วันเวลาปัจจุบัน 19 ก.ย. 2020, 23:08  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


กฎการใช้บอร์ด


รวมกระทู้จากบอร์ดเก่า http://www.dhammajak.net/board/viewforum.php?f=2



กลับไปยังกระทู้  [ 3 โพสต์ ]    Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 21 ก.ย. 2018, 15:02 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-1
Moderators-1
ลงทะเบียนเมื่อ: 24 พ.ค. 2011, 14:20
โพสต์: 5982


 ข้อมูลส่วนตัว


ปกติสัทธา ได้แก่ สัทธาที่ปะปนกันกับตัณหา กล่าวคือ ในการบำเพ็ญทาน รักษาศีล เป็นต้น เป็นกุศลสามัญขั้นปกติธรรมดา และกุศลชนิดนี้ อยู่ภายใต้อำนาจของตัณหา หมายความว่า ตัณหากับสัทธามี ๒ อย่างนี้ เป็นคู่แข่งกัน ถ้าตัณหามากกว่าแล้ว ตัณหาก็จะนำทุกอย่าง เช่น ในปัจจุบันนี้ตัณหามีกำลังมากกว่า ก็จะชักพาให้บุคคลทั้งหลาย หันหลังให้กับ อริยวสธรรม ๔ ประการ...ธรรมอันเป็นเครื่องอาศัยของพระอริยเจ้า ได้แก่.....

๑. พอใจในภัตตาหารโดยง่าย

๒. พอใจในจีวรโดยง่าย

๓. พอใจในเสนาสนะโดยง่าย

๔. มีความบันเทิงใจในการเจริญภาวนา

พระอริยวสธรรมทั้ง ๔ ประการ ที่เคยปรากฏอยู่ดุจดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์ แต่ปัจจุบันนี้คล้ายกับโจนลงไปในแม่น้ำเสียแล้ว เพราะกำลังตัณหาในจตุปัจจัย และกำลังตัณหาในเกียรติยศ ในโภคสมบัติ ในภวสมบัติ อิสสริยสมบัติ เหล่านี้ มีกำลังเจริญมากกว่าสัทธาหลายเท่า ดุจห้วงน้ำที่กำลังท่วมทับสัตว์ทั้งหลายให้จมลง

ภาวนาสัทธา ที่เกิดจากความสำเร็จในกัมมัฏฐานเท่านั้น ที่จะมีกำลังต้านทานตัณหาไว้ได้ ช่วยให้ผู้ปฏิบัติกัมมัฏฐานรอดพ้นจากห้วงน้ำ คือ ตัณหาที่จะท่วมทับนั้นได้

วิริยะ ก็มี ๒ ประการ เช่นเดียวกันกับสัทธา(สัทธา มี๒ประการคือ ปกติสัทธากับภาวนาสัทธา) คือ...

ปกติวิริยะ และภาวนาวิริยะ

ปกติวิริยะนั้น ย่อมมีปะปนไปกับโกสัชชะ คือความเกียจคร้าน บุคคลจะเพียรพยายามในการทำกุศลได้ ก็เพียงกุศลชนิดธรรมดาสามัญ เช่น การบริจาค รักษาศีล หรือศึกษาเล่าเรียนปริยัติธรรม เป็นต้น ที่ว่าเป็นกุศลธรรมดา ก็เพราะกุศลเหล่านี้ ย่อมไม่มีกำลังสามารถที่จะทำลายโกสัชชะได้ นั่นคือ กุศลเหล่านี้อยู่ภายใต้อำนาจแห่งการเกียจคร้านนั่นเอง

ตัวอย่างที่พอจะชี้ให้เห็นกันได้ก็คือ ในพุทธศาสนานี้ พุทธศาสนิกชนส่วนมากย่อมรู้กันว่า เรามีวัฏฏภัย มีอบายภัย ที่จะได้รับในสังสารวัฏฏ ตราบใดที่ยังมีกิเลสสั่งสมไว้ในขันธสันดาน ต้องเวียนว่ายตายเกิดอยู่ในสังสารวัฏฏอยู่ตราบนั้น แต่เพราะโกสัชชะ คือความเกียจคร้านในการปฏิบัติสติปัฏฐานนั่นเอง แม้จะมองเห็นคุณของอริยวสธรรม ๔ ประการ ดังกล่าวนั้นก็จริง แต่ก็ไม่สามารถกระทำความเพียร ประพฤติปฏิบัติในพระกัมมัฏฐานนั้นได้

.....................................................
พระธรรมคำสอน บัญญัติ ตรัส ไว้ดีแล้ว ไม่ต้องลด ไม่ต้องเพิ่ม ไม่ต้องแก้ไข ใดๆ ทั้งสิ้น


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 13 ก.ย. 2019, 07:57 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-2
Moderators-2
ลงทะเบียนเมื่อ: 05 มิ.ย. 2009, 10:51
โพสต์: 2428


 ข้อมูลส่วนตัว


:b8: :b8: :b8:
Kiss


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 18 ก.ย. 2019, 12:27 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
อาสาสมัคร
อาสาสมัคร
ลงทะเบียนเมื่อ: 08 ธ.ค. 2008, 09:34
โพสต์: 1223


 ข้อมูลส่วนตัว


4Aขออนุโมทนาสาธุการค่ะ :b8: :b8: :b8:


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 3 โพสต์ ] 

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 3 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร