วันเวลาปัจจุบัน 12 พ.ย. 2019, 15:33  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


กฎการใช้บอร์ด


รวมกระทู้จากบอร์ดเก่า http://www.dhammajak.net/board/viewforum.php?f=22



กลับไปยังกระทู้  [ 43 โพสต์ ]  ไปที่หน้า ย้อนกลับ  1, 2, 3  ต่อไป  Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 06 ต.ค. 2012, 09:34 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
ผู้จัดการ
ผู้จัดการ
ลงทะเบียนเมื่อ: 27 มี.ค. 2006, 17:34
โพสต์: 7105

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว www


• ภาพประวัติศาสตร์ •

สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช (อัมพร อมฺพโร)
สมเด็จพระสังฆราชพระองค์ที่ ๒๐ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์
พระองค์ทรงเคยเป็นพระมหาเถระผู้สนองงานใกล้ชิด
เปรียบประดุจแขนซ้าย-ขวาอันสำคัญยิ่งของ
สมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณสังวร (เจริญ สุวฑฺฒโน)
สมเด็จพระสังฆราชพระองค์ที่ ๑๙ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์


รูปภาพ

สมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณสังวร (เจริญ สุวฑฺฒโน)
สมเด็จพระสังฆราชพระองค์ที่ ๑๙ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์
ทรงสวดสมมติสีมาในพิธีผูกพัทธสีมาฝังลูกนิมิต
วัดวังพุไทร ในพระสังฆราชูปถัมภ์
ต.หนองหญ้าปล้อง อ.หนองหญ้าปล้อง จ.เพชรบุรี
เมื่อวันที่ ๘ มิถุนายน พุทธศักราช ๒๕๓๗ โดยมี...


:b44: แถวที่ ๒ จากซ้าย :

สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช (อัมพร อมฺพโร)
สมเด็จพระสังฆราชพระองค์ที่ ๒๐ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์
เมื่อครั้งทรงดำรงสมณศักดิ์ที่ “พระเทพเมธาภรณ์”

:b49: :b50: จากภาพ...พระองค์ทรงถือ “หนังสือวินัยมุข” ไว้ในพระหัตถ์
เพื่อใช้ตรวจสอบความถูกต้องในการสวดสมมติสีมา


พระอุดมญาณโมลี (หลวงปู่จันทร์ศรี จนฺททีโป) วัดโพธิสมภรณ์
เมื่อครั้งดำรงสมณศักดิ์ที่ พระธรรมบัณฑิต

พระสุธรรมาธิบดี (แบน กิตฺติสาโร) วัดบวรนิเวศวิหาร
เมื่อครั้งดำรงสมณศักดิ์ที่ พระเทพวราจารย์


:b44: แถวที่ ๓ จากซ้าย :
พระธรรมมงคลวุฒาจารย์ (บุญยนต์ ปุญฺญาคโม)
- องค์ที่เห็นเฉพาะใบหู
วัดบวรนิเวศวิหาร เมื่อครั้งดำรงสมณศักดิ์ที่ พระมงคลรัตนมุนี

พระครูประสิทธิ์พุทธมนต์ (ณัฏฐ์ ชุติโก) วัดบวรนิเวศวิหาร
เมื่อครั้งยังเป็น พระณัฏฐ์ ชุติโก
๑ ในพระอุปัฏฐากของสมเด็จพระสังฆราชเจ้าฯ

พระมหารัชมงคลดิลก (บุญเรือน ปุณฺณโก) วัดบวรนิเวศวิหาร
เมื่อครั้งดำรงสมณศักดิ์ที่ พระธรรมสิริสารเวที

พร้อมด้วยคณะสงฆ์เข้าร่วมพิธีในครั้งนี้ด้วย


รูปภาพ

:b44: จากซ้าย :
สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช (อัมพร อมฺพโร)
สมเด็จพระสังฆราชพระองค์ที่ ๒๐ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์
เมื่อครั้งทรงดำรงสมณศักดิ์ที่ “พระเทพเมธาภรณ์”


สมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณสังวร (เจริญ สุวฑฺฒโน)
สมเด็จพระสังฆราชพระองค์ที่ ๑๙ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์

พระมหารัชมงคลดิลก (บุญเรือน ปุณฺณโก) วัดบวรนิเวศวิหาร
เมื่อครั้งดำรงสมณศักดิ์ที่ พระธรรมสิริสารเวที

พระสุธรรมาธิบดี (แบน กิตฺติสาโร) วัดบวรนิเวศวิหาร
เมื่อครั้งดำรงสมณศักดิ์ที่ พระเทพวราจารย์

พระธรรมบัณฑิต (อภิพล อภิพโล) วัดพระราม ๙ กาญจนาภิเษก
เมื่อครั้งดำรงสมณศักดิ์ที่ พระราชสุมนต์มุนี

ในคราวเสด็จทรงประกอบพิธีผูกพัทธสีมาฝังลูกนิมิตและสมมติสีมา
วัดวังพุไทร ในพระสังฆราชูปถัมภ์
ต.หนองหญ้าปล้อง อ.หนองหญ้าปล้อง จ.เพชรบุรี
เมื่อวันที่ ๘ มิถุนายน พุทธศักราช ๒๕๓๗


รูปภาพ

สมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณสังวร (เจริญ สุวฑฺฒโน)
สมเด็จพระสังฆราชพระองค์ที่ ๑๙ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์
ทรงปิดทองลูกนิมิต
ในคราวเสด็จทรงประกอบพิธีผูกพัทธสีมาฝังลูกนิมิตและสมมติสีมา
วัดวังพุไทร ในพระสังฆราชูปถัมภ์
ต.หนองหญ้าปล้อง อ.หนองหญ้าปล้อง จ.เพชรบุรี
เมื่อวันที่ ๘ มิถุนายน พุทธศักราช ๒๕๓๗


:b44: ในภาพ : องค์ซ้ายมือสุด คือ

สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช (อัมพร อมฺพโร)
สมเด็จพระสังฆราชพระองค์ที่ ๒๐ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์
เมื่อครั้งทรงดำรงสมณศักดิ์ที่ “พระเทพเมธาภรณ์”


รูปภาพ

สมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณสังวร (เจริญ สุวฑฺฒโน)
สมเด็จพระสังฆราชพระองค์ที่ ๑๙ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์
ทรงปลงอาบัติก่อนสดับพระปาติโมกข์ต่อ
“พระครูประสิทธิ์พุทธมนต์ (ณัฏฐ์ ชุติโก)” วัดบวรนิเวศวิหาร
เมื่อครั้งยังเป็น พระณัฏฐ์ ชุติโก
๑ ในพระอุปัฏฐากของสมเด็จพระสังฆราชเจ้าฯ
ในคราวเสด็จทรงประกอบพิธีผูกพัทธสีมาฝังลูกนิมิตและสมมติสีมา
วัดวังพุไทร ในพระสังฆราชูปถัมภ์
ต.หนองหญ้าปล้อง อ.หนองหญ้าปล้อง จ.เพชรบุรี
เมื่อวันที่ ๘ มิถุนายน พุทธศักราช ๒๕๓๗


:b47: :b40: :b47:

.....................................................
ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว เป็นกฎตายตัว


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 06 ต.ค. 2012, 12:56 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
ผู้จัดการ
ผู้จัดการ
ลงทะเบียนเมื่อ: 27 มี.ค. 2006, 17:34
โพสต์: 7105

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว www


รูปภาพ

สมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณสังวร (เจริญ สุวฑฺฒโน)
สมเด็จพระสังฆราชพระองค์ที่ ๑๙ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์
กำลังเสด็จกลับภายหลังทรงนมัสการองค์ “พระปฐมเจดีย์”
วัดพระปฐมเจดีย์ ราชวรมหาวิหาร ต.พระปฐมเจดีย์ อ.เมือง จ.นครปฐม
เนื่องในธรรมเนียมการนมัสการพระปฐมเจดีย์

ธรรมเนียมการนมัสการพระปฐมเจดีย์นี้
เป็นธรรมเนียมของ “คณะสงฆ์ธรรมยุติกนิกาย”
ที่สืบมาตั้งแต่ในสมัยที่พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
รัชกาลที่ ๔ ยังทรงพระผนวช และทรงค้นพบพระปฐมเจดีย์
โดยสันนิษฐานว่าเป็นพระสถูปโบราณที่เก่าแก่ที่สุดในแผ่นดินนี้
จึงทรงโปรดที่จะเสด็จพระราชดำเนินไปนมัสการพระปฐมเจดีย์
พร้อมด้วยพระเถรานุเถระ ด้วยพระราชศรัทธาเลื่อมใส
ด้วยทรงสันนิษฐานเห็นความมหัศจรรย์ของพระสถูปโบราณแห่งนี้
จึงสถาปนาให้เป็นพระมหาสถูปและเป็นพระเจดีย์สำคัญของแผ่นดิน

เมื่อสมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาปวเรศวริยาลงกรณ์
(พระองค์เจ้าฤกษ์ ปญฺญาอคฺโค)
สมเด็จพระสังฆราชพระองค์ที่ ๘ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์
ทรงปกครองคณะสงฆ์ธรรมยุติกนิกายสืบมา
ได้ทรงตั้งเป็นธรรมเนียมขึ้นโดยกำหนดไว้ว่า
ภายหลังเสร็จการรับกฐินแห่งวัดทั้งหลายแล้ว
ทรงนัดพระเถรานุเถระทั้งหลายไปนมัสการพระปฐมเจดีย์
สืบมาในสมัยสมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส
(พระองค์เจ้ามนุษยนาคมานพ มนุสฺสนาโค)
สมเด็จพระสังฆราชพระองค์ที่ ๑๐ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์
ได้ทรงกำหนดธรรมเนียมนี้ในวันแรม ๑๒ ค่ำ เดือน ๑๒ ของทุกปี


:b44: :b44: ในภาพ : องค์อยู่ข้างหลังสมเด็จพระสังฆราชเจ้าฯ คือ
สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช (อัมพร อมฺพโร)
สมเด็จพระสังฆราชพระองค์ที่ ๒๐ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์
เมื่อครั้งทรงดำรงสมณศักดิ์ที่ “พระเทพเมธาภรณ์”


:b44: : องค์ขวามือสุดในภาพ ใส่แว่นตาพนมมือ คือ
พระพรหมเวที (สุเทพ ผุสฺสธมฺโม ป.ธ.๙)
เมื่อครั้งดำรงสมณศักดิ์ที่ พระศรีสุธรรมเมธี
เจ้าอาวาสวัดพระปฐมเจดีย์ ราชวรมหาวิหาร ร่วมเฝ้ารับเสด็จ


:b39:

:b50: “พระปฐมเจดีย์” วัดพระปฐมเจดีย์ ราชวรมหาวิหาร
http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=24&t=39910

:b50: ประวัติ “คณะสงฆ์ธรรมยุติกนิกาย”
http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=22&t=47044

รูปภาพ

เมื่อถึงเทศกาลเข้าพรรษา วัตรปฏิบัติที่สำคัญประการหนึ่งของ
สมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณสังวร (เจริญ สุวฑฺฒโน)
สมเด็จพระสังฆราชพระองค์ที่ ๑๙ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์
โปรดที่จะเสด็จไปทรงถวายสักการะ
พระอัฐิสมเด็จพระสังฆราชในอดีตทุกพระองค์

หนึ่งในนั้นคือ สมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงชินวรสิริวัฒน์
(หม่อมเจ้าภุชงค์ ชมพูนุท สิริวฑฺฒโน)
สมเด็จพระสังฆราชพระองค์ที่ ๑๑ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์
และสมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงชินวราลงกรณ (วาสน์ วาสโน)
สมเด็จพระสังฆราชพระองค์ที่ ๑๘ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์
ณ วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม ราชวรวิหาร

หากแต่ในปีพุทธศักราช ๒๕๓๔ วันนั้นเกิดฝนตกหนัก
แต่สมเด็จพระสังฆราชเจ้าฯ ยังโปรดเสด็จไปทรงถวายสักการะ
พระอัฐิสมเด็จพระสังฆราชในอดีตทั้งสองพระองค์
ร่วมกับคณะภิกษุสงฆ์วัดราชบพิธฯ
ในการนี้ ทรงได้ทำสามีจิกรรมกับ
“สมเด็จพระพุทธปาพจนบดี (ทองเจือ จินฺตากโร)”
เจ้าอาวาสวัดราชบพิธฯ ในขณะนั้น
ด้วยท่านมีพรรษามากกว่าสมเด็จพระสังฆราชเจ้าฯ
และยังโปรดให้คณะภิกษุสงฆ์วัดราชบพิธฯ ได้มีโอกาสเข้าถวายสักการะ
และทำสามีจิกรรมกับพระองค์ท่านด้วย หนึ่งในนั้นคือ

สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช (อัมพร อมฺพโร)
สมเด็จพระสังฆราชพระองค์ที่ ๒๐ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์
เมื่อครั้งทรงดำรงสมณศักดิ์ที่ “พระเทพเมธาภรณ์”
ร่วมเฝ้ารับเสด็จอยู่ด้วย


รูปภาพ

ครั้งสมเด็จพระพุทธปาพจนบดี (ทองเจือ จินฺตากโร) ยังมีชีวิตอยู่
สมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณสังวร (เจริญ สุวฑฺฒโน)
สมเด็จพระสังฆราชพระองค์ที่ ๑๙ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์
ทรงเสด็จปฏิบัติศาสนกิจ ขากลับพระตำหนักที่ประทับ
จะต้องแวะไปทรงสนทนาธรรมและกราบสมเด็จพระพุทธปาพจนบดี
ณ วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม ราชวรวิหาร
ก่อนเสมอเกือบทุกครั้ง ผู้ใดได้พบเห็นก็ล้วนประทับใจเป็นยิ่งนัก


:b44: ในภาพ : องค์ที่ ๒ จากขวา คือ
สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช (อัมพร อมฺพโร)
สมเด็จพระสังฆราชพระองค์ที่ ๒๐ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์
เมื่อครั้งทรงดำรงสมณศักดิ์ที่ “พระเทพเมธาภรณ์”


รูปภาพ

สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช (อัมพร อมฺพโร)
สมเด็จพระสังฆราชพระองค์ที่ ๒๐ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์
เมื่อครั้งทรงดำรงสมณศักดิ์ที่ “พระธรรมเมธาภรณ์”

เข้าถวายสักการะและทำสามีจิกรรม
สมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณสังวร (เจริญ สุวฑฺฒโน)
สมเด็จพระสังฆราชพระองค์ที่ ๑๙ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์
เนื่องในเทศกาลเข้าพรรษา ประจำปีพุทธศักราช ๒๕๔๒
ณ วัดบวรนิเวศวิหาร (วัดบวรนิเวศ ราชวรวิหาร)


:b44: ในภาพ : พระคุณเจ้าองค์ที่อยู่ขวามือสุด คือ
พระพรหมมงคลญาณ (หลวงพ่อวิริยังค์ สิรินฺธโร)
วัดธรรมมงคล เถาบุญญนนท์วิหาร


รูปภาพ

:b49: :b44: :b49: ในภาพ : จากซ้าย :
พระมหาโพธิวงศาจารย์ (ทองดี สุรเตโช ป.ธ. ๙ ราชบัณฑิต)
เมื่อครั้งดำรงสมณศักดิ์ที่ “พระธรรมกิตติวงศ์”
วัดราชโอรสาราม ราชวรวิหาร


สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช (อัมพร อมฺพโร)
สมเด็จพระสังฆราชพระองค์ที่ ๒๐ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์
เมื่อครั้งทรงดำรงสมณศักดิ์ที่ “พระธรรมเมธาภรณ์”
วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม ราชวรวิหาร


สมเด็จพระธีรญาณมุนี (สมชาย วรชาโย ป.ธ.๘)
เมื่อครั้งดำรงสมณศักดิ์ที่ “พระธรรมวรเมธี”
วัดเทพศิรินทราวาส ราชวรวิหาร

พระสงฆ์ทรงสมณศักดิ์ทั้ง ๓ รูปรับอาราธนามาเจริญพระพุทธมนต์
เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันประสูติครบ ๗ รอบ พระชันษา ๘๔ ปี
สมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณสังวร (เจริญ สุวฑฺฒโน)
สมเด็จพระสังฆราชพระองค์ที่ ๑๙ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์
วันที่ ๓ ตุลาคม พุทธศักราช ๒๕๔๐
ณ พระอุโบสถ วัดบวรนิเวศวิหาร (วัดบวรนิเวศ ราชวรวิหาร)


:b47: :b40: :b47:

.....................................................
ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว เป็นกฎตายตัว


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 06 ต.ค. 2012, 12:57 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
ผู้จัดการ
ผู้จัดการ
ลงทะเบียนเมื่อ: 27 มี.ค. 2006, 17:34
โพสต์: 7105

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว www


รูปภาพ

ธรรมเนียมปฏิบัติสำหรับพระสงฆ์อย่างหนึ่งในเทศกาลเข้าพรรษา
คือพระสงฆ์จะไปกราบขอขมาคารวะต่อพระเถระ
ที่อาจจะพลั้งเผลอล่วงเกินด้วยกาย วาจา ใจ ในรอบปีที่ผ่านมา
ซึ่งเกิดขึ้นได้ทุกเวลาหากมีความประมาท ก่อนอธิษฐานเข้าพรรษา
จึงมีธรรมเนียมปฏิบัติคือการกราบขอขมาคารวะต่อพระรัตนตรัย
จากนั้นก็จะมากราบขอขมาคารวะต่อพระเถระ
ในอารามที่พระสงฆ์จะอยู่จำพรรษา
หลังเข้าพรรษาก็จะนิยมเดินทางไปกราบขอขมาคารวะ
ต่อพระเถระทั้งหลายตามวัดต่างๆ ขอให้ท่านอดโทษ ยกโทษให้
ดังนั้น หลังวันเข้าพรรษาตามอารามต่างๆ
ที่มีพระเถระผู้มีตำแหน่งในการปกครองคณะสงฆ์อยู่
จึงมีพระภิกษุสามเณรจากวัดต่างๆ
เดินทางมากราบขอขมาคารวะต่อพระเถระ ณ อารามทั้งหลาย

สมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณสังวร (เจริญ สุวฑฺฒโน)
สมเด็จพระสังฆราชพระองค์ที่ ๑๙ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์
เมื่อถึงเทศกาลเข้าพรรษา ก็มักเสด็จไปทรงถวายสักการะ
อดีตเจ้าอาวาสวัดบวรนิเวศวิหารทุกพระองค์ในวันเข้าพรรษา
หลังจากนั้นก็จะเสด็จไปทรงถวายสักการะพระอัฐิ
ของสมเด็จพระสังฆราชในอดีตทุกพระองค์
และอัฐิของสมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (เจริญ ญาณวโร)
แห่งวัดเทพศิรินทราวาส ราชวรวิหาร
ตลอดจนเสด็จไปทรงถวายสักการะ
“พระเทพมงคลรังษี (หลวงพ่อดี พุทฺธโชติ)”
พระอุปัชฌาย์ในคราวอุปสมบทเป็นพระภิกษุฝ่ายมหานิกาย
ณ วัดเทวสังฆาราม (วัดเหนือ) ต.บ้านเหนือ อ.เมือง จ.กาญจนบุรี
อยู่เป็นประจำทุกปีมิได้ขาด ในขณะเมื่อพระอนามัยยังอำนวย
ทั้งยังโปรดให้มีการสร้างสาธารณูปโภคอุทิศถวาย
เป็นพระกุศลแด่สมเด็จพระสังฆราชในอดีตทุกพระองค์ด้วย
นับเป็นความกตัญญุตาของสมเด็จพระสังฆราชเจ้าฯ


:b39:

:b50: :b50: ประเพณีการขอขมาคารวะ
http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=23&t=30082

รูปภาพ

สมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณสังวร (เจริญ สุวฑฺฒโน)
สมเด็จพระสังฆราชพระองค์ที่ ๑๙ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์
เสด็จไปทรงถวายสักการะพระรูป
สมเด็จพระอริยวงษญาณ สมเด็จพระสังฆราช (สุก ญาณสังวร)

[ทรงดำรงสมณศักดิ์เป็นที่ สมเด็จพระญาณสังวร
เมื่อครั้งยังครองวัดราชสิทธาราม (วัดพลับ)]

สมเด็จพระสังฆราชพระองค์ที่ ๔ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์
ณ วัดราชสิทธาราม (วัดพลับ)
เนื่องในเทศกาลเข้าพรรษา ประจำปีพุทธศักราช ๒๕๔๐


:b39:

:b50: :b50: พระประวัติ “สมเด็จพระสังฆราช (สุก ญาณสังวร)”
http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=22&t=44309

:b50: :b50: พระนิพนธ์ “สมเด็จพระสังฆราช (สุก ญาณสังวร)”
http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=22&t=44491


รูปภาพ

สมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณสังวร (เจริญ สุวฑฺฒโน)
สมเด็จพระสังฆราชพระองค์ที่ ๑๙ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์
ทรงปิดทองกระเบื้องหลังคา “อุโบสถ” เป็นปฐมฤกษ์
ในคราวเสด็จทรงประกอบพิธีวางศิลาฤกษ์อุโบสถ
วัดวังพุไทร ในพระสังฆราชูปถัมภ์
ต.หนองหญ้าปล้อง อ.หนองหญ้าปล้อง จ.เพชรบุรี
เมื่อวันที่ ๑๔ กุมภาพันธ์ พุทธศักราช ๒๕๓๖


รูปภาพ

สมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณสังวร (เจริญ สุวฑฺฒโน)
สมเด็จพระสังฆราชพระองค์ที่ ๑๙ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์
ทรงเปิดฝายทดน้ำ วัดวังพุไทร ในพระสังฆราชูปถัมภ์
ต.หนองหญ้าปล้อง อ.หนองหญ้าปล้อง จ.เพชรบุรี
เมื่อวันที่ ๑๔ กุมภาพันธ์ พุทธศักราช ๒๕๓๖


ฝายทดน้ำ วัดวังพุไทร ในพระสังฆราชูปถัมภ์
เป็นโครงการชลประทานขนาดเล็ก
ขนาดความจุประมาณ ๓.๓ แสนลูกบาศก์เมตร
ที่ทางรัฐบาลจัดสร้างเพื่อให้ราษฎรในหมู่บ้าน
ได้ใช้สอยเพื่อการอุปโภค บริโภค และเกษตรกรรม
นับเป็นโครงการที่พึ่งพิงกันระหว่างวัดกับชุมชนใกล้เคียง


:b44: :b47: :b44:

.....................................................
ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว เป็นกฎตายตัว


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 06 ต.ค. 2012, 13:01 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
ผู้จัดการ
ผู้จัดการ
ลงทะเบียนเมื่อ: 27 มี.ค. 2006, 17:34
โพสต์: 7105

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว www


รูปภาพ

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช
รัชกาลที่ ๙ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ
ให้สถาปนา “สมเด็จพระญาณสังวร (เจริญ สุวฑฺฒโน ป.ธ.๙)” ขึ้นเป็น
สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก
นับเป็นสมเด็จพระสังฆราชพระองค์ที่ ๑๙ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์
เมื่อวันศุกร์ แรม ๑ ค่ำ เดือน ๕ ปีมะเส็งเอกศก จุลศักราช ๑๓๕๑
ตรงกับวันที่ ๒๑ เมษายน พุทธศักราช ๒๕๓๒
ณ พระอุโบสถ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม กรุงเทพมหานคร
ในการนี้ สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (ฟื้น ชุตินฺธโร ป.ธ.๙)
ได้เข้าร่วมในพระราชพิธีสถาปนาฯ ด้วย


รูปภาพ

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช
รัชกาลที่ ๙ ทรงเข้ากราบนมัสการ
สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก
สมเด็จพระสังฆราชพระองค์ที่ ๑๙ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์
และ “สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (ฟื้น ชุตินฺธโร ป.ธ.๙)”


รูปภาพ

สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก
สมเด็จพระสังฆราชพระองค์ที่ ๑๙ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์
ทรงเข้าถวายสักการะ “สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (ฟื้น ชุตินฺธโร ป.ธ.๙)”
ณ วัดสามพระยา วรวิหาร เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร
โดยมี “พระราชพรหมยาน (หลวงพ่อฤาษีลิงดำ)” วัดท่าซุง
และ “พระปลัดวิรัช โอภาโส” วัดธรรมยาน ร่วมเฝ้ารับเสด็จ


:b42: -------------------------------- :b42:

สมเด็จพระสังฆราชเป็นพระที่ควรบูชาอย่างยิ่ง
:: หลวงพ่อฤาษีลิงดำ วัดท่าซุง อ.เมือง จ.อุทัยธานี


• สมเด็จพระสังฆราชเสด็จวัดสามพระยา

ทราบจากท่านผู้ว่าฯ แม่ฮ่องสอนว่ามีคนมาบอกว่า สมเด็จพระสังฆราชเสด็จ เรื่องนี้เป็นปรกติเพราะสมเด็จพระสังฆราชองค์นี้ เป็นพระที่ควรแก่การบูชา ไม่มีเวรมีภัยกับใครๆ ตั้งแต่รับตำแหน่งมาไม่เคยสร้างความเดือดร้อนให้แก่พระใต้บังคับบัญชา มีแต่เตือนให้สามัคคีกัน

เมื่อท่านเสด็จมา ก็ลุกขึ้นยืนแสดงความเคารพด้วยศรัทธาแท้ คิดว่า “สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์” ท่านจะยืนรับเหมือนผู้เขียน เห็นท่านนั่งเป็นปรกติ สมเด็จพระสังฆราชท่านเข้ามาถึง ท่านนั่งกับพื้น สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์นั่งบนเตียงตามปรกติ สมเด็จพระสังฆราชท่านกราบแล้วถวายของ (เครื่องสักการะและของใช้) สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์พนมมือให้พร

• ท่านที่ควรบูชา

เป็นอันว่าเมื่อเห็นเข้าอย่างนั้น จิตก็มีอารมณ์คิดบูชาสมเด็จพระสังฆราชมากขึ้นอย่างยิ่ง ท่านอาจจะเคารพสมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ในฐานะอะไรเป็นเรื่องของท่าน แต่ที่่เพิ่มความเคารพบูชาสมเด็จพระสังฆราชมากขึ้น เพราะท่านไม่มีมานะ คำว่า มานะ แปลว่า การถือตัวถือตน หรือถือยศถือศักดิ์ โดยคิดว่าเวลานี้ฉันเป็นสังฆราชนะ ใครจะโตกว่าฉันไม่ได้ ฉันต้องโตกว่าทุกคนที่เป็นพระสงฆ์ การตัดมานะตัวนี้ เป็นเรื่องที่่ผู้เขียนบูชาน้ำใจอย่างยิ่ง และบูชาทุกคนที่ตัดได้ ไม่ใช่เฉพาะสมเด็จพระสังฆราชเท่านั้น วันนั้นถือว่าเป็นวันเฮงที่สุด ท่านที่ตัดมานะ หมดการถือตัวถือตน ตามภาษาพระที่เรียกว่า สังโยชน์ ท่านถือว่ามีความดีสูง ควรแก่การบูชาอย่างยิ่ง ใครบูชา คนนั้นเป็นคนมีอุดมมงคล คือมงคลสูงสุด (หรือเฮงที่สุด)

:b8: (ธัมมวิโมกข์ เมษายน ๒๕๓๓ โดย หลวงพ่อพระราชพรหมยาน วัดท่าซุง)

.....................................................
ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว เป็นกฎตายตัว


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 06 ต.ค. 2012, 14:40 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
ผู้จัดการ
ผู้จัดการ
ลงทะเบียนเมื่อ: 27 มี.ค. 2006, 17:34
โพสต์: 7105

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว www


รูปภาพ

รูปภาพ

:b49: :b50: ในภาพ...พระศากยวงศ์วิสุทธิ์ (พระดร.อนิลมาน ธัมมสากิโย)
พระอุปัฏฐากในขณะนั้น ตามเสด็จมาด้วย


รูปภาพ

รูปภาพ

เมื่อครั้งทรงดำรงสมณศักดิ์เป็นสมเด็จพระราชาคณะ
ในพระราชทินนามที่ สมเด็จพระญาณสังวร
ทรงฉายพระรูปกับ “พระมหาปรัชญานันทะมหาเถระ”
พระสังฆมหานายกแห่งเนปาล ในพิธีบรรพชากุลบุตรศากยะ ๗๓ รูป
ณ วัดนครมณฑปศรีกีรติวิหาร เมืองกิรติปูร ประเทศเนปาล
เมื่อวันที่ ๒๔ พฤศจิกายน พุทธศักราช ๒๕๒๘


รูปภาพ

เจ้าประคุณสมเด็จฯ ทรงเสด็จไปเป็นพระอุปัชฌาย์
ในพิธีบรรพชากุลบุตรศากยะ ๗๓ รูป แล้วทรงนำผู้บวชใหม่บิณฑบาต
ณ วัดนครมณฑปศรีกีรติวิหาร เมืองกิรติปูร ประเทศเนปาล
เมื่อวันที่ ๒๔ พฤศจิกายน พุทธศักราช ๒๕๒๘


:b49: :b50: ในภาพ...พระศากยวงศ์วิสุทธิ์ (พระดร.อนิลมาน ธัมมสากิโย)
พระอุปัฏฐากในขณะนั้น ตามเสด็จมาด้วย


(ผู้บันทึกภาพ : สกล เกษมพันธุ์ นิตยสารสารคดี)


:b47: :b40: :b47:

สมเด็จพระญาณสังวร วันทนาคาถา

ครั้นเจ้าประคุณสมเด็จฯ พร้อมคณะเดินทางถึงนครกาฐมาณฑุ
เมื่อวันที่ ๒๓ พฤศจิกายน พุทธศักราช ๒๕๒๘
ได้มีพิธีถวายการต้อนรับ โดยพุทธศาสนิกชนที่อยู่ในที่ประชุมนั้น
ร่วมกันสมาทานศีล แล้ว “พระมหาปรัชญานันทะมหาเถระ”
พระสังฆมหานายกแห่งเนปาล ได้ให้เบญจศีล (ศีล ๕)
ครั้งนั้น “พระอมฤตานันทะ” ได้นำที่ประชุมกล่าวคำสดุดี
เจ้าประคุณสมเด็จฯ เป็นพระคาถาบาลี เรียกว่า
“สมเด็จพระญาณสังวร วันทนาคาถา” ปรากฏความดังนี้


วนฺทามิ วนฺทนา วนฺทนา จรณ กมเล วนฺทนา
พระสมเด็จญาณสํวรสฺส สิรีปาทสมึ วนฺทนา
ญาณสํวร มหาเถโร ปวรนิเวสิ ธีวโร
การุญฺโญ สีต หทโย นานา กมฺเมสุ โกสโล
ทฺวาสตฺตติ วโยทานิ ปริปูรติ อายุนา
กุสโล ธมฺมํ เทเสตุํ นานา ภาสาย โกวิโท
เย จ อตีตา สมฺพุทฺธา เย จ อริยสาวกา
สพฺพสฺส เต อานุภาเวน อโรโค โหตุ นิรุปฺปทโว
ติสิกฺขาภิ สมูเปโต สพฺเพน สพฺพทา สทา
สพโล สุข วณฺณายุ โหนฺตุ วุฑฺฒึ จ สพฺพทา
พหุชนานํ หิตตฺถาย มหาชนานํ เสวโก
ปตฺโต กาโล อิทานิสฺส ททาม วรมงฺคลํ
อนาคตานํ เย พุทฺธา เย จ สาวกนาคตา
เตสํ ปิ อานุภาเวน โหนฺตุ สิทฺธิ สุมงฺคลํ.


ดนตรี : นายชุลุม ศากยะ
กลอง : นายคุชย มาลาการ


รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

ในคราวเสด็จเยือนประเทศเนปาล เมื่อปีพุทธศักราช ๒๕๒๘
เจ้าประคุณสมเด็จฯ ทรงเสด็จทอดพระเนตร
“เสาศิลาจารึกพระเจ้าอโศกมหาราช” หรือ “เสาอโศก”
ที่มีจารึกไว้ว่า บริเวณนั้นเป็นเมืองของพระโกนาคมนพุทธเจ้า
เป็นเสาศิลาจารึกที่หักเป็นสองท่อน ท่อนหนึ่งจมดินอยู่บนเนินเล็กๆ
ท่อนปลายล้มอยู่บนพื้นดินใกล้ๆ กัน
นับเป็นหลักฐานทางโบราณคดีที่สำคัญเกี่ยวกับพระพุทธศาสนา
เสาศิลาจารึกดังกล่าวอยู่กลางทุ่งนา หมู่บ้านนิคลิหะวา ใกล้เมืองกบิลพัสดุ์
การเดินทางไปดูเสาศิลาจารึกพระเจ้าอโศกมหาราช
หนทางค่อนข้างลำบากเพราะไม่มีถนนตัดผ่าน
ต้องเดินผ่านทุ่งนาและเดินบนคันนาเป็นระยะทางไกลกว่าจะถึงที่หมาย
ทำให้คณะที่ตามเสด็จพากันอ่อนล้า เมื่อถึงที่หมายจึงประทับกับพื้นหญ้า
กลางทุ่งนาแบบไม่มีพิธีรีตอง เป็นอีกพระอิริยาบทหนึ่งที่แสดงให้เห็นว่า
เจ้าประคุณสมเด็จฯ ทรงเป็นผู้วางตนเรียบง่ายและไม่ถือพระองค์


:b49: :b50: ในภาพ...พระธรรมบัณฑิต (อภิพล อภิพโล)
เจ้าอาวาสวัดพระราม ๙ กาญจนาภิเษก
[นั่งด้านหลัง]
และ “พระศากยวงศ์วิสุทธิ์ (พระดร.อนิลมาน ธัมมสากิโย)”
พระอุปัฏฐากในขณะนั้น
[นั่งพนมมืออยู่ด้านหน้า]
ตามเสด็จมาด้วย


:b47: :b40: :b47:

:b44: ๒ เจ้าคุณใหม่ (กรณีพิเศษ) ฉลองพระชันษา ๑๐๐ ปี
http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=1&t=46508

.....................................................
ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว เป็นกฎตายตัว


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 07 ต.ค. 2012, 11:14 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
ผู้จัดการ
ผู้จัดการ
ลงทะเบียนเมื่อ: 27 มี.ค. 2006, 17:34
โพสต์: 7105

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว www


รูปภาพ

รูปภาพ

:b49: :b50: จากซ้าย : พระดร.เกียวเซ เอ็นชินโจ (Most Ven.Dr.Kyuse Enshinjoh)
ผู้นำนิกายเนนบุทซุซูแห่งญี่ปุ่น
ประธานสุดยอดผู้นำชาวพุทธ
จากการประชุมสุดยอดพุทธศาสนิกแห่งโลก

องค์ทะไลลามะ (Dalai Lama) ประมุขแห่งศาสนจักรธิเบต...และ

“สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก”
สมเด็จพระสังฆราชพระองค์ที่ ๑๙ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์

ณ เมืองเกียวโต (Kyoto) ประเทศญี่ปุ่น ปีพุทธศักราช ๒๕๔๑


เจ้าพระคุณสมเด็จฯ ทรงมีมิตรภาพที่น่าประทับใจยิ่งกับองค์ทะไลลามะ
ดังเห็นได้เมื่อครั้งที่องค์ทะไลลามะเสด็จเยือนที่วัดบวรนิเวศวิหาร
ได้กล่าวทักทายเจ้าพระคุณสมเด็จฯ ว่า “พี่ชายคนโตของข้าพเจ้า”


รูปภาพ

:b49: :b50: จากซ้าย : องค์ทะไลลามะ (Dalai Lama) ประมุขแห่งศาสนจักรธิเบต

“สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก”
สมเด็จพระสังฆราชพระองค์ที่ ๑๙ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์...และ

พระดร.เกียวเซ เอ็นชินโจ (Most Ven.Dr.Kyuse Enshinjoh)
ผู้นำนิกายเนนบุทซุซูแห่งญี่ปุ่น
ประธานสุดยอดผู้นำชาวพุทธ
จากการประชุมสุดยอดพุทธศาสนิกแห่งโลก

ณ เมืองเกียวโต (Kyoto) ประเทศญี่ปุ่น ปีพุทธศักราช ๒๕๔๑


รูปภาพ

รูปภาพ

องค์ทะไลลามะ (Dalai Lama) ประมุขแห่งศาสนจักรธิเบต ทรงประคอง
สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก
สมเด็จพระสังฆราชพระองค์ที่ ๑๙ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์
ณ เมืองเกียวโต (Kyoto) ประเทศญี่ปุ่น ปีพุทธศักราช ๒๕๔๑


:b42: -------------------------------- :b42:

“พี่ชายคนโตของข้าพเจ้า”

องค์ทะไลลามะ ประมุขแห่งศาสนจักรธิเบต
เคยเสด็จเยือนราชอาณาจักรไทยหลายครั้งหลายหนด้วยกัน
นับแต่วาระแรก คือเมื่อเดือนพฤศจิกายน พุทธศักราช ๒๕๑๐
ได้เสด็จเยือนวัดบวรนิเวศวิหารด้วย
ครั้งนั้นองค์ทะไลลามะทรงปรารภกับ
สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก
ซึ่งขณะนั้นทรงดำรงสมณศักดิ์ที่ พระสาสนโสภณ
ว่าทรงสนพระทัยอยากศึกษาการปฏิบัติสมาธิกรรมฐานแบบเถรวาท
เจ้าหน้าที่จัดการรับเสด็จจึงจัดให้เจ้าพระคุณสมเด็จฯ
ถวายคำแนะนำในการปฏิบัติสมาธิกรรมฐานแบบเถรวาท
แก่องค์ทะไลลามะตามพระประสงค์ ณ สำนักสงฆ์แห่งหนึ่ง

หลังจากนั้น องค์ทะไลลามะได้เสด็จเยือนประเทศไทยอีกหลายครั้ง
และทุกครั้งจะต้องเสด็จเยือนวัดบวรนิเวศวิหาร
และทรงพบปะสนทนากับเจ้าพระคุณสมเด็จฯ ด้วย
พระองค์จึงทรงคุ้นเคยกับเจ้าพระคุณสมเด็จฯ เป็นอย่างดี

ในการเสด็จประเทศไทยเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ พุทธศักราช ๒๕๓๖
ทรงประทับแรมที่วัดบวรนิเวศวิหาร
คำแรกที่องค์ทะไลลามะตรัสทักทายเจ้าพระคุณสมเด็จฯ
เมื่อทรงพบกันในพระอุโบสถวัดบวรนิเวศวิหาร ก็คือ
“พี่ชายคนโตของข้าพเจ้า”
อันแสดงถึงความเคารพนับถือว่าทรงมีต่อกันเพียงไร


:b8: คัดบางตอนมาจาก...หนังสือ “พระผู้สำรวมพร้อม”
สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก


รูปภาพ

รูปภาพ

สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก
สมเด็จพระสังฆราชพระองค์ที่ ๑๙ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์
เมื่อครั้งดำรงสมณศักดิ์ที่ พระสาสนโสภณ
ทรงรับเสด็จองค์ทะไลลามะ (Dalai Lama)
ประมุขแห่งศาสนจักรธิเบต
เมื่อวันที่ ๒๓ มกราคม พุทธศักราช ๒๕๑๕
ณ พระอุโบสถ วัดบวรนิเวศวิหาร (วัดบวรนิเวศ ราชวรวิหาร)


:b49: :b50: ในภาพ...พระคุณเจ้าที่นั่งถัดจากสมเด็จพระญาณสังวรฯ
คือ พระญาณวโรดม (สนธิ์ กิจฺจกาโร)
พระพรหมมุนี (วิชมัย ปุญญาราโม)
พระมหารัชมงคลดิลก (บุญเรือน ปุณฺณโก) ตามลำดับ

และพระคุณเจ้าที่นั่งข้างหลังสมเด็จพระญาณสังวรฯ
คือ พระสุธรรมาธิบดี (แบน กิตฺติสาโร)


:b42: -------------------------------- :b42:

องค์ทะไลลามะ (Dalai Lama) ประมุขแห่งศาสนจักรธิเบต
ได้ทรงเคยกล่าวชื่นชมและยกย่อง
สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ไว้ว่า
“ข้าพเจ้าได้เข้าเฝ้าฯ พระองค์ และได้รู้สึกเคารพนับถือ ชื่นชมอย่างสุดซึ้ง
ต่อวิถีทางที่พระองค์ทรงปฏิบัติหน้าที่ตามความรับผิดชอบ
ที่มีต่อพระศาสนาได้สมบูรณ์ยิ่ง ตลอดพระชนม์ชีพอันยาวนาน”


:b39:

Supreme Patriarch of Thai Buddhism dies at 100
The Washington Post :: October 24, 2013

Somdet Phra Nyanasamvara, who headed Thailand’s order of Buddhist monks for more than two decades and was known as the Supreme Patriarch, died Oct. 24, 2013 at a hospital in Bangkok. He was 100.

Doctors at Chulalongkorn Memorial Hospital announced the death and said the immediate cause was septicemia, a severe blood infection.

After he was admitted to the hospital in 2002, the Supreme Patriarch was able to perform leadership duties for a time, but in 2004, a senior Buddhist monk was appointed to work on his behalf. That monk died this year, raising speculation about who the Supreme Patriarch’s successor will be.

His successor will be formally appointed by Thai King Bhumibol Adulyadej.

Thailand is the world’s most heavily Buddhist country, with more than 90 percent of its 67 million people followers of the religion. As the head of the religion, the patriarch has legal authority to oversee different sects of Buddhism.

The Supreme Patriarch promotes Buddhism and leads the Sangha Supreme Council, which oversees the country’s Buddhist monks and novices of all sects. The council’s job is to make sure monks follow Buddha’s teachings and do not violate the rules set by the council.

The Supreme Patriarch was a friend of the Dalai Lama of Tibet, who called the Thai monk “my elder brother.” The Dalai Lama paid several visits to Thailand since his first state visit in 1967, and each time, he would visit the temple where the Supreme Patriarch resided to have a discussion.

The Supreme Patriarch was born Charoen Gajavatra on Oct. 3, 1913, in Thailand’s western province of Kanchanaburi, the eldest of the three sons. He was still a boy when his father died, and he was raised by his aunt.

He became gravely ill as a boy, and his family made a promise to sacred spirits that he would become a monk if he recovered. He did, and he became a novice when he turned 14.

The future Supreme Patriarch moved to Bangkok in 1929 to a well-respected Buddhist temple to continue his religious studies.

He returned briefly to his home town to get ordained and became a monk in 1933. He was named Suvaddhano - “one who prospers well” - by the Supreme Patriarch of the time, and rose through the ranks of the monkhood. In 1956, when King Bhumibol spent 15 days as an ordained monk, the future patriarch taught and supervised him.

He served as secretary of the Supreme Patriarch who preceded him and was appointed the top Buddhist monk in 1989, when he took on the name Somdet Phra Nyanasamvara - “a person of great insight.”

:b39:

รูปภาพ

สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก
สมเด็จพระสังฆราชพระองค์ที่ ๑๙ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์
ทรงให้การต้อนรับท่านอาจารย์โกเอ็นก้า (S.N. Goenka)
วิปัสสนาจารย์ชื่อดังของโลกชาวอินเดีย และภรรยา
ณ วัดบวรนิเวศวิหาร (วัดบวรนิเวศ ราชวรวิหาร)


:b42: -------------------------------- :b42:

“ฑีฆายุโก โหตุ มหาสังฆราชา” วันที่ ๓ ตุลาคม พุทธศักราช ๒๕๕๖
เนื่องในมหามงคลวโรกาสทรงเจริญพระชันษา ๑๐๐ ปี
ขอประทานถวายพระพรให้เจ้าประคุณสมเด็จฯ
“ผู้นำคณะสงฆ์สูงสุดแห่งโลกพระพุทธศาสนา”
ทรงพระสุขพลานามัยสมบูรณ์ ทรงเจริญพระชันษายิ่งยืนนาน
เสด็จสถิตเป็นบุณยฐาน และเป็นประทีปธรรมของปวงพุทธบริษัทตลอดไป

ท่านอาจารย์โกเอ็นก้า (S.N. Goenka) ผู้พึ่งได้สิ้นลมอย่างสงบไม่กี่วันมานี้
ท่านไม่เคยแสดงตนเป็นผู้วิเศษ และไม่เคยร้องขอความเป็นคนพิเศษ
แต่คำสอนของท่านเมื่อผู้ใดปฏิบัติตามอย่างจริงจังก็จะได้คุณวิเศษ
ด้วยเหตุนี้บรรดาศิษยานุศิษย์ทั้งหลายจึงเคารพและเทิดทูนท่านอย่างจริงใจ


:b47: :b40: :b47:

:b44: ท่านโกเอ็นก้า วิปัสสนาจารย์ชื่อดัง ได้ถึงแก่กรรมแล้ว
http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=1&t=46484

.....................................................
ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว เป็นกฎตายตัว


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 10 ต.ค. 2012, 16:45 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
ผู้จัดการ
ผู้จัดการ
ลงทะเบียนเมื่อ: 27 มี.ค. 2006, 17:34
โพสต์: 7105

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว www


รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

:b49: :b50: จากซ้าย : พระดร.เกียวเซ เอ็นชินโจ (Most Ven.Dr.Kyuse Enshinjoh)
ผู้นำนิกายเนนบุทซุซูแห่งญี่ปุ่น
ประธานสุดยอดผู้นำชาวพุทธ
จากการประชุมสุดยอดพุทธศาสนิกแห่งโลก

องค์ทะไลลามะ (Dalai Lama) ประมุขแห่งศาสนจักรธิเบต...และ

“สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก”
สมเด็จพระสังฆราชพระองค์ที่ ๑๙ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์

ณ เมืองเกียวโต (Kyoto) ประเทศญี่ปุ่น ปีพุทธศักราช ๒๕๔๑


เจ้าพระคุณสมเด็จฯ ทรงมีมิตรภาพที่น่าประทับใจยิ่งกับองค์ทะไลลามะ
ดังเห็นได้เมื่อครั้งที่องค์ทะไลลามะเสด็จเยือนที่วัดบวรนิเวศวิหาร
ได้กล่าวทักทายเจ้าพระคุณสมเด็จฯ ว่า “พี่ชายคนโตของข้าพเจ้า”


รูปภาพ

:b49: :b50: จากซ้าย : องค์ทะไลลามะ (Dalai Lama) ประมุขแห่งศาสนจักรธิเบต

“สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก”
สมเด็จพระสังฆราชพระองค์ที่ ๑๙ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์...และ

พระดร.เกียวเซ เอ็นชินโจ (Most Ven.Dr.Kyuse Enshinjoh)
ผู้นำนิกายเนนบุทซุซูแห่งญี่ปุ่น
ประธานสุดยอดผู้นำชาวพุทธ
จากการประชุมสุดยอดพุทธศาสนิกแห่งโลก

ณ เมืองเกียวโต (Kyoto) ประเทศญี่ปุ่น ปีพุทธศักราช ๒๕๔๑


รูปภาพ

รูปภาพ

องค์ทะไลลามะ (Dalai Lama) ประมุขแห่งศาสนจักรธิเบต ทรงประคอง
สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก
สมเด็จพระสังฆราชพระองค์ที่ ๑๙ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์
ณ เมืองเกียวโต (Kyoto) ประเทศญี่ปุ่น ปีพุทธศักราช ๒๕๔๑


:b42: -------------------------------- :b42:

“พี่ชายคนโตของข้าพเจ้า”

องค์ทะไลลามะ ประมุขแห่งศาสนจักรธิเบต
เคยเสด็จเยือนราชอาณาจักรไทยหลายครั้งหลายหนด้วยกัน
นับแต่วาระแรก คือเมื่อเดือนพฤศจิกายน พุทธศักราช ๒๕๑๐
ได้เสด็จเยือนวัดบวรนิเวศวิหารด้วย
ครั้งนั้นองค์ทะไลลามะทรงปรารภกับ
สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก
ซึ่งขณะนั้นทรงดำรงสมณศักดิ์ที่ พระสาสนโสภณ
ว่าทรงสนพระทัยอยากศึกษาการปฏิบัติสมาธิกรรมฐานแบบเถรวาท
เจ้าหน้าที่จัดการรับเสด็จจึงจัดให้เจ้าพระคุณสมเด็จฯ
ถวายคำแนะนำในการปฏิบัติสมาธิกรรมฐานแบบเถรวาท
แก่องค์ทะไลลามะตามพระประสงค์ ณ สำนักสงฆ์แห่งหนึ่ง

หลังจากนั้น องค์ทะไลลามะได้เสด็จเยือนประเทศไทยอีกหลายครั้ง
และทุกครั้งจะต้องเสด็จเยือนวัดบวรนิเวศวิหาร
และทรงพบปะสนทนากับเจ้าพระคุณสมเด็จฯ ด้วย
พระองค์จึงทรงคุ้นเคยกับเจ้าพระคุณสมเด็จฯ เป็นอย่างดี

ในการเสด็จประเทศไทยเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ พุทธศักราช ๒๕๓๖
ทรงประทับแรมที่วัดบวรนิเวศวิหาร
คำแรกที่องค์ทะไลลามะตรัสทักทายเจ้าพระคุณสมเด็จฯ
เมื่อทรงพบกันในพระอุโบสถวัดบวรนิเวศวิหาร ก็คือ
“พี่ชายคนโตของข้าพเจ้า”
อันแสดงถึงความเคารพนับถือว่าทรงมีต่อกันเพียงไร


:b8: คัดบางตอนมาจาก...หนังสือ “พระผู้สำรวมพร้อม”
สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก


รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก
สมเด็จพระสังฆราชพระองค์ที่ ๑๙ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์
เมื่อครั้งดำรงสมณศักดิ์ที่ พระสาสนโสภณ
ทรงรับเสด็จองค์ทะไลลามะ (Dalai Lama)
ประมุขแห่งศาสนจักรธิเบต
เมื่อวันที่ ๒๓ มกราคม พุทธศักราช ๒๕๑๕
ณ พระอุโบสถ วัดบวรนิเวศวิหาร (วัดบวรนิเวศ ราชวรวิหาร)


:b49: :b50: ในภาพ...พระคุณเจ้าที่นั่งถัดจากสมเด็จพระญาณสังวรฯ
คือ พระญาณวโรดม (สนธิ์ กิจฺจกาโร)
พระพรหมมุนี (วิชมัย ปุญญาราโม)
พระมหารัชมงคลดิลก (บุญเรือน ปุณฺณโก) ตามลำดับ

และพระคุณเจ้าที่นั่งข้างหลังสมเด็จพระญาณสังวรฯ
คือ พระสุธรรมาธิบดี (แบน กิตฺติสาโร)


:b42: -------------------------------- :b42:

องค์ทะไลลามะ (Dalai Lama) ประมุขแห่งศาสนจักรธิเบต
ได้ทรงเคยกล่าวชื่นชมและยกย่อง
สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ไว้ว่า
“ข้าพเจ้าได้เข้าเฝ้าฯ พระองค์ และได้รู้สึกเคารพนับถือ ชื่นชมอย่างสุดซึ้ง
ต่อวิถีทางที่พระองค์ทรงปฏิบัติหน้าที่ตามความรับผิดชอบ
ที่มีต่อพระศาสนาได้สมบูรณ์ยิ่ง ตลอดพระชนม์ชีพอันยาวนาน”


:b39:

Supreme Patriarch of Thai Buddhism dies at 100
The Washington Post :: October 24, 2013

Somdet Phra Nyanasamvara, who headed Thailand’s order of Buddhist monks for more than two decades and was known as the Supreme Patriarch, died Oct. 24, 2013 at a hospital in Bangkok. He was 100.

Doctors at Chulalongkorn Memorial Hospital announced the death and said the immediate cause was septicemia, a severe blood infection.

After he was admitted to the hospital in 2002, the Supreme Patriarch was able to perform leadership duties for a time, but in 2004, a senior Buddhist monk was appointed to work on his behalf. That monk died this year, raising speculation about who the Supreme Patriarch’s successor will be.

His successor will be formally appointed by Thai King Bhumibol Adulyadej.

Thailand is the world’s most heavily Buddhist country, with more than 90 percent of its 67 million people followers of the religion. As the head of the religion, the patriarch has legal authority to oversee different sects of Buddhism.

The Supreme Patriarch promotes Buddhism and leads the Sangha Supreme Council, which oversees the country’s Buddhist monks and novices of all sects. The council’s job is to make sure monks follow Buddha’s teachings and do not violate the rules set by the council.

The Supreme Patriarch was a friend of the Dalai Lama of Tibet, who called the Thai monk “my elder brother.” The Dalai Lama paid several visits to Thailand since his first state visit in 1967, and each time, he would visit the temple where the Supreme Patriarch resided to have a discussion.

The Supreme Patriarch was born Charoen Gajavatra on Oct. 3, 1913, in Thailand’s western province of Kanchanaburi, the eldest of the three sons. He was still a boy when his father died, and he was raised by his aunt.

He became gravely ill as a boy, and his family made a promise to sacred spirits that he would become a monk if he recovered. He did, and he became a novice when he turned 14.

The future Supreme Patriarch moved to Bangkok in 1929 to a well-respected Buddhist temple to continue his religious studies.

He returned briefly to his home town to get ordained and became a monk in 1933. He was named Suvaddhano - “one who prospers well” - by the Supreme Patriarch of the time, and rose through the ranks of the monkhood. In 1956, when King Bhumibol spent 15 days as an ordained monk, the future patriarch taught and supervised him.

He served as secretary of the Supreme Patriarch who preceded him and was appointed the top Buddhist monk in 1989, when he took on the name Somdet Phra Nyanasamvara - “a person of great insight.”

:b39:

.....................................................
ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว เป็นกฎตายตัว


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 28 ม.ค. 2013, 20:19 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
ผู้จัดการ
ผู้จัดการ
ลงทะเบียนเมื่อ: 27 มี.ค. 2006, 17:34
โพสต์: 7105

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว www


รูปภาพ

สมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณสังวร (เจริญ สุวฑฺฒโน)
สมเด็จพระสังฆราชพระองค์ที่ ๑๙ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์
เมื่อครั้งทรงดำรงสมณศักดิ์ที่ พระสาสนโสภณ
ทรงนำ “สมเด็จพระเทนซิน เกียตโซ (Tenzin Gyatso)”
องค์ทะไลลามะ พระองค์ที่ ๑๔ ประมุขแห่งศาสนจักรธิเบต
เข้าถวายสักการะพระศพ
สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช (จวน อุฏฺฐายี)
สมเด็จพระสังฆราชพระองค์ที่ ๑๖ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์
ซึ่งประดิษฐานอยู่ ณ พระตำหนักเพ็ชร วัดบวรนิเวศวิหาร
เมื่อวันที่ ๒๓ มกราคม พุทธศักราช ๒๕๑๕

สมเด็จพระเทนซิน เกียตโซ (Tenzin Gyatso) นี้ ทรงได้มีโอกาสเข้าเฝ้า
สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช (จวน อุฏฺฐายี)
เมื่อครั้งเสด็จเยือนประเทศไทยเป็นครั้งแรกในฐานะอาคันตุกะ
ของพุทธสมาคมแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ (พสท.)
ระหว่างวันที่ ๑๑-๑๗ พฤศจิกายน พุทธศักราช ๒๕๑๐


:b39:

:b44: สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ (จวน อุฏฺฐายี)
http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=22&t=20007

รูปภาพ

“สมเด็จพระเทนซิน เกียตโซ (Tenzin Gyatso)”
องค์ทะไลลามะ พระองค์ที่ ๑๔ ประมุขแห่งศาสนจักรธิเบต
ทรงกราบสักการะ “พระพุทธชินสีห์”
องค์พระประธานในพระอุโบสถ วัดบวรนิเวศวิหาร
เมื่อวันที่ ๒๓ มกราคม พุทธศักราช ๒๕๑๕


:b39:

:b44: สถานภาพและบทบาทของทะไลลามะ
(ดร.ทวีวัฒน์ ปุณฑริกวิวัฒน์)

http://www.dhammajak.net/board/viewtopic.php?t=12897

:b44: พระพุทธชินสีห์ พระประธานในพระอุโบสถ
วัดบวรนิเวศวิหาร (วัดบวรนิเวศ ราชวรวิหาร)

http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=24&t=19305

รูปภาพ

พระมหาคณาจารย์จีนธรรมสมาธิวัตร (เย็นเต็ก)
เจ้าคณะใหญ่คณะสงฆ์จีนนิกายแห่งประเทศไทย พร้อมด้วย
“พระคณาจารย์จีนธรรมปัญญาจริยาภรณ์ (เย็นเชี้ยว)”
รองเจ้าคณะใหญ่คณะสงฆ์จีนนิกายแห่งประเทศไทย เข้าถวายสักการะ
สมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณสังวร (เจริญ สุวฑฺฒโน)
สมเด็จพระสังฆราชพระองค์ที่ ๑๙ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์
ในคราวเสด็จเยี่ยมวัดมังกรกมลาวาส (วัดเล่งเน่ยยี่)
ถนนเจริญกรุง ย่านเยาวราช กรุงเทพฯ เมื่อปีพุทธศักราช ๒๕๔๖


รูปภาพ

มหาราชคชสิงห์แห่งโจธปุระและมาร์วาร์ (महाराजा गजसिंह जी)
และมหารานีเฮมลตา ราชเย (महारानी हेमलता राज्ये) ให้การรับรอง
สมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณสังวร (เจริญ สุวฑฺฒโน)
สมเด็จพระสังฆราชพระองค์ที่ ๑๙ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์
เมื่อครั้งทรงดำรงสมณศักดิ์ที่ สมเด็จพระญาณสังวร
ณ พระราชวังอุมเมท ภวัน (उम्मेद भवन पैलेस)
ในโอกาสที่เสด็จมาร่วมงานประชุมคีตาสากล
ณ เมืองจ๊อดปูร์ (Jodhpur) รัฐราชสถาน ประเทศอินเดีย
ในระหว่างวันที่ ๑๔-๑๘ ธันวาคม พุทธศักราช ๒๕๒๓


รูปภาพ

สมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงชินวราลงกรณ (วาสน์ วาสโน)
สมเด็จพระสังฆราชพระองค์ที่ ๑๘ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ และ
สมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณสังวร (เจริญ สุวฑฺฒโน)
สมเด็จพระสังฆราชพระองค์ที่ ๑๙ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์
เมื่อครั้งทรงดำรงสมณศักดิ์ที่ สมเด็จพระญาณสังวร
เสด็จทอดพระเนตร “วิทยาลัยแอมบาสเดอร์ (Ambassador College)”
นครลอสแอนเจลิส รัฐแคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา
เมื่อวันที่ ๓ เมษายน พุทธศักราช ๒๕๒๓
วิทยาลัยแอมบาสเดอร์แห่งนี้นับเป็นหนึ่งในวิทยาลัยชั้นนำ
ในด้านการเผยแผ่คริสต์ศาสนา จึงเป็นโอกาสดีในการเสด็จไปศึกษา
ดูงานการพระศาสนาในทวีปอเมริกาในคราวนั้น


:b50: :b49: ในภาพ...พระคุณเจ้าองค์ที่ยืน จากซ้าย :
พระธรรมบัณฑิต (อภิพล อภิพโล)
เจ้าอาวาสวัดพระราม ๙ กาญจนาภิเษก

พระพรหมวิสุทธาจารย์ (มนตรี คณิสฺสโร)
เจ้าอาวาสวัดเครือวัลย์ วรวิหาร


:b39:

:b44: พระประวัติและปฏิปทา สมเด็จพระสังฆราชเจ้า
กรมหลวงชินวราลงกรณ (วาสน์ วาสโน)

http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=22&t=20005

.....................................................
ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว เป็นกฎตายตัว


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 24 ม.ค. 2016, 05:25 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
ผู้จัดการ
ผู้จัดการ
ลงทะเบียนเมื่อ: 27 มี.ค. 2006, 17:34
โพสต์: 7105

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว www


รูปภาพ

:b50: :b50: แถวหน้า จากซ้าย : พระธรรมวิสุทธิมงคล (หลวงตามหาบัว ญาณสมฺปนฺโน),
พระอุดมญาณโมลี (หลวงปู่จันทร์ศรี จนฺททีโป),
พระธรรมไตรโลกาจารย์ (หลวงปู่รักษ์ เรวโต),
สมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณสังวร (เจริญ สุวฑฺฒโน)
สมเด็จพระสังฆราชพระองค์ที่ ๑๙ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์
เมื่อครั้งทรงดำรงสมณศักดิ์ที่ พระสาสนโสภณ


:b50: :b50: แถวที่ ๒ จากซ้าย : พระเทพวัชรธรรมาภรณ์ (สุรพงส์ ฐานวโร),

พระธรรมบัณฑิต (อภิพล อภิพโล),
พระธรรมมงคลวุฒาจารย์ (บุญยนต์ ปุญฺญาคโม) - องค์สวมแว่นตาดำ,
พระราชวราจารย์ (วิญญ์ วิชาโน)


บันทึกภาพ ณ พระธาตุหลวง เมืองเวียงจันทน์ ประเทศลาว
เมื่อวันที่ ๙ มิถุนายน พุทธศักราช ๒๕๐๕


รูปภาพ

สมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณสังวร (เจริญ สุวฑฺฒโน)
สมเด็จพระสังฆราชพระองค์ที่ ๑๙ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์
ทรงสวดสมมติสีมาในพิธีผูกพัทธสีมาฝังลูกนิมิต
วัดวังพุไทร ในพระสังฆราชูปถัมภ์
ต.หนองหญ้าปล้อง อ.หนองหญ้าปล้อง จ.เพชรบุรี
เมื่อวันที่ ๘ มิถุนายน พุทธศักราช ๒๕๓๗ โดยมี...


:b44: แถวที่ ๒ จากซ้าย :

สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช (อัมพร อมฺพโร)
สมเด็จพระสังฆราชพระองค์ที่ ๒๐ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์
เมื่อครั้งทรงดำรงสมณศักดิ์ที่ “พระเทพเมธาภรณ์”

:b49: :b50: จากภาพ...พระองค์ทรงถือ “หนังสือวินัยมุข” ไว้ในพระหัตถ์
เพื่อใช้ตรวจสอบความถูกต้องในการสวดสมมติสีมา


พระอุดมญาณโมลี (หลวงปู่จันทร์ศรี จนฺททีโป) วัดโพธิสมภรณ์
เมื่อครั้งดำรงสมณศักดิ์ที่ พระธรรมบัณฑิต


พระสุธรรมาธิบดี (แบน กิตฺติสาโร) วัดบวรนิเวศวิหาร
เมื่อครั้งดำรงสมณศักดิ์ที่ พระเทพวราจารย์


:b44: แถวที่ ๓ จากซ้าย :
พระธรรมมงคลวุฒาจารย์ (บุญยนต์ ปุญฺญาคโม)
- องค์ที่เห็นเฉพาะใบหู
วัดบวรนิเวศวิหาร เมื่อครั้งดำรงสมณศักดิ์ที่ พระมงคลรัตนมุนี

พระครูประสิทธิ์พุทธมนต์ (ณัฏฐ์ ชุติโก) วัดบวรนิเวศวิหาร
เมื่อครั้งยังเป็น พระณัฏฐ์ ชุติโก
๑ ในพระอุปัฏฐากของสมเด็จพระสังฆราชเจ้าฯ

พระมหารัชมงคลดิลก (บุญเรือน ปุณฺณโก) วัดบวรนิเวศวิหาร
เมื่อครั้งดำรงสมณศักดิ์ที่ พระธรรมสิริสารเวที

พร้อมด้วยคณะสงฆ์เข้าร่วมพิธีในครั้งนี้ด้วย


รูปภาพ

สมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณสังวร (เจริญ สุวฑฺฒโน)
สมเด็จพระสังฆราชพระองค์ที่ ๑๙ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์
ทรงกราบนมัสการ
“พระอุดมญาณโมลี (หลวงปู่จันทร์ศรี จนฺททีโป)”
เมื่อครั้งดำรงสมณศักดิ์ที่ พระธรรมบัณฑิต

ณ วัดโพธิสมภรณ์ ต.หมากแข้ง อ.เมือง จ.อุดรธานี
ในคราวเสด็จไปทรงประกอบศาสนกิจในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
เมื่อวันที่ ๒๘ สิงหาคม พุทธศักราช ๒๕๓๗


รูปภาพ

สมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณสังวร (เจริญ สุวฑฺฒโน)
สมเด็จพระสังฆราชพระองค์ที่ ๑๙ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์
ทรงกราบนมัสการ
“พระอุดมญาณโมลี (หลวงปู่จันทร์ศรี จนฺททีโป)”
เมื่อครั้งดำรงสมณศักดิ์ที่ พระธรรมบัณฑิต

เมื่อปีพุทธศักราช ๒๕๔๒


รูปภาพ

รูปภาพ

พระอุดมญาณโมลี (หลวงปู่จันทร์ศรี จนฺททีโป)
เข้าเฝ้าถวายสักการะและเยี่ยมพระอาการประชวร
สมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณสังวร (เจริญ สุวฑฺฒโน)
สมเด็จพระสังฆราชพระองค์ที่ ๑๙ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์
ณ ตึกวชิรญาณ-สามัคคีพยาบาร ชั้น ๖ (ชั้นพระมหากรุณาธิคุณ)
โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย


:b39:

:b50: :b50: ตึกวชิรญาณ-สามัคคีพยาบาร โรงพยาบาลจุฬาฯ
ที่ประทับสุดท้ายในบั้นปลายพระชนม์ชีพฯ

http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=22&t=51097

:b44: :b47: :b44:

.....................................................
ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว เป็นกฎตายตัว


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 24 ม.ค. 2016, 05:25 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
ผู้จัดการ
ผู้จัดการ
ลงทะเบียนเมื่อ: 27 มี.ค. 2006, 17:34
โพสต์: 7105

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว www


รูปภาพ

รูปภาพ

สมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณสังวร (เจริญ สุวฑฺฒโน)
สมเด็จพระสังฆราชพระองค์ที่ ๑๙ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์
เสด็จไปทรงเยี่ยมวัดป่าสาลวัน ต.ในเมือง อ.เมือง จ.นครราชสีมา
พระราชสังวรญาณ (หลวงพ่อพุธ ฐานิโย) ร่วมเฝ้ารับเสด็จ


รูปภาพ

“พระราชสังวรญาณ (หลวงพ่อพุธ ฐานิโย)” วัดป่าสาลวัน
จ.นครราชสีมา เข้าถวายสักการะและทำสามีจิกรรม
สมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณสังวร (เจริญ สุวฑฺฒโน)
สมเด็จพระสังฆราชพระองค์ที่ ๑๙ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์
เนื่องในเทศกาลเข้าพรรษา ประจำปีพุทธศักราช ๒๕๓๕
ณ ศาลา ๑๕๐ ปี วัดบวรนิเวศวิหาร (วัดบวรนิเวศ ราชวรวิหาร)


รูปภาพ

สมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณสังวร (เจริญ สุวฑฺฒโน)
สมเด็จพระสังฆราชพระองค์ที่ ๑๙ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์
ทรงกราบนมัสการ “สมเด็จพระพุทธปาพจนบดี (ทองเจือ จินฺตากโร)”
ในการบำเพ็ญพระกุศลวันคล้ายวันประสูติพระชันษา ๘๖ ปี
เมื่อวันที่ ๓ ตุลาคม พุทธศักราช ๒๕๔๒

.....................................................
ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว เป็นกฎตายตัว


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 24 ม.ค. 2016, 05:26 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
ผู้จัดการ
ผู้จัดการ
ลงทะเบียนเมื่อ: 27 มี.ค. 2006, 17:34
โพสต์: 7105

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว www


รูปภาพ

พระมงคลวิสุทธิ์ (หลวงปู่สุภา กันตสีโล) เข้าเฝ้าถวายสักการะ
สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก
สมเด็จพระสังฆราชพระองค์ที่ ๑๙ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์
ณ ห้องรับแขก พระตำหนักคอยท่าปราโมช ชั้นล่าง
คณะเหลืองรังษี วัดบวรนิเวศวิหาร


:b44: หมายเหตุ : สมัยก่อนเจ้าประคุณสมเด็จฯ ทรงรับแขก
ที่ห้องรับแขก พระตำหนักคอยท่าปราโมช ชั้นล่างบ้าง
ที่ห้องกระจก ใต้กุฏิไม้หลังใหญ่ ด้านหน้าพระตำหนักคอยท่าปราโมชบ้าง
เมื่อประมาณหลังปีพุทธศักราช ๒๕๔๑ เป็นต้นมา
แต่ละวันจะมีประชาชนเดินทางมาเข้าเฝ้ากราบนมัสการเป็นจำนวนมาก
เนื่องด้วยทั้งพระตำหนักฯ ชั้นล่าง และในห้องกระจกดังกล่าวคับแคบ
จึงเปลี่ยนมาทรงรับแขกที่บริเวณลานด้านหน้าพระตำหนักฯ ซึ่งเป็นพื้นที่โล่ง
เชื่อมต่อระหว่างพระตำหนักฯ กับกุฏิไม้หลังใหญ่ที่ชั้นล่างเป็น “ห้องกระจก”


รูปภาพ

พระมงคลวิสุทธิ์ (หลวงปู่สุภา กันตสีโล) เข้าเฝ้าถวายโอสถอายุวัฒนะ
แด่สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก
สมเด็จพระสังฆราชพระองค์ที่ ๑๙ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์


ภาพจาก...หนังสือฉลองอายุ ๑๐๐ ปี หลวงปู่สุภา กันตสีโล
สำนักสงฆ์เทพขจรจิตรอุทิศสามัคคีธรรม เขารัง พิมพ์เมื่อปี ๒๕๓๘

.....................................................
ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว เป็นกฎตายตัว


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 24 ม.ค. 2016, 05:26 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
ผู้จัดการ
ผู้จัดการ
ลงทะเบียนเมื่อ: 27 มี.ค. 2006, 17:34
โพสต์: 7105

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว www


รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก
สมเด็จพระสังฆราชพระองค์ที่ ๑๙ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์
และ “พระราชสังวราภิมณฑ์ (หลวงปู่โต๊ะ อินฺทสุวณฺโณ)”


รูปภาพ

สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก
สมเด็จพระสังฆราชพระองค์ที่ ๑๙ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์
ในช่วงเทศกาลเข้าพรรษา จะเสด็จไปทรงกราบสักการะ
รูปหล่อเหมือน “พระราชสังวราภิมณฑ์ (หลวงปู่โต๊ะ อินฺทสุวณฺโณ)”
ณ วัดประดู่ฉิมพลี กรุงเทพมหานคร เป็นประจำมิได้ขาด
แม้ต่างด้วยนิกายแต่เจ้าประคุณสมเด็จฯ นั้นได้มีความคุ้นเคย
กับองค์หลวงปู่โต๊ะตั้งแต่เมื่อครั้งยังดำรงสมณศักดิ์ที่ พระสาสนโสภณ
ทั้งยังได้มีการกราบอาราธนาให้องค์หลวงปู่โต๊ะไปสอนกรรมฐานบรรยายธรรม
ที่วัดบวรนิเวศวิหารอยู่เป็นประจำ แต่ทุกครั้งที่ได้มีปฏิสันถารกัน
องค์หลวงปู่โต๊ะก็มักแสดงความอ่อนน้อมถ่อมตนทั้งที่พรรษายุกาลมากกว่า
นับเป็นความผูกพันกันจนในทุกปีเจ้าประคุณสมเด็จฯ ต้องเสด็จ
ไปกราบนมัสการอยู่เป็นประจำ (บันทึกภาพเมื่อปีพุทธศักราช ๒๕๔๒)


:b47: :b45: :b47:

:b44: ประวัติและปฏิปทา “หลวงปู่โต๊ะ อินฺทสุวณฺโณ”
http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=13&t=33413

:b44: “หลวงปู่โต๊ะ” ตามไปคุ้มครองพระบรมฯ ถึงอเมริกา
http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=25&t=51312

.....................................................
ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว เป็นกฎตายตัว


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 24 ม.ค. 2016, 05:27 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
ผู้จัดการ
ผู้จัดการ
ลงทะเบียนเมื่อ: 27 มี.ค. 2006, 17:34
โพสต์: 7105

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว www


รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

สมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณสังวร (เจริญ สุวฑฺฒโน)
สมเด็จพระสังฆราชพระองค์ที่ ๑๙ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์
ในวาระโอกาสที่เสด็จมาเยือนสวนโมกขพลาราม จ.สุราษฎร์ธานี
ครั้งแรกเมื่อเดือนกันยายน พุทธศักราช ๒๕๓๒
“ท่านพุทธทาสภิกขุ” ขอโอกาสกราบสมเด็จพระสังฆราชเจ้าฯ
เนื่องจากท่านพุทธทาสภิกขุมีอายุพรรษาเเก่กว่า
สมเด็จพระสังฆราชเจ้าฯ จึงห้ามไว้ เเต่ท่านพุทธทาสภิกขุก็ไม่ยอม
สมเด็จพระสังฆราชเจ้าฯ จึงได้กราบท่านพุทธทาสภิกขุกลับ


:b50: :b50: ในภาพ : พระธรรมบัณฑิต (อภิพล อภิพโล) วัดพระราม ๙ กาญจนาภิเษก
และพระศากยวงศ์วิสุทธิ์ (พระดร.อนิลมาน ธมฺมสากิโย)
เป็น ๒ ในคณะผู้ติดตามเสด็จฯ


รูปภาพ

ขณะทรงสนทนากับท่านพุทธทาสภิกขุ
ที่สวนโมกขพลาราม จ.สุราษฎร์ธานี
ไก่แจ้ของท่านพุทธทาสภิกขุก็เข้ามาร่วมวงด้วย
ทำให้สมเด็จพระสังฆราชเจ้าฯ ทรงแย้มพระสรวล


:b42: --------------------------------------- :b42:

:b50: คำถามที่ ๓๔ : เมื่อคราวที่พระอาจารย์พุทธทาสอาพาธหนักนั้น
ฝ่าพระบาทได้เคยไปเยี่ยมอาจารย์พุทธทาสที่ได้ขอละสังขาร
โดยท่านอาจารย์ให้เหตุผลว่า อายุเกินพระพุทธเจ้ามาแล้ว แต่ฝ่าพระบาทได้ขอไว้
หลังจากนั้นอาการของอาจารย์พุทธทาสก็ฟื้นขึ้นมา และมีชีวิตอยู่ต่อมาอีกหลายปี
ขอกราบทูลฝ่าพระบาทเล่าเหตุการณ์ในครั้งนั้น


:b50: คำตอบ : เหตุการณ์ครั้งนั้นเกิดขึ้นในระหว่างวันที่ ๑๒-๑๔ กันยายน พ.ศ. ๒๕๓๒
สมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณสังวร (เจริญ สุวฑฺฒโน)
เสด็จเยี่ยมภิกษุสามเณรและประชาชนในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ๕ จังหวัด
คือ สงขลา สตูล ปัตตานี นราธิวาส และยะลา ตามคำกราบทูลอาราธนา
ของศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.)


เมื่อเดินทางผ่านวัดหรือจังหวัดในเส้นทางที่มีพระผู้ใหญ่
ที่ทรงเคารพนับถือ ก็จะทรงแวะแสดงสามีจิกรรมต่อพระผู้ใหญ่
สวนโมกขพลาราม อ.ไชยา จ.สุราษฎร์ธานี
อยู่ในหมายกำหนดการที่สมเด็จพระสังฆราชเจ้าฯ
จะต้องแวะเพื่อไปถวายสักการะท่านอาจารย์พุทธทาส
เนื่องจากทรงคุ้นเคยตั้งแต่คราวอบรมพระธรรมทูตไปต่างประเทศ
เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๐๙ ซึ่งท่านพุทธทาสเป็นอาจารย์กรรมฐาน
ของสำนักฝึกอบรมพระธรรมทูตไปต่างประเทศด้วยรูปหนึ่ง
และพระนักศึกษาธรรมทูตไปต่างประเทศ
ได้เคยมารับการอบรม ณ สวนโมกขพลาราม


พระดร.อนิลมาน ธมฺมสากิโย หนึ่งในคณะผู้ติดตาม เล่าว่า
ตอนที่เสด็จไปเยี่ยมนั้นท่านพุทธทาสยังไม่ได้อาพาธหนัก
ยังไม่ได้ล้มหมอนนอนเสื่อ เป็นแต่เพียงเจ็บออดแอด
ยังออกมารับเสด็จได้เป็นชั่วโมง
ท่านพาไปดูโรงมหรสพทางวิญญาณ ลานหินโค้ง
แล้วก็นำเสด็จมาประทับที่ม้าหินหน้ากุฏิ
ที่ปกติเก้าอี้ม้าหินนั้นท่านอาจารย์พุทธทาสนั่งประจำ


ท่านอาจารย์พุทธทาสทูลสมเด็จพระสังฆราชให้ประทับ
แล้วท่านก็ไม่ยอมนั่ง ท่านพุทธทาสทูลว่า
“ขอประทานกราบสมเด็จพระสังฆราชหน่อยที่อุตส่าห์เสด็จมาเยี่ยมถึงวัด”
สมเด็จพระสังฆราชเจ้าฯ ทรงพยายามห้าม
แต่ท่านไม่ยอม แล้วต่างคนก็ต่างกราบ พอท่านพุทธทาสกราบ
สมเด็จพระสังฆราชเจ้าฯ ก็บอกไม่ได้ๆ ต้องกราบกลับ


ส่วนคำถามที่ว่านั้น ตอบได้ว่า เหมือนกับเวลาไปเยี่ยมคนที่รู้จักกัน
แล้วระหว่างคุยก็ปรารภเรื่องสังขารว่าไม่ไหวแล้ว
แล้วสมเด็จพระสังฆราชเจ้าฯ ก็รับสั่งว่าขออาราธนาใต้เท้าอยู่ก่อนอย่าเพิ่งไป
แต่ว่าคนก็ชอบอธิบายในเชิงอภินิหารไปสักหน่อย


ในวันนั้นมีการคุยเรื่องหนังสือ และวิธีสอนของท่านพุทธทาส
มีการคุยเรื่องธรรมะลึกๆ หลายเรื่อง เช่น เรื่องหนังสือมหาสติปัฏฐานสูตร
ซึ่งสมเด็จพระสังฆราชเจ้าฯ รับสั่งว่าเป็นหนังสือที่ดีมาก และทรงใช้บ่อย


:b8: จาก : หนังสือ ๙๙ คำถามเกี่ยวกับสมเด็จพระสังฆราช


รูปภาพ

ในวาระโอกาสที่เสด็จมาเยือนสวนโมกขพลาราม จ.สุราษฎร์ธานี
ครั้งแรกเมื่อเดือนกันยายน พุทธศักราช ๒๕๓๒


รูปภาพ

ในวาระโอกาสที่เสด็จมาเยือนสวนโมกขพลาราม จ.สุราษฎร์ธานี
ครั้งที่ ๒ เมื่อเดือนมีนาคม พุทธศักราช ๒๕๓๔


รูปภาพ

สมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณสังวร (เจริญ สุวฑฺฒโน)
สมเด็จพระสังฆราชพระองค์ที่ ๑๙ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์
ทรงห้าม “พระธรรมโกศาจารย์ (ท่านพุทธทาสภิกขุ)”
ที่กำลังจะลงจากรถเข็นเพื่อมากราบสักการะสมเด็จพระสังฆราชเจ้าฯ
ในวาระโอกาสที่เสด็จมาเยือนสวนโมกขพลาราม จ.สุราษฎร์ธานี
ครั้งที่ ๒ เมื่อเดือนมีนาคม พุทธศักราช ๒๕๓๔

สมเด็จพระสังฆราชเจ้าฯ ได้เสด็จมาเยี่ยมท่านพุทธทาสภิกขุ
ที่สวนโมกขพลารามแห่งนี้ถึง ๒ ครั้ง
ครั้งแรกเมื่อเดือนกันยายน พุทธศักราช ๒๕๓๒
และครั้งที่ ๒ เมื่อเดือนมีนาคม พุทธศักราช ๒๕๓๔
ในครั้งหลังนี้ท่านพุทธทาสภิกขุชราภาพมากขึ้น
จนต้องนั่งรถเข็นอยู่เป็นประจำ
แต่ถึงอย่างนั้นด้วยต้องการถวายสักการะต่อสมเด็จพระสังฆราชเจ้าฯ
จึงพยายามลงมานั่งราบกับพื้นเพื่อกราบสักการะ
และสมเด็จพระสังฆราชเจ้าฯ ท่านก็กราบกลับ
ด้วยพระองค์มีอายุพรรษาอ่อนกว่า

สังเกตจากใบหน้าของท่านพุทธทาสภิกขุ พบว่า
ความชราสร้างความลำบากและความทุกข์ในการใช้ชีวิต
แต่ท่านก็ยังอุตสาหะพยายามลงมานั่งราบกับพื้นเพื่อกราบสักการะ
ส่วนสมเด็จพระสังฆราชเจ้าฯ นั้น
พระพักตร์ก็แสดงความห่วงใยออกมาจากพระเนตร
พร้อมยกพระหัตถ์ด้วยพระเมตตาอย่างแท้จริง

.....................................................
ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว เป็นกฎตายตัว


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 24 ม.ค. 2016, 05:27 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
ผู้จัดการ
ผู้จัดการ
ลงทะเบียนเมื่อ: 27 มี.ค. 2006, 17:34
โพสต์: 7105

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว www


รูปภาพ

รูปภาพ

พระพรหมมงคลญาณ (หลวงพ่อวิริยังค์ สิรินฺธโร) เข้าเฝ้าถวายสักการะ
สมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณสังวร (เจริญ สุวฑฺฒโน)
สมเด็จพระสังฆราชพระองค์ที่ ๑๙ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์


รูปภาพ

หลวงตาแตงอ่อน กลฺยาณธมฺโม แห่งวัดกัลยาณธัมโม
หรือวัดป่าโชคไพศาล ต.นาซอ อ.วานรนิวาส จ.สกลนคร
เข้าเฝ้าถวายสักการะและเยี่ยมพระอาการประชวร
สมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณสังวร (เจริญ สุวฑฺฒโน)
สมเด็จพระสังฆราชพระองค์ที่ ๑๙ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์
ณ ตึกวชิรญาณ-สามัคคีพยาบาร ชั้น ๖ (ชั้นพระมหากรุณาธิคุณ)
โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย


รูปภาพ

หลวงปู่ท่อน ญาณธโร แห่งวัดศรีอภัยวัน ต.นาอ้อ อ.เมือง จ.เลย
เข้าเฝ้าถวายสักการะและเยี่ยมพระอาการประชวร
สมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณสังวร (เจริญ สุวฑฺฒโน)
สมเด็จพระสังฆราชพระองค์ที่ ๑๙ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์
เมื่อวันที่ ๒๗ มิถุนายน พุทธศักราช ๒๕๕๐
ณ ตึกวชิรญาณ-สามัคคีพยาบาร ชั้น ๖ (ชั้นพระมหากรุณาธิคุณ)
โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย


รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

คุณแม่จันดี โลหิตดี (น้องสาวหลวงตามหาบัว ญาณสมฺปนฺโน)
เข้าเฝ้าถวายสักการะและเยี่ยมพระอาการประชวร
สมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณสังวร (เจริญ สุวฑฺฒโน)
สมเด็จพระสังฆราชพระองค์ที่ ๑๙ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์
เมื่อวันที่ ๒๘ มีนาคม พุทธศักราช ๒๕๕๐
ณ ตึกวชิรญาณ-สามัคคีพยาบาร ชั้น ๖ (ชั้นพระมหากรุณาธิคุณ)
โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย


:b44: :b47: :b44:

ตึกวชิรญาณ-สามัคคีพยาบาร
โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย
ที่ประทับสุดท้ายในบั้นปลายพระชนม์ชีพสมเด็จพระสังฆราชเจ้าฯ


สมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณสังวร (เจริญ สุวฑฺฒโน)
สมเด็จพระสังฆราชพระองค์ที่ ๑๙ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์
เมื่อครั้งทรงดำรงสมณศักดิ์ที่ สมเด็จพระญาณสังวร
ในนามของวัดบวรนิเวศวิหาร (วัดบวรนิเวศ ราชวรวิหาร)
ร่วมกับโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย
ปีพุทธศักราช ๒๕๒๙ ได้มีดำริจัดสร้างตึกสงฆ์อาพาธ
ที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ฯ ขึ้นใหม่
เพื่อเป็นอนุสรณ์ถึงตึก
“วชิรญาณ”
อันเป็นตึกสงฆ์อาพาธหลังแรกของโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ฯ
ซึ่งก่อสร้างอุทิศถวายเป็นอนุสรณ์แด่
สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส
(พระองค์เจ้ามนุษยนาคมานพ มนุสฺสนาโค)
สมเด็จพระสังฆราชพระองค์ที่ ๑๐ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์
เมื่อปีพุทธศักราช ๒๔๖๖
และตึก
“สามัคคีพยาบาร” ซึ่งก่อสร้างอุทิศถวายเป็นอนุสรณ์แด่
สมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณวงศ์
(หม่อมราชวงศ์ชื่น นภวงศ์ สุจิตฺโต)
สมเด็จพระสังฆราชพระองค์ที่ ๑๓ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์
ในคราวที่ทรงหายจากพระอาการประชวร เมื่อปีพุทธศักราช ๒๔๙๒
โดยได้ขนานนามตึกสงฆ์อาพาธหลังใหม่นี้ว่า

“วชิรญาณ-สามัคคีพยาบาร” มีทั้งหมด ๖ ชั้น
ซึ่งชั้น ๖ นี้เรียกขานกันในเวลาต่อมาว่า
“ชั้นพระมหากรุณาธิคุณ”
ใช้เป็นที่ประทับรักษาพระองค์ในบั้นปลายพระชนม์ชีพ
ตั้งแต่วันจันทร์ที่ ๑๙ พฤศจิกายน พุทธศักราช ๒๕๔๔ เป็นต้นมา
จนกระทั่งเวลา ๑๙.๓๐ น. ของวันพฤหัสบดีที่ ๒๔ ตุลาคม พุทธศักราช ๒๕๕๖
สมเด็จพระสังฆราชเจ้าฯ ก็ได้สิ้นพระชนม์ลง ณ ตึกสงฆ์อาพาธแห่งนี้
รวมระยะเวลาแห่งการประทับฯ ๑๑ ปี ๑๑ เดือน ๕ วัน


:b39:

:b50: :b50: ตึกวชิรญาณ-สามัคคีพยาบาร โรงพยาบาลจุฬาฯ
ที่ประทับสุดท้ายในบั้นปลายพระชนม์ชีพฯ

http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=22&t=51097

.....................................................
ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว เป็นกฎตายตัว


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 24 ม.ค. 2016, 05:28 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
ผู้จัดการ
ผู้จัดการ
ลงทะเบียนเมื่อ: 27 มี.ค. 2006, 17:34
โพสต์: 7105

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว www


รูปภาพ

หลวงปู่บุญมี โชติปาโล
ทำพิธีต่อพระชนมายุถวายแด่สมเด็จพระสังฆราช
เมื่อวันที่ ๒๖ กันยายน พุทธศักราช ๒๕๔๖

:b49: :b50: :b49:

มีเหตุการณ์ปาฏิหาริย์อีกเรื่องหนึ่งที่โจษขานกันไปทั่ว กล่าวคือ เมื่อครั้งที่มีงานมหาพิธีพุทธาภิเษกพระกริ่งคชวัตร และพระรูปเหมือนสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก (เจริญ สุวัฑฒโน) สมเด็จพระสังฆราชพระองค์ที่ ๑๙ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ เนื่องในวโรกาสทรงเจริญพระชนมายุครบ ๙๐ พรรษา (ภายหลังจากที่ทรงหายจากอาการพระประชวรหนักจนจวนเจียนจะสิ้นพระชนม์ แต่ทรงเจริญอิทธิบาท ๔ จนสามารถเจริญพระชนมายุต่อมาได้โดยสวัสดิภาพอย่างน่าอัศจรรย์ไม่นาน) ณ พระอุโบสถ วัดบวรนิเวศวิหาร กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ ๒๖ กันยายน พุทธศักราช ๒๕๔๖ โดยครั้งนั้น “พระภาวนาวิศาลเถร (หลวงปู่บุญมี โชติปาโล)” พระอริยเจ้าผู้มีพลังจิตเข้มขลังยิ่งแห่งวัดสระประสานสุข จังหวัดอุบลราชธานี ได้รับอาราธนามานั่งปรกอธิษฐานจิตในพิธีพุทธาภิเษกด้วย

เมื่อพิธีพุทธาภิเษกเสร็จสิ้น หลวงปู่บุญมีได้ลุกจากอาสนะสงฆ์ที่นั่งอยู่ แล้วเดินตรงเข้ามาหา ยืนต่อเบื้องพระพักตร์ท่านเจ้าประคุณสมเด็จฯ โดยมิได้ทรุดกายลงกราบ พร้อมกับเอาผ้าขนหนูผืนน้อยที่ไว้สำหรับเช็ดหน้าเช็ดปากลูบไล้เช็ดตามพระวรกาย ตั้งแต่พระเศียร (หัว) พระพักตร์ (หน้า) วนไปวนมาอยู่หลายรอบ เสร็จแล้วลงมาที่พระพาหา (ไหล่) พระกร (แขน) และพระอุระ (หน้าอก) อย่างที่ไม่มีใครนึกฝันหรือคาดคิดมาก่อน สร้างความตกตะลึงพรึงเพริดให้บังเกิดขึ้นแก่ศิษย์อุปัฏฐากของท่านเจ้าประคุณสมเด็จฯ และทุกๆ คนที่ไม่ทราบความนัยเป็นอย่างยิ่ง และเมื่อเห็นทุกๆ คน (ยกเว้นแต่ท่านเจ้าประคุณสมเด็จฯ) บังเกิดความสงสัยแปลกใจอย่างเต็มที่ ศิษย์ติดตามของหลวงปู่บุญมีจึงกราบทูลชี้แจงในอริยาการดังนั้นมาทีเดียวว่า “หลวงปู่กำลังทำพิธีต่อพระชนมายุถวายแด่ฝ่าพระบาทอยู่ ขอรับกระหม่อม”

เมื่อถึงที่สุดแห่งการพิธี หลวงปู่บุญมีได้ก้มลงกราบที่พระอุระ (หน้าอก) โดยมิได้พูดอะไรออกมาแม้แต่คำเดียว ขณะที่ท่านเจ้าประคุณสมเด็จฯ เองก็มิได้ออกพระวาจา หรือแสดงอาการหลบเลี่ยงอย่างไม่สบพระทัยแต่อย่างใดทั้งสิ้น จากนั้นหลวงปู่บุญมีก็ได้กุมพระหัตถ์ (มือ) ทั้งสองของท่านเจ้าประคุณสมเด็จฯ ขึ้นอธิษฐานเหมือนหนึ่งจะถวายพระพรให้ทรงพระเจริญด้วยพระชนมายุยิ่งยืนนานกว่า ๑๐๐ พระวัสสา ค้ำชูบูชาคุณบวรพระพุทธศาสนาให้สถาพรสืบต่อไปตราบชั่วจิรกาลเป็นปัจฉิมวาระ

แม้จะมีพรรษายุกาลมากกว่า แต่หลวงปู่บุญมีก็ก้มลงกราบแทบองค์ของท่านเจ้าประคุณสมเด็จฯ อย่างนอบน้อมในพระคุณธรรมอันประเสริฐสุด เป็นที่ประทับตาประทับใจแก่พุทธศาสนิกชนทุกผู้ทุกนามที่มีบุญได้อยู่ร่วมในเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ครั้งนั้นเป็นอย่างยิ่ง

โดยเหตุการณ์ดังกล่าวที่เกิดขึ้น ศิษย์ติดตามของหลวงปู่บุญมีระบุว่า เป็นการทำพิธีต่อพระชนมายุถวายแด่ท่านเจ้าประคุณสมเด็จฯ ก่อนที่หลวงปู่บุญมีจะละสังขารด้วยอาการอันสงบ เมื่อวันศุกร์ที่ ๔ มิถุนายน พุทธศักราช ๒๕๔๗ หลังจากเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ครั้งนั้นเพียง ๘ เดือนเท่านั้น

:b47: หมายเหตุ : เรื่องการทำพิธีต่อพระชนมายุฯ นี้ได้รับการตีพิมพ์ลงในหนังสืออิทธิฤทธิ์


:b8: ...คัดลอกเนื้อหาบางตอนมาจาก...
ประวัติและปฏิปทา “หลวงปู่บุญมี โชติปาโล” วัดสระประสานสุข

http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=13&t=44953

.....................................................
ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว เป็นกฎตายตัว


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 43 โพสต์ ]  ไปที่หน้า ย้อนกลับ  1, 2, 3  ต่อไป

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 2 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร