วันเวลาปัจจุบัน 10 ส.ค. 2020, 15:25  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


กฎการใช้บอร์ด


รวมกระทู้จากบอร์ดเก่า http://www.dhammajak.net/board/viewforum.php?f=2



กลับไปยังกระทู้  [ 198 โพสต์ ]  ไปที่หน้า ย้อนกลับ  1, 2, 3, 4, 5, 6 ... 14  ต่อไป  Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 09 มิ.ย. 2010, 05:48 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 09 มิ.ย. 2007, 21:13
โพสต์: 2631

อายุ: 0
ที่อยู่: กทม.

 ข้อมูลส่วนตัว


เราขอเรียกร้องเหลิมปฏิรูปให้มีจิตสำนึก

เลิกปลุกระดมให้เกลียดชังพระ

สร้างความแตกแยกในพระพุทธศาสนา

ตามเวป

ขอให้หยุดพฤติกรรมอันอำมหิตในจิตมุ่งทำลายครูบาอาจารย์

ทันที

.....................................................
นิพพานที่นี่ เดี๋ยวนี้


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 09 มิ.ย. 2010, 05:49 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 5
สมาชิก ระดับ 5
ลงทะเบียนเมื่อ: 24 ก.พ. 2009, 05:07
โพสต์: 372


 ข้อมูลส่วนตัว


http://www.84000.org/tipitaka/read/?12/427-9/458
เราบรรลุจตุตถฌาน อันไม่มีทุกข์ ไม่มีสุข เพราะละสุขละทุกข์ และดับโสมนัส และโทมนัสในก่อน
เสียได้ มีอุเบกขาเป็นเหตุให้สติบริสุทธิ์อยู่. แม้สุขเวทนาที่เกิดขึ้นเห็นปานนี้ ก็มิได้ครอบงำจิต
เราตั้งอยู่ได้. เราเมื่อจิตเป็นสมาธิ บริสุทธิ์ผ่องแผ้ว ไม่มีกิเลส ปราศจากอุปกิเลส อ่อน ควร
แก่การงาน ตั้งมั่น ไม่หวั่นไหวอย่างนี้ ก็โน้มน้อมจิตไปเพื่อปุพเพนิวาสานุสติญาณ. เราย่อม
ระลึกชาติที่เคยอยู่อาศัยในก่อนได้เป็นอันมาก คือ ระลึกได้หนึ่งชาติบ้าง สองชาติบ้าง ฯลฯ ระลึก
ชาติที่เคยอยู่อาศัยได้เป็นอันมาก พร้อมทั้งอาการ ทั้งอุเทศ ด้วยประการฉะนี้.

-----------------------------------

http://www.84000.org/tipitaka/attha/att ... &i=362&p=3

อีกอย่างหนึ่ง เพราะอานาปานสติกรรมฐาน อันเป็นปทัฏฐานแห่งสุขวิหารธรรมในปัจจุบันของการบรรลุคุณวิเศษ ของพระพุทธเจ้า พระปัจเจกพุทธเจ้า และพระสาวกของพระพุทธเจ้าทั้งปวง เป็นยอดในประเภทของกรรมฐานนี้ อันพระโยคาวจรไม่สละท้ายบ้าน อันวุ่นวายไปด้วยเสียงหญิง บุรุษ ช้างและม้าเป็นต้น ทำได้ไม่ง่ายนักเพื่อเจริญ เพราะฌานมีเสียงเสียบแทง.
ส่วนพระโยคาวจรกำหนดถือเอากรรมฐานนี้ในป่ามิใช่หมู่บ้าน ยังอานาปานสติจตุตถฌานให้เกิด ทำฌานนั้นให้เป็นบาท พิจารณาสังขารทั้งหลายเป็นการทำได้ง่ายเพื่อบรรลุพระอรหัตอันเป็นผลเลิศ ฉะนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าเมื่อจะทรงอ้างถึงเสนาสนะอันสมควรแก่พระโยคาวจรนั้น จึงตรัสพระดำรัสมีอาทิว่า อรญฺญคโต วา ดังนี้.

จริงอยู่ กรรมฐานอย่างใดอย่างหนึ่งย่อมสมบูรณ์แก่ผู้มีสติ ผู้มีสัมปชัญญะโดยแท้ แต่เมื่อมนสิการอื่นจากนี้ กรรมฐานก็ยังปรากฏ.
อนึ่ง อานาปานสติกรรมฐานนี้ เป็นการเจริญอย่างหนักๆ เป็นภูมิแห่งมนสิการของพระพุทธเจ้า พระปัจเจกพุทธเจ้าและพระพุทธบุตรผู้เป็นมหาบุรุษนั่นเอง มิได้เป็นนอกไปจากนี้ ทั้งสัตว์นอกนี้มิได้เสพ.
กรรมฐานเป็นอันสงบและสุขุม โดยประการที่ทำไว้ในใจ เพราะฉะนั้น ในที่นี้พึงปรารถนาสติและปัญญามีกำลัง.

----------------------------------------------
อ้างคำพูด:
คุณ mes เขียน

อานาปานะสติ

คือการกำหนดลมหายใจเข้าออก

ตามหลักสติปัฏฐานสี่

ก็ไม่จำเป็นต้องนั่งหลับตา


------------------------------------

คุณ mes ครับ ลองกลับไปทบทวน พระไตรปิฏก ที่คุณนำมาแสดง ในคืนวันตรัสรู้นั้น พระองค์ทรงเจริญสมาธิด้วยอานาปานสติ เจริญจตุตถฌาน แล้วนำนำฌานนั้นเพื่อการเจริญวิปัสสนา

ผมว่า ในคืนนั้น ในเบื้องต้นพระองค์ทรงนั่งสมาธิใต้ต้นโพธิ์ หลับพระเนตร เจริญอานาปานสติ

อนึ่ง การเจริญอานาปานสติ เป็นของหนัก คู่ควรแก่ผู้มีปัญญา บารมีมาก ไม่ใช่ว่า ใคร ๆ ก็จะเหมาะกับการเจริญกรรมฐานประเภทนี้ แต่สำนักปฏิบัติสมาธิมักจะสอนให้ทำไปก่อน เดี๋ยวรู้เอง

คุณ mes ครับ ด้วยที่ผมเป็นผู้มี สติปัญญา น้อย เคยเจริญอานาปานสติ ทำสมาธิ บางทีจับลมหายใจไม่ได้เลยครับ บางทีก็ฟุ้ง

.....................................................
สมถะ (ฌาน, สมาธิ) ที่เป็นบาทของวิปัสสนา
http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=2&t=21049

ผู้บรรลุธรรม จากสมถะ มีจำนวนน้อยกว่าผู้ไม่มี
http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=2&t=21062

การเจริญสติปัฏฐานหมวดพิจารณาอิริยาบถ ๔ จากพระไตรปิฏก อรรถกถา
http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=2&t=29201

ควรศึกษาอัตตโนมติ ของท่านพุทธทาสหรือไม่ ?
http://www.dhammajak.net/board/viewtopic.php?t=17187


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 09 มิ.ย. 2010, 06:58 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 09 มิ.ย. 2007, 21:13
โพสต์: 2631

อายุ: 0
ที่อยู่: กทม.

 ข้อมูลส่วนตัว


เฉลิมศักดิ์ เขียน:
เรียนทุกท่านครับ สมาธิที่เราพูดถึงนี้ หมายถึง สมาธิในพระพุทธศาสนา เป็น สมาธิวิสุทธิ เพื่อการเจริญวิปัสสนา ต่อยอดเป็น ทิฏฐิวิสุทธิ

แต่ในปัจจุบัน มีสำนักปฏิบัติสมาธิมากมาย ที่ไม่ได้แสดงหลักการที่จะนำสมาธิไปต่อยอดเป็นวิปัสสนา


วันนี้มีเมตตา

ขอสั่งสอนเหลิมสัทธรรมปฏิรูปให้รู้จักพุทธธรรม

ตามหลักอิทัปปัจจยตา

สมมุติความคิดเปรียบเป็นแสงสว่าง

สมาธิคือการรวมแสงของเล็นท์เว้า

ลำแสงที่เกิดจากการวมเข้ามาจนเข้มนั่นเปรียบเป็นวิปัสนา

ฉนั้นจึงกล่าวได้ว่า

สมถะหรือสมาธิกับวิปปัสนาเป็นปัจจัยซึ่งกันและกัน

เพราะสิ่งนี้มี สิ่งนี้จึงมี

เหราะสิ่งนี้เกิด สิ่งนี้จึงเกิด

ถ้าสมถะ วิปปัสนาเกิดขึ้นเอง หรือเกิดขึ้นมาลอยๆมาต่อยอด

ละก็ต้องมีมูลการณ์ มีที่กำเนิดของวิปปัสนา หรือสมาธิอื่นอีกต่างหากจากกัน ผิดหลักพุทธธรรม

เป็นสัทธรรมปฏิรูป

สมถะ สมาธิ วิปปัสนานั้นมี แต่ผู้เป็นเจ้าของนั้นไม่มี

มี่แต่เหตุและปัจจัยที่เกิด

สรุปวิปัสนาคือสมถะคือสมาธิอย่างหนึ่ง

การแยกการทำแยบคายในใจหรือโยนิโสมนสิการหรือวิปัสสนาจึงไม่ใช่การต่อยอด

การแยกดังกล่าวเป็นเนื้องอก

เป็นสัทธรรมปฏิรูปของเหลิมปฏิรูป

.....................................................
นิพพานที่นี่ เดี๋ยวนี้


แก้ไขล่าสุดโดย mes เมื่อ 09 มิ.ย. 2010, 08:01, แก้ไขแล้ว 1 ครั้ง

โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 09 มิ.ย. 2010, 07:04 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 09 มิ.ย. 2007, 21:13
โพสต์: 2631

อายุ: 0
ที่อยู่: กทม.

 ข้อมูลส่วนตัว


เฉลิมศักดิ์ เขียน:
คุณ mes ครับ ลองกลับไปทบทวน พระไตรปิฏก ที่คุณนำมาแสดง ในคืนวันตรัสรู้นั้น พระองค์ทรงเจริญสมาธิด้วยอานาปานสติ เจริญจตุตถฌาน แล้วนำนำฌานนั้นเพื่อการเจริญวิปัสสนา

ผมว่า ในคืนนั้น ในเบื้องต้นพระองค์ทรงนั่งสมาธิใต้ต้นโพธิ์ หลับพระเนตร เจริญอานาปานสติ

อนึ่ง การเจริญอานาปานสติ เป็นของหนัก คู่ควรแก่ผู้มีปัญญา บารมีมาก ไม่ใช่ว่า ใคร ๆ ก็จะเหมาะกับการเจริญกรรมฐานประเภทนี้ แต่สำนักปฏิบัติสมาธิมักจะสอนให้ทำไปก่อน เดี๋ยวรู้เอง

คุณ mes ครับ ด้วยที่ผมเป็นผู้มี สติปัญญา น้อย เคยเจริญอานาปานสติ ทำสมาธิ บางทีจับลมหายใจไม่ได้เลยครับ บางทีก็ฟุ้ง


ตัวอย่างที่เหลิมสัทธรรมปฏิรูปมักใช้อัตตโนมัติที่เป็นมิจฉทิฐิไปเป็นเครื่องตัดสิน

.....................................................
นิพพานที่นี่ เดี๋ยวนี้


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 09 มิ.ย. 2010, 07:15 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 09 มิ.ย. 2007, 21:13
โพสต์: 2631

อายุ: 0
ที่อยู่: กทม.

 ข้อมูลส่วนตัว


เฉลิมศักดิ์ เขียน:
สอนเพียงว่า ปฏิบัติไปเถิดแล้วจะรู้เอง อย่าได้เรียนปริยัติให้มากเป็นอุปสรรคในการทำสมาธิ (ขาดความยำเกรงในพระธรรม ๑ ในสัทธรรมปฏิรูป )


ในสมัยพุทธกาลไม่เคยมีโรงเรียนสอนปริยัติธรรม

แต่มีพระอรหันต์เกิดขึ้นมากมาย มากกว่าปัจจุบันที่มีสถาบันสอนปริยัติธรรมอยู่เยอะ

เพราะไม่มีโรงเรียนใดสอนให้ใครเป็นอรหันต์ได้

การศึกษามีจุดประสงค์เพื่อเสริมสรางสติปัญญา

หมายถึงการคืกษามุ่งให้เกิดความรู้ประดับสติปัญญา

แต่การบรรลุธรรมต้องนำความรู้นำปัญญามาปฏิบัติเพื่อหลุดพ้นจากอาสวะเรียกว่านิสรณะ

แบบแผนแห่งการบรรลุธรรมคืออริยะมรรคที่มีองค์แปด

เหลิมสัทธรรมปฏิรูปบิดเบือนว่าปริยัติคือแบบแผนของนิพพานนั้นไม่ใช่

.....................................................
นิพพานที่นี่ เดี๋ยวนี้


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 09 มิ.ย. 2010, 07:22 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 09 มิ.ย. 2007, 21:13
โพสต์: 2631

อายุ: 0
ที่อยู่: กทม.

 ข้อมูลส่วนตัว


เฉลิมศักดิ์ เขียน:
บางสำนักก็ยึดเอานิมิต จากการทำสมาธิ ว่าเป็น วิปัสสนาญาณบ้าง เป็นนิพพานบ้าง แล้วกลับมาบิดเบือนพระสัทธรรม ว่าตนเองได้นั่งสมาธิติดต่อพระพุทธเจ้าได้ และพระพุทธเจ้าได้ยืนยันว่าแนวทางที่ตนเองค้นพบจากสมาธิ ถูกต้องที่สุด (ขาดความยำเกรงในพระพุทธ ๑ ในสัทธรรมปฏิรูป )


เป็นการกล่าวลอยๆขาดหลักฐานตามอัตตโนมัติที่ขาดสุจริตธรรมของเหลิมสัทธรรมปฏิรูป

๑ในสัทธรรมปฏิรูปคือ

การกล่าวร้ายโจมตีพระสงฆ์ ครูบาอาจารย์ตามเวป ปลุกระดมให้เกิดความเกลียดชังพระ กล่าวตู่พระ

ธรรมครั้งแล้วครั้งเล่าตามอัตตโมมัติ

อย่างเหลิมปฏิรูป

.....................................................
นิพพานที่นี่ เดี๋ยวนี้


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 09 มิ.ย. 2010, 07:39 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 09 มิ.ย. 2007, 21:13
โพสต์: 2631

อายุ: 0
ที่อยู่: กทม.

 ข้อมูลส่วนตัว


เหลิมสัทธรรมปฏิรูปปล้นปล้อนสุดๆ

ผมชี้ให้เห็นว่า

เหลิมสัทธรรมปฏิรูปดูหมิ่นพระพุทธเจ้า

กล่าวหาพระองค์ในคือวันตรัสรู้ว่าการเข้าฌานของพระองค์คือการนั่งหลับตา

ตามที่เหลิมสัทธรรมปฏิรูปกล่าวหาว่าฌานคือแค่นั่งหลับตา

บาปหนา ท่วมทันท่วมหัวจริงๆ

mes เขียน:
การบิดเบือนพระธรรมว่า ฌานคือการนั่งหลับตาเฉยๆคือสัทธรรมปฏิรูป

พวกนอกศาสนานำมาอ้างทำลายศาสนาพุทธเถราวาท

ด้วยอัตตโนมัติมิจฉทิฐิ

ด้วยอคติ

เป็นเรื่องที่ชาวพุทธเรายอมไม่ได้


mes เขียน:
เฉลิมศักดิ์ต้องออกมารับผิดชอบในการหมิ่นพระพุทธศาสนาในครั้งนี้

การหมิ่นฌานเท่ากับพระพุทธเจ้านั้นสอนผิด

เท่ากับการตรัสรู้เป็นเรื่องไม่จริง


เฉลิมศักดิ์ เขียน:
อ้างอิงคำพูด:
คุณ mes เขียน

อานาปานะสติ

คือการกำหนดลมหายใจเข้าออก

ตามหลักสติปัฏฐานสี่

ก็ไม่จำเป็นต้องนั่งหลับตา


------------------------------------

คุณ mes ครับ ลองกลับไปทบทวน พระไตรปิฏก ที่คุณนำมาแสดง ในคืนวันตรัสรู้นั้น พระองค์ทรงเจริญสมาธิด้วยอานาปานสติ เจริญจตุตถฌาน แล้วนำนำฌานนั้นเพื่อการเจริญวิปัสสนา

ผมว่า ในคืนนั้น ในเบื้องต้นพระองค์ทรงนั่งสมาธิใต้ต้นโพธิ์ หลับพระเนตร เจริญอานาปานสติ

อนึ่ง การเจริญอานาปานสติ เป็นของหนัก คู่ควรแก่ผู้มีปัญญา บารมีมาก ไม่ใช่ว่า ใคร ๆ ก็จะเหมาะกับการเจริญกรรมฐานประเภทนี้ แต่สำนักปฏิบัติสมาธิมักจะสอนให้ทำไปก่อน เดี๋ยวรู้เอง

คุณ mes ครับ ด้วยที่ผมเป็นผู้มี สติปัญญา น้อย เคยเจริญอานาปานสติ ทำสมาธิ บางทีจับลมหายใจไม่ได้เลยครับ บางทีก็ฟุ้ง

.....................................................
นิพพานที่นี่ เดี๋ยวนี้


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 09 มิ.ย. 2010, 07:41 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 09 มิ.ย. 2007, 21:13
โพสต์: 2631

อายุ: 0
ที่อยู่: กทม.

 ข้อมูลส่วนตัว


ขอถามเหลิมสัทธรรมปฏิรูปคำถามเดียว

ฌานคือการนั่งหลับตาแค่นั้นใช่หรือไม่

.....................................................
นิพพานที่นี่ เดี๋ยวนี้


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 09 มิ.ย. 2010, 07:43 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 09 มิ.ย. 2007, 21:13
โพสต์: 2631

อายุ: 0
ที่อยู่: กทม.

 ข้อมูลส่วนตัว


ไม่เอาลิงค์ไม่เอาลิงค์ไม่เอาลิงค์ไม่เอาลิงค์ไม่เอาลิงค์

ไม่เอาลิงค์ไม่เอาลิงค์ไม่เอาลิงค์ไม่เอาลิงค์ไม่เอาลิงค์

ไม่เอาลิงค์ไม่เอาลิงค์ไม่เอาลิงค์ไม่เอาลิงค์ไม่เอาลิงค์

ไม่เอาลิงค์ไม่เอาลิงค์ไม่เอาลิงค์ไม่เอาลิงค์ไม่เอาลิงค์

ไม่เอาลิงค์ไม่เอาลิงค์ไม่เอาลิงค์ไม่เอาลิงค์ไม่เอาลิงค์

ไม่เอาลิงค์ไม่เอาลิงค์ไม่เอาลิงค์ไม่เอาลิงค์ไม่เอาลิงค์

ไม่เอาลิงค์ไม่เอาลิงค์ไม่เอาลิงค์ไม่เอาลิงค์ไม่เอาลิงค์

ไม่เอาลิงค์ไม่เอาลิงค์ไม่เอาลิงค์ไม่เอาลิงค์ไม่เอาลิงค์

.....................................................
นิพพานที่นี่ เดี๋ยวนี้


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 09 มิ.ย. 2010, 07:49 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 09 มิ.ย. 2007, 21:13
โพสต์: 2631

อายุ: 0
ที่อยู่: กทม.

 ข้อมูลส่วนตัว


เฉลิมศักดิ์ เขียน:
คุณ mes ครับ ลองกลับไปทบทวน พระไตรปิฏก ที่คุณนำมาแสดง ในคืนวันตรัสรู้นั้น พระองค์ทรงเจริญสมาธิด้วยอานาปานสติ เจริญจตุตถฌาน แล้วนำนำฌานนั้นเพื่อการเจริญวิปัสสนา



อันนี้เก็บเอาไว้ก่อน

คนก้าวไม่พ้นปริยัติท่องจำเป็นนกแก้วนกขุนทองขาดปัญญาก็เป็นอย่างนี้

มนสิการไม่เป็น


ท่านผู้อ่านลองยกแผ่นใบปลิวทีเหลิมสัทธรรมปฏิรูปกับลิงค์อภิธธรรม แนบ บุญมี หลวงพ่อเสือ ออกดู

เอาเนื้อหาที่เหลิมสัทธรรมปฏิรูปเขียนเองไม่ได้ใจความเลย

.....................................................
นิพพานที่นี่ เดี๋ยวนี้


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 09 มิ.ย. 2010, 08:49 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 10 พ.ย. 2009, 10:41
โพสต์: 4463

อายุ: 0
ที่อยู่: วัฏสงสาร

 ข้อมูลส่วนตัว


คุณเหลิมจะหมายถึงหลวงพ่อสด หลวงพ่อฤาษีลิงดำหรือไม่ครับ
หากใช่ คุณเหลิม คนละเบอร์กัน(ไม่ต้องไปเทียบเลย) เศษ ฝุ่นละอองเท้าของท่านยังมีค่ามากกว่าคุณเหลิมเยอะ

:b32: :b32: :b32:
:b28:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 09 มิ.ย. 2010, 08:54 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 10 พ.ย. 2009, 10:41
โพสต์: 4463

อายุ: 0
ที่อยู่: วัฏสงสาร

 ข้อมูลส่วนตัว


chalermsak เขียน:



เรียนทุกท่านครับ สมาธิที่เราพูดถึงนี้ หมายถึง สมาธิในพระพุทธศาสนา เป็น สมาธิวิสุทธิ เพื่อการเจริญวิปัสสนา ต่อยอดเป็น ทิฏฐิวิสุทธิ

แต่ในปัจจุบัน มีสำนักปฏิบัติสมาธิมากมาย ที่ไม่ได้แสดงหลักการที่จะนำสมาธิไปต่อยอดเป็นวิปัสสนา

สอนเพียงว่า ปฏิบัติไปเถิดแล้วจะรู้เอง อย่าได้เรียนปริยัติให้มากเป็นอุปสรรคในการทำสมาธิ (ขาดความยำเกรงในพระธรรม ๑ ในสัทธรรมปฏิรูป )

บางสำนักก็ยึดเอานิมิต จากการทำสมาธิ ว่าเป็น วิปัสสนาญาณบ้าง เป็นนิพพานบ้าง แล้วกลับมาบิดเบือนพระสัทธรรม ว่าตนเองได้นั่งสมาธิติดต่อพระพุทธเจ้าได้ และพระพุทธเจ้าได้ยืนยันว่าแนวทางที่ตนเองค้นพบจากสมาธิ ถูกต้องที่สุด (ขาดความยำเกรงในพระพุทธ ๑ ในสัทธรรมปฏิรูป )


ความโง่ของ คุณเฉลิมศักดิ์ ที่โชว์ว่า ตน บรรลุแล้ว Onion_L


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 09 มิ.ย. 2010, 08:55 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 10 พ.ย. 2009, 10:41
โพสต์: 4463

อายุ: 0
ที่อยู่: วัฏสงสาร

 ข้อมูลส่วนตัว




72487.jpg
72487.jpg [ 33.38 KiB | เปิดดู 1796 ครั้ง ]
อีก....นาน....
:b32: :b32: :b32:


แก้ไขล่าสุดโดย หลับอยุ่ เมื่อ 09 มิ.ย. 2010, 08:56, แก้ไขแล้ว 1 ครั้ง
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 09 มิ.ย. 2010, 09:49 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 09 มิ.ย. 2007, 21:13
โพสต์: 2631

อายุ: 0
ที่อยู่: กทม.

 ข้อมูลส่วนตัว


หลับอยู่ เขียน:
ความโง่ของ คุณเฉลิมศักดิ์ ที่โชว์ว่า ตน บรรลุแล้ว


คุณหลับอยู่

ผมเพิ่งทราบครับว่าเหลิมสัทธรรมปฏิรูปหลงตัวเองถึงขนาดนี้

:b29: :b29: :b29:

.....................................................
นิพพานที่นี่ เดี๋ยวนี้


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 09 มิ.ย. 2010, 10:06 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 10 พ.ย. 2009, 10:41
โพสต์: 4463

อายุ: 0
ที่อยู่: วัฏสงสาร

 ข้อมูลส่วนตัว


โง่มาตั้งแต่โพสแรกแล้วคุณ mes เอ๋ยคุณลักษณะ 3อย่างมีตั้งปฐมฌาณ ฌาณ2,3,4... จนขั้นอรหันต์ แทงตลอดรวดเดียวจบ อ่านหน่ะง่ายแต่ทำจริงมันยาก! Onion_L :b4:
อ่านดูได้ในเล่ม มหาวรรค อาณาปาน


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 198 โพสต์ ]  ไปที่หน้า ย้อนกลับ  1, 2, 3, 4, 5, 6 ... 14  ต่อไป

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 5 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร