ลานธรรมจักร
http://dhammajak.net/forums/

อานิสงค์ของการสวดมนต์
http://dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=28&t=35604
หน้า 1 จากทั้งหมด 1

เจ้าของ:  john_555 [ 06 ธ.ค. 2010, 23:32 ]
หัวข้อกระทู้:  อานิสงค์ของการสวดมนต์

ผมอยากรู้อานิสงค์ของการสวดมนต์ และอยากรู้ว่าบทที่ต้องสวดบทไหนเป็นบทสำคัญ
ผมจะได้สวดทุกวัน

เจ้าของ:  หัสพล พวงแก้ว [ 07 ธ.ค. 2010, 01:44 ]
หัวข้อกระทู้:  Re: อานิสงค์ของการสวดมนต์

(กราบ 3 ครั้ง) 1. บูชาพระรัตนตรัย
อิมินา สักกาเรนะ พุทธัง อะภิปูชะยามิ
อิมินา สักกาเรนะ ธัมมัง อะภิปูชะยามิ
อิมินา สักกาเรนะ สังฆัง อะภิปูชะยามิ
2. บทกราบพระรัตนตรัย
อะระหังสัมมาสัมพุทโธ ภะคะวา พุทธังภะคะวันตังอภิวาเทมิ (กราบ)
สวากขาโต ภะคะวะตาธัมโม ธัมมังนะมาสามิ (กราบ)
สุปะฎิปันโน ภะคภวะโต สาวกสังโฆ สังฆังนะมามิ (กราบ)
3. คำอาราธนาศีล
(อะหัง) (มะยัง) ภันเต วิสุง วิสุง รักขะณัตถายะ ติสะระเณนะ สะหะ ปัญจะ สีลานิ ยาจามะ
ทุติยัมปิ (มะยัง) ภันเต วิสุง วิสุง รักขะณัตถายะ ติสะระเณนะ สะหะ ปัญจะ สีลานิ ยาจามะ
ตะติยัมปิ (มะยัง) ภันเต วิสุง วิสุง รักขะณัตถายะ ติสะระเณนะ สะหะ ปัญจะ สีลานิ ยาจามะ
4. บทนมัสการพระพุทธเจ้า (กล่าว 3 ครั้ง)
นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมา สัมพุทธัสสะ
5. ขอขมาพระรัตนตรัย
วันทามิ พุทธัง สัพพะเมโทสัง ขะมะถะเม ภันเต
วันทามิ ธัมมัง สัพพะเมโทสัง ขะมะถะเม ภันเต
วันทามิ สังฆัง สัพพะเมโทสัง ขะมะถะเม ภันเต

6. ไตรสรณคมน์ (คำปฎิญานตนขอพระรัตนตรัยเป็นที่พึ่ง)
พุทธัง สะระณัง คัจฉามิ ทุติยัมปิ พุทธัง สะระณัง คัจฉามิ ตะติยัมปิ พุทธัง สะระณัง คัจฉามิ
ธัมมัง สะระณัง คัจฉามิ ทุติยัมปิ ธัมมัง สะระณัง คัจฉามิ ตะติยัมปิ ธัมมัง สะระณัง คัจฉามิ
สังฆัง สะระณัง คัจฉามิ ทุติยัมปิ สังฆัง สะระณัง คัจฉามิ ตะติยัมปิ สังฆัง สะระณัง คัจฉามิ
5. คำสมาทานศีล 5
ปาณาติปาตา เวระมณี สิขาปะทัง สมาทิยามิ (เว้นจากการฆ่าสัตว์ เบียดเบียนสัตว์)
อะทินนาทานา เวระมณี สิขาปะทัง สมาทิยามิ (เว้นจากการลักทรัพย์)
กาเมสุมิฉาจารา เวระมณี สิขาปะทัง สมาทิยามิ (เว้นจากการประพฤติผิดในกาม)
มุสาวาทา เวระมณี สิขาปะทัง สมาทิยามิ (เว้นจากการพูดเท็จ พูดส่อเสียด พูดคำหยาบ)
สุราเมระยะมัชปะมาทัฎฐานา เวรมณี สิขาปะทัง สมาทิยามิ (เว้นจากการดื่มสุราของมึนเมา)
6. บทสรรเสริญพระพุทธคุณ
1.อิติปิโส ภะคะวา อะระหังสัมมาสัมพุทโธ วิชชาจะระณะสัมปันโน สุคะโต โลกะวิทู
อะนุตตะโร ปุริสะทัมมะสาระถิ สัตถา เทวะมะนุตสานัง พุทโธ ภะคะวาติ(กราบ)
7. บทสรรเสริญพระธรรมคุณ
2.สวากขาโต ภะคะวะตา ธัมโม สันทิฏฐิโก อะกาลิโก เอหิปัสสิโก โอปะนะยิโก
ปัจจัตตัง เวทิตัพโพ วิญญูหีติ (หีติ อ่านว่า ฮี-ติ) (กราบ)
8. บทสรรเสริญพระสังฆคุณ
3.สุปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ อุชุปะฏิปันโน ภะคะโต สาวะกะสังโฆ
ญายะปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ สามีจิปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ
ยะทิทัง จัตตาริ ปุริสะยุคานิ อัฏฐะ ปุริสะปุคคะลา เอสะ ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ
อาหุเนยโย ปาหุเนยโย ทักขิเณยโย อัญชะลีกะระณีโย
อะนุตตะรัง ปุญญักเขตตัง โลกัสสาติ (เนยโย อ่านว่า ไน-โย) (กราบ)



9. บทพาหุงมหากา (ชัยมงคลคาถา)

1.พาหุง สะหัสสะมะภินิมมิตะสาวุธันตัง ครีเมขะลัง อุทิตะโฆระสะเสนะมารัง ทานาทิธัมมะวิธินาชิตะวา มุนินโท ตันเตชะสา ภะวะตุ เม ชะยะมังคะลานิ
2.มาราติเรกะมะภิยุชฌิตะสัพพะรัตติง โฆรัมปะนาฬะวะกะมักขะมะถัทธะยักขัง
ขันตีสุทันตะวิธินา ชิตะวา มุนินโท ตันเตชะสา ภะวะตุ เม ชะยะมังคะลานิ
3.นาฬาคิริง คะวะชะรัง อะติมัตตะภูตัง ทาวัคคิจักกะมะสะนีวะ สุทารุณันตัง
เมตตัมพุเสกะวิธินา ชิตะวา มุนินโท ตันเตชะสา ภะวะตุ เม ชะยะมังคะลานิ
4.อุกขิตตะขัคคะมะติหัตถะสุทารุณันตัง ธาวันติโยชะนะปะถังคุลิมาละวันตัง
อิทธีภิสังขะตะมะโน ชิตะวา มุนินโท ตันเตชะสา ภะวะตุ เม ชะยะมังคะลานิ
5.กัตวานะ กัฏฐะมุทะรัง อิวะ คัพภินียา จิญจายะ ทุฏฐะวะจะนัง ชะนะกายะมัชเฌ
สันเตนะ โสมะวิธินา ชิตะวา มุนินโท ตันเตชะสา ภะวะตุ เม ชะยะมังคะลานิ
6.สัจจัง วิหายะ มะติสัจจะกะวาทะเกตุง วาทาภิโรปิตะมะนัง อะติอันธะภูตัง
ปัญญาปะทีปะชะลิโต ชิตะวา มุนินโท ตันเตชะสา ภะวะตุ เม ชะยะมังคะลานิ
7.นันโทปะนันทะภุชะคัง วิพุธัง มะหิทธิง ปุตเตนะ เถระภุชะเคนะ ทะมาปะยันโต
อิทธูปะเทสะวิธินา ชิตะวา มุนินโท ตันเตชะสา ภะวะตุ เม ชะยะมังคะลานิ
8.ทุคคาหะทิฏฐิภุชะเคนะ สุทัฏฐะหัตถัง พรัหมัง วิสุทธิชุติมิทธิพะกาภิธานัง
ญาณาคะเทนะ วิธินา ชิตะวา มุนินโท ตันเตชะสา ภะวะตุ เม ชะยะมังคะลานิ
เอตาปิ พุทธะชะยะมังคะละอัฎฐะคาถาโย วาจะโน ทินะทิเน สะระเต มะตันที
หิตตะวานะ เนกะวิวิธานิ จุปัททะวานิ โมกขัง สุขัง อะธิคะเมยยะ นะโร สะปัญโญ

10. ชัยปริตร (มหาการุณิโก)
มะหาการุณิโก นาโถ หิตายะ สัพพะปาณินัง ปูเรตวา ปาระมี สัพพาปัตโต
สัมโพธิมุตตะมัง เอเตนะ สัจจะวัชเชนะ โหตุ เม ชะยะมังคะลัง
ชะยันโต โพธิยา มูเล สักยานัง นันทิวัฑฒะโน เอวัง อะหัง วิชะโย โหมิ ชะยัสสุ
ชะยะมังคะเล อะปะราชิตะปัลลังเก สีเส ปะฐะวิโปกขะเร อะภิเสเก สัพพะพุทธานัง
อัคคัปปัตโต ปะโมทะติ สุนักขัตตัง สุมังคะลัง สุปะภาตัง สุหุฏฐิตัง สุขะโณ สุมุหุตโต
จะ สุยิฏฐัง พรัหมะ จาริสุ ปะทักขิณัง กายะกัมมัง วาจากัมมัง ปะทักขิณัง ปะทักขิณัง
มะโนกัมมัง ปะณิธี เต ปะทักขิณา ปะทักขิณานิ กัตวานะ ละภัณตัตเถ ปะทักขิเณ
ภะวะตุสัพพะมังคะลัง รักขันตุ สัพพะเทวตา สัพพะพุทธานุภาเวนะ สะทา โสตถี ภะวันตุ เม
ภะวะตุสัพพะมังคะลัง รักขันตุ สัพพะเทวตา สัพพะธัมมานุภาเวนะ สะทา โสตถี ภะวันตุ เม
ภะวะตุสัพพะมังคะลัง รักขันตุ สัพพะเทวตา สัพพะสังฆานุภาเวนะ สะทา โสตถี ภะวันตุ เม คำแผ่เมตตาให้ตนเอง
อะหัง สุขิโต โหมิ ขอให้ข้าพเจ้ามีความสุข
อะหัง นิททุกโข โหมิ ขอให้ข้าพเจ้าปราศจากความทุกข์
อะหัง อะเวโร โหมิ ขอให้ข้าพเจ้าปราศจากเวรและกรรม
อะหัง อัพยาปัชโฌ โหมิ ขอให้ข้าพเจ้าปราศจากอุปสรรคอันตรายทั้งปวง
อะหัง อะนีโฆ โหมิ ขอให้ข้าพเจ้าปราศจากความทุกข์กายทุกข์ใจ
สุขี อัตตานัง ปะริหะรามิ มีความสุขกายสุขใจ รักษาตนให้รอดพ้นจากทุกข์ภัยทั้งสิ้นเถิด คำแผ่เมตตาให้สรรพสัตว์
สัพเพ สัตตา สัตว์ทั้งหลายที่เป็นเพื่อนทุกข์ เกิด แก่ เจ็บ ตาย ด้วยกันทั้งหมดทั้งสิ้น
อะเวรา โหตุ จงเป็นสุขเป็นสุขเถิด อย่าได้มีเวรซึ่งกันและกันเลย
อัพยาปัชฌา โหนตุ จงเป็นสุขเป็นสุขเถิด อย่าได้พยาบาทเบียดเบียนซึ่งกันและกันเลย
อะนีฆา โหนตุ จงเป็นสุขเป็นสุขเถิด อย่าได้มีความทุกข์กายทุกข์ใจเลย
สุขี อัตตานัง ปะริหะรันตุ จงมีความสุขกายสุขใจ รักษาตนให้รอดพ้นจากทุกข์ภัยทั้งสิ้นเถิด
คำอุทิศส่วนบุญส่วนกุศล
ข้าพเจ้าขออุทิศบุญกุศลจากการสวดมนต์ภาวนา
และที่ได้บำเพ็ญบารมีมาในวันนี้ทั้งหมดให้แก่
บรรพบุรุษ บิดามารดา ครูอุปัชฌาย์ อาจารย์ ท่านผู้มีพระคุณทุกท่าน
ญาติสนิทมิตรสหาย เจ้ากรรมนายเวร เจ้าเกณฑ์ชะตา เจ้าที่เจ้าทาง
เทพเทวดาประจำกายทุกพระองค์ เทพ 16 ชั้นฟ้า 15 ชั้นดิน
แม่พระธรณี แม่พระคงคา แม่พระโพสพ พระภูมิเจ้าที่
ผีบ้านผีเรือนที่ข้าพเจ้าอาศัยอยู่ สัมภเวสีทั้งหลายและสรรพสัตว์น้อยใหญ่ทั้งปวง
ขอให้ท่านทั้งหลายอนุโมทนาในบุญกุศลนี้และจงได้รับในบุญกุศลนี้โดยทั่วหน้ากันเทอญ
ถ้าท่านมีทุกข์ขอให้พ้นจากทุกข์ ถ้าท่านมีสุขอยู่แล้วขอให้สุขยิ่งๆขึ้นไป
คำขออโหสิกรรม
ข้าพเจ้า (ระบุชื่อจริงและนามสกุลจริง) ขออโหสิกรรม
กรรมใดที่ข้าพเจ้าได้ทำแก่ผู้ใดในชาตินี้และชาติใดๆก็ตาม
ขอให้เจ้ากรรมนายเวรจงอโหสิกรรมให้แก่ข้าพเจ้า
อย่าได้จองเวรจองกรรมกันต่อไปเลย
และกรรมอันใดที่ใครๆทำแก่ข้าพเจ้าก็ตาม ข้าพเจ้าขออโหสิกรรมนั้นทั้งหมด
ยกถวายพระพุทธเจ้าเป็นอภัยทาน เพื่อจะได้ไม่มีเวรกรรมต่อไป
ด้วยอานิสงส์แห่งอภัยทานนี้ ขอให้ข้าพเจ้า ครอบครัว บุตรหลาน
ตลอดจนวงศ์ษาคณาญาติ และท่านผู้มีอุปการะคุณทุกท่าน
จงมีแต่ความสุขความเจริญในทุกถิ่นสถาน
ดำรงตนมั่นอยู่ในคำสอนที่ดีงามของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
อย่าได้ตกไปสู่ทุคติอบายภูมิ จนกว่าจะเข้าถึงพระนิพพาน
ในอนาคตกาลเทอญ

***ปล.บทที่เน้นสีแดงถ้าไม่มีเวลาหรือความเพียรก็ไม่ต้องสวดก็ได้ แต่ถ้าสวดทุกครั้งก็ย่อมดีกว่า

เจ้าของ:  หัสพล พวงแก้ว [ 07 ธ.ค. 2010, 01:59 ]
หัวข้อกระทู้:  Re: อานิสงค์ของการสวดมนต์

การสวดมนต์ได้อานิสงส์คือ(เอาที่สำคัญนะครับ)
1.ทำให้จิตใจสงบ เกิดพุทธานุสติ ธัมมานุสติ สังฆานุสติ
2.ทำให้เข้าถึงพระธรรมได้โดยง่าย
3.ทำให้เกิดสมาธิปัญญา
4.ซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณของพระผู้มีพระภาคเจ้า เกิดความเสื่อมใสศรัทธาใน พระพุทธ
พระธรรม พระสงฆ์ (ทั้งนี้ทั้งนั้นควรจะต้องรู้ความหมายแต่ละบทที่สวดด้วย)
5.เป็นการสร้างบารมีให้เกืดขิ้น(วิริยะบารมี,สัจจะบารมี,ขันติบารมี,เมตตาบารมี)
ทราบอย่างนี้แล้วก็ขอให้ตั้งใจสวดทุกวันนะครับเพื่อจะได้รับอานิสงส์จากการสวดทุกครั้งครับ

เจ้าของ:  john_555 [ 07 ธ.ค. 2010, 23:11 ]
หัวข้อกระทู้:  Re: อานิสงค์ของการสวดมนต์

ขอบคุณมากครับ

เจ้าของ:  สุดปลายฟ้า [ 10 เม.ย. 2011, 22:42 ]
หัวข้อกระทู้:  Re: อานิสงค์ของการสวดมนต์

:b8: :b8: :b8: อนุโมทนาค่ะ สวดทุกวันเลยค่ะ พาหุง มหากา ขอบคุณค่ะ tongue :b45: :b45: :b45:

ไฟล์แนป:
อนุโมทนาสาธุ.jpg
อนุโมทนาสาธุ.jpg [ 5.93 KiB | เปิดดู 3284 ครั้ง ]

หน้า 1 จากทั้งหมด 1 เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง
Powered by phpBB © 2000, 2002, 2005, 2007 phpBB Group
http://www.phpbb.com/