และตักกาแฟไว้ในชามสุดท้าย
แล้วหันไปถามลูกว่า

ลูกเห็นอะไรบ้าง?

แครอท ไข่ กาแฟ? เธอตอบ

เขาจึงขอร้องให้เธอสัมผัส แครอท เธอจึงรู้ว่ามันนิ่ม
แล้วเขาก็ให้ลูกสาวตอกไข่ เมื่อเธอแกะเปลือกไข่ออก
ก็พบว่าไข่ นั้นได้ต้มจนสุกแล้ว
ท้ายที่สุดเธอให้ลูกสาวลองจิบ กาแฟ ดู
เธอยิ้มและลิ้มรสอันหอมกรุ่นนั้น

แล้วก็ถามพ่อ ว่า
นี่หมายความว่าอย่างไรเหรอคะคุณพ่อ??

พ่ออธิบายว่า ว่าได้กระทำต่อ 3 สิ่งนี้ภายใต้เงื่อนไขเดียวกัน นั่นคือ
น้ำเดือด แต่ผลลัพธ์มันกลับแตกต่างกัน จากเดิม

แครอท ดูแข็งๆ และไม่โอนอ่อนผ่อนตาม
พอผ่านการต้มมันกลับนิ่มและดูอ่อนปวกเปียก

ไข่...ซึ่งดูบอบบาง มีเพียงเปลือกบางๆ คอยห่อหุ้มของเหลวภายใน
แต่น้ำเดือดทำให้ของเหลวนั้นกลับแข็งขึ้น

ขณะที่กาแฟกลับมีลักษณะเฉพาะตัวตลอดกาล
เมื่อมาเจอน้ำเดือด น้ำต่างหากที่แปรเปลี่ยนไป . . .?

พร้อมกันนี้ พ่อยังถามลูกสาวว่า ?
แล้วลูกล่ะเมื่อความทุกข์มาเยือน
ลูกจะเตรียมรับมืออย่างไร
ลูกจะเป็นแครอท ไข่ หรือ กาแฟ??

ถ้าเป็น แครอท? แม้จะดูแข็งโป๊ก
แต่เมื่อต้องเผชิญกับความทุกข์ยากนานาก็จะเฉา อ่อนแอ
และสูญเสียเรี่ยวแรง และกำลังไป

หรือจะเป็น ไข่?
ซึ่งดูสามารถปรับสภาพได้ในตอนแรก
แต่หลังจากที่ต้องเผชิญกับความเป็นความตาย
การแตกแยก การหย่าร้าง หรือการเลย์ออฟ
. .แม้เปลือกภายนอกยังคงเดิม
แต่หัวใจ และจิตวิญญาณของอาจปวดร้าว
และแข็งแกร่งขึ้นก็เป็นไปได้

หรือหากคุณเหมือน กาแฟ?
เมื่อเจอน้ำเดือดอันนำมาซึ่งความเจ็บปวด
แต่ ณ อุณหภูมิสูงสุด 100 องศาเซลเซียส
กาแฟกลับมีรสชาติดีขึ้นยามนั้น
หากเป็นดั่งกาแฟ เมื่อถึงภาวะที่เลวร้ายที่สุด
นอกจากจะสามารถจัดการชีวิตตนเองได้แล้ว
ยังสามารถทำสิ่งรอบข้างให้ดีขึ้นได้ด้วย. . .
รูปภาพ รูปภาพ

.....................................................
นะโมตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ
ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น


พระพุทธเจ้าทรงตรัสว่าธรรมชาติของจิตนั้นไหลลงต่ำ
จะขึ้นสูงต้องออกแรงทวนกระแส
เพราะฉะนั้นให้ถามตัวเองว่าเราคิดดีได้เป็นปกติหรือยัง
ถ้ายัง ก็ยอมรับตรงๆ ว่ายัง..
อย่าหลอกตัวเองว่าดีแล้ว
เพราะผลเสียหายไม่ใช่ใครอื่น นอกจากตัวเราเองที่ยังหลงวน
ไม่รู้ตัวว่าขาดเสบียงเพื่อความพร้อมตาย...


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 06 ก.ย. 2009, 15:56 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 8
สมาชิก ระดับ 8
ลงทะเบียนเมื่อ: 29 ส.ค. 2009, 15:54
โพสต์: 640

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


รูปภาพ

อย่าไปมองชีวิตของใครเพียงด้านเดียว

อย่าปักใจรีบไปตัดสินใครเพียงฝ่ายเดียว

ไม่มีใครดีไปหมดทุกอย่าง
Nobody it’s all good. Don’t be sure

ไม่มีใครเลวไปหมดทุกอย่าง
Nobody it’s all bad. Don’t be sure
รูปภาพ

.....................................................
นะโมตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ
ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น


พระพุทธเจ้าทรงตรัสว่าธรรมชาติของจิตนั้นไหลลงต่ำ
จะขึ้นสูงต้องออกแรงทวนกระแส
เพราะฉะนั้นให้ถามตัวเองว่าเราคิดดีได้เป็นปกติหรือยัง
ถ้ายัง ก็ยอมรับตรงๆ ว่ายัง..
อย่าหลอกตัวเองว่าดีแล้ว
เพราะผลเสียหายไม่ใช่ใครอื่น นอกจากตัวเราเองที่ยังหลงวน
ไม่รู้ตัวว่าขาดเสบียงเพื่อความพร้อมตาย...


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 06 ก.ย. 2009, 16:03 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 8
สมาชิก ระดับ 8
ลงทะเบียนเมื่อ: 29 ส.ค. 2009, 15:54
โพสต์: 640

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


รูปภาพ
:b45: :b45: :b45: :b45: :b45: :b45: :b45: :b45: :b45: :b45: :b45:

:b48: ความรัก จากใครบางคน :b48:

ความรัก ที่ประทับใจขอเก็บไว้ในใจแล้วอมยิ้มนะ
ความรัก ที่ไม่ประทับใจขอเก็บไว้เป็นประสบการณ์
ความรัก ที่ทำเพื่อผู้อื่นเป็นความภูมิใจแบบเก็บไว้เอง
ความรัก ที่ทำเพื่อตัวเองนั่นไม่เรียกว่ารัก
ความรัก ที่คุณเจอในอดีตขอให้เป็นความทรงจำที่แสนดี
ความรัก ที่คุณเจอในปัจจุบันขอให้สมหวังกันทุกคน
ความรัก ที่คุณจะเจอ ในอนาคตให้อธิษฐานกันเอาเองนะ


"ถ้าอ๊อกซิเจนทำชีวิตนี้ดำรงอยู่ได้
ความรักก็ทำให้การมีชีวิตนั้นมีความหมายมากยิ่งขึ้น"



เคยมั้ยที่จะมี คุณเคยมีคนแบบนี้ที่ไม่ ใช่พ่อแม่พี่น้องหรือยัง?
ตอบตัวเองให้ได้ว่าใคร


เคยมั้ยที่จะมี...คนให้อภัยคุณทุกอย่าง
เคยมั้ยที่จะมี...คนอยู่เคียงข้างคุณเวลาที่คุณเสียใจ
เคยมั้ยที่จะมี...คนจดจำความเป็นคุณได้ทุกอย่าง
เคยมั้ยที่จะมี...คนยอมเสียสิ่งที่รักเพื่อคุณ
เคยมั้ยที่จะมี...คนเห็นคุณสำคัญกว่าเพื่อน
เคยมั้ยที่จะมี...คนที่คุณอยู่ด้วยเฉย ๆ แล้วมีความสุข
เคยมั้ยที่จะมี...คนที่มั่นใจในคำว่ารักของคุณ
เคยมั้ยที่จะมี...ไม่อายเมื่อเดินข้างคุณ แม้คุณหน้าตาไม่ดีก็ตาม
เคยมั้ยที่จะมี...คนที่ทนคุณได้ไม่ว่า คุณจะด่า จะว่า เค้ายังไง

เคยมั้ยที่จะมี...คนรับได้ในสิ่งที่คุณเป็นไม่ว่าจะมีคนมาว่าร้ายคุณยังไง
เคยมั้ยที่จะมี...คนที่เห็นความผิดของคุณเป็นเรื่องน่ารัก
เคยมั้ยที่จะมี...คนที่คุณอยากตื่นมาแล้วก็เจอกันสาส
เคยมั้ยที่จะมี...คนที่คุณคิดถึงเค้า แม้ว่าคุณไม่เหงาก็ตาม
เคยมั้ยที่จะมี...คนที่คุณคิดถึงคนแรก เมื่อคุณทุกข์ใจ
เคยมั้ยที่จะมี...คนที่คุณรู้ว่า เค้าช่วยให้คุณสบายใจได้
เคยมั้ยที่จะมี...คนแคร์คุณมากมาย ไม่ว่าคุณจะทำร้ายเค้า ยังไง
เคยมั้ยที่จะมี...คนที่รับรู้ตัวตนที่แท้จริงของคุณ
เคยมั้ยที่จะมี...คนที่ยังรักคุณแม้คุณไม่เห็นความสำคัญของเค้าเลย

ถ้าคุณเคยมีเค้าคนนี้อยู่จริง
คุณควรถนอมเค้าไว้ให้ดี
ถ้าคุณสูญเสียเค้าไปคุณเองที่จะเป็นคนเสียใจ


ความหมายของหัวใจ
เราอาจจะหาความหมายของทุกสิ่งมาตลอดชีวิต
แล้ววันหนึ่งเราก็พบว่า
เพียงแค่มีบางสิ่ง ชีวิตก็มีความหมายแล้ว


ป.ล. ก่อนที่จะคิดสั้น...อย่าลืมนึกถึงคนที่เค้ารักคุณ...
แม้เค้าจะไม่ได้อยู่กับคุณ..แต่ก็รักคุณไม่เคยเปลี่ยนแปลง
คนคนนั้น...ไม่เคยขอสิ่งใดใดจากคุณเป็นการตอบแทน..รักและคิดถึงคุณเสมอ
คนนั้นคือ...พ่อ-แม่

รูปภาพ

.....................................................
นะโมตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ
ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น


พระพุทธเจ้าทรงตรัสว่าธรรมชาติของจิตนั้นไหลลงต่ำ
จะขึ้นสูงต้องออกแรงทวนกระแส
เพราะฉะนั้นให้ถามตัวเองว่าเราคิดดีได้เป็นปกติหรือยัง
ถ้ายัง ก็ยอมรับตรงๆ ว่ายัง..
อย่าหลอกตัวเองว่าดีแล้ว
เพราะผลเสียหายไม่ใช่ใครอื่น นอกจากตัวเราเองที่ยังหลงวน
ไม่รู้ตัวว่าขาดเสบียงเพื่อความพร้อมตาย...


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 06 ก.ย. 2009, 16:10 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 8
สมาชิก ระดับ 8
ลงทะเบียนเมื่อ: 29 ส.ค. 2009, 15:54
โพสต์: 640

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


รูปภาพ

คนเรามีความรู้สึกรัก ชอบ โกรธ เศร้า ไม่ต่างกัน

ขึ้นอยู่กับว่าเวลาไหนมันจะแสดงออกมามากน้อยเพียงใดเท่านั้น

" คนที่จะหัวเราะได้เสียงดัง ข้างในคงต้องขำบ้างพอสมควร

คนที่น้ำตาจะไหลได้ ข้างในคงมีเรื่องปวดร้าว....

ถ้าไม่นับการร้องไห้ที่มาจากความปิติ "

โลกสอนมนุษย์ว่าทุกสิ่งต้องมีการเปลี่ยนแปลง... แต่โลกก็กลับสอนให้มนุษย์ผูกพัน

เด็กๆ จะมองว่าผู้ใหญ่ซีเรียส ในขณะที่ผู้ใหญ่จะบอกว่า เด็กไร้สาระ

เพราะเด็กไม่เคยเป็นผู้ใหญ่มาก่อน

วันหนึ่งเค้าคงจะรู้ว่า ทำไมถึงต้องมีเรื่องซีเรียส

สำหรับผู้ใหญ่ซึ่งได้ผ่านวัยเด็กมาแล้วอาจจะลืมไปว่า

ณ วันที่ผ่านมา" สาระ " ในชีวิตของเค้า คืออะไร

คนที่ตลกหัวเราะสดใส ก็คือ

คนเดียวกับคนที่สามารถร้องไห้ฟูมฟายได้

เพียงแต่คุณจะได้เห็นหรือเปล่าเท่านั้น อาจจะเคยได้ยินว่า

" คนที่หัวเราะได้ดังที่สุด ก็คือคนที่สามารถร้องไห้ได้ดังที่สุดเช่นกัน"'

ก่อนที่วันนี้ .. คุณจะทำความรู้จักกับผู้คนใหม่ๆ

อย่าลืมสำรวจตัวเองก่อนว่า ในช่วงเวลาที่ผ่านมา...

" คุณทำใครหล่นหายไปจากชีวิตหรือเปล่า "

ครอบครัวไทย ... มักจะเลี้ยงลูกผู้หญิงให้เป็นฝ่ายถูกเลือก

คอยสั่งสอนให้ทำตัวเรียบร้อย ไม่อย่างนั้นจะไม่มีใครเลือกไปเป็นคู่ครอง

แต่ความจริงแล้วผู้ชายและผู้หญิง เราต่างเลือกซึ่งกันและกันมากกว่า

เพื่อนที่ดีที่สุด คือ

คนที่คุณสามารถนั่งอยู่ริมระเบียงด้วยกันโดยไม่พูดอะไรกันซักคำ

แต่สามารถเดินจากไป ด้วยความรู้สึกเหมือนได้คุยกันอย่างประทับใจที่สุด

ใครหลายคนไม่กล้าเข้าไปปลอบโยนให้คำปรึกษากับเพื่อน

เพราะคิดว่าเราไม่รู้จะบอกเค๊ายังไง เพราะเราเป็นแค่เพื่อน

แต่ความจริงแล้ว...คุณเป็นตั้งเพื่อนต่างหาก

ผู้ชายที่ร้องไห้ และยอมรับว่าตัวเองร้องไห้ เค้าคือสุภาพบุรุษที่สุด

อย่างน้อยการซื่อสัตย์กับความรู้สึกของตัวเอง... คือความกล้าหาญสุดยอด

เงินไม่ใช่พระเจ้าแต่....ทำให้เรามีทางเลือกมากขึ้น

มีสติ สตางค์อยู่...ก็ปลีกเวลาไปใช้เสียบ้าง

อีกหน่อยไม่มีสติแต่มีสตางค์...ก็สายไปเสียแล้ว

เวลาที่เรารักใคร เราจะรู้สึกตัวเล็กเหลือเกิน...

เวลาใครรักเรา เราจะรู้สึกตัวใหญ่เหลือเกิน...

แต่..ถ้าเราเจอคนที่เรารักเค้าและเค้าก็รักเรา

เราจะผลัดกันตัวเล็ก ตัวใหญ่

วันที่คุณเข้มแข็งและแข็งแรงพอ

อย่าลืมเป็นผู้ฟังที่ดีให้กับคนที่มีปัญหาด้วย

"เอาไหล่ให้เค้าพิง เอามือให้เค้าจับ"

100 คำพูดดี ดี ไม่เท่ากับ 1 สัมผัสที่มีค่าหรอกนะ

คุณรู้ไหมว่า อายุคนเราเฉลี่ย 76 ปีนั่นคือแค่ 3952 อาทิตย์เท่านั้น ....(อ้าว!?)

คุณหมดเวลาไปกับการนอนถึง 1317 อาทิตย์ ซึ่งเท่ากับว่า....

คุณเหลือเวลาที่ใช้ดำเนินชีวิตแค่ 2635 อาทิตย์เท่านั้นเอง

ลองฉลองวันเกิดกับครอบครัวสักปี

แล้วคุณจะได้รู้ว่า......

เมื่อตอนที่คุณร้องไห้จ้าในวันเกิดวันแรก

คนในครอบครัวคุณมีความสุขกันขนาดไหน...
รูปภาพ

.....................................................
นะโมตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ
ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น


พระพุทธเจ้าทรงตรัสว่าธรรมชาติของจิตนั้นไหลลงต่ำ
จะขึ้นสูงต้องออกแรงทวนกระแส
เพราะฉะนั้นให้ถามตัวเองว่าเราคิดดีได้เป็นปกติหรือยัง
ถ้ายัง ก็ยอมรับตรงๆ ว่ายัง..
อย่าหลอกตัวเองว่าดีแล้ว
เพราะผลเสียหายไม่ใช่ใครอื่น นอกจากตัวเราเองที่ยังหลงวน
ไม่รู้ตัวว่าขาดเสบียงเพื่อความพร้อมตาย...


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 06 ก.ย. 2009, 20:41 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 8
สมาชิก ระดับ 8
ลงทะเบียนเมื่อ: 29 ส.ค. 2009, 15:54
โพสต์: 640

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


รูปภาพต้นไม้แห่งรัก

นานมาแล้ว ในป่า มีต้นแอปเปิ้ลอยู่ต้นหนึ่ง เด็กชายคนหนึ่งที่ชอบวิ่งเล่นรอบ ๆ ต้นแอปเปิ้ล ทุกวัน
แต่เวลาผ่านไป เด็กชายคนนั้นโตขึ้นและไม่ได้มาเล่นที่ต้นแอปเปิ้ลทุกวันเหมือนก่อน.

วันหนึ่งเด็กชายคนนั้นกลับมาพร้อมท่าทางเหงาหงอย
"มาเล่นกันเถอะ" ต้นแอปเปิ้ลชวน
"ฉันไม่ใช่เด็กอีกแล้ว ฉันไม่อยากเล่นที่ต้นแอปเปิ้ลอีกแล้ว ฉันอยากเล่นของเล่นแต่ไม่มีเงินซื้อ" เด็กชายตอบ
"เสียใจด้วย ฉันก็ไม่มีเงิน แต่มีลูกแอปเปิ้ล เธอเก็บไปขายได้นะ จะได้มีเงิน" ต้นแอปเปิ้ลพูด
แล้วเด็กชายคนนั้นก็เก็บลูกแอปเปิ้ลจนหมดต้น แล้วจากไป ...

วันหนึ่งเด็กชายกลับมา
"มาเล่นกันเถอะ" ต้นแอปเปิ้ลชวน
"ฉันไม่มีเวลาเล่นแล้ว ฉันต้องทำงานเพื่อครอบครัว ต้องสร้างบ้าน เธอช่วยฉันได้ไหม" เด็กชายตอบ
"เสียใจด้วย ฉันไม่มีบ้านให้เธอ แต่เธอตัดกิ่งของฉันไปทำบ้านของเธอได้นะ" ต้นแอปเปิ้ลตอบ
เด็กชายในอดีตยิ้มด้วยความดีใจ พร้อมกับตัดกิ่งต้นแอปเปิ้ลไปจนหมด แล้วจากไป ...

วันหนึ่งในฤดูร้อน เด็กชายคนนั้นกลับมาอีกครั้ง
"มาเล่นกันเถอะ" ต้นแอปเปิ้ลชวน
"ฉันแก่มากจนเล่นไม่ไหวแล้ว ฉันอยากแล่นเรือ เพื่อพักผ่อนในช่วงสุดท้ายของชีวิต มีเรือให้ฉันยืมไหม"
"ใช้ลำต้นของฉันไปสร้างเรือสิ เธอจะได้มีเรือตามที่ต้องการ"
เด็กชายจึงตัดลำต้นไปสร้างเรือ และแล่นเรือออกไป โดยไม่ได้กลับมาอีกนาน...

รูปภาพ

สุดท้ายหลายปีผ่านมา เด็กชายก็กลับมา
"ฉันเสียใจด้วย ฉันไม่มีอะไรจะให้เธออีกแล้ว เหลือแต่รากที่กำลังจะตายของฉันเท่านั้นเอง" ต้นแอปเปิ้ลกล่าวด้วยเสียงร้องไห้
"ฉันไม่ต้องการอะไรมากหรอก นอกจากเอนกายพักผ่อน เพราะฉันเองก็เหนื่อยล้ามาหลายปีแล้ว" เด็กชายตอบ
"ดีเลย รากไม้ นี่แหละ คือที่ ๆ ดีที่สุดที่เธอจะเอนกายนอนลงมา จงพักผ่อนเถิด" เด็กชายก็นั่งลง และต้นแอปเปิ้ลดีใจมาก พร้อมยิ้มทั้งน้ำตา

เรื่องก็จบลงเพียงเท่านี้ สำหรับท่านที่อ่านมาถึงนี้แล้ว ลองนึกดูว่าต้นแอปเปิ้ล คืออะไร????
ต้นแอปเปิ้ลคือ พ่อแม่ของเรา ตอนแรกที่เรายังเด็ก อยากเล่นกับพ่อแม่ แต่พอโตขึ้น ก็จากท่านไป จะกลับไปก็ต่อเมื่อ เรามีปัญหาหรือต้องการความช่วยเหลือ แต่อย่างไรก็ตาม พ่อแม่ของเราก็ยังอยู่ที่นั่นเสมอ คอยให้กำลังใจ เอาใจใส่ และให้ทุกสิ่งทุกอย่างที่เราอยากมี อยากได้ อยากเป็น ให้อภัยในความผิดถึงแม้จะยิ่งใหญ่แค่ไหน และยอมทำทุกอย่างเพื่อให้เรามีความสุข..

รูปภาพ

.....................................................
นะโมตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ
ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น


พระพุทธเจ้าทรงตรัสว่าธรรมชาติของจิตนั้นไหลลงต่ำ
จะขึ้นสูงต้องออกแรงทวนกระแส
เพราะฉะนั้นให้ถามตัวเองว่าเราคิดดีได้เป็นปกติหรือยัง
ถ้ายัง ก็ยอมรับตรงๆ ว่ายัง..
อย่าหลอกตัวเองว่าดีแล้ว
เพราะผลเสียหายไม่ใช่ใครอื่น นอกจากตัวเราเองที่ยังหลงวน
ไม่รู้ตัวว่าขาดเสบียงเพื่อความพร้อมตาย...


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 06 ก.ย. 2009, 21:09 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 8
สมาชิก ระดับ 8
ลงทะเบียนเมื่อ: 29 ส.ค. 2009, 15:54
โพสต์: 640

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


รูปภาพ

คนไข้ริมหน้าต่าง

ชายสองคนกำลังป่วยหนักด้วยกันทั้งคู่ และพักอยู่ห้องเดียวกัน
ชายคนหนึ่งได้รับอนุญาตให้ลุกนั่งบนเตียง

เป็นเวลาหนึ่งชั่วโมงทุกบ่าย
เพื่อช่วยให้ของเสียไหลออกจากปอดได้สะดวกขึ้น

เตียงของผู้ป่วยคนนี้ ตั้งอยู่ข้างหน้าต่างบานเดียวของห้องนั้น

ส่วนชายที่อยู่อีกมุมหนึ่งต้องนอน จมอยู่บนเตียงตลอดเวลา

ซึ่งแน่นอนว่าเขาเริ่มหมดกำลังใจ
และท้อใจกับสุขภาพที่เขาต้องเผชิญ

เขาทั้งสองมักจะมีเรื่องราวพูดคุย แลกเปลี่ยนกันเสมอ
ทุก ๆ บ่ายเมื่อชายข้างหน้าต่างลุกขึ้น เขาก็จะเล่าให้เพื่อนร่วมห้อง
ฟังถึงทุกสิ่งทุกอย่าง ที่เขามองเห็นผ่านหน้าต่างบานนั้น
ขณะที่ผู้ฟังก็รู้สึกมีความสุขกับห้วงเวลาหนึ่งชั่วโมงดังกล่าว เพราะ
ไม่เพียงทำให้โลกของเขากว้างขึ้น หากยังช่วยให้เขารู้สึกมีชีวิตชีวา
กับกิจกรรมและสีสันของโลกข้างนอกนั้นอีกด้วย
ครั้งหนึ่ง เขาได้ฟังการพรรณนาถึงสวนสาธารณะแห่งหนึ่ง
ที่มีเบ็ดและห่านเริงเล่นน้ำกันอยู่ในทะเลสาบ ขณะเด็ก ๆ สนุกสนาน
ไปกับการละเล่นบนเรือ หนุ่มสาวเดินเกี่ยวก้อยพลอดรักอยู่
ท่ามกลางมวลดอกไม้หลากสีและสายรุ้ง โดยมีต้นไม้ชราสูงใหญ่
เพิ่มความสงบงามให้กับสวน อีกทั้งยังพลอยเห็นภาพทิวทัศน์ของเมือง
ที่ตัดกับเส้นขอบฟ้าไกลโพ้น เนื่องจากผู้อยู่ใกล้หน้าต่างได้บรรยาย
ทุกสิ่งอย่างละเอียดลออถี่ถ้วน

ชายอีกมุมหนึ่งจึงจินตนาการตามไปได้อย่างรื่นรมย์

ในบ่ายที่อากาศสบาย ๆ วันหนึ่ง..

ชายคนนั้นได้เล่าว่ามีขบวนพาเหรดกำลังเดิน
ผ่านไป แม้ชายอีกคนจะไม่ได้ยินเสียงดนตรีจากวงดุริยางค์ก็ตาม
เขาก็สามารถสัมผัสมันได้ด้วยใจ จากถ้อยบรรยายของเพื่อนร่วมห้อง
ข้างหน้าต่างเป็นอย่างดี ...เวลาเคลื่อนคล้อยจากวันเป็นหลายสัปดาห์...


เช้าวันหนึ่ง..

พยาบาลประจำวันได้เข้ามาปฏิบัติหน้าที่ตามปกติของเธอ
เพื่อดูแลทำความสะอาดร่างกายให้ชายทั้งสอง

เธอได้พบว่าคนไข้ใกล้หน้าต่าง ได้สิ้นลมไปแล้ว

เขาจากไปอย่างสงบในขณะกำลังหลับ...
นำมาซึ่งความเศร้าโศกเสียใจแก่เธออย่างมาก
จากนั้นเธอก็เรียกผู้ช่วยให้นำศพออกไปจากห้อง
เมื่อเวลาผ่านไปพอสมควร ชายที่อยู่อีกมุมหนึ่งของห้องจึงขออนุญาต
ย้ายไปพักเตียงใกล้หน้าต่าง พยาบาลยินดีจัดการให้ตามความประสงค์ของเขา
และเมื่อทุกอย่างเรียบร้อย เธอก็ขอตัวออกไปจากห้อง ปล่อยเขาไว้เพียงลำพัง


แล้วเขาก็ค่อย ๆ ยันตัวเองด้วยข้อศอกข้างเดียว เพื่อจะมองดูโลกข้างนอก
ด้วยสายตาของตนเองเป็นครั้งแรก แน่ละ...เขาควรจะมีความสุขที่มีโอกาส
สัมผัสมันด้วยตนเอง เขาชะเง้อคออย่างช้าๆ เพื่อมองออกไปนอกหน้าต่าง
แต่แล้ว !! ภาพที่เขาพบกลับเป็นเพียงกำแพงโล่ง ๆ ชายผู้นี้จึงสอบถามพยาบาล
ในเวลาต่อมา อะไรกันเล่าที่ทำให้เพื่อนผู้จากไปของเขาเที่ยวได้พรรณนาเป็นคุ้ง
เป็นแควถึงสิ่งต่าง ๆ ที่อยู่นอกหน้าต่างบานนี้ให้เขาฟัง
พยาบาลคนเดิมแจ้งให้เขาทราบว่า... แท้แล้วชายคนนั้นตาบอด
เขาไม่สามารถมองเห็นอะไรได้เลย แม้แต่กำแพง
"บางทีเขาอาจอยากให้กำลังใจคุณก็ได้"


"หมั่นหยิบยื่นสิ่งดี ๆ ให้แก่กัน หมั่นให้กำลังใจกัน เมื่อเรามีโอกาส"
รูปภาพ

"ทำดีด้วยใจดี
มีแต่ได้
แม้ประสบสิ่งร้าย
มองด้วยใจดี ไม่มีเสีย"
รูปภาพ

.....................................................
นะโมตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ
ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น


พระพุทธเจ้าทรงตรัสว่าธรรมชาติของจิตนั้นไหลลงต่ำ
จะขึ้นสูงต้องออกแรงทวนกระแส
เพราะฉะนั้นให้ถามตัวเองว่าเราคิดดีได้เป็นปกติหรือยัง
ถ้ายัง ก็ยอมรับตรงๆ ว่ายัง..
อย่าหลอกตัวเองว่าดีแล้ว
เพราะผลเสียหายไม่ใช่ใครอื่น นอกจากตัวเราเองที่ยังหลงวน
ไม่รู้ตัวว่าขาดเสบียงเพื่อความพร้อมตาย...


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 06 ก.ย. 2009, 21:27 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 8
สมาชิก ระดับ 8
ลงทะเบียนเมื่อ: 29 ส.ค. 2009, 15:54
โพสต์: 640

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


..อยากเห็นรอยยิ้ม...จัง..!
:b55: :b54: :b55: :b54: :b55: :b54: :b55: :b54:

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ


รูปภาพ

รูปภาพ


อันนี้...ยิ้มแถม...
รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

.....................................................
นะโมตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ
ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น


พระพุทธเจ้าทรงตรัสว่าธรรมชาติของจิตนั้นไหลลงต่ำ
จะขึ้นสูงต้องออกแรงทวนกระแส
เพราะฉะนั้นให้ถามตัวเองว่าเราคิดดีได้เป็นปกติหรือยัง
ถ้ายัง ก็ยอมรับตรงๆ ว่ายัง..
อย่าหลอกตัวเองว่าดีแล้ว
เพราะผลเสียหายไม่ใช่ใครอื่น นอกจากตัวเราเองที่ยังหลงวน
ไม่รู้ตัวว่าขาดเสบียงเพื่อความพร้อมตาย...


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 06 ก.ย. 2009, 21:46 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 8
สมาชิก ระดับ 8
ลงทะเบียนเมื่อ: 29 ส.ค. 2009, 15:54
โพสต์: 640

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


รูปภาพ

เพื่อน

เพื่อนบางคน...อาจคอยมองดูคุณอยู่แบบห่างๆ แต่ไม่กล้าแสดงออก
แต่เพื่อนบางคน...อาจจะเข้ามายุ่งกับคุณโดย เพราะเขาเป็นคนกล้า

เพื่อนบางคน...อาจทำทุกสิ่งทุกอย่างให้คุณได้ โดยไม่หวังสิ่งตอบแทน
ในขณะที่เพื่อนบางคน...ไม่ได้ยินคำขอร้องของคุณด้วยซ้ำ

เพื่อนบางคน...อาจพูดอะไรตรงๆ กับคุณเพราะรัก
แต่เพื่อนบางคนของคุณ...อาจพูดแต่คำหวานๆ..

ซึ่งแฝงไปด้วยความน่ากลัว


เพื่อนบางคน...อาจเหมือนคนที่ไม่อดทน มักบ่นอะไรเล็กๆ น้อยๆ เสมอ
แต่จริงๆ แล้วเขา...อาจเป็นคนที่มีความอดทน มากกว่าที่คุณคิดเสียอีก

เพื่อนบางคน...อาจไม่เคยมีความลับกับคุณ อาจแม้กระทั่ง..

ให้คุณอ่านไดอารี่แสนหวงของเขา
แต่เพื่อนบางคน...อาจไม่เคยแม้แต่จะเล่าเรื่องชีวิตส่วนตัวให้คุณฟัง


เพื่อนบางคน...อาจไม่เคยโทรศัพท์หาคุณเลย..

มีแต่คุณเท่านั้นที่มัวแต่โทรหาเขาทุกวัน
เพื่อนบางคน...อาจโทรมาหาคุณได้โดยที่คุณไม่ต้องขอร้องเลยด้วยซ้ำ


เพื่อนบางคน...อาจจะอยู่เคียงข้างคุณ..

ในยามที่คุณต้องการใครซักคน โดยที่ไม่มีใครขอ
แต่เพื่อนบางคน...ไม่อาจแม้แต่จะรับรู้ความรู้สึกของคุณได้


เพื่อนบางคน...อาจถึงขนาด นั่งร้องไห้กับคุณ
ในขณะที่อีกหลายๆ คน...ไม่สนด้วยซ้ำว่าคุณกำลังอยู่ที่ไหน


เพื่อนบางคน...อาจเคยทำผิดกับคุณบ้าง..

แต่เขาก็ยังพยายามที่จะไม่ให้มันเกิดขึ้นอีก
ในขณะที่เพื่อนบางคน...ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเขาทำผิดต่อคุณ

เพื่อนบางคน...อาจหมายความตามที่เขาพูด เช่น ขอโทษก็คือขอโทษ
ในขณะที่เพื่อนบางคน...พูดขอโทษ แต่หมายถึงสมน้ำหน้า

เพื่อนบางคน...อาจจำได้ว่าพยายามโทรหาคุณข้ามวันข้ามคืน

ถึงแม้ว่าเขาจะติดต่อคุณไม่ได้ แต่ก็ยังคงพยายาม
ในขณะที่เพื่อนบางคน...อาจจำได้ไม่เกินครึ่งวันด้วยซ้ำว่าคุณโทรหาเขา

เพื่อนบางคน...อาจเหมือนคนที่มีอารมณ์แปรปรวน อาจทำอะไรที่..

คุณคาดไม่ถึง แต่ไม่แน่เขา...อาจเป็นน้อยกว่าคุณก็ได้ เพียงแต่คุณไม่รู้ตัว

เพื่อนบางคน...อาจชอบอยู่กับกลุ่มคนเยอะๆ ที่สนุก เฮฮา
แต่เพื่อนบางคน...อาจจะภูมิใจกับกลุ่มเพื่อนเล็กๆ ที่อบอุ่นมากกว่า


เพื่อนบางคน...อาจมัวนั่งเงียบๆ จนให้คุณไม่อาจรู้ได้ว่า เขากำลังคิดอะไรอยู่
แต่ในขณะที่เพื่อนบางคน...พูดมากเสียจนคุณรำคาญ

เพื่อนบางคน...อาจอยากให้คุณรับรู้ความรู้สึกจากเขาทางสายตา
แต่เพื่อนบางคน...อาจเดินมาบอกความรู้สึกกับคุณด้วยตัวเอง

เพื่อนบางคน...อาจจะไม่มีการแสดงออกใดๆ ทั้งสิ้น..

แม้ว่าคุณจะทำให้เขาเสียใจเพียงใด
แต่ในขณะที่เพื่อนบางคน..

.อาจเดินเข้ามาต่อว่าคุณ จนคุณไม่เหลือซากก็ได้


เพื่อนบางคน...สามารถอ่านใจคุณได้
ในขณะที่อีกหลายๆ คน...ไม่อาจรับรู้และเข้าใจ ความรู้สึกของคุณได้

แม้ว่าคุณจะบอกเขาไม่รู้กี่ครั้งแล้วก็ตาม


+++ แล้วคุณล่ะเป็นเพื่อนแบบไหน? +++


~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~.
ที่มา...FW.Mail..จากเพื่อน..ถึง..เพื่อน...

.....................................................
นะโมตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ
ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น


พระพุทธเจ้าทรงตรัสว่าธรรมชาติของจิตนั้นไหลลงต่ำ
จะขึ้นสูงต้องออกแรงทวนกระแส
เพราะฉะนั้นให้ถามตัวเองว่าเราคิดดีได้เป็นปกติหรือยัง
ถ้ายัง ก็ยอมรับตรงๆ ว่ายัง..
อย่าหลอกตัวเองว่าดีแล้ว
เพราะผลเสียหายไม่ใช่ใครอื่น นอกจากตัวเราเองที่ยังหลงวน
ไม่รู้ตัวว่าขาดเสบียงเพื่อความพร้อมตาย...


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 146 โพสต์ ]  ไปที่หน้า ย้อนกลับ  1 ... 3, 4, 5, 6, 7, 8, 9, 10  ต่อไป

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 4 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร