ลานธรรมจักร
http://dhammajak.net/forums/

ภวังคจิต ในพุทธศาสนา
http://dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=2&t=24914
หน้า 2 จากทั้งหมด 7

เจ้าของ:  โคตรภู [ 04 ก.ย. 2009, 23:26 ]
หัวข้อกระทู้:  Re: ภวังคจิต ในพุทธศาสนา

ต้องกราบขอบพระคุณ เว็บมาสเตอร์ หรือ บุคคลที่นำรูปดอกบัวหลวงสีขาวมาใส่ให้ ซึ่งชอบมากถูกจริตของโคตรภู มากครับ ปกติจะใช้รูปดอกบัวแทนตัวเองตลอด
ต้องขอบคุณอีกครั้งครับ ขอบคุณครับ

พยายามทำอยู่นานทำไม่ได้ ไม่รู้ทำอย่างไร ขอบคุณ คุณกบด้วยครับ

กบนอกกะลา เขียน:
สวัสดีครับ ท่านโคตรภู

หากท่าน..Copy ข้อความของผู้อื่นเพื่อประกอบคำโพสต์ของตัวท่านเอง

แล้วอย่าลืม..กด Quote ที่ด้านบนด้วยครับ



ขอบคุณ คุณกบฯ ครับ

smiley

เจ้าของ:  murano [ 05 ก.ย. 2009, 08:51 ]
หัวข้อกระทู้:  Re: ภวังคจิต ในพุทธศาสนา

กบนอกกะลา เขียน:
เจ้าหมอไหน..ครับคุณ..murano

เจ้า Buddha นี่ไง จริงๆ เจ้านี่ น่าจะไปลุยกับพลศักดิ์ก่อน ให้รู้แน่ว่า ใครเป็นศรีอริยเมตไตรย เสร็จแล้วค่อยมาประกาศศักดาลุยกับเจ้า Supareak Mulpong ท่าทางจะเป็นมหากาพย์...

เจ้าของ:  กบนอกกะลา [ 06 ก.ย. 2009, 20:46 ]
หัวข้อกระทู้:  Re: ภวังคจิต ในพุทธศาสนา

ถูกใจผมเป็นที่..สู๊ดดด...

ถ้า 3 คนนี้ได้มาอยู่ในกระทู้เดียวกัน..นะ..บอกได้คำเดียวว่า..ได้มันส์ส..กันละ..

หนังไตรภาคที่ว่าแน่ ๆ คงแพ้ไม่เห็นฝุ่น

สีเหลือง..สีแดง..สีนำเงิน..ชิดซ้าย..ได้เลย..

smiley

เจ้าของ:  จ่าสิบตรี เทวฤทธิ์ [ 07 ก.ย. 2009, 20:31 ]
หัวข้อกระทู้:  Re: ภวังคจิต ในพุทธศาสนา

กบนอกกะลา เขียน:
Buddha เขียน:
ใสี่งที่ข้าพเจ้าอธิบาย เกี่ยวกับ ภวังคจิต นั้น ถูกต้อง ตามหลักพระอภิธรรมปิฎก เพราะอาจารย์ผู้สอนเรือง ภวัง ให้กับข้าพเจ้านั้น อย่างน้อย ก็ เปรียญ ๓ แน่นอน

"ภวังคจิต ตามหลักอภิธรรม ในพุทธศาสนา หมายถึง ดวงจิตที่ได้รับจากบิดามารดา เริ่มตั้งแต่ ปฏิสนธิ ไปจนถึง ดับคือตาย เป็นจิตที่สถิตอยู่หรือทำงานอยู่ในสรีระร่างกายของบุคคล

เมื่ออ่านมาถึงจุดนี้ แล้วยังไม่กระดิกคือ ยังไม่เข้าใจอีก ข้าพเจ้าก็แสดงธรรมให้พวกคุณได้สดับเอาว่า..


แฮ..แฮ..ไม่กระดิก..จริง ๆ ..ภวังคจิต หมายถึง ดวงจิตที่ได้รับจากบิดามารดา
ยังงี้..ก็คนละดวง..กับที่แบกหามกรรมดีกรรมชั่ว..ในวัฏฏะจนหาเบื้องตนเบื้องปลาย..ไม่เห็น

หรืองัยครับ..งง..ๆ แฮ..แฮ..


อ้างคำพูด:
ถ้าพวกคุณคิดว่า พวกคุณสามารถนำความรู้ใดใดมาหักล้าง สิ่งที่ข้าพเจ้าได้แสดงไป ก็ให้ชี้ให้เห็นด้วยว่า สิ่งที่พวกคุณนำมานั้น มันอยู่ตรงส่วนใดในร่างกายของพวกคุณ ถ้าพวกคุณ ชี้ให้เห็นไม่ได้ ก็่ชิดซ้าย และไปห่างๆได้เลยขอรับ ไปนั่ง สงบสติ อารมณ์ คิดพิจารณาว่า หลักพระพุทธศาสนานั้น คือ หลักความจริง หลักธรรมชาติ ที่สามารถอธิบาย และชี้ให้เห็นได้ว่า มีจริง เป็นจริง ไม่ใช่นำมากล่าวอ้าง แต่พอให้อธิบาย พอให้ชี้แจงให้เห็นจริง กลับเฉไปทางอื่น ตอบไม่ได้ พวกคุณมันก็แค่พวกนอกศาสนาที่ไม่ได้รู้ซึัง ถึง ความจริงอะไรเลย


อ้างคำพูด:
ต้องขออภัยท่านทั้งหลาย ที่ได้อ่านแล้วไม่กระดิก ในสำนวนภาษาไทย ก็อย่าได้กล่าวร้าย ข้าพเจ้าไปในทางที่ไม่ดีเลยขอรับ พวกท่านบางท่านคงเป็นพวกนอกศาสนา


..พวกคุณ..คงไม่มีผมด้วยมั้ง..แฮ..แฮ..

คือผมดู..อย่างที่หลวงพ่อพุธ..ว่า..ผมเข้าใจ..อาจเพราะไปประสบมากะตัวด้วย..

แต่มาดูของคุณ..มันยัง..งง ๆ..อยู่นะ

ก็อย่าด่วนขับ..กบน้อย ๆ ออกนอกศาสนา..เลยนะ..ผมมีศาสนาเดียว..



คุณผู้ใช้ชื่อว่า กบฯ ถ้าคุณไม่เข้าใจ ข้าพเจ้าก็สามรถอธิบายให้คุณความเข้าใจได้ ส่วนพวกนอกศาสนา คุณก็อาจจะเข้าข่าย ถ้าหากคุณคิดหรือได้กระทำการ บิดเบือนการแสดงธรรม หรือ บิดเบือนในคำอธิบายของข้าพเจ้า โดยการตัดความให้สั้นลงทำให้เกิดความเข้าใจผิดเพระาความหมายเปลี่ยนไป ยกตัวอย่างเช่น
ข้าพเจ้าแสดงธรรมว่า
"ภวังคจิต ตามหลักอภิธรรม ในพุทธศาสนา หมายถึง ดวงจิตที่ได้รับจากบิดามารดา เริ่มตั้งแต่ ปฏิสนธิ ไปจนถึง ดับคือตาย เป็นจิตที่สถิตอยู่หรือทำงานอยู่ในสรีระร่างกายของบุคคล
แต่คุณไปตัดความลงเหลือ เพียงว่า ภวังคจิต หมายถึง ดวงจิตที่ได้รับจากบิดามารดา ประโยค มันขาดหายไป ความหมายมันก็เปลี่ยนไปด้วย
คำว่า" ดวงจิตที่ได้รับจากบิดามารดา เร่ิมตั้งแต่ ปฏิสนธิ ไปจนถึงดับ คือ ตาย" ความหมายของภาษาชัดเจนอยู่แล้ว
มนุษย์ จะเกิดจากครรภ์มารดาได้ ก็ต้องได้การปฏิสนธิในครรภ์มารดาก่อน การปฏิสนธิเกิดขึ้น ก็ต่อเมื่อ เซลล์สองเซลล์ผสมกัน หรือรวมกัน กลายเป็นเซลล์ใหม่ และเซลล์นั้น ก็จะเจริญ ทีละขั้นตอน ในครรภ์มารรดา จนในที่สุดก็มีอาการครบสามสิบสอง มีอวัยวะครบถ้วน
ถ้าอธิบายตามหลักพุทธศาสนา การปฏิสนธิ เกิดขึั้นเมื่อ มี ดวงจิต หรือจิตวิญญาณ สองดวง ผสมรวมกัน เกิดเป็นดวงจิต หรือจิตวิญญาญดวงใหม่ และเจริญกันบ้างหรือยัง ขอรับ

อนึ่ง พวกนอกศาสนา มันก็เป็นแค่ประเภท พกบางช่างยุ ก็แค่นั้น แถมยังอวดฉลาด ถามตอบไม่ได้ ยังมีหน้ายกเอา พวกคนเขลาอย่างพวกมันมาอ้างถึง อย่างว่าละหนา แมว...มันคงไม่เห็นแมว...พวกเดียวกับมันเป็นอย่างอื่นดอกขอรับ ฮ่า ฮ่า ฮ่า

เจ้าของ:  กบนอกกะลา [ 07 ก.ย. 2009, 23:48 ]
หัวข้อกระทู้:  Re: ภวังคจิต ในพุทธศาสนา

ยังไม่เห็นตอบผมเลยว่า..

เจ้ากรรมดี..กรรมชั่ว..มันติดมากับอะไร

ก็ในเมื่อ..เป็นดวงจิต..ใหม่ซิง ๆ ..(เพิ่งเกิดจากปฏิสนธิ)..กรรมเก่าจะมีมาแต่ไหน?

เจ้าของ:  จ่าสิบตรี เทวฤทธิ์ [ 08 ก.ย. 2009, 13:51 ]
หัวข้อกระทู้:  Re: ภวังคจิต ในพุทธศาสนา

กบนอกกะลา เขียน:
ยังไม่เห็นตอบผมเลยว่า..

เจ้ากรรมดี..กรรมชั่ว..มันติดมากับอะไร

ก็ในเมื่อ..เป็นดวงจิต..ใหม่ซิง ๆ ..(เพิ่งเกิดจากปฏิสนธิ)..กรรมเก่าจะมีมาแต่ไหน?


คำถามของคุณ คล้ายเป็นการลองภูมิมากกว่าขอรับ
หรืออาจจะเป็นเพราะคุณอ่านคำอธิบายหรือกระพี้ธรรมที่ข้าพเจ้าแสดงไป แล้วไม่ได้ใช้สมองสติปัญญาคิดพิจารณา อีกทั้งคุณยังขาดสมาธิ จึงทำให้ไม่มีสติคือความระลึกได้ในเรื่องที่คุณถามมา ไม่เป็นไรขอรับ ข้าพเจ้าจะแสดงธรรมให้คุณได้สดับว่า
กรรมดี กรรมชั่วของบุคคลแต่ละบุคคล ล้วนเกิดจาก
กรรมพันธุ์ อย่างหนึ่ง
ล้วนเกิดจาก การได้รับการขัดเกลาทางสังคม วัฒนธรรม จารีตประเพณี สังคมสิ่งแวดล้อม นับตั้งแต่ครอบครัวเป็นต้นมา อย่างหนึ่ง
กรรมพันธุ์ และการ ได้รับการขัดเกลาทางสังคมฯ นับตั้งแต่ครอบครัวเป็นต้นมา ย่อมสร้าง หรือก่อให้เกิด ความคิด อารมณ์ ความรู้สึก และการปรุงแต่งในความคิด อารมณ์ ความรู้สึก ซึ่งเป็นเหตุแห่งการเกิด พฤติกรรม และการกระทำ ก็คือ "กรรม"ที่คุณถามมานั่่นแหละ บ้างก็เป็นไปในทางที่ดี บ้างก็เป็นไปในทางที่ไม่ดี บ้างก็เป็นไปในทางที่จะว่าดี ก็ไม่ใช่ บ้างก็เป้นไปในทางที่จะว่าไม่ดีก็ไม่ใช่ อย่างนี้เป็นต้น

อีกคำถามหนึ่ง ที่คุณถามว่า "กรรมเก่ามีมาแต่ไหน " ตอบแบบง่ายๆไม่ต้องคิดว่า "กรรมพันธุุ์" ถ้าคุณยังไม่เข้าใจอีก ก็ถามได้อีก เพราะคำถามที่คุณถามมานั้น ตัวคุณเอง ก็ไม่ได้มีความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับ กรรม เลย คือมีความเข้าใจแบบผิดๆ ไม่รู้จริง จึงถามแบบลองภูมิมากกว่า

เจ้าของ:  กบนอกกะลา [ 08 ก.ย. 2009, 20:07 ]
หัวข้อกระทู้:  Re: ภวังคจิต ในพุทธศาสนา

:b12: :b12: :b12: :b12:

ไม่ใช่ลองภูมิ...แต่..จะดูภูมิ..

ตอนนี้..ก็ได้เห็นแล้ว..

:b12: :b12: :b12: :b12:

เจ้าของ:  จ่าสิบตรี เทวฤทธิ์ [ 13 ก.ย. 2009, 14:53 ]
หัวข้อกระทู้:  Re: ภวังคจิต ในพุทธศาสนา

มันก็มีความหมายเหมือนกันนั่นแหละคุณ กบฯ

เจ้าของ:  กบนอกกะลา [ 13 ก.ย. 2009, 20:22 ]
หัวข้อกระทู้:  Re: ภวังคจิต ในพุทธศาสนา

ไม่เหมือนกัน..หรอก

ลอง..นี้..เป็นอาการอยากรู้..อยากเห็น..ว่าสูงกว่า..หรือ..ต่ำกว่าเราไหม

แต่..ดู..นี้..ดูเฉย ๆ ดูว่า..อยู่ตรงไหนแล้ว..ถึงไหนแล้ว..ไม่มีอาการนำมาเทียบกับเจ้าของ..ว่าสูงกว่า..ต่ำกว่า..หรือ.เท่า ๆ กะเรา

ลอง..กะ..ดู..จึงต่างกันอย่างนี้.. :b13: :b13:
:b41: :b43: :b38: :b35: :b35:

เจ้าของ:  วิสุทโธ [ 13 ก.ย. 2009, 23:14 ]
หัวข้อกระทู้:  Re: ภวังคจิต ในพุทธศาสนา

อ้างคำพูด:
เจ้าหมอนี่ น่าจะเป็นล็อคอิน เทวดา ในเว็บพลังจิต... เขาบอกว่า เขาคือศรีอริยะเมตไตรย


Buddha ล็อคอิน telwada ในเว็บพลังจิต....

แทนที่จะเผยแพราพระธรรม และบอกที่มาคัมภีร์..

ท่านกลับใช้การพิจารณาของตนเอง...ด้วยความคิดเฉพาะตน...

สัทธรรมปฏิรูป...

เจ้าของ:  จ่าสิบตรี เทวฤทธิ์ [ 14 ก.ย. 2009, 21:01 ]
หัวข้อกระทู้:  Re: ภวังคจิต ในพุทธศาสนา

คุณ ผู้ใช้ชื่อว่า กบฯ คุณไปเอาความหมายมาจากไหน คุณไม่รู้ (เขลา) แล้วยังอวดฉลาดอีกหรือรับ

ลองภูมิ หมายถึง หาทางพิสูจน์ว่าจะมีพื้นความรู้ความสามารถแค่ไหนเพียงใด (พจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน)

แล้วคุณว่า ลองภูมิ กับ ดูภูมิ มันไม่เหมือนกันตรงไหน อย่างที่คุณเขียนมานั้น มัน เขลาแล้วอวดฉลาด หัดหา พจนานุกรม อิเลคทรอนิคมาใช้บ้างนะขอรับ

ส่วนเจ้าผู้ใช้ชื่อว่า วิสุทโธ กล่าวหาให้ร้ายข้าพเจ้า แถมยังอ่าน หลักสัทธรรม กลายเป็น สัทธรรมปฏิรูป เจ้าวิสุทโธเอ๋ย เจ้ามีสมองสติปัญญาความคิดหรือไม่ เจ้ามีความรู้ ความเข้าใจหรือไม่ ถ้าไม่มี ก็อย่าทำตัวชั่วร้าย ใส่ร้ายผู้อื่นโดยความรู้เท่าไม่ถึงกาลเลย
สิ่งที่ข้าพเจ้าเขียนคือ ของจริง เพียงแต่เป็นสำนวนภาษาไทยเท่านั้น ถ้าคุณคิดว่า ของข้าพเจ้าเป็นของปลอม สิ่งที่คุณคิดว่าเป็นของจริง มันก็ของปลอมเหมือนกันนั่นแหละ ไปคิดดูให้ดี
แต่ คำสอนที่ข้าพเจ้าเขียนนั้น คือ ของจริง เพราะข้าพเจ้ายังอยู่และเขียนด้วยตัวเองขอรับ

เจ้าของ:  กบนอกกะลา [ 15 ก.ย. 2009, 00:51 ]
หัวข้อกระทู้:  Re: ภวังคจิต ในพุทธศาสนา

คุณก็ไปเปิดดู..แค่..ตรง..ลองภูมิ..ความหมายว่าอย่างไร..ผมไม่ขัด

ไม่ลองไปเปิด..ดู..ตรง..ดูภูมิ..บ้างละ..ถ้าไม่มี..ก็ต้องเชื่อที่ผมหมายถึง..เพราะดูท่าว่าผมจะให้ความหมายเป็นคนแรก

ตราบใดที่ผมยังไม่หมดกิเลส..จะว่าผม..เขลา..ผมก็ยอมรับ

:b12: :b16: :b12: :b16: :b12: :b16:

:b4: :b4: :b4: :b4: :b22: :b22: :b22: :b22:
:b41: :b41: :b41: :b39: :b42: :b42: :b42: :b41: :b41: :b41:


อ้อ...สัทธรรมปฏิรูป ..ผมว่า..มันยังมากไป..คำว่า..ธรรม..ก็ไม่ควรมีด้วยซ้ำ

มันต้อง..สัทปฏิรูป..ซิ

:b12: :b12: :b12: :b12: :b12: :b12: :b12: :b12:

เจ้าของ:  วิสุทโธ [ 16 ก.ย. 2009, 01:14 ]
หัวข้อกระทู้:  Re: ภวังคจิต ในพุทธศาสนา

ธรรมดาพระพุทธองค์ทรงมีพระเมตตาต่อสรรพสัตว์
แม้แต่เทวทัตทำร้ายพระพุทธองค์
พระพุทธองค์ก็ไม่เคยโกรธตอบหรือทรงตรัสด้วยวาจาบริภาษ..
แต่ท่านฯ Buddha ประกาศตนเป็นถึง พะสีอาน..
ทำไม..และทำไม..ทำไม..ยังโกรธเกรี๊ยว..ควบคุมตัวเองไม่ได้

นะครับ..ท่านฯ Buddha ผู้ประกาศตนเป็นถึง พะสีอาน..บารมีไร้เทียมทาน

เจ้าของ:  จ่าสิบตรี เทวฤทธิ์ [ 16 ก.ย. 2009, 19:47 ]
หัวข้อกระทู้:  Re: ภวังคจิต ในพุทธศาสนา

ท่านผู้ใช้ชื่อว่า "วิสุทโธ"ขอรับ คุณอย่าทำเป็นวางฟอร์ม เป็นผู้รู้ใจผู้อื่นเลยขอรับ ขนาดอ่านภาษาไทย คุณยังไม่กระดิก แล้วคุณจะมารู้ได้อย่างไรว่าข้าพเจ้าโกรธ ควบคุมตัวเองไม่ได้ ฮ่า ฮ่า ฮ่า คุณคิดผิดแล้วขอรับ
ไปฝึกอ่านภาษาไทย และรู้จักความหมายของภาษาไทยให้ดีซะก่อนเถอะขอรับ แล้วค่อยมารู้ใจข้าพเจ้า

ส่วนเจ้า กบฯ อย่าใช้สีข้างเถียงเลยขอรับ เป็นมนุษย์ ถ้ารู้จักยอมรับฟัง ทำความเข้าใจ ในเหตุและผลที่ถูกต้อง ก็ถือได้ว่า เป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ขอรับ อย่าทำตัวเป็นมนุษย์ที่มีความคิด ความรู้ ต่ำๆเลยขอรับ

เจ้าของ:  กบนอกกะลา [ 17 ก.ย. 2009, 01:46 ]
หัวข้อกระทู้:  Re: ภวังคจิต ในพุทธศาสนา

เอ้าว..ต่ำก็ต่ำ..

แต่ต่ำอย่างนี้ก็ยังไม่เคยไปว่าใคร..ต่ำทราม..โง่เขลา..ถึงเขาจะเป็นอย่างนั้นจริง ๆ ก็เถอะ

น่าสงสาร...คนที่ทรามกว่าผมจัง...

:b12: :b12: :b12: :b12: :b12: :b55: :b53: :b48: :b51:

หน้า 2 จากทั้งหมด 7 เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง
Powered by phpBB © 2000, 2002, 2005, 2007 phpBB Group
http://www.phpbb.com/