วันเวลาปัจจุบัน 15 ธ.ค. 2019, 16:55  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


กฎการใช้บอร์ด


“อภิธรรม (สันสกฤต: abhidharma) หรืออภิธัมมะ (บาลี: abhidhamma) เป็นชื่อปิฎกศาสนาพุทธฉบับหนึ่งในปิฎกทั้งสามฉบับที่รวมเรียก "พระไตรปิฎก" อภิธรรมแปลว่าธรรมอันยิ่ง ปิฎกฉบับอภิธรรมนั้นเรียก "พระอภิธรรมปิฎก" ซึ่งว่าด้วยประมวลหลักธรรมและคำอธิบายที่เป็นหลักวิชาล้วนๆ ไม่มีความเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์และบุคคลเลย”



กลับไปยังกระทู้  [ 36 โพสต์ ]  ไปที่หน้า ย้อนกลับ  1, 2, 3  Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 15 พ.ย. 2019, 15:52 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 25 ก.พ. 2011, 19:56
โพสต์: 1738


 ข้อมูลส่วนตัว


๑๙. สัปยุตปัจจัย



แสดงปัจจยทุกะ ๓ หมวด

ปัจจยทุกะ ๓ หมวด เหล่านี้ คือ

สัมปยุตปัจจัย
วิปยุตปัจจัย

อัตถิปัจจัย
นัตถิปัจจัย

วิคตปัจจัย
อวิคตปัจจัย


ย่อมไม่มีความแตกต่างกันแห่งปัจจัย เป็นแผนกหนึ่งสำหรับปัจจยทุกะ ๓ หมวด เหล่านี้ สมเด็จพระผู้มีพระภาคเจ้าได้ตรัสไว้เพื่อแสดงว่า บรรดาปัจจัยทั้งหลายที่มาแล้วในกาลก่อน ปัจจัยทั้งหลายบางพวก ย่อมเป็นสัมปยุต(ประกอบได้)กับปัจจยุบันธรรมทั้งหลายของตน ย่อมเข้าถึงซึ่งความเป็นปัจจัย, ปัจจัยทั้งหลายบางพวกเป็นวิปยุต(ประกอบไม่ได้) ย่อมเข้าถึงซึ่งความเป็นปัจจัย, ปัจจัยทั้งหลายบางพวกเป็นอัตถิ(มีอยู่) ย่อมเข้าถึงซึ่งความเป็นปัจจัย ปัจจัยทั้งหลายบางพวกเป็นนัตถิ(ไม่มีอยู่) ย่อมเข้าถึงซึ่งความเป็นปัจจัย ปัจจัยทั้งหลายบางพวกเป็นวิคตะ(ไปปราศแล้ว) ย่อมเข้าถึงซึ่งความเป็นปัจจัย ปัจจัยทั้งหลายบางพวกเป็นอวิคตะ(ยังไม่ปราศ)ย่อมเข้าถึงซึ่งความเป็นปัจจัย.


แสดงพระบาลีที่แสดงความแตกต่างกันของสัสสตทิฏฐิและอุจเฉททิฏฐิทั้งสอง แห่งอัตถิศัพท์และนัตถิศัพท์

จะกล่าวต่อไป ในอธิการนี้
อัตถิศัพท์ย่อมเป็นไปในสัสสตวาทะ, นัตถิศัพท์ ย่อมเป็นไปในอุจเฉทวาทะ ในฐานะทั้งหลายเห็นปานนี้ คือ

๑. ที่สุดข้างหนึ่งของอาจารย์บางพวกก็คือ อัตถิศัพท์
๒. ที่สุดข้างที่สองของอาจารย์บางพวกก็คือ นัตถิศัพท์

เพราะฉะนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าจึงได้ตรัส วิคตทุกะไว้อีก เพื่อจะห้ามเนื้อความทั้งหลายเห็นปานนี้.



แสดงสรุปปัจจัยธรรมกับปัจจยุบันธรรมของสัมปยุตปัจจัย

จิต เจตสิกธรรมทั้งหลายแม้ทั้งปวง ที่เกิดขึ้นร่วมกันย่อมเป็นทั้งปัจจัยธรรมและปัจจยุบันธรรมแก่กันและกัน



แสดงเนื้อความแห่งสัมปยุตศัพท์

ถามว่า ที่ชื่อว่า สัมปยุต เพราะมีความหมายอย่างไร?
ตอบว่า ที่่ชื่อว่า สัมปยุต เพราะมีความหมายว่า มาตามพร้อม ประกอบ เข้าถึง ความเป็นอย่างเดียวกันด้วยสัมปโยคะทั้ง ๔ ประการ เหล่านี้ คือ

๑. ความเกิดขึ้นร่วมกัน (เอกุปปาทตา)
๒. ความดับลงพร้อมกัน (เอกนิโรธตา)
๓. ความมีที่อาศัยคือวัตถุอย่างเดียวกัน (เอกวัตถุกถา)
๔. ความมีอารมณ์อย่างเดียวกัน (เอการัมมณตา)



แสดงอธิบายถ้อยคำที่ว่า เข้าถึงความเป็นอย่างเดียวกัน ดังนี้

ในถ้อยคำนั้น คำว่า เข้าถึงความเป็นอย่างเดียวกัน บัณฑิตพึงทราบเนื้อความ ดังต่อไปนี้
จักขุวิญญาณจิต ย่อมเข้าถึง ความร่วมกัน, เป็นอย่างเดียวกัน, เป็นขบวนการเดียวกัน, เป็นหมวดเดียวกัน กับเจตสิกธรรม ๗ ประการ มี ผัสสะ เป็นต้น, ย่อมเข้าถึงโวหารอย่างเดียวกันว่า เห็น ธรรมทั้ง ๘ ประการนี้ ย่อมไม่เข้าถึงโวหารอย่างอื่นๆ ย่อมไม่สามารถที่จะแยกออกแสดงให้รู้ได้, และในจิตตุบาททั้งปวงที่เหลือ บัณฑิตพึงทราบตามนัยนี้แล.



จบการแสดงสัมปยุตปัจจัย

.....................................................
พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงมีพระปัญญาเหนือบุคคลใดใด


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 17 พ.ย. 2019, 05:11 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 25 ก.พ. 2011, 19:56
โพสต์: 1738


 ข้อมูลส่วนตัว


๒๐. วิปยุตปัจจัย


แสดงประเภทของวิปยุตปัจจัย

วิปยุตปัจจัยมี ๔ ปัจจัย คือ
๑. สหชาตวิปยุตปัจจัย
๒. วัตถุปุเรชาตวิปยุตปัจจัย
๓. วัตถารัมมณปุเรชาตวิปยุตปัจจัย
๔. ปัจฉาชาตปัจจัย


แสดงสภาวะแห่งปัจจัยธรรมกับปัจจยุบันธรรมของสหชาตวิปยุตปัจจัย

บรรดาปัจจัยทั้ง ๔ เหล่านั้น

ในนามธรรมและรูปธรรมทั้งหลาย ที่เป็นสหชาตปัจจัยกับสหชาตปัจจยุบันธรรมทั้ง ๒ ที่ชื่อว่า สหชาตวิปยุตปัจจัย ก็คือ นามธรรมเป็นวิปยุต ช่วยอุปการะแก่รูปธรรม หรือว่า รูปธรรมเป็นวิปยุตช่วยอุปการะแก่นามธรรมในสหชาตวิปยุตปัจจัยนั้น บทว่า นามธรรม หมายถึง นามขันธ์ ๔ อย่าง ที่เป็นไปในปวัตติกาล

บทว่า แก่รูปธรรม หมายถึง แก่จิตตชรูปปัจจยุบันธรรม
บทว่า รูปธรรม หมายถึง หทยวัตถุรูป ในปฏิสนธิกาล
บทว่า แก่นามธรรม หมายถึง แก่ปฏิสนธินามขันธ์ ๔ อย่าง

วิปยุตปัจจัยแม้ทั้ง ๓ ที่เหลือจาก สหชาตวิปยุตปัจจัย บัณฑิตพึงทราบ ตามที่ข้าพเจ้าได้จำแนกไว้แล้วในตอนต้นนั่นเอง



จบการแสดงวิปยุตปัจจัย

.....................................................
พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงมีพระปัญญาเหนือบุคคลใดใด


แก้ไขล่าสุดโดย ปฤษฎี เมื่อ 14 ธ.ค. 2019, 23:54, แก้ไขแล้ว 1 ครั้ง

โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 18 พ.ย. 2019, 19:07 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 25 ก.พ. 2011, 19:56
โพสต์: 1738


 ข้อมูลส่วนตัว


๒๑. อัตถิปัจจัย



แสดงประเภทของอัตถิปัจจัย
อัตถิปัจจัยมีอยู่ ๗ ปัจจัย คือ

๑. สหชาตัตถิปัจจัย
๒. วัตถุปุเรชาตัตถิปัจจัย
๓. อารัมณปุเรชาตัตถิปัจจัย
๔. วัตถารัมณปุเรชาตัตถิปัจจัย
๕. ปัจฉาชาตัตถิปัจจัย
๖. รูปาหารัตถิปัจจัย
๗. รูปชีวิตินทริยัตถิปัจจัย


แสดงความเหมือนกันของอัตถิปัจจัย ๗ หมวด ตามนัยที่แสดงไว้แล้วในตอนต้น

บรรดาปัจจัยทั้ง ๗ เหล่านั้น สหชาตปัจจัยนั่นเอง ชื่อว่า สหชาตัตถิปัจจัย, ในอัตถิปัจจัยทั้ง ๖ ที่เหลือ บัณฑิตพึงทราบตามนัยนี้เถิด แม้การแสดงจำแนกปัจจัยธรรมและปัจจยุบันธรรม บัณฑิตพึงทราบตามนัยที่ข้าพเจ้าได้กล่าวเอาไว้แล้วในตอนต้น ในปัจจัยนั้นๆ เถิด


แสดงเนื้อความแห่งอัตถิศัพท์
ถามว่า ที่ชื่อว่า อัตถิปัจจัยเพราะหมายความอย่างๆร
ตอบว่า ที่ชื่อว่า อัตถิปัจจัย เพราะหมายความว่า ตนเองเป็นปัจจัยที่ช่วยอุปการะแก่ปัจจยุบันธรรมโดยสภาวะที่มีอยู่ กล่าวคือ ขณิกปัจจยุบัน



จบการแสดงอัตถิปัจจัย

.....................................................
พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงมีพระปัญญาเหนือบุคคลใดใด


แก้ไขล่าสุดโดย ปฤษฎี เมื่อ 14 ธ.ค. 2019, 23:56, แก้ไขแล้ว 1 ครั้ง

โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 18 พ.ย. 2019, 19:10 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 25 ก.พ. 2011, 19:56
โพสต์: 1738


 ข้อมูลส่วนตัว


๒๒. นัตถิปัจจัย
๒๓. วิคตปัจจัย
๒๔. อวิคตปัจจัย


แสดงความเหมือนกันระหว่างปัจจัยทั้ง ๒ คือ

นัตถิปัจจัย วิคตปัจจัย กับอนันตรปัจจัย และความเหมือนกันระหว่างอัตถิปัจจัยกับอวิคตปัจจัย

อนันตรปัจจัยทั้งหมดชื่อว่า นัตถิปัจจัย และชื่อว่าวิคตปัจจัยเหมือนกัน แม้อวิคตปัจจัยก็เป็นเช่นเดียวกันทั้งหมดกับอัตถิปัจจัย ศัพท์ว่า อัตถิและศัพท์ว่า อวิคต ว่าโดยความหมายก็เป็นอย่างเดียวกันนั่นเอง ศัพท์ว่า นัตถิ และศัพท์ว่า วิคต ว่าโดยความหมายก็เป็นอย่างเดียวกันเหมือนกัน



จบการแสดงนัตถิปัจจัย วิคตปัจจัย และอวิคตปัจจัย

จบการแสดงไขปัจจัย

.....................................................
พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงมีพระปัญญาเหนือบุคคลใดใด


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 20 พ.ย. 2019, 11:55 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 25 ก.พ. 2011, 19:56
โพสต์: 1738


 ข้อมูลส่วนตัว


ปัจจยสภาคะ


แสดงการจำแนกปัจจัยออกเป็นหมวดๆ โดยชื่อว่ามหาสหชาตปัจจัย
มัชฌิมสหชาตปัจจัย และขุททกสหชาตปัจจัยในปัจจัยสภาคะ

ข้าพเจ้าจะกล่าวปัจจัยสภาคะที่เป็นนยะที่รวบรวมปัจจัยที่มีความเหมือนกันโดยสภาวะ
สหชาติกะปัจจัยมีอยู่ ๑๕ ปัจจัย คือ

มหาสหชาตปัจจัย ๔
มัชฌิมสหชาตปัจจัย ๔
ขุททกสหชาตปัจจัย ๗

บรรดาสหชาตปัจจัยทั้ง ๑๕ นั้น ธรรมดาว่า มหาสหชาตปัจจัยมี ๔ คือ

๑. สหชาตปัจจัย
๒. สหชาตนิสสยปัจจัย
๓. สหชาตัตถิปัจจัย
๔. สหชาตอวิคตปัจจัย

มัชฌิมสหชาตปัจจัยก็มี ๔ คือ

๑. อัญญมัญญปัจจัย
๒. วิปากปัจจัย
๓. สัมปยุตปัจจัย
๔. สหชาตวิปยุตปัจจัย

และขุททกสหชาตปัจจัยมี ๗ คือ

๑. เหตุปัจจัย
๒. สหชาตาธิปติปัจจัย
๓. สหชาตกัมมปัจจัย
๔. สหชาตอาหารปัจจัย
๕. สหชาตินทริยปัจจัย
๖. ฌานปัจจัย
๗. มัคคปัจจัย



แสดงรูปอาหารปัจจัย ๓ ปัจจัย
รูปอาหารปัจจัยมีอยู่ ๓ ปัจจัย คือ

๑. รูปอาหารปัจจัย
๒. รูปอาหารัตถิปัจจัย
๓. รูปอาหาราวิคตปัจจัย



แสดงรูปชีวิตินทริยปัจจัย ๓ อย่าง

๑. รูปชีวิตินทริยปัจจัย
๒. รูปชีวิตินทริยัตถิปัจจัย
๓. รูปชีวิตินทริยาวิคตปัจจัย



แสดงสภาวะของปุเรชาตปัจจัย ๑๗ อย่าง

ปุเรชาติกปัจจัย มีอยู่ ๑๗ ปัจจัย คือ
วัตถุปุเรชาต ๖ ปัจจัย
อารัมณปุเรชาต ๖ ปัจจัย
วัตถารัมณปุเรชาต ๕ ปัจจัย

บรรดาปุเรชาต ๑๗ อย่างเหล่านี้ ธรรมดาว่า วัตถุปุเรชาตมีอยู่ ๖ ปัจจัย คือ
๑. วัตถุปุเรชาตปัจจัย
๒. วัตถุปุเรชาตนิสสยปัจจัย
๓. วัตถุปถเรชาตินทริยปัจจัย
๔. วัตถุปุเรชาตวิปยุตปัจจัย
๕. วัตถุปุเรชาตัตถิปัจจัย
๖. วัตถุปุเรชาตอวิคตปัจจัย

.....................................................
พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงมีพระปัญญาเหนือบุคคลใดใด


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: วันนี้, 01:00 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 25 ก.พ. 2011, 19:56
โพสต์: 1738


 ข้อมูลส่วนตัว


แสดงสปัจจยสังขตปฏิจจสมุปันธรรมพร้อมทั้งอธิบายปัจจัยฆฏนานัยโดยย่อ


ข้าพเจ้าจะกล่าว ปัจจัยฆฏนานัยต่อไป
การรวมปัจจัยหลายปัจจัยธรรมรวมไว้ในปัจจยุบันธรรมแต่ละอย่างชื่อว่าปัจจัยฆฏนา

ก็ธรรมทั้งหลายเหล่าใด ที่ท่านเรียกว่า สปัจจัย ก็เพราะเกิดขึ้นมากับด้วยเหตุธรรม ที่ท่านเรียกว่า สังขต ก็เพราะ ถูกปรุงแต่งด้วยปัจจัยธรรม และที่ท่านเรียกว่า ปฏิจจสมุปันธรรมก็เพราะอาศัยเหตุธรรมเกิดขึ้นมา ธรรมทั้งหลายเหล่านั้นทั้งปวง ชื่อว่า สปัจจยะก็เพราะประกอบด้วยปัจจัย ๒๔ เหล่านี้ ทั้งในอุปาทักขณะ(เวลากำลังเกิดขึ้น) ทั้งในฐีติขณะ(เวลากำลังตั้งอยู่) เพราะเหตุนั้น จึงชื่อว่า สปัจจยสังขตปฏิจจสมุปันธรรม

ถามว่า ก็สปัจจัยสังขตปฏิจจสมุปันธรรมเหล่านั้นเป็นไฉน?
ตอบว่า สปัจจัยสังขตปฏิจจสมุปันธรรมเหล่านั้นก็คือ จิต ๑๒๑ ดวง เจตสิก ๕๒ ประการ และรูป ๒๘ ประการ นั่นเอง


แสดงการจำแนกจิต ๑๒๑ โดย วิญญาณธาตุ ๗

บรรดาจิต ๘๙ เจตสิก ๕๒ และรูป ๒๘ เหล่านั้น จิต ๑๒๑ ย่อมมี ๗ อย่างด้วยอำนาจแห่งธาตุคือ

๑. จักขุวิญญาณธาตุ
๒. โสตวิญญาณธาตุ
๓. ฆานวิญญาณธาตุ
๔. ชิวหาวิญญาณธาตุ
๕. กายวิญญาณธาตุ
๖. มโนธาตุ
๗. มโนวิญญาณธาตุ

ธรรมดาวิญญาณธาตุทั้ง ๗ อย่างนั้น

จักขุวิญญาณจิต ๒ ดวง ชื่อว่า จักขุวิญญาณธาตุ
โสตวิญญาณจิต ๒ ดวง ชื่อว่า โสตวิญญาณธาตุ
ฆานวิญญาณจิต ๒ ดวง ชื่อว่า ฆานวิญญาณธาตุ
ชิวหาวิญญาณจิต ๒ ดวง ชื่อว่า ชิวหาวิญญาณธาตุ
กายวิญญาณจิต ๒ ดวง ชื่อว่า กายวิญญาณธาตุ
ปัญจทวาราวัชนจิต ๑ ดวง สัมปฏิจฉนจิต ๒ ดวง ชื่อว่า มโนธาตุ
จิต ๗๖ หรือ ๑๐๘ ดวงที่เหลือ ชื่อว่า มโนวิญญาณธาตุ


แสดงการจำแนกเจตสิก ๕๒ โดยแบ่งเป็น ๔ หมวด

เจตสิก ๕๒ ประการ ย่อมมี ๔ โดยการจำแนกเป็นหมวด คือ

๑. สัพพจิตตสาธารณเจตสิก ๗
๒. ปกิณณกเจตสิก ๖
๓. ปาปเจตสิก ๑๔
๔. กัลยาณเจตสิก ๒๕

.....................................................
พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงมีพระปัญญาเหนือบุคคลใดใด


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 36 โพสต์ ]  ไปที่หน้า ย้อนกลับ  1, 2, 3

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 3 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร


cron