วันเวลาปัจจุบัน 10 ก.ค. 2020, 17:08  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง




กลับไปยังกระทู้  [ 281 โพสต์ ]  ไปที่หน้า ย้อนกลับ  1 ... 3, 4, 5, 6, 7, 8, 9 ... 19  ต่อไป  Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 02 มิ.ย. 2009, 11:56 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
อาสาสมัคร
อาสาสมัคร
ลงทะเบียนเมื่อ: 27 มี.ค. 2009, 10:12
โพสต์: 905

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว




Skelton Skull Sculpture Relax Thinking Art.jpg
Skelton Skull Sculpture Relax Thinking Art.jpg [ 19.71 KiB | เปิดดู 2344 ครั้ง ]
โลกมนุษย์เราเกิดแล้ว ตายแน่

บ้างไม่ทันถึงแก่ ดับแล้ว

บางคนป่วยจนแย่ ตายยาก นาเจ้า

อ่อนแก่ก็ไม่แคล้ว แน่แท้ คือ “ตาย”

.....................................................
"ก้มกราบบ่อยๆ ช่วยขจัดความหยิ่ง-ทะนงออกได้"
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 03 มิ.ย. 2009, 23:04 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
อาสาสมัคร
อาสาสมัคร
ลงทะเบียนเมื่อ: 23 ก.ค. 2008, 14:47
โพสต์: 1562

อายุ: 0
ที่อยู่: หิมพานต์

 ข้อมูลส่วนตัว www


รูปภาพ

.....................................................
อิมาหัง ภะคะวา อัตตะภาวัง ตุมหากัง ปะริจจะชามิฯ
ข้าแต่องค์สมเด็จพระผู้มีพระภาคเจ้า ข้าพระพุทธเจ้าขอมอบกายถวายชีวิต แด่พระพุทธเจ้า แด่พระธรรม แด่พระสงฆ์ นับแต่บัดนี้ตราบจนเข้าสู่พระนิพพาน


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 04 มิ.ย. 2009, 19:46 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
อาสาสมัคร
อาสาสมัคร
ลงทะเบียนเมื่อ: 27 มี.ค. 2009, 10:12
โพสต์: 905

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว




0c9999fdf8310d50cab07.jpg
0c9999fdf8310d50cab07.jpg [ 84.79 KiB | เปิดดู 2289 ครั้ง ]
ฝากความรักถักอาลัยไว้ปลายฟ้า ฝากเสน่หาสายใจใยคิดถึง
ผ่านลมพลิ้วหวิวไหวในคำนึง ฝากซาบซึ้งซึ่งห่วงใยมอบให้เธอ

ขอตะวันปันแสงทองส่องไล่เหงา ปลอบปัดเป่าเงาทุกข์ห่างร้างเสนอ
ขอเมฆน้อยคอยลบเศร้าเย้าเผอเรอ ย้ำเสมอหมดใจรักพร้อมภักดี

วอนใจจันทร์ปันนวลอวลสายแสง ลบเว้าแหว่งแต่งใจให้สุขศรี
วอนน้ำค้างพร่างพรมห่มราตรี ค่ำคืนนี้นอนแย้มยิ้มอิ่มเอมใจ

วานดวงดาวพราวระยิบวะวิบวับ คลี่ขยับปีกแสงแจ้งสุกใส
โอบกอดขวัญคนดีที่แดนไกล อย่าหวั่นไหวในรักฉันขอสัญญา

เรียบเรียงถ้อยร้อยบุปผามาลาอักษร เป็นกานท์กลอนวอนขอฝากข้ามฟากฟ้า
ด้วยรักร้างห่างไกลในสายตา ขวัญเหว่ว้าว่างเปล่าเหงาเพราะรอ

ปลอบใจตนก่นเศร้าเหงาจับจิต ดื่มด่ำพิษคิดถึงซึ้งจริงหนอ
ยินเสียงโทรเข้ามาน้ำตาคลอ ใจเหี่ยวห่อก็อาบอิ่มยิ้มมีแรง

โชคชะตาตีตรวนครวญเพลงรัก ทำนองหลักร่ายโศลกโศกแอบแฝง
สุขทุกข์เศร้าเคล้าน้ำตาล้าโรยแรง ต่างเติมแต่งดนตรีใจให้ก้าวเดิน

สัจธรรมนำชีวิตลิขิตสร้าง ตามเส้นทางถนนใจไร้ขวยเขิน
ทุกชนชั้นชื่นชอบชิดติดหลงเพลิน รักชวนเชิญชายหญิงวิ่งว่ายวน.

ขอบคุณพันจินตนาการ


สาธุ..สาธุ...ขอบคุณทุกความห่วงใย...อนุโมทนาค่ะ...

.....................................................
"ก้มกราบบ่อยๆ ช่วยขจัดความหยิ่ง-ทะนงออกได้"


แก้ไขล่าสุดโดย ปลายฟ้า...ค่ะ เมื่อ 08 ก.ค. 2009, 12:01, แก้ไขแล้ว 1 ครั้ง
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 05 มิ.ย. 2009, 00:16 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
อาสาสมัคร
อาสาสมัคร
ลงทะเบียนเมื่อ: 17 ก.ค. 2008, 14:07
โพสต์: 285

อายุ: 0
ที่อยู่: ประเทศไทย

 ข้อมูลส่วนตัว


การพลัดพรากจากสิ่งที่อันเป็นที่รัก เป็นเรื่องธรรมดา

.....................................................
"ใครเกิดมา ไม่พบพระพุทธศาสนา ไม่เลื่อมใส ไม่ปฎิบัติ ไม่เกิดประโยชน์อะไรเลย เป็นโมฆะตลอด ตั้งแต่วันเกิดจนวันตาย"

"ให้พากันหมั่นให้ทาน รักษาศีล เจริญเมตตาภาวนา"

พระอาจารย์มหาบัว ญาณสัมปันโน วัดป่าบ้านตาด จ.อุดรธานี
http://www.luangta.com/

"ทำสมาธิมากเนิ่นช้า คิดพิจารณามากฟุ้งซ่าน หัวใจของการปฏิบัติคือการมีสติในชีวิตประจำวัน"
หลวงปู่มั่น

"ดูจิต...ด้วยความรู้สึกตัว"
หลวงพ่อปราโมทย์ สวนสันติธรรม ชลบุรี
http://www.wimutti.net


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 05 มิ.ย. 2009, 17:30 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
อาสาสมัคร
อาสาสมัคร
ลงทะเบียนเมื่อ: 27 มี.ค. 2009, 10:12
โพสต์: 905

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว




960.jpg
960.jpg [ 83.78 KiB | เปิดดู 2294 ครั้ง ]
"มัคคุเทศก์ชีวิต"

ทรัพย์สมบัติไม่ใช่สิ่งที่ให้ความสุขอย่างแท้จริง
แต่เราเข้าใจผิดเองโดยเฉพาะการเงินไม่ได้ให้ใครสุขเลย
จึงต้องทำความเข้าใจให้ถูกว่า เงินที่มีมากมายหรือเงินน้อยนิดนั้น
เป็นเพียงอุปกรณ์เอื้ออำนวยความสะดวกและความ สบายชีวิตเท่านั้น

แม้เราจะร่ำรวยเพียงไหนเราก็ซื้อทุกข์ออกไปจากชีวิตไม่ได้
เพราะชีวิตนั้นเป็นขันธ์ที่หมายถึงกองแห่งทุกข์นั่นเอง
เรามีเงินทองข้าวของอำนวยความสะดวกมากขนาดไหน
ก็ไม่สามารถทำให้ใจหายฟุ้งซ่านวิตกกังวลได้
เราต้องมีความรู้สึกนึกคิดเปลี่ยนไปในอารมณ์ต่างๆ
ไปตามอำนาจของการบังคับ บัญชาไม่ได้
ที่ถูกดึงไปด้วยอำนาจกิเลส ตัณหา
ที่ผ่านมาเราจึงไม่มีความสุขอันแท้จริง

และเมื่อเราไม่มีสุขที่แท้จริง
เราจึงออกเดินทางเพื่อค้นหาความสุข
เพราะเรารักชีวิตของเรา
แต่เราก็หลงทางกันมามากแล้ว
เพราะไร้เข็มทิศแห่งชีวิตชี้นำ ขาดสัมมาทิฏฐินั้นเอง

การสนทนาธรรมจึงเป็นเสมือนการป้องกันอันตรายให้แก่ชีวิต
เพราะเป็นการค้นหาเข็มทิศไปสู่ความสุข
ความรู้ความเข้าใจที่ได้จากการศึกษาธรรมนั้น
เปรียบเสมือนมัคคุเทศก์ นำพาชีวิตเราให้หลุดรอดพงหนามชีวิตได้

.....................................................
"ก้มกราบบ่อยๆ ช่วยขจัดความหยิ่ง-ทะนงออกได้"
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 06 มิ.ย. 2009, 19:54 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
อาสาสมัคร
อาสาสมัคร
ลงทะเบียนเมื่อ: 27 มี.ค. 2009, 10:12
โพสต์: 905

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


:b41: :b41: :b41: :b41:

วันนี้เหนื่อยจัง...เลยก็อปมาโพสต์ก่อน....

.....................................................
"ก้มกราบบ่อยๆ ช่วยขจัดความหยิ่ง-ทะนงออกได้"


แก้ไขล่าสุดโดย ปลายฟ้า...ค่ะ เมื่อ 20 ส.ค. 2009, 02:50, แก้ไขแล้ว 3 ครั้ง.

โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 06 มิ.ย. 2009, 20:06 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 23 ก.พ. 2009, 04:12
โพสต์: 1067


 ข้อมูลส่วนตัว




30-10-2.gif
30-10-2.gif [ 100.84 KiB | เปิดดู 2301 ครั้ง ]
:b8: สาธุ คุณปลายฟ้า...ค่ะ

.....................................................
...นฺตถิตัณหา สมานที...
ห้วงน้ำใหญ่โต เสมอด้วยตัณหาไม่มี
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 07 มิ.ย. 2009, 15:01 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
อาสาสมัคร
อาสาสมัคร
ลงทะเบียนเมื่อ: 27 มี.ค. 2009, 10:12
โพสต์: 905

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


คิหิสุข ..

อันความสุข แบบคฤหัสถ์ ชัดแจ่มแจ้ง
มีสี่อย่าง จะแสดง แทงให้เห็น
สุขแบบนี้ ต้องสะสม บ่มบำเพ็ญ
พึงละเว้น จากความชั่ว กลั้วอบาย

หนึ่งมีทรัพย์ ด้วยขันแข็ง แรงหยาดเหงื่อ ( อัตถิสุข )
โดยไม่เบื่อ ไม่ระอา แม้ค้าขาย
ไม่เอาเปรียบ ด้วยวิธี ที่แยบคาย
ไม่แหนงหน่าย กับงานดี มีให้ทำ

ข้อที่สอง สุขด้วยการ เจือจานให้ ( โภคสุข )
ญาติผู้ใหญ่ ควรอุ้มชู เลี้ยงดูล้ำ
หมั่นทำบุญ เพื่ออุดหนุน ค้ำจุนธรรม
ใครระกำ ควรต้องช่วย ด้วยสมควร

ข้อที่สาม แสนสุขใจ ไม่มีหนี้ (อนณสุข )
การกินอยู่ แต่พอดี สุขีล้วน
การเป็นหนี้ เหมือนกุ้งฝอย ลอยในอวน
จิตปั่นป่วน ความสุขใจ ย่อมไม่มี

ข้อที่สี่ ทำสิ่งใด ให้สุจริต ( อนวัชชสุข )
ทั้งความคิด การพูดจา อย่าป้ายสี
สิ่งใดชั่ว ไม่เกลือกกลั้ว มั่วราคี
ควรประพฤติ แต่กรรมดี มีศีลธรรม

นี่คือสุข ที่ควรสร้าง อย่างชาวบ้าน
แต่สุขนี้ ใช่ยาวนาน ชื่นบานล้ำ
ต้องสร้างบุญ หนุนบำเพ็ญ เป็นประจำ
จึงพ้นกรรม นำสุขี ที่ยั่งยืน...เฟื่องฟ้า

สุข ของคฤหัสถ์ หรือ คิหิสุข หรือ กามโภคีสุข ๔
(สุขของชาวบ้าน, สุขที่ชาวบ้านควรพยายามเข้าถึงให้ได้สม่ำเสมอ,
สุขอันชอบธรรมที่ผู้ครองเรือนควรมี )
๑. อัตถิสุข (สุขเกิดจากความมีทรัพย์ คือ ความภูมิใจ เอิบอิ่มใจ ว่าตนโภคทรัพย์ที่ได้มาด้วยน้ำพักน้ำแรงความขยันหมั่นเพียรของตน และโดยชอบธรรม)

๒. โภคสุข (สุขเกิดจากการใช้จ่ายทรัพย์ คือ ความภูมิใจ เอิบอิ่มใจ ว่าตนได้ใช้ทรัพย์ที่ได้มาโดยชอบนั้น เลี้ยงชีพ เลี้ยงผู้ควรเลี้ยง และบำเพ็ญประโยชน์)

๓. อนณสุข (สุขเกิดจากความไม่เป็นหนี้ คือ ความภูมิใจ เอิบอิ่มใจ ว่าตนเป็นไท ไม่มีหนี้สินติดค้างใคร)

๔. อนวัชชสุข (สุขเกิดจากความประพฤติไม่มีโทษ คือ ความภูมิใจ เอิบอิ่มใจ ว่าตนมีความประพฤติสุจริต ไม่บกพร่องเสียหาย ใครๆ ติเตียนไม่ได้ ทั้งทางกาย ทางวาจา และทางใจ )

บรรดาสุข ๔ อย่างนี้ อนวัชชสุข มีค่ามากที่สุด

.....................................................
"ก้มกราบบ่อยๆ ช่วยขจัดความหยิ่ง-ทะนงออกได้"


แก้ไขล่าสุดโดย ปลายฟ้า...ค่ะ เมื่อ 20 ส.ค. 2009, 02:49, แก้ไขแล้ว 1 ครั้ง

โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 07 มิ.ย. 2009, 19:28 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 23 ก.พ. 2009, 04:12
โพสต์: 1067


 ข้อมูลส่วนตัว




.jpeg
.jpeg [ 3.34 KiB | เปิดดู 2298 ครั้ง ]
:b8: สาธุ ...คุณปลายฟ้าค่ะ

:b47: วันนี้คนไร้สาระ มีอาการเซื่องซึม หดหู่ ท้อแท้
ปนเปกันไปหมดขอแวะ มาพักขอกำลังใจคุณปลายฟ้า
ช่วยกรุณาหาบทกลอน หรือคำพูดอะไรก็ได้ค่ะ มาชะโลม
ใจหน่อยค่ะ :b7: :b2:

.....................................................
...นฺตถิตัณหา สมานที...
ห้วงน้ำใหญ่โต เสมอด้วยตัณหาไม่มี
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 07 มิ.ย. 2009, 22:36 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
อาสาสมัคร
อาสาสมัคร
ลงทะเบียนเมื่อ: 27 มี.ค. 2009, 10:12
โพสต์: 905

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


คนไร้สาระ เขียน:
:b8: สาธุ ...คุณปลายฟ้าค่ะ
:b47: วันนี้คนไร้สาระ มีอาการเซื่องซึม หดหู่ ท้อแท้
ปนเปกันไปหมดขอแวะ มาพักขอกำลังใจคุณปลายฟ้า
ช่วยกรุณาหาบทกลอน หรือคำพูดอะไรก็ได้ค่ะ
มาชะโลมใจหน่อยค่ะ :b7: :b2:

สาธุ..ค่ะ..สาธุ..คุูณคนไร้สาระ...ที่ให้เกรียติ
รูปภาพ
เป็นกำลังใจให้ค่ะ...
อย่าท้อแท้หมดสิ้นกำลังใจ
หยุด!สักพัก นึก คิด แม้จะเจ็บ
ให้เวลาตัวเองทำใจสักพักนะคะ...
ทำความเข้าใจกับความรู้สึกตัวเองให้ลึก ลึก
ไม่ช้าใจจะเข้มแข็ง และกลับมาร่าเริงเหมือนเดิม...

ความสุขสงบจากธรรมะนั้น
บางครั้งก็ต้องรอคอยอย่างเงียบๆ
มีน้ำใสหล่อเลี้ยงดวงตาบ้าง
ปล่อยมันเถอะ...อย่าฝืนธรรมดาที่เป็นเรา...เป็นมนุษย์
อาจเป็นสิ่งที่ดีที่สุดในสถานการณ์เช่นนี้
เพราะ ในบางสถานการณ์ ...
คนเราเพียงแค่ต้องการใครสักคนที่เข้าใจอยู่เคียงข้างอย่างเงียบๆ
ไม่ต้องสรรหาคำพูดปลอบโยนใดๆ...
ขอเพียงสายตาคู่นั้นเฝ้ามองอย่างเข้าใจและห่วงใยก็พอ
เวลาที่เหนื่อยล้าและต้องการกำลังใจ
มีใครคนหนึ่งรอคอยเราเสมอ...ด้วยสายตาเอื้อออาทร...เท่านี้ก็เพียงพอ

อย่าคิดมากรักตัวเองบ้าง...
เหนื่อย..เบื่อ..แต่อย่าท้อ....เศร้า เสียใจได้ แต่อย่าหมดกำลัง อย่าหมดหวัง
เป็นกำลังใจให้นะคะ...ขอให้ผ่านสถานการณ์นั้นๆ ได้อย่างเข้มแข็ง

รูปภาพ

เพื่อนคนนี้มาแล้วเธอเห็นไหม
กลับมาเติมเชื้อไฟให้กันจะไม่หนีหาย
รู้ว่าเธออยู่คนเดียวมันเหงาเดียวดาย
จะอยู่ข้างๆ เธอแล้วลองสู้ไปพร้อมกัน

รู้ว่าเธอเหนื่อยมากเหลือเกิน
ต้องเผชิญกับอุปสรรคเพื่อที่จะไปถึงฝัน
หนักเท่าไรฉันก็จะอยู่เคียงข้างเธอทุกวัน
ถึงแม้ว่าหนทางมันจะยาวไกลเท่าไรก็ตาม

แม้วันนี้เราจะเดินทางมาได้แค่นี้
ขอเพียงคนดีอย่าเพิ่งท้ออย่าผลีผลาม
สักวันหนึ่งคงไปถึงดังที่เราพยายาม
ความงดงามก็จะอยู่ไม่ไกลเกินเอื้อมมือ

บางเวลาที่เธอเศร้าและท้อแท้
ถึงฉันจะเป็นแค่เพื่อนคนหนึ่งเท่านั้น
โปรดให้เธอคนึงและคิดถึงกัน
ว่าแค่เพื่อนเท่านั้นก็ทำให้เธอคลายเศร้าใจ

หากว่าเธออ่อนแอและเหนื่อยล้า
โปรดจงรู้ว่าฉันรอคอยเสมอ
อยากจะอยู่ใกล้ ๆ ปลอบใจเธอ
อยากจะเสนอความช่วยเหลือ..เธออย่างแรง

แม้เธอจะอยู่แห่งหนตำบลไหน
แค่เปิดใจบอกเล่าฉันสักนิดนะ
ฉันเปิดใจรับฟังเธอทุกเวลา
ดีใจนะ คิดถึงฉัน เวลาเธอทุกข์ใจ...

เพื่อนคนดี วันนี้เกิดท้อแท้มาอีกครั้ง
เธอรู้ไหมเพื่อนคนนี้เป็นห่วงเสมอ
คอยปลอบโยนกล่อมนอนไม่ให้เพ้อ
ขอเพียงเธอลุกขึ้นมาอีกครั้งดังตั้งใจ

เพื่อนคนดี ฉันมีเรื่องอยากบอกให้รู้
ว่าฉันยังอยู่ตรงนี้ตลอดไปไม่ไปไหน
อย่าท้อนานเธอรู้ไหมว่าฉันไม่สบายใจ
กลับมาให่มคนร่าเริงเหมือนดั่งเดิม

.....................................................
"ก้มกราบบ่อยๆ ช่วยขจัดความหยิ่ง-ทะนงออกได้"


แก้ไขล่าสุดโดย ปลายฟ้า...ค่ะ เมื่อ 19 มิ.ย. 2009, 13:48, แก้ไขแล้ว 10 ครั้ง.

โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 07 มิ.ย. 2009, 23:18 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
อาสาสมัคร
อาสาสมัคร
ลงทะเบียนเมื่อ: 27 มี.ค. 2009, 10:12
โพสต์: 905

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว




82-12.jpg
82-12.jpg [ 69.51 KiB | เปิดดู 2285 ครั้ง ]
ข้อดีของความทุกข์

ถ้าเรามองความทุกข์ในแง่ที่ดีบ้าง บางทีเราอาจจะทุกข์น้อยลงก้อได้

ถ้าท่านใดรู้สึกว่าช่วงนี้จะความทุกข์มาก ขอให้มองความทุกข์ในแง่ที่ดีนะ

บางทีเราอาจจะทุกข์น้อยลงก้อได้ ... เอาลองดูซะหน่อยนะค่ะ...

ข้อดีของความทุกข์

1.ทำให้เราเข้มแข็งขึ้น

2.ทำให้รู้ถึงค่าของความสุข

3.ทำให้เรามีความสามารถมากขึ้น

4.ทำให้เรามีสิ่งที่ต้องทำ (เพื่อให้หายทุกข์)

5.ทำให้เรามีประสบการณ์ในการแก้ปัญหามากขึ้น

6.ทำให้เรามีความอดทนมากขึ้น

7.ทำให้ความสุขมีค่ามากขึ้น

8.ทำให้มีความระมัดระวังมากขึ้น

9.ทำให้เรามองโลกกว้างมากขึ้น

10.ทำให้เราเห็นได้ว่า ใครคือคนที่เป็นที่พึ่งยามยากของเรา

11.ทำให้เราได้รู้ว่ามีใครบ้างที่ห่วงเรา

12.ทำให้เราได้รู้ว่ามีใครบ้างที่เป็นมิตรแท้ของเรา

13.ทำให้รู้ได้ว่าเพื่อนของเรามีความสามารถแค่ไหน

14.ทำให้เรารู้ว่าใครมีความสามารถขนาดไหน

15.ทำให้เรารู้ได้ว่ามีคนไหนที่รักเราจริง

16.ทำให้เรารู้ว่าการหัวเราะเป็นสิ่งจำเป็น

17.ทำให้เราพยายามที่จะมองโลกในแง่ดีมากขึ้น

18.ทำให้เรามาค้นหาข้อดีของความทุกข์

.....................................................
"ก้มกราบบ่อยๆ ช่วยขจัดความหยิ่ง-ทะนงออกได้"
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 08 มิ.ย. 2009, 04:54 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 23 ก.พ. 2009, 04:12
โพสต์: 1067


 ข้อมูลส่วนตัว




th_01.gif
th_01.gif [ 4.88 KiB | เปิดดู 2276 ครั้ง ]
:b8: ขอบคุณ คุณปลายฟ้า...ค่ะ
ได้กำลังใจมาเต็ม ๆ ค่ะ ดีใจมาก ๆ ที่มี
กัลยาณมิตร ที่คอยช่่วยฟื้นฟูจิตใจ นี่เป็น
ประโยชน์ทั้งทางกายทางใจ สาธุค่ะ

.....................................................
...นฺตถิตัณหา สมานที...
ห้วงน้ำใหญ่โต เสมอด้วยตัณหาไม่มี
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 08 มิ.ย. 2009, 10:07 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
อาสาสมัคร
อาสาสมัคร
ลงทะเบียนเมื่อ: 27 มี.ค. 2009, 10:12
โพสต์: 905

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว




164842_552000002882201.JPEG
164842_552000002882201.JPEG [ 28.2 KiB | เปิดดู 2270 ครั้ง ]
ความสุขสงบจากธรรมะนั้น
บางครั้งก็ต้องรอคอยอย่างเงียบๆ
มีน้ำใสหล่อเลี้ยงดวงตาบ้าง
ปล่อยมันเถอะ...อย่าฝืนธรรมดาที่เป็นเรา..
เรายังเป็นปถุชนคนเดินดิน
ยังต้องทาน ขับถ่าย
และต้องการบางอย่างมาหล่อเลี้ยงกายใจให้คงอยู่ดำเนินอยู่

แต่จะอยู่อย่างไร้...อยู่อย่างมีสติ...หรือไร้สตินั้นเราเลือกได้
และสามารถควบคุมมันได้ด้วยใจเราเอง

ทุกข์มาก็ยอมรับมันแต่โดยดี...อย่าฟูมฟาย
โมโห โกรธ ทำได้..อย่างมีเหตุมีผล
คิดหาเหตุมาลบทุกข์...ให้ใจเราสงบ
สุขจะเกิดได้..ก็ต่อเมื่อเราผ่านทุกข์์นั้นมาได้
อย่างสมบูรณ์ด้วยเหตุและผล ของสติ

ไม่มีใครรู้เหตุและผลได้ดีกว่าใจเรา
ตัวเราเสแสร้งได้..แต่ใจเราทำไม่ได้แน่นอน
เพราะฉะนั้น...อย่าหนีมัน.....สู้กับมัน
แม้ว่ามันจะเจ็บ ทุกข์ โกรธ ชาชิน หรือสุขเหลือล้น
แล้วจะรู้ว่าโวยวายไป โกรธไป ก็ไม่ได้ช่วยให้เราดีขึ้นเลย
ใจที่เข็มแข็งจะทำให้เราแกร่งและมีสติมากขึ้นต่างหาก

ธรรมะเกิดได้ง่ายๆ
แค่เรามีสติ ครองสติเราให้มั่น
หลังจากนั้นเราก็ไม่ต้องกลัวอะไรอีกแล้ว
เพราะ
ศีล (พระพุทธคุณ)
สมาธิ (สติ)
กระทำดี (บารมี)
จะคุ้มครองเราอยู่เสมอตราบเท่าที่เรามีสติ...
ทุกข์ (เจ้ากรรมนายเวร) ที่เราไม่รู้ว่าจะเกิดขึ้นเมื่อไร
กรรม (คือการเกิดมาเพื่อสร้างความดี เพื่อให้ทุกข์ที่จะเกิดขึ้นเบาบางลงในที่สุด)

ธรรมะง่ายๆ นี้ หากไม่ต้องใจอยากโกรธนะค่ะ...
ที่ข้าพเจ้าคิดแบบนี้..เพราะยังเป็นปถุชนคนเดินดิน....
ยังมีครอบครัวให้อาวรณ์...(กตัญญู..และรัก..)
ยังมีเพื่อนร่วมโลกให้อาทร...(ช่วยเหลือ..และแบ่งปั่น)

.....................................................
"ก้มกราบบ่อยๆ ช่วยขจัดความหยิ่ง-ทะนงออกได้"
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 08 มิ.ย. 2009, 22:39 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
อาสาสมัคร
อาสาสมัคร
ลงทะเบียนเมื่อ: 27 มี.ค. 2009, 10:12
โพสต์: 905

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว




001-04.jpg
001-04.jpg [ 32.9 KiB | เปิดดู 2251 ครั้ง ]
เก้าอี้...ความสุข

หากลำดับภาพเหตุการณ์ในชีวิตของคนเรา..
เราก็จะพบว่า..
เราผ่านประสบการณ์มามากมาย..
ในแต่ละช่วงของชีวิต..
หากเปรียบความสุข..
เหมือนกับเก้าอี้ชีวิตของเรา..
ที่สั่งสมประสบการณ์มายาวนาน..

หลายคนอาจจะเคยนั่งเก้าอี้เก่า ๆ..
ที่มีขาเก้าอี้ชำรุดบ้าง..มีพนักพิงหักบ้าง..

หากมีหลายๆ คน..
ที่ต้องการนั่งเก้าอี้นุ่มๆ..
ที่สามารถโยกเอนพิงหลังวางแขน..
เพื่อให้ผ่อนคลาย..
จากการเหน็ดเหนื่อยที่ผ่านมาในชีวิต..

แต่ไม่ว่าเก้าอี้แห่งชีวิต..
จะนำความสุขหรือความทุกข์มาให้เรา..
จะมากหรือน้อยอย่างไรก็ตาม..
เราก็ได้ชื่อว่า..
เป็นผู้นั่งอยู่บนเก้าอี้แห่งความสุข-ทุกข์นั้น..

หรือหากแม้ว่า..
ในชีวิตจริงของเรา..
เราจะต้องนั่งบนเก้าอี้แห่งความท้าทาย..
ในตำแหน่งหน้าที่การงานต่าง ๆ ในชีวิต..
เราก็ควรที่จะสร้างเก้าอี้แห่งความสุข..
ให้เกิดขึ้นในจิตใจของเรา..

หากเหนื่อยนัก..ก็พักก่อน..
เพื่อผ่อนคลายความเหนื่อยล้าในจิตใจ..
ด้วยการนั่งสงบนิ่งๆ..
ปล่อยวางอารมณ์และความรู้สึก..สักนิด..

อย่าปล่อยให้ใจต้องเหน็ดเหนื่อยกับการทำงาน..
ที่หามรุ่งหามค่ำ..
บนเก้าอี้แห่งความทุกข์..ที่กำลังชำรุดอยู่เลย..

แต่จงลุกขึ้นแล้วตรวจสอบดูว่า..
เก้าอี้แห่งความสุขของเราเป็นเช่นไร..
เรามีสติในการทำงานบ้างหรือไม่..

หากเหนื่อยนัก..นั่งพัก..ทำใจให้สงบนิ่งสักนาที..
แล้วความสุขก็จะบังเกิดขึ้น..
บนเก้าอี้แห่งความสุขได้ทุกๆ วินาที..

.....................................................
"ก้มกราบบ่อยๆ ช่วยขจัดความหยิ่ง-ทะนงออกได้"
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 10 มิ.ย. 2009, 13:54 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
อาสาสมัคร
อาสาสมัคร
ลงทะเบียนเมื่อ: 27 มี.ค. 2009, 10:12
โพสต์: 905

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


สิ่งที่ล่วงไปแล้ว ไม่ควรทำความผูกพัน
เพราะเป็นสิ่งที่ล่วงไปแล้วอย่างแท้จริง
กลับมาเป็นปัจจุบันก็เป็นไปไม่ได้
ผู้กระทำความสำคัญมั่นหมายนั้น เป็นทุกข์แต่ผู้เดียว

.....................................................
"ก้มกราบบ่อยๆ ช่วยขจัดความหยิ่ง-ทะนงออกได้"


แก้ไขล่าสุดโดย ปลายฟ้า...ค่ะ เมื่อ 20 ส.ค. 2009, 02:55, แก้ไขแล้ว 2 ครั้ง.

แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 281 โพสต์ ]  ไปที่หน้า ย้อนกลับ  1 ... 3, 4, 5, 6, 7, 8, 9 ... 19  ต่อไป

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 4 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร