วันเวลาปัจจุบัน 28 ต.ค. 2020, 03:28  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง




กลับไปยังกระทู้  [ 1376 โพสต์ ]  ไปที่หน้า ย้อนกลับ  1 ... 7, 8, 9, 10, 11, 12, 13 ... 92  ต่อไป  Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 18 เม.ย. 2010, 12:57 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 30 มี.ค. 2010, 21:44
โพสต์: 942

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


ขอบคุณ คุณ Racha Wadee มากๆเลยคะ จะพยายามบังคับใจให้แกร่งคะ ทุกวันนี้สวดมนต์ อ่านธรรมะ เข้าลานธรรมทุกวันคะ ทำให้วางเฉยได้มาก แต่ยังบังคับใจให้ไม่วุ่นวายไปกับสิ่งที่เขากระทำเห็นเขาคุย ก็ร้อนลุ่มอยู่ในใจ แต่ไม่พูดไม่ซักแล้วคะ พยามปล่อยวางให้ได้ทั้งตัวและจิตใจอยู่คะ ขอบคุณคำแนะนำดีๆนะคะ อนุโมทนาคะ
สวัสดีอีกครั้งคะคุณ Wylsmith
ขอบคุณในความเป็นหวงเป็นใย ขอบคุณในความหวังดี ตลอดจนกำลังใจที่มีให้กันนะคะ ทุกสิ่งอย่างขออนิสงค์ให้ย้อนกลับเป็นความสุขกายสุขใจอันจะเกิดขึ้นกับตัวคุณและภรรยาที่แสนดี และขอสวดมนต์ภาวนาให้ครอบครัวของคุณกลับมาเป็นครอบครัวดังเดิมเร็ววันนะคะ คุณเป็นเช่นกัลยณมิตรในลานธรรมนี้คะ ขอบพระคุณมากๆคะ
และขอขอบคุณพี่ Kob ด้วยคะ ที่แนะนำแต่สิ่งดีๆ บางอย่างทำได้บ้างไม่ได้บ้าง (พี่อย่าเพิ่งเบื่อหนูนะ )แต่ยังไงหนูจะพยายามทำตามคำแนะนำนะคะ รักพี่คะ
คิดถึงเืพื่อนในลานธรรมทุกท่านนะคะ แวะเข้ามาทักทายกันได้นะคะ


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 18 เม.ย. 2010, 13:35 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 17 มิ.ย. 2008, 22:40
โพสต์: 1769

แนวปฏิบัติ: กินแล้วนอนพักผ่อนกายา
งานอดิเรก: ปลุกคน
สิ่งที่ชื่นชอบ: Tripitaka
ชื่อเล่น: สมสีสี
อายุ: 0
ที่อยู่: overseas

 ข้อมูลส่วนตัว


ไม่ทราบว่าสามีเคยเข้าวัดทำบุญหรือฟังธรรมบ้างหรือไม่..

ท่าทีในเรื่องความเชื่อเรื่องกรรมเป็นอย่างไร..

ลองคุยกับเขาว่า ..


"เรื่องที่พี่จะไปมีอะไรๆกับสาวๆที่ไหนนั้น แม้น้องจะไม่ยินดีทั้งทุกข์แสนสาหัสก็"ยอม"เพราะนี้ย่อมเป็นอกุศลวิบากที่น้องได้เคยประพฤติอย่างพี่มาแล้วในปางก่อน เราจึงได้มาข้องเกี่ยวกันด้วยอำนาจกรรมจัดสรรค์ พระพุทธเจ้าตรัสสอนไว้ว่า สัตว์ทั้งหลายมีกรรมเป็นเผ่าพันธ์ ดังนั้นแม้เราทั้งสองและลูกก็คงมี"กรรมร่วม"อยู่

น้องกำลังวิตกว่า สิ่งที่พี่ทำอยู่นี้อาจเกิดกับ"ลูก"ของเราซึ่งเป็นหญิง ...ก็เมื่อเขาโตขึ้น อาจทราบพฤติกรรมของพ่อ เขาอาจคิดว่านี้เป็นสิ่งถูกต้องชอบธรรม หากเขาพบชายที่มีภรรยาแล้ว เขาคงไม่นึกรังเกียจที่จะเสพส้องด้วย เพราะเข้าใจว่าเป็นเรื่องปกติ..ใครจะทราบว่า จะมีชายมีครอบครัวแล้วกี่คนที่มายุ่งเกี่ยวกับลูกของเรา ดังนั้น พี่พึงพิจารณาถึงคุณและโทษที่จะปรากฏในเบื้องหน้าเถิด กรรมใดมี่พี่ทำอยู่กับสาวอื่นใด เขาทั้งหลายก็มีพ่อแม่พี่น้องรักษา เขาย่อมทุกข์เมื่อทราบเรื่องที่ลูกๆเขามาคบค้าชายมีภรรยาแล้ว ก็กรรมทั้งนั้น เมื่อทำแล้วผลย่อมตามมาให้ได้รับ แม้อยากหรือไม่อยากรับก็หนีไม่พ้นเช่นตัวน้องในเวลานี้ ..พี่พึงใคร่ครวญดูเถิดว่ากรรมที่ทำให้คนอื่นเดือดร้อนมีประการต่างๆ นั้น ย่อมนำผลชนิดเดียวกันให้มาปรากฏได้..เมื่อพี่ทำให้พ่อแม่หญิงเหล่านั้นทุกข์ร้อนใจอยู่ แม้เราก็มีลูกสาวและผลกรรมนั้นจะตามมาส่งให้เราได้ทุกข์เหมือนเช่นพ่อแม่สาวอื่นๆนั้น ย่อมเป็นสิ่งที่จะมีได้แม้ในปัจจุบันชาตินั่นเทียว...

น้องต้องขอบคุณความทุกข์ที่นำพามาให้ได้พบกัลยาณมิตร ที่ช่วยชี้ทางสว่างคือธรรมะอันหาได้ยากในโลกนี้ และปวารณาว่าจะดำเนินชีวิตในศีลธรรมมิให้ตกต่ำกว่านี้ต่อไป นับว่าเป็นบุญยิ่งแล้วที่ได้เกิดมาเป็นคน สามารถพบพระธรรมเพื่อต่อยอดกุศลให้ยิ่งขึ้นไป เพื่อความพ้นทุกข์ในที่สุด เพื่อจะเป็นผู้"มาสว่าง"และ"ไปสว่าง"ต่อไป หากพี่เห็นสาระอยู่บ้าง ก็พึงเข้าหากัลยาณมิตรเพื่อปัญญาติดตัวไปในภพหน้าต่อๆไปเถิด..นี่คือสาระที่สำคัญยิ่งยวดกว่าสิ่งใดในการได้เกิดมา"เป็นคน"..

:b46: :b47: :b48: :b41:

.....................................................
ศีล ๕ รักษาตนไม่ให้เกิดในอบายภูมิ


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 18 เม.ย. 2010, 14:05 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 2
สมาชิก ระดับ 2
ลงทะเบียนเมื่อ: 12 เม.ย. 2010, 11:37
โพสต์: 59

งานอดิเรก: reading
อายุ: 45

 ข้อมูลส่วนตัว


พี่ไม่เคยเบื่อและไม่ต้องเกรงใจนะค่ะ ยินดีเสมอที่ได้คุยด้วย ไม่ต้องห่วงว่าทำได้บ้างไม่ได้บ้าง ก็ทำเท่าที่ทำได้ ขอฝากผ่านไปให้คุณ Wylsmith ด้วยนะค่ะ ไม่ว่าคุณหรือใครจะคิดยังไง เราว่าคุณเป็นคนดีมากๆคนหนึ่ง ปลื้มใจกับทุกอย่างที่คุณทำนะค่ะ ถ้าคุณเจอภรรยาฝากกอดเธอที่หนึ่งนะ (ทำได้หรือปล่าวก็ไม่รู้) อยากให้ทุกคนมีความสุขจัง


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 18 เม.ย. 2010, 14:26 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 30 มี.ค. 2010, 21:44
โพสต์: 942

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


สวัสดีคะ คุณ -dd-
สามีไม่ค่อยเข้าวัดเท่าไรคะ ถ้าเราไม่ชวนก็ไม่เคยไปเองเลยคะ ชอบพูดเล่นว่าเขาเข้าวัดแล้วร้อน
คงรู้ว่าตัวเองเป็นคนบาป นานๆจะไปคะ แต่สำหรับตัวเองไปบ่อยคะชอบไปทำบุญ ถวายสังฆทาน อะไรที่ช่วยทำให้จิตใจสงบทำหมดคะ ชอบทำบุญมาก เวลาทำก็จะทำเผื่อเขาด้วยทุกครั้ง (ไม่รู้ว่าเขาจะได้รับรึเปล่า) เรื่องบาปบุญเขาไม่ค่อยเชื่อคะ เวลาพูดให้ฟังว่าตัวเองทำอย่างนี้ แล้วควรจะนึกถึงลูกบ้าง เพราะเรามีลูกสาว เดี๋ยวกรรมตกถึงลูกเรา เขาจะสวนทันทีว่าใครทำคนนั้นก็รับไป ไม่เกี่ยวกับลูก พูดไปก็เหมือนไปสอนเขา เหมือนเราอยากให้เขาหยุดเพราะตัวเรารึเปล่า หนูคิดเองนะคะ เพราะรู้สึกว่าเขาไม่ชอบฟัง เหมือนเขาจะรู้สึกว่าเราพูดเำพื่อตัวเราเองซะมากกว่า เดี๋ยวมาตอบใหม่นะคะ ขอโทษคะ


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 18 เม.ย. 2010, 15:14 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 30 มี.ค. 2010, 21:44
โพสต์: 942

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


ขอโทษนะคะ เมื่อสักครู่พ่อลูกเพิ่งกลับจากเล่นสงกรานต์ เลยต้องรีบพาลูกอาบน้ำคะ ต้องรบกวนคุณ-dd- ช่วยแนะนำวิธีการที่เราจะพูดเรื่องนี้กับเขาหน่อยคะ เพราะอย่างที่บอกเคยพูดแล้วเขามองว่าหนูพูดเพื่อตัวหนูเอง พอจะเข้าเรื่องเขาจะออกตัวทันทีว่าเดี๋ยวหยุดก็จะหยุดเอง ไม่ต้องบอกต้องสอนหรอก (เป็นอย่างนั้นไป ) กระทั่งเรื่องที่ทุกวันนี้ ร่างกายเขาไม่ค่อยดี เขาจะชาตามแขนตามขา ปวดเหมื่อยบ่อยๆ ต้องพากันไปหาหมอทั้งแผนปัจจุบัน และหมอนวดแผนโบราณ พอหนูพูดว่าเป็นกรรม เขาก็จะบอกทันทีว่าไม่เกี่ยว เหมือนเขาไม่ยี่หระกับอะไร การกระทำก็ยังคงเหมือนเดิมไม่มีทีท่าว่าจะเปลี่ยนพฤติกรรม
ไม่เดืือดร้อนอะไรทั้งสิ้นคะ แถมยังบอกว่าถ้าเป็นมากกว่านี้ก็ไม่ต้องสนใจเขา เขาดูแลตัวเองได้ (พูดไปโน้นเลยคะ) ก็เลยไม่คิดจะพูดอีกกลัวเข้าตัว เขาจะเป็นเหมือนคนมั่นใจ คิดว่าที่ทำไม่เดือนร้อนใคร ชั้นจะเป็นของชั้นอย่างนี้ รับได้ก็อยู่ถ้ารับไม่ได้ก็ไป (หนูรู้สึกแบบนั้นคะ) เขาไม่ได้พูดแต่การกระทำมันบ่งบอก ไม่รู้ว่าจะให้เขาเข้าถึงธรรมมะได้อย่างไร จนปัญญาจริงๆ คะ รบกวนด้วยนะคะ เขาดื้อมาก


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 18 เม.ย. 2010, 15:46 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 17 มิ.ย. 2008, 22:40
โพสต์: 1769

แนวปฏิบัติ: กินแล้วนอนพักผ่อนกายา
งานอดิเรก: ปลุกคน
สิ่งที่ชื่นชอบ: Tripitaka
ชื่อเล่น: สมสีสี
อายุ: 0
ที่อยู่: overseas

 ข้อมูลส่วนตัว


อ้างคำพูด:
สามีไม่ค่อยเข้าวัดเท่าไรคะ ถ้าเราไม่ชวนก็ไม่เคยไปเองเลยคะ ชอบพูดเล่นว่าเขาเข้าวัดแล้วร้อน


อ้อ ถ้าเช่นนั้นก็มืดสนิทเสียแล้วครับคุณแสงฯ สำหรับ"เขา"..

ทีนี้ก็อยู่ที่"เรา"เท่านั้นที่ต้องเลือกเดินในที่มี"แสงสว่าง"..ต่อไป


อ้างคำพูด:
แต่สำหรับตัวเองไปบ่อยคะชอบไปทำบุญ ถวายสังฆทาน อะไรที่ช่วยทำให้จิตใจสงบทำหมดคะ ชอบทำบุญมาก เวลาทำก็จะทำเผื่อเขาด้วยทุกครั้ง (ไม่รู้ว่าเขาจะได้รับรึเปล่า)


ถ้าบอกเขา ให้ทราบและเขาอนุโมทนา "ด้วยใจ"จริงเขาก็ได้รับครับ...แต่ถ้่าบอกแล้ว เขาไม่สนใจไม่อนุโมทนาก็ไม่ได้ครับ..

อ้างคำพูด:
เรื่องบาปบุญเขาไม่ค่อยเชื่อคะ เวลาพูดให้ฟังว่าตัวเองทำอย่างนี้ แล้วควรจะนึกถึงลูกบ้าง เพราะเรามีลูกสาว เดี๋ยวกรรมตกถึงลูกเรา เขาจะสวนทันทีว่าใครทำคนนั้นก็รับไป ไม่เกี่ยวกับลูก พูดไปก็เหมือนไปสอนเขา เหมือนเราอยากให้เขาหยุดเพราะตัวเรารึเปล่า หนูคิดเองนะคะ เพราะรู้สึกว่าเขาไม่ชอบฟัง


ตรงนี้เขา" เข้าใจถูก"ครับ..กรรมนั้นใครทำคนนั้นได้รับผล ..เหมือนกันทั้งกรรมดีและชั่วแต่ต้องไม่ลืมว่า "สัตว์ทั้งหลายมีกรรมเป็นเผ่าพันธ์" อธิบายคร่าวๆว่า สัตว์ทั้งหลายทุกตนทำกรรมมาสารพัด จะว่าไปก็แทบจะทำกรรมมาทุกอย่างประดามีในโลกมาแล้ว เพราะสังสารวัฏยาวนานจนหาเบื้องต้นไม่พบนั่นเอง.. เพราะเหตุใดเราจึงมาเกิด เกี่ยวข้องกันในครอบครัวเดียวกัน? ตอบว่าปัจจัยหลักคือกรรม..หมายถึงว่า กรรมที่พ้องกัน คล้ายกันมีอยู่ จึงดึงดูดสัตว์ให้มาเกี่ยวข้องกันเหมือนธาตุเดียวกันย่อมดึงดูดให้เข้าหากัน..เมื่อเกี่ยวข้องแล้ว เหตุใหม่ในปัจจุบันย่อมเป็นปัจจัยเพื่อการส่งผลของกรรมเก่าในอดีตยาวไกลให้มีได้..ดังนี้

แต่เอาละ เมื่อทราบว่าเขามืดแล้วก็ต้องปลงลงที่กรรมว่า ใครจะช่วยเขาได้คงไม่มีแล้ว เพราะไม่มีบุญเก่าสนับสนุนมาให้ได้พบแสงสว่าง จึงได้เป็นผู้เข้าถึงมิจฉาทิฏฐิเหนียวแน่นได้เห็นปานฉะนี้...คือไม่เชื่อว่ากรรมมีผล บุญบาปมีจริง... อันมิจฉาทิฏฐินั้น พระพุทธเจ้าทรงตรัสว่าเป็นอันตรายแก่สัตว์ทั้งหลายยิ่งกว่าการทำบาปหนัก๕อย่างที่เรียกว่า อนันตริยกรรมเสียอีก..แล้ววางอุเบกขาว่าสัตว์ทั้งหลายมีกรรมเป็นของตนจริงๆ..

พึงใช้แนวทางที่กัลยาณมิตรในนี้แนะไว้ พาตนให้พ้นทุกข์ พยายามไถ่ถอนความยึดติดกับจากสามีให้มาก เพราะการข้องติดกับมิจฉาทิฏฐิชน ย่อมเป็นทางให้เราได้เข้าถึงความเป็นคนมีมิจฉาทิฏฐิได้อย่างแน่นอนในวันใดวันหนึ่ง ทั้งการเกี่ยวข้องผูกยึดกับเขาย่อมส่งเสริมให้ได้เกิดมาพบเจอกันได้อีกแล้วๆเล่าๆ.... ก็คนไม่มีสัมมาทิฏฐินั้นย่อมไม่รู้จักศีลหรือมีหิริโอตัปปะอันเป็นธรรมคุ้มครองโลกไม่ให้เบียดเบียนกัน... แล้วจะไม่ทุกข์อีกได้อย่างไร..

.....................................................
ศีล ๕ รักษาตนไม่ให้เกิดในอบายภูมิ


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 18 เม.ย. 2010, 19:49 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 2
สมาชิก ระดับ 2
ลงทะเบียนเมื่อ: 12 เม.ย. 2010, 11:37
โพสต์: 59

งานอดิเรก: reading
อายุ: 45

 ข้อมูลส่วนตัว


พี่มาให้กำลังใจก่อนนอน พรุ่งนี้เราจะมีความสุขนะค่ะ ตื่นมาพบกับสิ่งดีๆ ด้วยกัน


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 18 เม.ย. 2010, 21:00 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 30 มี.ค. 2010, 21:44
โพสต์: 942

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


ขอบคุณพี่ Kob คะ สัญญาคะว่าพรุ่งนี้เราจะต้องมีความสุขเหมือนๆกันคะ นิ่งไว้คะนิ่งไว้


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 18 เม.ย. 2010, 21:08 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 1
สมาชิก ระดับ 1
ลงทะเบียนเมื่อ: 18 ธ.ค. 2009, 17:07
โพสต์: 16

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


ขออนุญาตนำข้อคิดดี ๆ จากคุณ -dd- มาให้คุณแสงอาทิตย์ลองอ่านดูนะครับ เผื่อจะช่วยอะไรได้บ้าง

"ดูเอาเถิด เมื่อตอนเกิดก็มาคนเดียว อยู่มาได้อย่างสงบสุข แล้วณ.ช่วงเวลาที่ได้คบคุ้นใครบางคน..แม้พบว่ามีความขัดแย้งกันจนต้องเลือกแยกทางเดิน กลับสร้างกรงข่ายแห่งเสน่หาขึ้นกักขังตนเอง จนทุรนทุรายเช่นนี้ โอ้หนอใจนี้ช่างเลี้ยงไม่เชื่องเลย...

ความเดือดร้อนทั้งปวงไหลมาจากความคิดไปในอดีตบ้าง อนาคตบ้าง ไม่อาจอยู่กับปัจจุบัน..นี้เป็นการปล่อยจิตให้เป็นไปกับความฟุ้งซ่าน เมื่อเป็นเช่นนั้นก็ย่อมไม่สามารถมองเห็นว่า สิ่งใดเป็นประโยชน์หรือหน้าที่อันตนพึงกระทำในขณะปัจจุบัน ..


ให้ถามตนเองดูว่า เรายังมาทุกข์กับสิ่งที่เกิดแล้วจบแล้วเพื่อประโยชน์อันใด หากได้คำตอบว่า คิดแล้วชีวิตจะเจริญขึ้น มีความสำเร็จเป็นผล มีความสุขรออยู่ ก็คิดไป แต่ถ้าได้คำตอบว่า กำลังจะถึงความวิบัติโดยประการทั้งปวง ก็พึงตั้งโยนิโสมนัสสิการนึกถึงพระธรรมที่พระพุทธเจ้าทรงตรัสสอนไว้ดีแล้วว่า สิ่งทั้งปวงไม่เที่ยง มีความแปรปรวนไปเป็นธรรมดา แม้ใจเราก็ไม่เที่ยง วันนี้ทุกข์ แต่พรุ่งนี้อาจสุขได้ เพราะความผันแปรของเหตุปัจจัยที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลาเช่นกัน...ใครจะได้อะไรๆตามใจปรารถนาถาวรย่อมไม่มีในโลก คราหนึ่งพบกันแล้วก็ต้องจาก ไม่จากเป็นจากก็ตาย..ที่เคยรักกันเมื่อก่อนต่อมาก็เกลียดจนหน้าแทบไม่อยากมองก็มี...ใครจะบังคับบัญชาอะไรได้เล่า ในเมื่อทุกสิ่งเกิดได้เพราะการประชุมพร้อมของปัจจัยที่ไม่คงที่ตลอดเวลา.."

ยังเป็นกำลังใจให้คุณแสงอาทิตย์เสมอนะครับ

.....................................................
อย่าเข้าใจผิดต่อพุทธศาสนา
พุทธศาสนา ไม่ช่วยอะไรเลย แก่ผู้ที่มัวแต่ ทำพิธีบูชา ขอร้องอ้อนวอน นะโว้ย!
พุทธทาส อินทปัญโญ


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 18 เม.ย. 2010, 23:00 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 2
สมาชิก ระดับ 2
ลงทะเบียนเมื่อ: 18 ม.ค. 2010, 21:56
โพสต์: 92

แนวปฏิบัติ: ดูจิต
งานอดิเรก: ทำตัวน่ารักไปวัน ๆ
สิ่งที่ชื่นชอบ: คู่มือสะกดใจคน - เดวิด เจ.ไลเบอร์แมน
ชื่อเล่น: นุช
อายุ: 27

 ข้อมูลส่วนตัว


cool สวัสดีค่ะพี่แสง

เป็นอย่างไรบ้างคะ ดีขึ้นยังคะ อ่านแล้วพี่แสงคงอยู่ในอาการแบบทรงตัวอยู่แน่ ๆ เลย เอาหน่า สู้ ๆ
ค่ะ หนูเพิ่งกลับเข้าบ้านมาได้ซักพักค่ะ ไปเดทมา แหะ ๆ ตามประสาสาวโสด สวยด้วย คริ คริ :b19:

อย่าไปทุกข์มากมายเลยนะคร๊า หาความสุขใส่ตัวเองดีกว่า คนเราจะตายเมื่อไหร่ไม่รู้ ณ เวลานี้ยิ้ม
เมื่อ 5 นาทีก่อน ฟูมฟาย 3 นาทีถัดจากนี้ไปโมโห ... ใครจะไปรู้ได้ คนเราเปลี่ยนอารมณ์กันได้ทุก ๆ นาที เพราะฉะนั้นอย่าไปยึดติดกับความทุกข์ให้มันนานนักเลยค่ะ สลัดมันออกไปไกล ๆ ... ทำตัวเองให้มีความสุขหน้าตาก็จะพลอยสดชื่น หัวสมองก็จะโปร่งและคิดอะไรได้มากกว่านี้นะคะ เอาใจช่วยพี่สาวคนสวยค่ะ :b3:

คืนนี้หลับฝันดีเทวดาคุ้มครองค่ะ



:b46: ................... :b46:
:b48: Nuchy 2525 :b48:

.....................................................
กฏเหล็กข้อแรกสุด ทุกสิ่งต้องเปลี่ยนแปลงไป


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 19 เม.ย. 2010, 03:27 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-1
Moderators-1
ลงทะเบียนเมื่อ: 31 พ.ค. 2009, 02:41
โพสต์: 5637

แนวปฏิบัติ: พอง ยุบ
ชื่อเล่น: เจ
อายุ: 0
ที่อยู่: USA

 ข้อมูลส่วนตัว www


พ่อของลูกพี่ตอนที่เขากำลังหลงระเริงกับโลกีย์สุขอยู่ก็พยายามชวนเขาเข้าวัด
ถ้ายอมไปด้วยก็ไปอย่างเสียมิได้ ไม่ยอมเข้าไปในวิหารจะนั่งรออยู่แถวสุ่มทุมพุ่มไม้ในวัด
ก็ได้แต่นึกในใจว่า คนที่มืดบอด ของดีอยู่ตรงหน้าแท้ๆ ก็ไม่สามารถมองเห็น
ขนาดเข้ามาในร่มเงาของความร่มเย็นแท้ๆ ยังไม่สามารถที่จะสัมผัสกับความสุขสงบที่แท้จริงได้
ก็ได้แต่สงสาร และปลงสังเวชแทนเขา แต่ทุกครั้งที่ทำบุญเสร็จ ก็จะกรวดน้ำให้เจ้ากรรมนายเวร
และแผ่เมตตาให้สรรพสัตว์ สรรพสิ่ง และก็นึกถึงเขา ให้เขาได้รับกุศลผลบุญที่เขามาส่ง
แม้ว่าตัวเขาเองจะไม่อนุโมทนาก็ตาม ทำบ่อยๆ และทุกครั้ง ทำสม่ำเสมอนานเป็นปีๆ

เชื่อไหมค่ะว่า? ทุกปีที่เชียงใหม่จะมีการบวชเพื่อบูชาพระครูบาศรีวิชัย เป็นการระลึก
ถึงคุณงามความดีของท่าน เขายอมบวช ตอนนั้นไม่อยากจะเชื่อเลยว่าจะเป็นเรื่องจริง
แต่ก็รีบลงชื่อ และเตรียมของให้ เพราะกลัวเขาจะเปลี่ยนใจ รู้สึกที่บอกไม่ถูก ดีใจ
โล่งใจ ความโกรธ ความแค้น ที่ยังกรุ่นๆอยู่ในใจ มันพร้อมจะละลายไป
เขาบวชเก้าวันตามโครงการณ์ แอบขับรถไปดูเขา ขณะอยู่ที่วัด เห็นเขาตั้งใจปฏิบัติ
จริงๆ จังๆ ใจก็นึกอนุโมทนาบุญไปกับเขา พอสึกออกมา เขาไม่ได้เปลี่ยนไปในทันที
แต่ก็รู้สึกว่าเปลี่ยนไปในทางที่ดี ยอมรับฟังเรื่องบาป บุญ คุณ ที่เราพยามยามแทรกเข้า
ไปในบทสนทนา แบบเงียบๆไม่โต้แย้งเหมือนก่อนๆมายอมที่จะไปวัดเองตามโอกาส
เทศกาลสำคัญ โดยที่ไม่ต้องบอก ไม่ต้องแนะนำ

พี่ไม่ทราบจะแนะนำคุณแสงอาทิตย์ในเรื่องนี้อย่างไร? จึงขอเล่าเรื่องของตัวเองเป็นตัวอย่าง
เผื่อคุณจะมีแนวทางที่จะทำให้สามีคุณ หันเข้าหาทางธรรม คนบางคน ยิ่งพูดยิ่งเตือน ก็เหมือน
ยิ่งตอกย้ำความผิดของเขา เท่าที่คุณเล่ามา พี่คิดว่าเขาก็พอจะเชื่อเรื่องบาป บุญ พอสมควร
แต่ปฏิเสธที่จะฟัง เพราะมีความหวาดหวั่นอยู่ในใจ จึงไม่ต้องการคำสนับสนุนของความผิด
ที่ตัวเองกระทำอยู่
อดีตคนของพี่ก็คล้ายๆกัน เขาจะมั่นใจในความชั่วของเขามาก ว่าเขาไม่
ได้ทำอะไรผิด ก็แค่ไปนอนกับผู้หญิงอื่น ซึ่งก็มีเป็นความเต็มใจของทั้งสองฝ่าย จึงไม่น่าที่จะ
ผิดอะไรมากมาย ใครๆก็ทำกัน แต่เราพยายามดึงเขาเข้าวัด เขาก็คงจะซึมซับเข้าไปบ้าง
และคิดว่าจริงๆแล้วเขาก็เชื่ออยุ่บ้าง ตามสายเลือดของ ชาวพุทธที่พอจะมีการศึกษา
ลึกๆในใจจึงกลัว "นรก" อยู่เหมือนกัน

บุญเป็นเหมือนน้ำ ที่มีแต่ความชุ่มเย็น ใครที่อยู่ใกล้ย่อมจะสัมผัสได้ จะเร็วหรือช้าย่อมขึ้นอยุ่กับ
วาสนาของแต่ละบุคคล คุณค่อยๆแผ่บุญกุศลที่ตั้งใจกระทำให้เขาทุกๆวันดูนะค่ะ เผื่อเขาอาจจะ
รับได้และทำให้เขาเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีได้ ขอเอาใจช่วยนะค่ะ

.....................................................
"มิควรหวังร่มเงาจากก้อนเมฆ"


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 19 เม.ย. 2010, 09:25 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 1
สมาชิก ระดับ 1
ลงทะเบียนเมื่อ: 24 ต.ค. 2009, 15:54
โพสต์: 49

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


ขอให้กำลังใจครอบครัวคุณแสงอาทิตย์ค่ะ คำแนะนำของคุณ -dd- นั้นดีมาก คุณควรอ่านซ้ำ ๆ หลายครั้ง ด้วยใจที่เป็นกลาง และมีสติกับทุกตัวอักษรที่อ่าน ทำใจให้เป็นกลาง ๆ อย่าโทษใครว่าผิดแม้แต่ตัวเอง และเลิกสงสารตัวเองได้แล้ว ค่ะ และปรับปรุงตัว และหัวใจของตัวเองใหม่ แบบ ปฏิวัติ ทั้ง พฤติกรรม และบุคคลิกภาพ ทั้งหมด ดิฉันได้อ่านข้อความแล้วเห็นใจสามีคุณ รวมทั้งเห็นใจคุณด้วย แต่คุณต้องเลิกคิดจับผิดสามีได้แล้วค่ะ แล้วหันมาจับถูกแทนจะดีกว่า ถ้าคิดว่า ชีวิตนี้จะอยู่กับเค้าตลอดไปจนตายกันไปข้างหนึ่ง แต่ถ้าคุณคิดว่าไม่ทนแล้ว ก็หย่าซะ แต่เมื่อคิดจะอยู่ก็ต้องอยู่ด้วยหัวใจที่หนักแน่น ไม่สมเพชตัวเอง คิดดี ทำดี พูดดี เลิกคาดคั้น เพราะทุกคนก็มีกรรมเป็นของตัวเองเค้า(สามี) ก็ใช่ว่าจะมีความสุขจริง ข้อสำคัญ คุณต้อง รักษาศีลห้า ให้เข้มข้น มีโอกาสก็เข้าปฏิบัติธรรมบ้าง ตามที่มีคอสปฏิบัติ ดิฉันเคยปฏิบัติ หลังสูตรพัฒนาจิตให้เกิดปัญญาและสันติสุข ของคุณแม่ ดร.สิริ กรินชัย เห็นว่ามีประโยชน์ ดี งดพูด ตลอดการปฏิบัติ เจ็ดคืนแปดวัน คุณอาจเห็นทางสว่างในการดำเนินชีวิตบ้างนะค่ะ
เดือนพฤษภาคม มีการปฏิบัติที่จังหวัดจันทบุรี ชื่อวัดป่าธรรมสุข ต.นายายอาม ลองถาม อ. อ้อดูนะค่ะถ้าจะไป เบอร์โทร 089-2488118 ถ้าคุณมีโอกาสก็ลองดูนะค่ะ ดิฉันทำแล้ว เห็นผลกับใจตัวเองและใช้ชีวิตมีความสุขมากในปัจจบัน และลองหนังสือ กรรมพยากรณ์ ของคุณดังตฤน มาอ่านนะ ค่ะ หรือ คลิกเข้าฟังในเน็ตก็ได้ ฟังแล้วมีประโยชน์มาก กรรมพยากรณ์ ตอนชนะกรรมค่ะ


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 19 เม.ย. 2010, 13:06 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 1
สมาชิก ระดับ 1
ลงทะเบียนเมื่อ: 03 เม.ย. 2010, 13:40
โพสต์: 33

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


cool
กลับมาแล้วจ้า คุณพี่
คุณน้องเห็นมีแต่คนให้กำลังใจคุณพี่เยอะแยะเลย
ดีใจด้วยนะคะ อย่างน้อยเราก็มีกัลยาณมิตร มากมาย
แค่ผู้ชายคนเดียว อย่าให้ความสำคัญกับเค้ามากเล้ย
(พูดบอกเค้าได้นะ แต่ตัวเองก็ยังทำไม่ได้เลย)
ตอนนี้คุณน้อง ก็กำลังหัดภาวนา นั่งสมาธิเพื่อให้จิตใจสงบอยู่คะ
ไม่อยากรับรู้เรื่องราวต่าง ๆ ที่เค้าทำกับเรา
เอาธรรมะเป็นที่พึ่งดีที่สูดดดดดดดดดดคะ


แล้วค่อยคุยกันใหม่นะคะ :b4: :b4: :b4:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 19 เม.ย. 2010, 13:39 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 3
สมาชิก ระดับ 3
ลงทะเบียนเมื่อ: 07 เม.ย. 2010, 14:41
โพสต์: 154

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


ชอบคำแนะพร้อมกับประสบการณ์จริงๆของพี่ทักทาย
ที่มีให้พวกเราเสมอ tongue
เราก็ไม่ใช่คนเดียวที่เจอกับเหตุการณ์แย่ๆจริงๆด้วย

คุณแสง แต่ก่อนหวานก็เคยเตือนสามีเรื่อง
บาปบุญคุณโทษเหมือนกัน แต่ก็เมื่อยเปล่า
เพราะเค้าไม่ฟังเราหรอก เค้าไม่ชอบหรอกเพราะ
เราพูดไปก็เหมือนว่าเค้าซะมากกว่า
พอเราพูดเรื่องลูก เค้าก็บอกว่าไม่ต้องมาคิดแทนลูกหรอก
เฮ้อ :b34: ตอนนี้ก็เลยไม่พูดซักอย่างเดียว
แต่จะเจอกันเฉพาะวันหยุด ก็ดีไปอย่างคะ บางทีก็ลืมบ้าง
โทรศัพท์ก็ไม่ได้คุยคะ เพราะเคยคุยแล้วได้ยินเสียงของบุคคล
อื่นแทรกเข้ามา
อ้าว โทดทีนะคะ พูดเรื่องตัวเองซะงั้น :b28:
เพราะไม่มีบ้านตัวเองคะ เลยมาบ่นๆตามบ้านคนอื่น
คุณแสง ก็อ่านเพลินๆละกันคะ :b9:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 19 เม.ย. 2010, 15:22 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 1
สมาชิก ระดับ 1
ลงทะเบียนเมื่อ: 09 เม.ย. 2010, 20:57
โพสต์: 38

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


อ่านแล้วชอบค่ะ ...สิ่งทั้งปวงไม่เที่ยง มีความแปรปรวนไปเป็นธรรมดา แม้ใจเราก็ไม่เที่ยง วันนี้ทุกข์ แต่พรุ่งนี้อาจสุขได้ เพราะความผันแปรของเหตุปัจจัยที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลาเช่นกัน...ใครจะได้อะไรๆตามใจปรารถนาถาวรย่อมไม่มีในโลก คราหนึ่งพบกันแล้วก็ต้องจาก ไม่จากเป็นจากก็ตาย..ที่เคยรักกันเมื่อก่อนต่อมาก็เกลียดจนหน้าแทบไม่อยากมองก็มี...ใครจะบังคับบัญชาอะไรได้เล่า ในเมื่อทุกสิ่งเกิดได้เพราะการประชุมพร้อมของปัจจัยที่ไม่คงที่ตลอดเวลา...





ศิลปะแห่งการให้อภัย :b41: :b41: :b41: :b41: :b41: :b41: :b41:


การให้อภัยเป็นเรื่องที่ดี แต่พอให้อยู่เสมอ กลับกลายเป็นต้องยอมอยู่ตลอด
เพราะคนที่ได้รับการอภัยไม่เคยสำนึกได้เลยว่าทำอะไรไม่ดีไว้บ้าง
ยังคงเป็นเช่นเดิมไม่เปลี่ยนแปลง ควรทำอย่างไร

การให้อภัยเป็นสิ่งที่ดี ไม่มีใครเถียง แต่การ "ให้อภัยอยู่เสมอ" นี่เอง
คือสาเหตุที่ทำให้การอภัยนั้นไม่มีราคา ไม่มีน้ำหนัก ไม่มีความหมาย
ในใจของผู้รับ

สาเหตุก็เพราะคุณกำลังทำผิดหลักการของการให้อภัยที่แท้...

การให้อภัยที่ถูกนั้นควรให้เพียงครั้งเดียวหรือสองครั้งเท่านั้น ถ้ามีการ
ให้อภัยจนเป็นเรื่องปกติก็ไม่ใช่ความผิดของผู้ทำผิด หากแต่เป็นความผิด
ของผู้ให้อภัยเอง ที่ให้ไม่เป็น หรือไม่มีศิลปะของการให้ การให้อภัย
ซ้ำซากคือการลดคุณค่าของการให้อภัย หรือคือการแสดงให้เห็นว่าสิ่ง
ที่ทำผิดพลาดไปไม่ใช่เรื่องใหญ่โต




โดย.... "ท่าน ว. วชิรเมธี"

.....................................................
สุข.. ทุกข์.. ในใจเรา อย่าให้คนอื่นเขามากำหนด....
เราต้องเป็นเจ้าของ... ชีวิต.. จิตใจ.. ตัวเราเอง...


แก้ไขล่าสุดโดย rada เมื่อ 19 เม.ย. 2010, 15:29, แก้ไขแล้ว 1 ครั้ง

แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 1376 โพสต์ ]  ไปที่หน้า ย้อนกลับ  1 ... 7, 8, 9, 10, 11, 12, 13 ... 92  ต่อไป

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 6 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร