วันเวลาปัจจุบัน 12 พ.ค. 2026, 18:16  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


กฎการใช้บอร์ด


รวมกระทู้จากบอร์ดเก่า http://www.dhammajak.net/board/viewforum.php?f=2



กลับไปยังกระทู้  [ 1 โพสต์ ]    Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 08 พ.ค. 2026, 11:43 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-2
Moderators-2
ลงทะเบียนเมื่อ: 05 มิ.ย. 2009, 10:51
โพสต์: 2920


 ข้อมูลส่วนตัว


นั่งสมาธิแล้วมีนิมิตปรากฏขึ้นควรปฏิบัติอย่างไร
พระราชนิโรธรังสีคัมภีรปัญญาวิศิษฏ์ (หลวงปู่เทสก์ เทสรังสี)
วัดหินหมากเป้ง อำเภอศรีเชียงใหม่ จังหวัดหนองคาย

รูปภาพ

มีพระหนุ่มองค์หนึ่งเพิ่งบวชไม่ทันถึงพรรษา
พอนั่งภาวนาทำสมาธิไม่ทันถึง ๑๕ นาที
จิตรวม ก็ปรากฏเห็นนางฟ้าเทวดาหรือภูตผีปีศาจต่างๆ
หรือพระพุทธเจ้าเสด็จมาปรากฏอยู่เฉพาะหน้าและเทศนาให้ฟัง
เทศน์เพราะมากแต่ไม่ทราบเทศน์อะไร
หรือเห็นพระพุทธรูปมาปรากฏอยู่ในท่ามกลางอก
แล้วก็เพลินสนุกกับเรื่องนั้น


:b50: :b49: ปุจฉา -
อันนั้นเป็นความจริงหรือไม่
ถ้าไม่จริงจะควรแก้ไขอย่างไรและให้ปฏิบัติอย่างไรต่อไป


:b50: :b49: วิสัชนา -
ปัญหานี้พูดยาก พูดเรื่องกันแต่เฉพาะนักปฏิบัติเท่านั้น
นักเดาอาจเดาผิดๆ ถูกๆ ก็ได้
ถึงนักปฏิบัติถ้าไม่พิจารณาเหตุผลมาตัดสิน ก็ยากที่จะลงความเห็นกันได้
เหตุนั้นมิจฉาทิฏฐิจึงมักมีในหมู่นักปฏิบัติ
คำถามว่าพอนั่งภาวนาราว ๑๕ นาที จิตรวมแล้ว ก็เห็นนางฟ้าเทวดาเป็นต้น
อันนั้นจะเป็นของจริงหรือไม่ จริงหรือไม่จริงตนเองก็ได้เห็นแล้ว
แต่ผู้เห็นจะต้องเอาเรื่องนั้นมาพิจารณาอีกทีหนึ่ง จะเชื่อทีเดียวไม่ได้
บางทีความจำในอดีตเราเคยเห็นรูปเทวดามีเครื่องประดับงามหรูอย่างนั้นอย่างนี้
และอารมณ์เราคิดนึกจดจ้องว่าเทวดาจะเป็นอย่างนั้นอย่างนี้
พอรวมจิตนิดๆ หน่อยๆ ภาพอันนั้นก็จะมาปรากฏแล้ว อย่างนี้เป็นต้น
ยิ่งมีผู้บอกเล่าว่าเทวดามีรูปพรรณสัณฐานอย่างนั้นอย่างนี้
พอนั่งภาวนาจะนึกถึงเรื่องนั้นหรือไม่ก็ตาม
สังขารมันปรุงขึ้นมาเอง เห็นอย่างที่เราได้ยินได้ฟังมานั้นแหละ

ถ้าเป็นอย่างที่ว่ามานั้นจงเชื่อเถิดว่า
ความเห็นอันนั้นกอปรด้วยสัญญาอดีต เป็นของไม่จริง
ไม่เหมือนพระอริยเจ้า เมื่อจิตของท่านเข้าสมาธิถึงอัปปนาฌาน
ปล่อยวางอารมณ์หมดทุกสิ่งทุกอย่าง ว่างจากความถือตนถือตัวแล้ว
เมื่อมีเหตุการณ์บางอย่าง ท่านอยากจะรู้เรื่องต่างๆ
ท่านก็ถอยจิตออกมาอยู่ในอุปจารสมาธิ แล้ววิตกเรื่องนั้นขึ้นมานิดหนึ่ง
แล้วก็เข้าอัปปนาอีกวางเฉย อยากรู้หรือไม่อยากรู้ก็ไม่ว่า
เฉยอยู่ มันจะรู้ก็รู้เอง มันจะไม่รู้ก็ไม่รู้ของมัน

ไม่เหมือนคนในสมัยนี้ พอลงมือปฏิบัติภาวนาก็อยากได้รางวัลแล้ว
งานไม่ทำหรือทำยังไม่ถึงขั้นพอจะได้ ก็อยากได้รางวัลแล้ว
เมื่อไม่ได้ก็เบื่อหน่ายขี้เกียจในการทำงานนั้น
อยากจะได้แต่ผลแต่เหตุไม่ทำ มันจะได้อย่างไร
ความรู้ชนิดนี้นับเนื่องเข้าในอภิญญา ๖
ถึงแม้พระอริยเจ้าบางองค์ จิตของท่านจะละเอียดสักปานใด
แต่ท่านก็ไม่มีความรู้ในด้านนี้
บางท่านได้เพียงโลกียฌานอย่างพระเทวทัตก็ได้แล้ว
เป็นไปตามวาสนาของแต่ละองค์
ความรู้อย่างนี้เป็นเพียงเครื่องประดับสติปัญญาเท่านั้น
จุดหมายปลายทางแท้อยู่ที่ความพ้นทุกข์นั้นต่างหาก


ถ้าเห็นโทษของความหลงมัวเมาในการเห็นนั้นแล้วว่า
เป็นเครื่องติดเครื่องลวงไม่ให้ลุล่วงพ้นจากทุกข์นั้นแล้ว
น้อมเอาจิต (คือผู้รู้นั้นๆ) เข้ามาไว้ตรงกลาง
ปล่อยวางซึ่งภาพนิมิตทั้งปวงเสีย แล้วจิตก็จะวางเฉยอยู่คนเดียว
แต่ถ้ายังรักและชอบใจในการเห็นภาพนิมิตนั้น
ก็ยากที่จะแก้ไขได้ ก็ปล่อยให้อยู่ไปตามเรื่องก่อน
จนกว่าจะเห็นโทษของมันแล้ว หากจะหาวิธีแก้ไขเอง


:b8: :b8: :b8: จาก : หนังสือ ปุจฉาวิสัชนาในประเทศ
พระนิโรธรังสีคัมภีรปัญญาจารย์ (เทสก์ เทสรังสี)


:b49: ประวัติและปฏิปทา “หลวงปู่เทสก์ เทสรังสี”
http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=13&t=35963

:b49: รวมคำสอน “หลวงปู่เทสก์ เทสรังสี”
http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=72&t=43000

:b49: ประมวลภาพ “หลวงปู่เทสก์ เทสรังสี” วัดหินหมากเป้ง
http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=38&t=42782


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 1 โพสต์ ] 

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 5 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร