ลานธรรมจักร
http://dhammajak.net/forums/

ขอนิสัย ขอขมา (จาก..หนังสืออุปลมณี)
http://dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=30&t=58261
หน้า 1 จากทั้งหมด 1

เจ้าของ:  รสมน [ 07 ต.ค. 2014, 14:35 ]
หัวข้อกระทู้:  ขอนิสัย ขอขมา (จาก..หนังสืออุปลมณี)

รูปภาพ
พระโพธิญาณเถร (หลวงพ่อชา สุภทฺโท)


ขอนิสัย ขอขมา

พระพุทธองค์ทรงบัญญัติให้พระภิกษุใหม่ (๑-๕ พรรษา) ต้องถือนิสัย
คือการอยู่ภายใต้การปกครองควบคุมดูแลของพระอุปัชฌาย์หรืออาจารย์
เพื่ออาศัยให้ท่านช่วยแนะนำสั่งสอน หลวงพ่อ (หลวงพ่อชา สุภทฺโท) เห็นว่าเป็นวิธีที่ดี
ที่สร้างความเคารพความผูกพันฉันบุตรกับบิดาระหว่างศิษย์และอาจารย์
และเป็นข้อย้ำเตือนไม่ให้ภิกษุท่องเที่ยวไปตามอำเภอใจ โดยไม่ยึดถือใครเป็นอาจารย์
ปกติพระภิกษุ สามเณร ขอนิสัยจากครูบาอาจารย์เมื่อได้มาอยู่กับท่านใหม่ๆ
และคณะสงฆ์ทั้งหมดต้องขอนิสัยจากเจ้าอาวาสร่วมกันในวันเข้าพรรษา
และอีกโอกาสหนึ่งก็คือในเมื่อพระอาคันตุกะได้รับอนุญาตเข้าหมู่สงฆ์แล้ว
ในการขอนิสัยนั้นผู้ขอถวายเครื่องสักการะอันประกอบด้วยดอกไม้ธูปเทียน
แล้วกล่าวคำภาษาบาลีเริ่มด้วย อาจริโย เม ภันเต โหหิ
ซึ่งเป็นการแสดงตัวว่าพร้อมที่จะอยู่ในโอวาทและรับฟังคำว่ากล่าวตักเตือนทุกประการ

ตามพระวินัยบัญญัติ พระผู้มีอายุพรรษาห้าขึ้นไป
และมีความรู้ในพระธรรมวินัยพอรักษาตัวได้
คือรู้จักอาบัติ รู้จักอาบัติหนักอาบัติเบา รู้ทางออกจากอาบัติ ฯลฯ
พระรูปนั้นไม่จำเป็นต้องขอนิสัย ท่านมีชื่อว่า นิสยมุตตกะ (ผู้พ้นจากนิสัย)
แต่อย่างไรก็ตามหลวงพ่อเคยอบรมไว้ว่า

“ถึงแม้องค์ใดเป็น นิสัยมุตก์ คือพ้นนิสัยไปแล้ว เป็นต้น
พระที่ท่านสังวรสำรวม เคารพคารวะ ไม่ประมาท
ท่านยังขอนิสัยอยู่เรื่อยไป ก็เหมือนกับพ่อแม่ของเรา
ถึงแม้ว่าเราโตแล้ว หัวหงอกแล้ว เป็นต้น
ก็ยังคงเคารพพ่อเคารพแม่อยู่ตลอดเวลานั่นเอง”


เมื่อพระจะลาไปจากสำนักที่อาศัยอยู่ หรือออกไปธุดงค์
ตามแบบแผนธรรมเนียมที่ดีงาม ต้องมาขอขมาต่อผู้เป็นครูบาอาจารย์
เพื่อเป็นการแสดงอโหสิกรรมซึ่งกันและกัน
ในสิ่งที่อาจได้เคยทำล่วงเกินกันมาทางกาย วาจา ใจ

พระอาจารย์เลี่ยม (หลวงพ่อเลี่ยม ฐิตธมฺโม) ได้อธิบายถึงเรื่องการขอขมาเอาไว้ว่า

“การขอขมาลาโทษนั้น ปราชญ์ทั้งหลายถือว่าเป็นการลบสิ่งไม่ดีออกจากใจ
ในบางครั้งเราอาจจะประมาทพลาดพลั้ง หรือรู้เท่าไม่ถึงการณ์
ทำให้เกิดอกุศลจิตขึ้น เมื่ออยากให้สิ่งเหล่านี้ลบเลือนคลี่คลายหายไป
จึงประกอบพิธีนี้ขึ้น เพื่อทำให้เกิดอโหสิกรรม

อันนี้ถือว่าเป็นประโยชน์มากสำหรับผู้ปฏิบัติธรรม
เพราะจะได้ไม่มีนิวรณ์ครอบงำ หมดความหวาดระแวงแคลงใจ
ทำให้เกิดความผ่องใส ความสบาย จะอยู่ก็มีความรู้สึกสบาย
จะออกไปก็มีความรู้สึกสบาย การขอขมาโทษจึงเป็นประเพณีที่ดีงาม
แม้แต่พระอริยสาวกท่านก็ยังกระทำกันไม่ขาด
เพื่อเป็นตัวอย่าง เป็นแนวทางแก่กุลบุตรลูกหลาน”


รูปภาพ
พระราชภาวนาวิกรม (หลวงพ่อเลี่ยม ฐิตธมฺโม)
เจ้าอาวาสวัดหนองป่าพง องค์ปัจจุบัน



พระโพธิญาณเถร (หลวงพ่อชา สุภทฺโท)
วัดหนองป่าพง จ.อุบลราชธานี
จาก : หนังสืออุปลมณี หน้า ๑๖๘-๑๗๐
:b8: :b8: :b8:

:b44: ประเพณีการขอขมาคารวะ
http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=23&t=30082

:b44: ความเข้าใจเรื่อง ๕ พรรษาของพระบวชใหม่
http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=30&t=48465

เจ้าของ:  JANDHRA [ 07 ต.ค. 2014, 23:34 ]
หัวข้อกระทู้:  Re: การขอขมา

......อนุโมทนาแล้ว...ๆๆ

เจ้าของ:  Duangtip [ 07 พ.ย. 2019, 09:11 ]
หัวข้อกระทู้:  Re: การขอนิสัย การขอขมา

:b39: :b44: ขออนุโมทนา สาธุๆๆ ค่ะ
:b8: :b8: :b8:

เจ้าของ:  sirinpho [ 20 ธ.ค. 2019, 20:59 ]
หัวข้อกระทู้:  Re: ขอนิสัย ขอขมา (จาก..หนังสืออุปลมณี)

:b8: :b8: :b8:

หน้า 1 จากทั้งหมด 1 เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง
Powered by phpBB © 2000, 2002, 2005, 2007 phpBB Group
http://www.phpbb.com/