วันเวลาปัจจุบัน 06 ธ.ค. 2020, 06:32  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง




กลับไปยังกระทู้  [ 20 โพสต์ ]  ไปที่หน้า ย้อนกลับ  1, 2  Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 27 ก.ค. 2009, 11:55 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
อาสาสมัคร
อาสาสมัคร
ลงทะเบียนเมื่อ: 21 พ.ค. 2009, 15:08
โพสต์: 162

ที่อยู่: ปราจีนบุรี

 ข้อมูลส่วนตัว


ขอบคุณทุกๆคนที่เข้ามาอ่าน และ ยังช่วยแสดงความคิดเห็นดีๆอีกด้วยครับ
รู้สึกว่าบรรยากาศจะอบอุ่นสมเป็นกระทู้แห่งความรักเลยนะเนี่ย :b12:
ในศาสนาพุทธเรา สอนให้รู้จักความทุกข์
แต่เป็นเรื่องแปลกที่เมื่อเรารู้ความจริงของทุกข์
จนถึงที่สุด ทุกข์ก็จะลดลง ใจก็จะเบาขึ้น
สุดท้ายเมื่อปล่อยวางได้บ้าง
ก็จะมีความสุข แถมมีปัญญาติดมาอีกด้วย
ทั้งๆที่ตอนมีความทุกข์ก็แทบเอาตัวเองไม่รอดเลย
อาจจะเป็นรอยยิ้มหลังคราบน้ำตาก็ได้
เขียนไปเขียนมาออกแนวลิเก๊ ลิเก เสียแล้ว :b9:

ขอบคุณคุณ rawisada ที่เอากลอนดีๆมาฝาก ขอบคุณคุณ papirusที่แวะมาอ่าน
ขอบคุณคุณ Bwitch ที่เอารูปน่ารักๆมาให้ดู ขอบคุณ คุณ วรานนท์สำหรับคำเปรียบเทียบ
ดีใจที่คุณ homealone รู้สึกดีขึ้น และสุดท้ายขอบคุณ คุณ ariyachon สำหรับคำโมทนา
และขอให้เพื่อนเจริญในธรรมยิ่งๆไปทุกคนนะครับ :b8: :b8: :b8:

.....................................................
สติคือธรรมคุ้มครองโลก

มีสติรู้กายและใจลงเป็นปัจจุบัน

เมื่อใดมีสติเมื่อนั้นมีความเพียร


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 30 ส.ค. 2009, 20:45 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 1
สมาชิก ระดับ 1
ลงทะเบียนเมื่อ: 22 เม.ย. 2009, 08:03
โพสต์: 23


 ข้อมูลส่วนตัว


อิกคิว เขียน:
ขอบคุณทุกๆคนที่เข้ามาอ่าน และ ยังช่วยแสดงความคิดเห็นดีๆอีกด้วยครับ
รู้สึกว่าบรรยากาศจะอบอุ่นสมเป็นกระทู้แห่งความรักเลยนะเนี่ย :b12:
ในศาสนาพุทธเรา สอนให้รู้จักความทุกข์
แต่เป็นเรื่องแปลกที่เมื่อเรารู้ความจริงของทุกข์
จนถึงที่สุด ทุกข์ก็จะลดลง ใจก็จะเบาขึ้น
สุดท้ายเมื่อปล่อยวางได้บ้าง
ก็จะมีความสุข แถมมีปัญญาติดมาอีกด้วย
ทั้งๆที่ตอนมีความทุกข์ก็แทบเอาตัวเองไม่รอดเลย
อาจจะเป็นรอยยิ้มหลังคราบน้ำตาก็ได้
เขียนไปเขียนมาออกแนวลิเก๊ ลิเก เสียแล้ว :b9:

ขอบคุณคุณ rawisada ที่เอากลอนดีๆมาฝาก ขอบคุณคุณ papirusที่แวะมาอ่าน
ขอบคุณคุณ Bwitch ที่เอารูปน่ารักๆมาให้ดู ขอบคุณ คุณ วรานนท์สำหรับคำเปรียบเทียบ
ดีใจที่คุณ homealone รู้สึกดีขึ้น และสุดท้ายขอบคุณ คุณ ariyachon สำหรับคำโมทนา
และขอให้เพื่อนเจริญในธรรมยิ่งๆไปทุกคนนะครับ :b8: :b8: :b8:


ทุกวันนี้ก็ยังกลับเข้ามาอ่านอยู่เรื่อยเลยนะครับ คุณอิกคิว อ่านแล้วรู้สึกดี แชร์ให้เพื่อน ๆ คนอื่นไปแล้วด้วย


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 31 ส.ค. 2009, 08:56 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 3
สมาชิก ระดับ 3
ลงทะเบียนเมื่อ: 09 ก.ค. 2009, 16:10
โพสต์: 149

งานอดิเรก: ปลูกต้นไม้
ชื่อเล่น: off
อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


ชอบจังค่ะ

.....................................................
(กัมมุนา วัตตะตี โลโก)
สัตว์โลก ย่อมเป็นไปตามกรรม


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 04 ก.ย. 2009, 10:01 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 9
สมาชิก ระดับ 9
ลงทะเบียนเมื่อ: 16 เม.ย. 2009, 06:18
โพสต์: 731

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


การใช้หลักธรรมะเป็นหลักปฏิบัติในชีวิตประจำวัน
ก็เหมือนเรามีดวงประทีปส่องทาง
ให้เราเดินไม่ผิดทาง เดินได้เรียบร้อยก้าวหน้า
เป็นไปด้วยดี ชีวิตจะไม่ตกตำ
จึงต้องหมั่นศึกษาธรรมะ อ่านฟัง
เข้าใกล้ผู้รู้แล้วนำมาปฏิบัติในชีวิตประจำวัน

ธัมโม หะเว รักขะติ ธัมมะจาริง
ธรรมะย่อมรักษาผู้ประพฤติธรรม


คู่ครองที่ดี ที่จะเป็นคู่ร่วมชีวิตกันได้
ที่จะทำให้คู่สมรสมีชีวิตสอดคล้องกลมกลืนกัน
เป็นพื้นฐานอันมั่นคงที่จะทำให้อยู่ครองกันได้ยืดยาว
นอกจากกามคุณแล้ว ควรมีคุณสมบัติ และประพฤติตามข้อปฏิบัติดังนี้
1.มีศรัทธาสมกัน เคารพนับถือในลัทธิศาสนาแนวคิดความเชื่อเข้าหากันได้
2.มีศีลสมกัน มีศีลธรรมจรรยาสอดคล้องไปกันได้
3.มีจาคะสมกัน มีความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ ความโอบอ้อมอารี ไม่ขัดแย้งกัน
4.มีปัญญาสมกัน รู้เหตุรู้ผล เข้าใจกันอย่างน้อยพูดกันรู้เรื่อง

ส่วนที่น่ากลัวที่สุดของคนมีความรัก...คืออะไร?........
บรรดาสิ่งอันเป็นที่ตั้งแห่งความใคร่
จะเป็นพวกรูปธรรม คือ รูป เสียง กลิ่น รส สัมผัส
หรือที่เป็นพวกนามธรรม เช่น ยศศักดิ์ สรรเสริญ ก็ดี
ที่เป็นที่ตั้งแห่งความกำหนัดรักนั้น
เป็นเหมือนเหยื่ออันหุ้มเบ็ดไว้
ความสุขอันเกิดจากสิ่งนี้ จึงเป็นสุขปลอม
ไม่จีรังยั่งยืน เป็นเพียงความเพลิน หรือสุขที่เป็นไปกับด้วยเหยื่อ
พระพุทธองค์จึงไม่ทรงยกขึ้นเป็นความสุข
เพราะทรงหมายเฉพาะสุขที่แท้จริง
คือไม่มีเหยื่อล่อ ซึ่งอย่างตำที่สุดได้แก่ความไม่เบียดเบียนกัน

และเมื่อกำลังเมามัวหลงรักอยู่
ก็ต้องอุทิศหัวใจตนให้เป็นเหมือนเขียงรองสับเนื้อ
ยอมรับทุกๆประการ เพื่อบำรุงบำเรอของรักจนกว่าจะเบื่อหน่าย
และพร้อมกันนั้นยังเป็นทางเกิดขึ้นแห่งความหึงหวง
อิจฉาริษยา ซึ่งเป็นเครื่องเผาลนอีกเป็นอย่างมาก

พระพุทธองค์จึงตรัสว่า การชนะความรักเป็นความสุข
ผู้แพ้ความรักต้องทำงานให้ความรักทั้งหมด
เพราะในขณะนั้นตนของตนเองไม่มี
ผู้ที่พยายามในความรักจนสำเร็จสมหมายก็คือผู้ที่แพ้ความรักตลอดเวลา
จนหมดไม่มีอะไรจะแพ้อีก สำหรับความรักเรื่องนั้นรายนั้น

ชีวิตคู๋
ผัวเมียคู่นั้น เขาศึกษาชีวิตในแง่ของความจริงสูงสุด
คืออนิจจัง ทุกขัง อนัตตา เรื่อยๆไป
เขาจึงไม่เคยทะเละกัน เขาไม่เคยกัดกัน
เขาไม่เคยหึงหวงกัน เขาไม่ทำอะไรอย่างที่คนธรรมดาทำ
มันก็เลยกลายเป็นเพื่อนเดินทางไปสู่ธรรมะสูงสุด คือนิพพาน
ฟังแล้วไม่น่าเชื่อ หลายคนคงไม่ยอมเชื่อว่า
ชีวิตคู่ถ้าเป็นไปถูกต้องแล้ว มมันเป็นเพื่อนเดินทางไปนิพพาน

ขอกราบอนุโมทนาบุญ สาธุ........... tongue


แก้ไขล่าสุดโดย damjao เมื่อ 04 ก.ย. 2009, 10:09, แก้ไขแล้ว 1 ครั้ง

โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 09 ก.ย. 2009, 22:30 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 4
สมาชิก ระดับ 4
ลงทะเบียนเมื่อ: 30 ส.ค. 2009, 02:56
โพสต์: 290

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


:b12: :b12: :b12: อย่างงี้การวางใจก็เหมือนกะการโดนวางยาอ่ะจิ...เพราะคนที่จาวางยาเราได้ต้องเป็นคนที่เราวางใจ...น่ากลัวจัง

:b8: :b8: :b8: ขอให้พระคุ้มครองค่ะ

:b55: :b55: :b55: นู๋เอค่ะ

.....................................................
ข้าพเจ้าเคารพพระธรรม ที่มีอยู่ในพระพุทธเจ้า
ข้าพเจ้าเคารพพระธรรม ที่มีอยู่ในพระธรรม
ข้าพเจ้าเคารพพระธรรม ที่มีอยู่ในพระสงฆ์
ข้าพเจ้าเคารพพระธรรม ที่มีอยู่ในพระมารดาพระบิดา
ข้าพเจ้าเคารพพระธรรม ที่มีอยู่ในครูอุปัชฌาย์อาจารย์
ข้าพเจ้าเคารพพระธรรม ที่มีอยู่ในทุกสิ่งทุกอย่าง...สาธุ สาธุ สาธุ


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 20 โพสต์ ]  ไปที่หน้า ย้อนกลับ  1, 2

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 5 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร