วันเวลาปัจจุบัน 10 เม.ย. 2021, 18:58  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


กฎการใช้บอร์ด


รวมกระทู้จากบอร์ดเก่า http://www.dhammajak.net/board/viewforum.php?f=2



กลับไปยังกระทู้  [ 52 โพสต์ ]  ไปที่หน้า ย้อนกลับ  1, 2, 3, 4  Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 01 ต.ค. 2009, 23:16 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 4
สมาชิก ระดับ 4
ลงทะเบียนเมื่อ: 30 ส.ค. 2009, 02:56
โพสต์: 290

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


มหาราชันย์ เขียน:
sasikarn เขียน:
ตอนนี้เอเริ่มทำกรรมฐานใหม่ได้หลายวันแล้วเหมือนกันค่ะ...



สวัสดีครับ

อนุโมทนาบุญด้วยนะครับ
ปฏิบัติอย่างนั้นไปเรื่อย ๆ รักษาใจให้ร่าเริงมีปีติสุข แบบที่เป็นนั้นดีอยู่แล้วครับ



คนผู้แสวงหาความสุขเพื่อตน
พึงกำจัดความรำพัน
กำจัดความทะยานอยากและความโทมนัสของตน
พึงถอนลูกศร คือกิเลสของตนเสีย
เป็นผู้มีลูกศร คือ กิเลสอันถอนขึ้นแล้ว
อันตัณหาและทิฐิ ไม่อาศัยแล้ว
ถึงความสงบใจ ก้าวล่วงความเศร้าโศกได้ทั้งหมด
เป็นผู้ไม่มีความเศร้าโศกย่อมจักเยือกเย็น ฉะนี้แลฯ ”


เจริญในธรรมครับ



:b8: :b8: :b8: ขอขอบคุณ คุณมหาราชันย์มากค่ะ

:b55: :b55: :b55: นู๋เอค่ะ...

.....................................................
ข้าพเจ้าเคารพพระธรรม ที่มีอยู่ในพระพุทธเจ้า
ข้าพเจ้าเคารพพระธรรม ที่มีอยู่ในพระธรรม
ข้าพเจ้าเคารพพระธรรม ที่มีอยู่ในพระสงฆ์
ข้าพเจ้าเคารพพระธรรม ที่มีอยู่ในพระมารดาพระบิดา
ข้าพเจ้าเคารพพระธรรม ที่มีอยู่ในครูอุปัชฌาย์อาจารย์
ข้าพเจ้าเคารพพระธรรม ที่มีอยู่ในทุกสิ่งทุกอย่าง...สาธุ สาธุ สาธุ


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 02 ต.ค. 2009, 05:35 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 24 ต.ค. 2006, 12:36
โพสต์: 33871

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


sasikarn เขียน:

ตอนนี้เอเริ่มทำกรรมฐานใหม่ได้หลายวันแล้วเหมือนกันค่ะ...

ล่าสุดที่นั่งรู้สึกเหมือนมีลูกกลม ๆ ไหลขึ้นไปที่สมอง ไม่ได้ปวดหัวนะคะ แต่รู้สึกมันหนัก ๆ ที่หัว มีลูกกลม ๆ วิ่งไปมาแต่ช้า
เอก็ปล่อยให้เป็นแบบนั้นไปเรื่อย ๆ ซัก 3 นาทีอาการนั้นก็หายไป พอหายไปปุ๊ปเหมือนเราลงไปลึกขึ้น ร่างกายเบาแบบโหว่ง โหว่ง พูดไม่ถูกอ่ะ และมีขนรุกซู่ ซู่มานิดนึง แต่ไม่เห็นนิมิตอะไรนะคะ มันว่างเปล่ามากมีเพียงสีขาวสลัว ๆ เหมือนอยู่ในห้องอ่ะคะ แต่ไม่ใช่แสงไฟ หรือดวงไฟ
เหมือนคนอื่นนะคะ และก็ไม่เห็นนิมิตอะไรด้วย พอนั่งเสร็จคราวนี้ก็นอนหลับเป็นปกติค่ะ แต่ตอนนอนก็ยังเอามือวางที่หน้าท้องและพุท-โธ จนหลับไป...

ปุจฉา !! แล้วที่ว่าทำอย่างมีระเบียบขั้นตอน อันนั้นทำอย่างไงอ่ะคะ ช่วยแนะนำด้วยค่ะ...


ยังไม่วิสัชชนาตอนนี้ขอรับคุณเอ :b1:

กำลังดูว่าคุณจะไปทิศใดในการเจริญจิตภาวนา

แต่ตอนนี้ขอความรู้จากมหาราชันย์ก่อนที่ว่า (ปฏิบัติอย่างนั้นไปเรื่อย ๆ รักษาใจให้ร่าเริงมีปีติสุข

แบบที่เป็นนั้นดีอยู่แล้วครับ)


รักษาใจให้ร่าเริงมีปีติสุข อันนี้พอว่า

แต่ทีนี้คุณเอไม่ได้มีแค่นั้น มี...ดูที่ขีดเส้นใต้ที่อ้างอิงด้วย

ขออนุญาตถามว่า คุณเอจะต้องรักษาไว้ด้วยไหม หรือต้องทำยังไงต่อมันครับ

ขอบคุณครับ :b8:

.....................................................
https://dhammachati.blogspot.com/


แก้ไขล่าสุดโดย กรัชกาย เมื่อ 02 ต.ค. 2009, 05:36, แก้ไขแล้ว 1 ครั้ง

โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 02 ต.ค. 2009, 14:22 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 17 ส.ค. 2009, 20:26
โพสต์: 1589

แนวปฏิบัติ: อรหัตตมัคค
สิ่งที่ชื่นชอบ: พระไตรปิฎก
อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


กรัชกาย เขียน:
รักษาใจให้ร่าเริงมีปีติสุข อันนี้พอว่า

แต่ทีนี้คุณเอไม่ได้มีแค่นั้น มี...ดูที่ขีดเส้นใต้ที่อ้างอิงด้วย

ขออนุญาตถามว่า คุณเอจะต้องรักษาไว้ด้วยไหม หรือต้องทำยังไงต่อมันครับ



สวัสดีครับท่านทั้งหลาย

คุณเอได้บอกว่ามันดับไปแล้วนี่ครับ
ดับแล้วก็จบกันครับ ไม่จำเป็นต้องไปทำอะไรอีก



sasikarn เขียน:
ตอนนี้เอเริ่มทำกรรมฐานใหม่ได้หลายวันแล้วเหมือนกันค่ะ...
ล่าสุดที่นั่งรู้สึกเหมือนมีลูกกลม ๆ ไหลขึ้นไปที่สมอง ไม่ได้ปวดหัวนะคะ แต่รู้สึกมันหนัก ๆ ที่หัว มีลูกกลม ๆ วิ่งไปมาแต่ช้า เอก็ปล่อยให้เป็นแบบนั้นไปเรื่อย ๆ ซัก 3 นาทีอาการนั้นก็หายไป พอหายไปปุ๊ปเหมือนเราลงไปลึกขึ้น ร่างกายเบาแบบโหว่ง โหว่ง พูดไม่ถูกอ่ะ และมีขนรุกซู่ ซู่มานิดนึง แต่ไม่เห็นนิมิตอะไรนะคะ มันว่างเปล่ามากมีเพียงสีขาวสลัว ๆ เหมือนอยู่ในห้องอ่ะคะ แต่ไม่ใช่แสงไฟ หรือดวงไฟ
เหมือนคนอื่นนะคะ และก็ไม่เห็นนิมิตอะไรด้วย พอนั่งเสร็จคราวนี้ก็นอนหลับเป็นปกติค่ะ แต่ตอนนอนก็ยังเอามือวางที่หน้าท้องและพุท-โธ จนหลับไป...

ปุจฉา !! แล้วที่ว่าทำอย่างมีระเบียบขั้นตอน อันนั้นทำอย่างไงอ่ะคะ ช่วยแนะนำด้วยค่ะ...



คุณเอเธอบอกว่ามันดับไปแล้วหายไปแล้ว

กระทู้นี้เป็นกระทู้เกี่ยวกับปัญหาที่เจอหลังการฝึกปฏิบัติกรรมฐานของคุณเอ เป็นผลครับ
ผมไม่ใช่อาจารย์สอนกัมมัฏฐานของคุณเอ ไม่ทราบรายละเอียดว่าคุณเอ เธอปฏิบัติอย่างไรครับ
เห็นเธอมีจิตเป็นกุศล เอามาเล่ามาถาม ผมเข้ามาอนุโมทนาเฉย ๆ ครับ เพราะกุศลจิตนั้นมีส่วนดีครับ

การแก้ปัญญาแก้ที่เหตุครับ ผมไม่แก้ที่ผลครับ
ขออภัยนะครับผมไม่สามารถแก้ที่ผลของคุณเอได้จริง ๆ ครับ

คุณเอเธอต้องการอะไรเริ่มที่เหตุครับ แก้ไขที่การทำเหตุ ผมเชื่ออย่างนี้รู้มาอย่างนี้ครับ

ถ้าคุณกรัชกายมีความสามารถในการแก้ไขที่ผลนี้ได้ ผมยินดีรับฟังเป็นประสบการณ์ความรู้ด้วยครับ
เผื่อว่าผมอาจจะเชื่อผิด รู้ผิดไปก็ได้ครับ


ขอบคุณครับ


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 02 ต.ค. 2009, 14:36 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 24 ต.ค. 2006, 12:36
โพสต์: 33871

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


สนทนาแลกเปลี่ยนทัศนะกันขอรับ

สภาวะทุกอย่างเกิดดับๆ แม้แต่กุศลธรรมมีปีติสุขเป็นต้น เกิดแล้วดับ ตามธรรมดาของมัน

ภาวะที่คุณเอเล่ามา ดับแล้วก็เกิดอีกได้ เป็นวงจรของมัน ยิ่งกว่านั้นก็มีก็เป็นได้

ทีนี้เรามีวิธีปฏิบัติต่อภาวะเป็นต้นนั้นๆอย่างไร

.....................................................
https://dhammachati.blogspot.com/


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 02 ต.ค. 2009, 16:39 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 17 ส.ค. 2009, 20:26
โพสต์: 1589

แนวปฏิบัติ: อรหัตตมัคค
สิ่งที่ชื่นชอบ: พระไตรปิฎก
อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


สวัสดีครับ

ผมว่าอดีตอนาคตอย่าไปมุ่งหวังเลยครับ
เป็นอยู่กับกุศลธรรมในปัจจุบันดีกว่าครับ



ผู้มีปัญญาไม่ควรคำนึงถึงสิ่งที่ล่วงไปแล้ว
ไม่ควรหวังสิ่งที่ยังมาไม่ถึง
สิ่งใดที่ล่วงไปแล้ว สิ่งนั้นก็ละไปแล้ว
และสิ่งใดที่ยังไม่มาถึง สิ่งนั้นก็ยังไม่ได้ไม่ถึง

ก็บุคคลใดเห็นแจ้งธรรมที่เกิดขึ้นเฉพาะหน้า
ในที่นั้นๆ ไม่ง่อนแง่น ไม่คลอนแคลน
บุคคลนั้นมารู้แจ้งธรรมนั้นแล้ว
ควรเจริญธรรมนั้นไว้เนืองๆ

ความเพียรควรทำเสียในวันนี้แหละ
เพราะใคร่เล่าจะพึงรู้ว่าความตายจะมีในวันพรุ่งนี้
การผลัดเพี้ยนกับพระยามัจจุราชผู้มีเสนาใหญ่นั้นย่อมไม่มีเลย
มุนีผู้สงบระงับ ย่อมกล่าวสรรเสริญบุคคลผู้มีธรรมเป็นเครื่องอยู่
มีความเพียรเผากิเลสไม่เกียจคร้านทั้งกลางวันและกลางคืนอย่างนี้นั้นแลว่า
ผู้มีราตรีเดียวเจริญ ดังนี้แล้ว ได้บรรลุอรหัต

เราเผากิเลสทั้งหลายแล้ว ... พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้.
ทราบว่า ท่านพระโลมสติยเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.



เจริญในธรรมครับ


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 03 ต.ค. 2009, 21:36 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 4
สมาชิก ระดับ 4
ลงทะเบียนเมื่อ: 30 ส.ค. 2009, 02:56
โพสต์: 290

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


:b8: :b8: :b8: ขอบคุณ คุณกรัชกาย และคุณมหาราชันย์มากค่ะ...
ปัญหาที่เกิดเหมือนมีลูกกลม ๆ วิ่งอยู่ในหัว แล้วรู้สึกว่ามันหนักหัว ซักพักอาการนั้นก็หายไป...เอยังไม่ทราบอ่ะคะว่าจะแก้อาการนี้อย่างไร...ตอนนี้รู้เพียงว่าถ้าอาการนี้เกิดขึ้นอีก เอก็คงต้องปล่อยให้เกิด และปล่อยให้อาการนั้นให้หายไปเอง...แต่ก็ไม่ได้พะวงอะไรมากค่ะ...คือเวลานั่งกรรมฐานเอก็จะไม่คิดอะไรคืออะไรจะเกิดก็เกิดไป เด๋วก็คงดับไปเอง...แต่พอมีอะไรระหว่างนั่งกรรมฐานที่เรารู้สึกว่าแปลกนะ ก็อยากมาเล่าให้ฟังค่ะเผื่อเพื่อน ๆ ทุกท่านในนี้มีอะไรที่จะแนะนำเพิ่มเติมให้กับเอ...ก็เลยอยากเล่าให้ฟังเป็นซีรี่ย์ อะค่ะ...ว่าตอนนี้นั่งถึงตรงนี้แล้วนะ แล้วมีอะไรเพิ่มเติมให้กับเอมั๊ย...จาบอกว่าเริ่มนั่งสมาธิได้เป็นครั้งแรกก็เพราะเพื่อน ๆ ในนี้แหล่ะค่ะได้ให้กำลังใจ และช่วยให้คำแนะนำดี ๆ ที่สามารถนำมาปฏิบัติได้ดีค่ะ...ยังไงก็ต้องขอขอบคุณในคำแนะนำทั้งหลายอีกครั้งนะคะ..
ปล.ทุกคำแนะนำมีประโยชน์กับเอมากจริง ๆ เมื่อก่อน สมัยที่ยังไม่ได้เข้ามาในลาน ฯ นั่งได้ไม่เกิน 10 นาที่ แต่พอหลังจากเข้ามารับคำแนะนำในลาน ฯ เมื่อประมาณ 2 เดือนที่แล้ว เด๋วนี้นั่งได้นานที่สุดประมาณ 1 ชั่วโมงแล้วค่ะ :b16: :b16: :b16:

:b55: :b55: :b55: นู๋เอค่ะ (วันนี้ก็ยังร่าเริงเหมือนเดิม) :b55: :b55: :b55:

.....................................................
ข้าพเจ้าเคารพพระธรรม ที่มีอยู่ในพระพุทธเจ้า
ข้าพเจ้าเคารพพระธรรม ที่มีอยู่ในพระธรรม
ข้าพเจ้าเคารพพระธรรม ที่มีอยู่ในพระสงฆ์
ข้าพเจ้าเคารพพระธรรม ที่มีอยู่ในพระมารดาพระบิดา
ข้าพเจ้าเคารพพระธรรม ที่มีอยู่ในครูอุปัชฌาย์อาจารย์
ข้าพเจ้าเคารพพระธรรม ที่มีอยู่ในทุกสิ่งทุกอย่าง...สาธุ สาธุ สาธุ


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 04 ต.ค. 2009, 08:12 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 24 ต.ค. 2006, 12:36
โพสต์: 33871

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


มหาราชันย์ เขียน:
สวัสดีครับ

ผมว่าอดีตอนาคตอย่าไปมุ่งหวังเลยครับ
เป็นอยู่กับกุศลธรรมในปัจจุบันดีกว่าครับ



ผู้มีปัญญาไม่ควรคำนึงถึงสิ่งที่ล่วงไปแล้ว
ไม่ควรหวังสิ่งที่ยังมาไม่ถึง
สิ่งใดที่ล่วงไปแล้ว สิ่งนั้นก็ละไปแล้ว
และสิ่งใดที่ยังไม่มาถึง สิ่งนั้นก็ยังไม่ได้ไม่ถึง

ก็บุคคลใดเห็นแจ้งธรรมที่เกิดขึ้นเฉพาะหน้า
ในที่นั้นๆ ไม่ง่อนแง่น ไม่คลอนแคลน
บุคคลนั้นมารู้แจ้งธรรมนั้นแล้ว
ควรเจริญธรรมนั้นไว้เนืองๆ

ความเพียรควรทำเสียในวันนี้แหละ
เพราะใคร่เล่าจะพึงรู้ว่าความตายจะมีในวันพรุ่งนี้
การผลัดเพี้ยนกับพระยามัจจุราชผู้มีเสนาใหญ่นั้นย่อมไม่มีเลย
มุนีผู้สงบระงับ ย่อมกล่าวสรรเสริญบุคคลผู้มีธรรมเป็นเครื่องอยู่
มีความเพียรเผากิเลสไม่เกียจคร้านทั้งกลางวันและกลางคืนอย่างนี้นั้นแลว่า
ผู้มีราตรีเดียวเจริญ ดังนี้แล้ว ได้บรรลุอรหัต

เราเผากิเลสทั้งหลายแล้ว ... พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้.
ทราบว่า ท่านพระโลมสติยเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.

เจริญในธรรมครับ



ผมว่าอดีตอนาคตอย่าไปมุ่งหวังเลยครับ
เป็นอยู่กับกุศลธรรมในปัจจุบันดีกว่าครับ



ถามอีกนิดนะขอรับ

แล้วในแต่ละวันๆ มีแต่กุศลเกิดอย่างเดียวหรือครับ หากมีแต่กุศลเกิดอย่างเดียวก็พอว่า รักษาไป

แต่ทีนี้อกุศลเกิดด้วย แล้วจะทำอย่างไรครับ :b1: :b12:

ธรรมะเจริญครับ

.....................................................
https://dhammachati.blogspot.com/


แก้ไขล่าสุดโดย กรัชกาย เมื่อ 04 ต.ค. 2009, 08:12, แก้ไขแล้ว 1 ครั้ง

แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 52 โพสต์ ]  ไปที่หน้า ย้อนกลับ  1, 2, 3, 4

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 2 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร