ลานธรรมจักร
http://dhammajak.net/forums/

“หลวงปู่จันทา ถาวโร” ธรรมพเนจร ตอน เทวดาสาธุการ
http://dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=4&t=51090
หน้า 1 จากทั้งหมด 1

เจ้าของ:  ลูกโป่ง [ 28 พ.ค. 2009, 13:29 ]
หัวข้อกระทู้:  “หลวงปู่จันทา ถาวโร” ธรรมพเนจร ตอน เทวดาสาธุการ

รูปภาพ
หลวงปู่จันทา ถาวโร วัดป่าเขาน้อย


เทวดาสาธุการ

[สมัยหนึ่ง (ปี ๒๔๙๖) “หลวงปู่จันทา ถาวโร” ไปวิเวกอยู่ที่ถ้ำเป็ด ภูเหล็ก อ.สว่างแดนดิน (ปัจจุบันเป็น อ.ส่องดาว จ.สกลนคร) กับหลวงพ่อไค ท่านเป็นคนภูไท อายุมากแล้ว (๖๐-๗๐ ปี) หลวงปู่จันทาได้เห็นผีกินผี]

เมื่อผีเหล่านั้นกลับไปหมดแล้ว ในขณะที่นั่งภาวนาอยู่นั้น ไม่นานก็มีฝูงเทพบุตรเทพยดามาจากภูเขาใหญ่ รูปร่างสวยงามเหมือนพระจันทร์วันเพ็ญ มาเป็นร้อยๆ มากราบไหว้ แล้วก็ขอรับพระไตรสรณคมน์ และศีล ๕

ก็เลยถามว่า “จะรับไปทำไม?”

เขาก็ตอบว่า “โอ๋...เป็นบุญกุศลอันยิ่งใหญ่นะท่าน พวกข้าพเจ้ามีพระไตรสรณคมน์ ศีล ๕ ศีล ๘ และกรรมบถ ๑๐ ประจำชีวิต นั่นแหละ อบายจึงไม่ได้ไป ไฟนรกจึงไม่ได้ไหม้ มีแต่สุคติโลกสวรรค์เป็นที่ไปล้วนๆ ดังนั้น เมื่อเห็นท่านมาเจริญสมณธรรม จึงพากันมาขอรับพระไตรสรณคมน์ และศีล ๕ เพื่อจะไม่ให้ของเก่านั้นเศร้าหมอง”

เมื่อให้พระไตรสรณคมน์ และศีล ๕ แล้ว เขาก็ขอฟังธรรมะ ก็เทศน์ให้ฟังอย่างย่อๆ ว่า

“เย เกจิ พุทธัง สะระณัง คะตา เส นะ เต คะมิสสันติ อะปายะภูมิง.

นรชาติหญิงชายทั้งหลาย เมื่อเอาพระพุทธ พระธรรม และพระสงฆ์เป็นที่พึ่งแล้ว อบายไม่ได้ไป สิ้นแสนกัปดับขันธ์แล้ว จะมีสุคติโลกสวรรค์เป็นที่ไปเบื้องหน้า เอวัง”

เทศน์ให้เขาฟังเท่านั้นแหละ แล้วถามเขาว่า

“โยม...ขณะที่อาตมาเดินจงกรมตั้งแต่ ๖ โมงเย็นจนถึง ๕ ทุ่มนั้น ได้ยินเสียงดังสนั่นราวกับว่าภูเขาเหล็กมันจะพังลงมา นั่นเป็นเสียงอะไร?”

“โอ๋...เป็นเสียงที่ข้าพเจ้าสาธุการส่วนบุญกับท่าน การเดินจงกรมมีบุญมากนะท่าน ก้าวขวาลงสู่พื้นดินนั่น พุทโธ ดังตึ้งนะ แหมบุญมากอัศจรรย์ใจ พวกข้าพเจ้าจึงมาสาธุการส่วนบุญด้วย”

นั่นแหละ บุญในศาสนาพุทธ คือ เดินจงกรม ยืนภาวนา นั่งสมาธิ ไหว้พระสวดมนต์ นั่นแหละได้บุญเยอะ จากนั้นก็ถามเขาต่อไปอีกว่า

“เมื่ออาตมาไหว้พระสวดมนต์ว่า อรหัง สัมมาสัมพุทโธ ภควาฯ...แล้วเสียงที่เคยดังนั้นเงียบหายไป นั่นเป็นเพราะเหตุไร?”

“โอ๋...พวกข้าพเจ้าหยุดส่งเสียงไม่ให้ไปกระทบ อรหัง สัมมาสัมพุทโธฯ นั้น กลัวจะเป็นบาป ได้แต่อนุโมทนาสาธุการส่วนบุญเท่านั้น ไม่ให้มีเสียงไปกระทบ อรหัง ผู้ไกลจากข้าศึกคือกิเลส สัมมาสัมพุทโธ เป็นผู้ตรัสรู้เองโดยชอบ จะอุบัติบังเกิดในโลกแต่ละกัปแต่ละกัลป์นั้นก็เป็นของยาก เพราะการสร้างบารมีเป็นพระพุทธเจ้านั้นแสนยาก นั่นแหละ เมื่อมีขึ้นแล้วก็เป็นโชคลาภอย่างดี จะไปสวดที่สวรรค์ก็ชนะทั้งนั้น จะไปสวดที่พรหมโลกก็ชนะทั้งนั้น จะไปสวดที่นรกอเวจี ไฟนรกก็ดับ น้ำร้อนแสบเย็นเค็ม ก็กลับกลายเป็นน้ำหวานให้สัตว์นรกได้กินเป็นอาหาร”

“อันชื่อเสียงเรียงนามของ อรหังฯ สวากขาโตฯ สุปฏิปันโนฯ สัมมาสัมพุทโธ นั้นเป็นของดีเลิศแท้นะท่าน พวกข้าพเจ้าถึงแม้ว่าจะได้ไปสวรรค์แล้ว ก็ไม่ลืมไหว้พระสวดมนต์ ภาวนา เดินจงกรม บูชาพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ ยึดเอาพระนิพพานเป็นที่ไปอยู่เป็นนิจ ธรรมทั้งหลายเหล่านี้เป็นธรรมที่ส่งผลให้ไปพระนิพพานได้ อย่างต่ำก็ไปสวรรค์ อย่างกลางก็พรหมโลก อย่างสูงที่สุด วิมุตติหลุดพ้น คือ พระนิพพาน เบื้องหน้ามีเท่านั้นแหละ ฉะนั้น พวกข้าพเจ้าจึงไม่ให้มีเสียงกระทบ นี่ข้อสำคัญมั่นหมาย”


นั่นแหละ เทวดาเขาก็เป็นสักขีพยานนะว่า การเดินจงกรมเป็นบุญใหญ่ ยืนภาวนาก็เป็นบุญใหญ่ ไหว้พระ สวดมนต์ นั่งสมาธิก็เป็นบุญใหญ่หลวงนะ


จากนั้นเขาก็ว่า “ท่านอาจารย์ สัญจรไปตามบ้านน้อยเมืองใหญ่ ขอฝากธรรมะไปเทศน์โปรดแม่ ป้า น้า อา บ้างเถิด” เขาพูดเป็นภาษาอีสานว่า

“๔ คนหาม ๓ คนแห่ คนหนึ่งนั่งตะแคร่ (เตียงไม้ไผ่) มองทาง ใครแก้ปริศนาธรรมะนี้ได้เป็นปราชญ์ฉลาดรู้ เห็นฮ่องคลองธรรม ไปสู่โลกหน้าก็ไม่ข้องคา มาสู่โลกนี้ก็ไม่ติด สร้างบุญสร้างกุศลใส่ตนไว้ เป็นพี่เป็นน้องกัน เดินทางไกลพอได้พึ่งพิงอาศัย มื้อเช้าส่งแกง มื้อแลงส่งป่น สายพอเพล (เที่ยงวัน) พอได้จ้ำแจ่วก็ดีหลาย ข้าวสักปั้นเกลือสักก้อนก็ไม่มี เต็มทีมาก”

อย่างพวกที่ประมาทลืมตน ถือผีสางคางแดงเป็นที่พึ่ง ตายแล้วมาเกิดเป็นผีอย่างนั้น ไม่มีสิทธิอำนาจอะไร เทวดาก็เหยียดหยามคนชั้นต่ำ คือผีนั้น นั่นแหละ เมื่อเขาต่อว่าติเตียนแล้วก็หมดสิทธิ ไม่มีอำนาจอะไรจะไปต่อต้านทั้งนั้น สมขี้หน้า

“๔ คนหาม ได้แก่ ธาตุ ๔ ดิน น้ำ ลม ไฟ หามเราไป เรา คือ ใจ”

“๓ คนแห่ ได้แก่ ตัณหา ๓ กามตัณหา ภวตัณหา วิภวตัณหา มันหามมันแห่เรา ไปสู่ที่ไหนมันก็แห่เราไปอย่างนั้น”

“๑ คนนั่งตะแคร่มองทาง คือ ใจ ตะแคร่ คือ ธาตุ ๔ ดิน น้ำ ลม ไฟ นี่แหละ”

นั่นแหละ ไขปริศนาปัญหานี้ได้ ก็เป็นปราชญ์ฉลาดรู้เห็นฮ่องคลองธรรม


อันนี้แหละ ๔ คนหาม ได้แก่ ธาตุ ๔ ดิน น้ำ ลม ไฟ นั้น มันจะต้องแก่ เจ็บ ตาย นั่นแหละ อนิจจตา ไม่เที่ยง ทุกขตา ก็เป็นทุกข์ อนัตตตา ก็ไม่ใช่เขา ไม่ใช่เราแน่นอนเพราะมันเกิดจากเหตุปัจจัยทั้งนั้น

เหตุธรรม ปัจจัยธรรม ได้แก่ ตัณหา อวิชชา นั่นแหละ เมื่อเห็นเป็นเช่นนั้นเราก็ต้องน้อมเอา สมถธรรม วิปัสสนาธรรม ศีล สมาธิ ปัญญา มรรค ๘ โพชฌงค์ ๗ มาปราบ ๓ คนแห่ คือ ตัณหา ๓ และอวิชชา นั้นให้ตกออกไปจากใจ แล้วเราก็จะพ้นไปจากความเกิด แก่ เจ็บ ตาย หมดเพียงแค่นั้น

นั่นแหละ นี่ข้อสำคัญ ทำไว้ให้พร้อมทุกอย่าง เมื่อเราอบรมศีลธรรม ทำคุณงามความดีใส่ตนไว้แล้ว ก็จะบันดาลจิตใจให้เป็นปราชญ์ฉลาดรู้ ว่าสิ่งใดหนอเป็นเสบียง เป็นปัจจัยของเรานั้น เราจะได้เร่งรีบขวนขวายสะสมบุญกุศลใส่ตนไว้ นอกนั้นไม่มี จริงแท้แน่นอน

แล้วเขาก็พูดว่า “เมื่อท่านสะสมบุญใส่ตนไว้พร้อมแล้ว เป็นของดีเลิศประเสริฐแท้ หาสิ่งใดเสมอเหมือนไม่มี เปรียบอุปมาเหมือนกับเรามีกระติกน้ำใหญ่ติดตัวไว้ในเวลาเดินทางไกล ไปถึงร่มไทรก็จะได้ล้างหน้า ไปถึงร่มหว้าก็จะได้ส่วยคิง (เช็ดตัว) ไปถึงที่แจ้งๆ แดดร้อนๆ ก็จะได้อาบเย็นสบาย อันนี้ฉันใด บุญก็ฉันนั้น ไปถึงสถานที่ใดก็เป็นอย่างนั้น สบายดีเลิศประเสริฐสุด นอกนั้นไม่มี”


:b8: :b8: :b8: ที่มา...หนังสือธรรมพเนจร
เนื่องในงานถวายเพลิงสรีระสังขารหลวงปู่จันทา ถาวโร
วัดป่าเขาน้อย ตำบลวังทรายพูน อำเภอวังทรายพูน จังหวัดพิจิตร


:b44: รวมคำสอน “หลวงปู่จันทา ถาวโร”
http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=72&t=48699

:b44: ประวัติและปฏิปทา “หลวงปู่จันทา ถาวโร”
http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=13&t=21128

เจ้าของ:  jintana63 [ 29 พ.ค. 2009, 10:57 ]
หัวข้อกระทู้:  Re: ธรรมพเนจร ตอน เทวดาสาธุการ

อนุโมทนาสาธุค่ะ คุณลูกโป่ง :b8: :b8: :b8:
ด้วยความเคารพ :b51: :b53: :b51:

เจ้าของ:  หมูตอน [ 29 พ.ค. 2009, 14:55 ]
หัวข้อกระทู้:  Re: ธรรมพเนจร ตอน เทวดาสาธุการ

อนุโมทนาสาธุเจ้าค่ะ


:b8: :b8: :b8:

เจ้าของ:  น้องจ๋า [ 25 มิ.ย. 2009, 15:02 ]
หัวข้อกระทู้:  Re: ธรรมพเนจร ตอน เทวดาสาธุการ

:b8: อนุโมทนา สาธุค่ะ

เจ้าของ:  อมิตาพุทธ [ 25 มิ.ย. 2009, 15:05 ]
หัวข้อกระทู้:  Re: ธรรมพเนจร ตอน เทวดาสาธุการ

สาธุครับ
:b8: :b8: :b8:

เจ้าของ:  kae [ 25 มิ.ย. 2009, 15:59 ]
หัวข้อกระทู้:  Re: ธรรมพเนจร ตอน เทวดาสาธุการ

:b53: ขออนุโมทนาสาธุค่ะ... :b8: :b8: :b8:

เจ้าของ:  ปิยาภา [ 08 ก.ค. 2009, 10:24 ]
หัวข้อกระทู้:  Re: ...หลวงปู่จันทาพบพระกลายเป็นเปรต...

:b8: สาธุค่ะ :b8:

เจ้าของ:  จารุณี ติระสุพรชัย [ 14 ก.ค. 2009, 14:19 ]
หัวข้อกระทู้:  Re: ...หลวงปู่จันทาพบพระกลายเป็นเปรต...

อนุโมทนาสาธุ

เจ้าของ:  ชิโนะซึเกะ [ 19 ก.ค. 2009, 20:14 ]
หัวข้อกระทู้:  Re: ธรรมพเนจร ตอน เทวดาสาธุการ

:b8: :b8: :b8:

เจ้าของ:  ดุสิตธานี [ 19 ก.ค. 2009, 20:25 ]
หัวข้อกระทู้:  Re: ธรรมพเนจร ตอน เทวดาสาธุการ

:b8: :b8: :b8:

เจ้าของ:  Rosarin [ 23 มิ.ย. 2016, 23:51 ]
หัวข้อกระทู้:  Re: “หลวงปู่จันทา ถาวโร” ธรรมพเนจร ตอน เทวดาสาธุการ

:b8: :b8: :b8:

เจ้าของ:  AAAA [ 15 ก.ค. 2018, 06:56 ]
หัวข้อกระทู้:  Re: “หลวงปู่จันทา ถาวโร” ธรรมพเนจร ตอน เทวดาสาธุการ

4Aขออนุโมทนาสาธุการค่ะ :b8: :b8: :b8:

เจ้าของ:  ดาราวรรณ [ 14 ก.ค. 2019, 09:13 ]
หัวข้อกระทู้:  Re: “หลวงปู่จันทา ถาวโร” ธรรมพเนจร ตอน เทวดาสาธุการ

:b8: :b8: :b8:

เจ้าของ:  Duangtip [ 26 ส.ค. 2019, 04:16 ]
หัวข้อกระทู้:  Re: “หลวงปู่จันทา ถาวโร” ธรรมพเนจร ตอน เทวดาสาธุการ

:b39: :b44: ขออนุโมทนา สาธุๆๆ ค่ะ
:b8: :b8: :b8:

เจ้าของ:  น้องพลอย [ 08 ต.ค. 2019, 08:46 ]
หัวข้อกระทู้:  Re: “หลวงปู่จันทา ถาวโร” ธรรมพเนจร ตอน เทวดาสาธุการ

Kiss
:b8: :b8: :b8:

หน้า 1 จากทั้งหมด 1 เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง
Powered by phpBB © 2000, 2002, 2005, 2007 phpBB Group
http://www.phpbb.com/