วันเวลาปัจจุบัน 24 ก.ย. 2020, 06:46  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


กฎการใช้บอร์ด


“อภิธรรม (สันสกฤต: abhidharma) หรืออภิธัมมะ (บาลี: abhidhamma) เป็นชื่อปิฎกศาสนาพุทธฉบับหนึ่งในปิฎกทั้งสามฉบับที่รวมเรียก "พระไตรปิฎก" อภิธรรมแปลว่าธรรมอันยิ่ง ปิฎกฉบับอภิธรรมนั้นเรียก "พระอภิธรรมปิฎก" ซึ่งว่าด้วยประมวลหลักธรรมและคำอธิบายที่เป็นหลักวิชาล้วนๆ ไม่มีความเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์และบุคคลเลย”



กลับไปยังกระทู้  [ 3 โพสต์ ]    Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 02 พ.ย. 2013, 07:17 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-1
Moderators-1
ลงทะเบียนเมื่อ: 24 พ.ค. 2011, 14:20
โพสต์: 5983


 ข้อมูลส่วนตัว




10151166_498854116910891_1126758689129277510_n.jpg
10151166_498854116910891_1126758689129277510_n.jpg [ 34.15 KiB | เปิดดู 5453 ครั้ง ]
นามรูปคืออะไร
นาม ในที่นี้ ได้แก่นามธรรม ๕ อย่าง คือ เวทนา สัญญา เจตนา ผัสสะ มนสิการ หรือนามขันธ์ ๓ คือ
เวทนาขันธ์ สัญญาขันธ์ สังขารขันธ์ (เจตนา ผัสสะ มนสิการ)
รูป ได้แก่รูปขันธ์ ได้แก่รูป ๒๘ คือ มหาภูตรูป ๔ อุปาทายรูป ๒๔ ทั้งนามและรูปนี้ เรียกว่านามรูป
นามย่อมน้อมไปหาอารมณ์ เป็นลักษณะ มีหน้าที่ประกอบกับจิตและเจตสิกด้วยกัน
มีการแยกออกจากจิตไม่ได้เป็นผล มีวิญญาณเป็นเหตุให้เกิด
รูปมีการแตกดับหรือสลายไปอยู่เสมอเป็นลักษณะ รูปในที่นี้หมายเอาเฉพาะกรรมชรูป(รูปที่เกิดจากกรรม)หรืออัชฌัตติกรูป คือรูปภายในสัตว์ที่มีมาร่วมกันกับปฏิสนธิวิญญาณ นามรูปนี้หมายเอาปฏิสนธินามรูป คือนามรูปที่ปฏิสนธิ ที่ว่าวิญญาณเป็นปัจจัยให้เกิดนามรูปนั้น หมายความว่าเพราะเมื่อมีวิญญาณ คือ วิปากวิญญาณอันได้แก่โลกียวิปากจิต และกรรมวิญญาณ อันได้แก่วิญญาณที่สหรคตด้วยกรรมหรือสังขาร เป็นพีช นามรูปจึงมีได้ เปรียบเหมือนหว่านพืชลงไปในไร่นาที่มีน้ำ พืชก็จะงอกเป็นลำต้นขึ้น เมื่อกรรมเปรียบเหมือนไร่นาที่มีอยู่ เมื่อวิญญาณเปรียบเหมือนพืช และตัณหาเปรียบเหมือนน้ำที่มีอยู่ วิญญาณก็ย่อมจะตั้งมั่นเป็นเหตุให้นามรูปเกิดขึ้น ดังที่พระองค์ตรัสกับพระอานนท์ว่า อานนท์! เพราะเหตุนี้แลกรรมจึงชื่อว่าเป็นไร่นา วิญญาณจึงชื่อว่าเป็นพืช ตัณหาจึงชื่อว่าเป็นน้ำหล่อเลี้ยง วิญญาณแห่งสัตว์โลกทั้งหลาย ที่มีอวิชชาเป็นเครื่องขวางกั้น มีตัณหารึงรัดอยู่ จึงตั้งมั่น เมื่อวิญญาณตั้งมั่นแล้ว การเกิดขึ้นในภพใหม่(คือการปรากฎของนามรูป)ก็ย่อมมี ถ้าวิญญาณไม่มี นามรูปก็มีไม่ได้ เพราะเหตุใด? เพราะว่าธรรมทั้งหลาย(นามรูป)ย่อมเป็นไปตามวิญญาณ เช่นว่า เวทนา ความเสวยอารมณ์ สัญญา ความจำได้ เจตนา ความคิดอ่าน ผัสสะความสัมผัสอารมณ์ มนสิการ ความเอาใจใส่อารมณ์ เหล่านี้ ถ้าไม่มีวิญญาณก็เกิดขึ้นไม่ได้ คือถ้าไม่มีจิตใจ เวทนาความเสวยอารมณ์เป็นสุขเป็นทุกข์และเฉยๆก็มีไม่ได้ สัญญา เจตนา ผัสสะ มนสิการ ก็เช่นเดียวกัน ส่วนกรรมชรูปนั้นเรามองไม่เห็น จึงควรทราบเพียงโดยอนุมาน เปรีบยเหมือนรูปที่มองเห็นได้ เช่นเวลาจิตที่ผ่องใส หน้าตาก็จะผ่องใส เวลาจิตเศร้าหมอง เสียใจ หรือโกรธ หน้าตาก็จะเศร้าหมองไปตามจิตด้วย ที่หน้าตาเปลี่ยนไปต่างๆนั้นด้วยอำนาจของจิต รูปร่างหน้าตาที่เปลี่ยนไปเช่นนี้ เรียกว่าจิตตชรูป คือรูปที่เกิดจากจิต เป็นรูปที่เรามองเห็นได้ ส่วนกรรมมชรูป คือรูปที่เกิดจากกรรม รูปที่กรรมลิขิตมาพร้อมกับปฏิสนธิวิญญาณนั้นเรามองไม่เห็น จึงควรทราบเอาโดยอนุมานนี้ดังกล่าว นามรูปนี้เองจึงเป็นปัจจัยให้มีสฬายตนะ

.....................................................
พระธรรมคำสอน บัญญัติ ตรัส ไว้ดีแล้ว ไม่ต้องลด ไม่ต้องเพิ่ม ไม่ต้องแก้ไข ใดๆ ทั้งสิ้น
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 04 พ.ย. 2013, 17:53 
 
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 18 ก.ย. 2011, 21:51
โพสต์: 4939


 ข้อมูลส่วนตัว


:b8:
tongue
smiley
:b27:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 06 พ.ย. 2013, 04:33 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-1
Moderators-1
ลงทะเบียนเมื่อ: 24 พ.ค. 2011, 14:20
โพสต์: 5983


 ข้อมูลส่วนตัว


asoka เขียน:
:b8:
tongue
smiley
:b27:

ขอบคุณ อโสก ที่ติดตามอ่านครับ

.....................................................
พระธรรมคำสอน บัญญัติ ตรัส ไว้ดีแล้ว ไม่ต้องลด ไม่ต้องเพิ่ม ไม่ต้องแก้ไข ใดๆ ทั้งสิ้น


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 3 โพสต์ ] 

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

่กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 1 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร