วันเวลาปัจจุบัน 09 ส.ค. 2020, 21:00  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


กฎการใช้บอร์ด


รวมกระทู้จากบอร์ดเก่า http://www.dhammajak.net/board/viewforum.php?f=7



กลับไปยังกระทู้  [ 3 โพสต์ ]    Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 08 ส.ค. 2009, 00:19 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 4
สมาชิก ระดับ 4
ลงทะเบียนเมื่อ: 22 มี.ค. 2009, 15:11
โพสต์: 240

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


รูปภาพ

ขอเชิญอ่านธรรมบรรยายพระอาจารย์มิตซูโอะ คเวสโก
(ศิษย์ชาวญี่ปุ่นของหลวงพ่อชา สุภัทโท วัดหนองป่าพง)
เรื่อง “คิดถูก ดับทุกข์ได้”
แสดงธรรมที่ยุวพุทธฯ บางแค เมื่อวันที่ 19 กค. 2552

หากการถอดเทปบรรยายธรรมมีข้อผิดพลาดประการใด ผมต้องขออโหสิกรรมจากท่านพระอาจารย์
ด้วยครับ และรบกวนท่านผู้รู้กรุณาแนะนำด้วย

และขออนุโมทนากับท่านพระอาจารย์ และทางเจ้าภาพ อีกทั้งเจ้าหน้าที่ อาสาสมัครของยุวพุทธ
ทุกๆท่านที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับงานธรรมะบรรยายในครั้งนี้

ข้อความที่ถอดเทปธรรมะบรรยายมีดังนี้ครับ

สาระธรรมบรรยาย พระอาจารย์มิตซูโอะ คเวสโก
เรื่อง “คิดถูก ดับทุกข์ได้”
วันอาทิตย์ที่ ๑๙ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๕๒
ณ ห้องปฏิบัติธรรม ชั้น ๔ ยุวพุทธิกสมาคมแห่งประเทศไทยฯ

นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ
นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ
นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ

เจริญพรญาติโยม ผู้มีศรัทธาในการศึกษาและปฏิบัติธรรมทั้งหลาย ต่อไปนี้นั่งให้สบาย นั่ง
ขัดสมาธิก็ได้นะ ใครชอบนั่งขัดสมาธิก็นั่งท่าขัดสมาธิให้สบายๆ แต่รักษาอาการสำรวม
กาย วาจา และจิตใจของเรา รักษาไว้ น้อมจิตเข้ามาหาตน เดี๋ยวนี้เราทำความรู้สึกเหมือน
อยู่คนเดียวในโลกนี้ เรื่องสิ่งภายนอก บุคคลภายนอกก็ไม่ต้องคิด ปล่อยวาง เราจะ
พิจารณาดูชีวิตของเราก็ได้ การฟังเทศน์ฟังธรรมคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าก็เป็นการ
ศึกษาชีวิตของเรา มีชีวิตของตนเองตั้งแต่เกิดมาถึงวันนี้ ชีวิตที่ผ่านไป เราได้ทำอะไรบ้าง
แล้ว ได้บรรลุผลเท่าที่ควรไหม

มนุษย์ทุกคนแสวงหาความสุขกันทั้งนั้นใช่หรือไม่ เราต้องการความสุขจึงได้ต่อสู้ทางโลก
ก็ดี ทางธรรมก็ดี เราพยายามเข้าถึงความสุข แต่ความสุขของเรานั้นก็ดูเหมือนยาก ชีวิต
ของเรามีปัญหาตั้งแต่สุขภาพกาย ปัญหาครอบครัว ปัญหาสังคม เพราะสังคมทุกวันนี้ก็มี
ปัญหามากมาย เมื่อเราอยู่ในสถานการณ์สังคมอย่างทุกวันนี้ ควรจะดำเนินชีวิตอย่างไร นี่
เป็นคำถามที่เกิดขึ้นบ่อยๆ ถ้าเราต้องการความสุข เราก็ต้องเข้าใจชีวิตก่อนว่าคืออะไร ถ้า
เราเข้าใจชีวิตหรือเข้าใจตัวเองตามความเป็นจริงเมื่อใด ปัญหาต่างๆ ก็จะหมดสิ้นไป

พระพุทธเจ้าสอนไว้ว่าถ้าเราเข้าใจตัวเองตามความเป็นจริง เราสามารถพ้นทุกข์ได้ สรุป
แล้วก็คือปัญหาอยู่ที่ตัวเอง เรื่องปัญหาภายนอกจะเรียกว่าเป็นปัญหาก็ได้หรือว่าเรื่อง
ธรรมดาของ วัฏฏะสงสาร แม้แต่พระพุทธเจ้าก็แก้ไม่ได้ ถ้าเราสังเกตดูทำไมพระพุทธเจ้าผู้
ตรัสรู้อนุตระสัมมาสัมโพธิญาณ จิตใจของท่านบริสุทธิ์ มีปัญญามาก มีมหากรุณาธิคุณ
มาก การกระทำของท่านบริสุทธิ์ตลอด ๔๕ พรรษาจนกว่าจะเข้ามหาปรินิพพาน แม้ขนาด
พระพุทธเจ้าก็หนีไม่พ้นจากเหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้น เหตุการณ์ที่ไม่น่าปรารถนา เช่น
เสื่อมลาภ เสื่อมยศ นินทา ทุกข์ ความแก่ ความเจ็บ ความตาย สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่เราทุก
วันนี้เป็นทุกข์ เพราะเหตุการณ์ที่ไม่น่าปรารถนาเกิดขึ้นมากมาย ลืมตาเห็นอะไร ได้ยินเสียง
อะไร ก็มีแต่ปัญหาจิตใจเราก็กลุ้มใจ ฟุ้งซ่าน ซึมเศร้า เครียด

เราต้องตั้งสติใหม่ เราพิจารณาดู ตั้งสติและระลึกถึงประวัติของพระพุทธเจ้า
ก่อน คนดี คนบริสุทธิ์ ขนาดพระพุทธเจ้ายังหนีไม่พ้น จากเสื่อมลาภ เสื่อมยศ นินทา
ทุกข์ บางครั้งพระพุทธเจ้าก็ถูกชาวบ้านนินทาทั้งเมือง หรือพระเทวทัตมาปองร้าย จะเอา
ชีวิตของพระพุทธเจ้า มีเหตุการณ์ต่างๆ ที่ไม่ดีเกิดขึ้นแม้แต่กับพระพุทธเจ้า เราก็ต้องเข้า
ใจ มันเป็นโครงสร้างของชีวิต ซึ่งเราต้องพิจารณา

เรื่องธรรมชาติของจิตของเราทุกคน ประภัสสรผ่องใสโดยธรรมชาติเหมือนน้ำ
บริสุทธิ์ มนุษย์ทุกคนนะ หรือว่าถ้าเราพูดถึงเฉพาะคนไทยก็ได้นะ คนไทย ๖๕ ล้านคน
ธรรมชาติของจิตของเรา เหมือนน้ำสะอาด เป็นน้ำสะอาดนี้ ก็เชื่อมั่นในจุดนี้ว่า ธรรมชาติ
ของจิตของเรามองดูเฉพาะเรา เดี๋ยวนี้ขณะนี้นะ จิตของเราที่เป็นจิตประภัสสร มีอยู่แล้ว
พูดถึงอารมณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นไม่สบายใจ พอใจบ้าง ไม่พอใจบ้าง โลกธรรม ๘ ใฝ่
ปรารถนา มีลาภ ยศ ฐานะสูงสุด ไม่น่าปรารถนาก็เป็นเสื่อมลาภ เสื่อมยศ นินทา ทุกข์
โลกธรรมก็เป็นแม้แต่พระพุทธเจ้า ห้ามบังคับเปลี่ยนไม่ได้ เราก็พิจารณาอย่างนั้นจริงไหม
อันนี้ก็ต้องพิจารณาดูเปรียบเทียบเหมือน ลมฟ้าอากาศ ในช่วงนี้บางทีก็ฝนตก ไม่มีฝนก็
ร้อนจัด หนาวจัด ไม่มีลม หรือลมแรงๆ บางครั้งก็เป็นพายุ บางครั้งก็แผ่นดินไหว บางครั้งก็
มีสึนามิ เหตุการณ์ภายนอกเป็นธรรมชาติก็มีลักษณะอย่างนี้ ถ้าพอดีๆก็ รู้สึกสบายๆ แต่
โดยมากก็ไม่พอดี อย่างไรก็ตาม ลมฟ้าอากาศ ก็มีอยู่อย่างนี้

เราจะอยู่ที่นี่ก็ดี คนดี คนชั่วหรือผู้ปฏิบัติธรรมมีจิตใจดี จิตใจบริสุทธิ์ พระอรหันต์ พระ
พุทธเจ้าก็ดี ลมฟ้าอากาศก็เป็นอย่างนี้ เหมือนกันทุกคน เราบังคับไม่ได้ มันเป็น
ธรรมชาติ โลกธรรม ๘ ที่เกิดขึ้นกับเรา ก็เหมือนลมฟ้าอากาศแต่ว่าโลกธรรมแปดก็เกิดขึ้น
ตามหลักกฎแห่งกรรมนั้น ตั้งแต่ชาติก่อนๆนี้ เราทำอะไรก็สังเกตๆไว้ในอดีตชาติก่อน แล้ว
วิบากกรรมก็ปรากฏขึ้น เป็นลักษณะ เป็นสิ่งที่เราพอใจ เป็น มีลาภ มียศฐานะสูงสุด ไม่น่า
ปรารถนา ก็เป็นเสื่อมลาภ เสื่อมยศ นินทา ทุกข์

เหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นกับพระพุทธเจ้าก็เพราะตั้งแต่สมัยเป็นพระโพธิสัตว์อดีตชาติ
ก่อนๆ เป็นสิบชาติ ห้าร้อยชาติ หมื่นชาติ แสนชาติ บางสิ่งบางอย่างก็ออกผลในขณะ
ปัจจุบันนั้น เพราะฉะนั้นเราก็จะต้องเข้าใจ ถ้าเรานึกพิจารณาพระพุทธเจ้าแล้วก็น่าจะพอ
นึก พอคิด พอเข้าใจได้

เมื่อเป็นเช่นนี้ พระพุทธเจ้าก็สอนไว้ว่ากรรมเก่าคืออะไร อดีตที่ทำไปแล้วเป็นอดีตไม่ต้อง
คิด อนาคตที่ยังไม่มาถึงก็ไม่ต้องคิด เพราะกรรมเก่าปรากฏอยู่ในปัจจุบันเดี๋ยวนี้ อดีตเป็น
เหตุ ปัจจุบันเป็นผล ปัจจุบันเป็นเหตุ อนาคตเป็นผลเมื่อเรากำลังพูดถึงโลกธรรมแปด ที่
ปรากฏขึ้นในปัจจุบันเดี๋ยวนี้ คือกรรมเก่า กรรมเก่าคืออะไร ตาเป็นกรรมเก่า หูก็เป็นกรรม
เก่า จมูกเป็นกรรมเก่า ลิ้นก็เป็นกรรมเก่า ร่างกายก็เป็นกรรมเก่า ตลอดถึงที่อาศัยอยู่
ตลอดถึงเสื่อมลาภ เสื่อมยศ นินทา ทุกข์ มีลาภ มียศ ฐานะสูงสุด ทั้งหมดนี้ก็เป็นกรรม
เก่า แล้วก็ใจเรานะ จิตใจเป็นอย่างไร เรามีอารมณ์ดี นิสัยที่ดี ไม่ดี อารมณ์ดี อารมณ์ไม่
ดี อาจเป็นขี้เกียจบ้าง ขี้น้อยใจ ขี้อิจฉา ขี้กลัว ขี้โกรธหรือบางทีเราก็เป็นคนใจดีมีเมตตา
มีกตัญญู มีอะไรดีๆ มนุษย์สัมพันธ์ที่ดี ค่อนข้างจะดีก็มี ไม่ดีก็มี ตลอดถึงกิเลส ตัวกิเลส ก็
เป็นกรรมเก่านะ นอนอยู่ในสันดานจิตใจ กิเลสก็เป็นกรรมเก่าเหมือนกันแต่ว่าเราก็สังเกต
ได้ก็เป็นอารมณ์ปัจจุบันนะ เรามีนิสัยอย่างไรก็พอสังเกตได้ในปัจจุบัน

เพราะฉะนั้นอดีตที่ทำไปแล้วมันเป็นอดีต เราไม่แก้ไขอะไรไม่ได้ ต้องปล่อยวาง ไม่ถือไม่
ต้องคิดแล้วก็ผลปรากฏอยู่ในปัจจุบัน ก็ไม่ต้องแก้เพราะอดีตเป็นเหตุ ปัจจุบันเป็นผล อันนี้
เราก็ไม่ต้องยุ่ง เพราะอดีตเป็นเหตุแล้วพูดง่ายๆว่า เราทำงานมาถึงวันนี้ เป็นวันรับเงิน
เดือน ทำงานหนึ่งเดือนแล้ว วันนี้จะได้รับเงินเดือนเท่าไหร่ เท่าไหร่ก็เท่านั้นนะ บางคนก็
ได้นิดหน่อย บางคนก็ได้มาก เพราะอดีตทำไว้แล้ว ผลตอบแทนในเงินเดือนก็มีเท่านี้นะ มี
เท่านี้จะเอามากไม่ได้ เพราะอดีตเป็นเหตุอดีตก็แก้ไม่ได้ ผลปรากฏที่เป็นอยู่อย่างนี้ อันนี้
เราก็ไม่ต้องแก้ แต่ว่าปัจจุบันเป็นเหตุอนาคตเป็นผล ปัจจุบันเดี๋ยวนี้มีทางเลือก เราพูด
ง่ายๆ ก็เราไม่ต้องศึกษา ไม่ต้องปฏิบัติธรรมไม่ต้องตั้งใจอะไร ตามใจ กิเลส คืออยู่อย่าง
ไรก็อยู่อย่างนั้น ก็เป็นทางหนึ่ง หรือว่าเราจะตั้งใจทำความดีทำความถูกต้องนะ สร้างเหตุที่
ดีก็ทำได้

ที่ญาติโยมมาวันนี้ ก็พันกว่าคน ถ้าเราฟังเทศน์ฟังธรรม เราก็น่าจะมีจิตใจที่อยากจะพัฒนา
ชีวิตอย่างมีความสุข แล้วเราก็หัดคิดดี คิดถูก พูดถูก ทำดี แล้วก็สร้างเหตุใหม่ เรามีศรัทธา
จึงเดินทางมารวมกันศึกษาธรรมะ ถ้าเราสร้างเหตุที่ดีในปัจจุบันเดี๋ยวนี้ เราก็เปลี่ยนนิสัย
เก่า เราก็มีอารมณ์รู้ว่าความรู้สึกนึกคิดของเก่าก็มีอยู่ ทุกข์เพราะคิดผิด ถ้าเรายังเป็นทุกข์
คิดตั้งแต่ขี้เกลียด ขี้ฟุ้งซ่าน ขี้น้อยใจ ขี้อิจฉา ขี้กลัว ขี้โกรธ ยังร้องไห้อยู่ เรายังทำความ
ชั่วอยู่ คิดไม่ดี พูดไม่ดี ทำอะไรที่ไม่ดีก็เพราะใจเรานะ ใจเราไม่ดี คิดไม่ดี ใจเราเป็น
ประธาน ใจเป็นหัวหน้าของชีวิต เมื่อเราจิตใจดี มีสติปัญญาแล้ว เราก็สามารถคิดดีได้ คิด
ดีเพราะเข้าใจดี คิดดีก็ตั้งเจตนาดี ตั้งเจตนาถูกต้อง ถ้าเราสามารถคิดดี ชีวิตของเราก็จะ
เปลี่ยนไป พัฒนาไปในทางที่ดี เป็นไปเพื่อสงบ เป็นไปเพื่อความสุข เป็นไปเพื่อพ้นทุกข์
จึงจะคิดดีดับทุกข์ได้

เราก็ตรวจดูจิตความคิดของเราทุกวันนี้เราคิดดีคิดถูกไหม หรือว่าถ้าถามลักษณะอย่างนี้ก็
อาจจะวิเคราะห์ยาก ถามใหม่ว่า ทุกวันนี้ขี้เกียจไหม ขี้ฟุ้งซ่านไหม ขี้น้อยใจไหม ขี้อิจฉา
ไหม ขี้กลัวไหม ขี้โกรธไหม ขี้เหนียวไหม มีแต่ขี้กันทั้งนั้น ถ้าเป็นอย่างนี้ ก็คิดไม่ดีนะ คิด
ผิดคิดไม่ดี หรือว่าเราเมื่อเจอเสื่อมลาภ เสื่อมยศ นินทา ทุกข์ แล้วจิตใจของเราก็จะคิด
น้อยใจ เสียใจ กลัวทั้งนั้น เพราะเรามียินดี ยินร้ายกับเหตุการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้นกับเรานะ ร่าง
กายไม่ดีหรือว่ามองดูคนอื่นก็สวยดี ไม่สวย เค้าทำอะไรถูกใจ ไม่ถูกใจ อันนี้ก็เป็นเราลืม
คิดกันทั้งนั้น เราก็ต้องพิจารณาดู ๓ อย่าง

๑เชื่อมั่นว่าธรรมชาติ ของจิตของเราเป็นประภัสสรผ่องใสโดยธรรมชาติ

๒สิ่งที่เราเห็นกับตา ได้ยินกับหู ได้กลิ่นกับจมูก ได้รสกับลิ้น กายสัมผัส ใจนึกคิด ที่ผสมกัน
อยู่ในชีวิต หรือว่าโลกธรรมแปด ทุกสิ่งทุกอย่างก็รวมอยู่ในโลกธรรมแปดนะ ความจริง
โลกธรรมแปดก็เป็นสิ่งภายนอก ตามที่อธิบายเหมือนอากาศเปลี่ยนไม่ได้ แม้แต่พระ
พุทธเจ้า พระโมคคัลลานะ ทำไมพระโมคคัลลานะช่วงสุดท้ายของชีวิต โจรห้าร้อยคนจะ
มาทำร้ายชีวิต อันนี้ก็เป็นเพราะพระโมคคัลลานะอดีตชาติฆ่าพ่อแม่ แล้วก็เหตุการณ์ที่โจร
ห้าร้อยคนจะมาทำร้ายชีวิต ในช่วงสุดท้ายของชีวิตจึงมีลักษณะอย่างนี้

เราต้องพิจารณาโลกธรรม ๘ ก็เป็นเหมือนกับ ลม ฟ้า อากาศเราไม่ต้องยินดี ยินร้าย อย่า
หวั่นไหวนะ อย่ายึดมั่นถือมั่น เราก็พยายามคิดให้เข้าใจ แล้วก็หัดคิด ถ้าเราคิดไปด้วย
ความยินดียินร้ายกับ เหตุการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้นกับเรานะ ตั้งแต่ร่างกาย ความแก่ ความเจ็บ
ความตายของร่างกาย หรือว่าตั้งแต่ครอบครัวมีอยู่ด้วยกันหลายคน แล้วก็เกิดเห็น เกิด
ความรู้สึก พอใจไม่พอใจ ตลอดถึงปัญหาในสังคม แล้วเราก็มองดูอารมณ์นะ ๓ อย่างนี้ก็
เป็นเหตุการณ์ภายนอกโลกธรรม ๘ ส่วนหนึ่ง

๓ มองดูความรู้สึกว่าอารมณ์พอใจ ไม่พอใจ เกิดขึ้นจากที่ไหน ทุกวันนี้เราเข้าใจอย่างไร
พอใจ ไม่พอใจ ทำไมความพอใจไม่พอใจจึงเกิดขึ้น หรือยกตัวอย่างมีใครนินทาเรา ด่า
พูดไม่ดี ดูหมิ่น เราจะเกิดความรู้สึกไม่พอใจ ไม่พอใจอาจเป็นความรู้สึกไม่ดี อาจจะน้อย
ใจ อาจจะเสียใจ กลัว โกรธ รวมเป็นไม่พอใจ อาจจะเกิดอาฆาตพยาบาท รวมเป็นไม่พอ
ใจ ไม่พอใจเกิดขึ้นอย่างไร ไม่พอใจเกิดขึ้นจากอะไรเหตุอะไร ไม่พอใจเกิดขึ้นจากภายใน
จิตใจของเรา ถ้าเรายังมีกิเลสความโลภ ความโกรธ ความหลง ความรู้สึกต่างๆก็เกิดขึ้น
ภายในจิตใจของเรา คำนินทาก็เช่นปัจจัยเหตุและปัจจัยเหตุอยู่ที่ใจเรากระตุ้นมา ปัจจัยก็
เช่นโลกธรรม ๘ ก็เป็นปัจจัยจิตเหล่านี้

จิตเราที่ยังมีกิเลส เกิดตัณหา เกิดยินดี ยินร้ายนี้ก็เป็นเหตุ เมื่อเราปลูกต้นไม้สักต้นหนึ่ง
อาศัยเหตุปัจจัยอะไรถึงจะโตขึ้นได้ เช่นเราจะปลูกมะม่วง เอาเม็ดเอาไม้ต้นมะม่วง ถ้า
ปัจจัยอะไรสนับสนุน จึงจะทำให้ต้นไม้โตขึ้น เราได้ต้นไม้สักต้นหนึ่งมาปลูกไว้ดินไม่ดี ไม่
มีปุ๋ย ไม่มีน้ำ ไม่มีแสงสว่าง ไม่พอ ไม่ดี ต้นไม้ก็จะตาย เมื่อเรามีต้นไม้ต้นหนึ่งเราก็ต้อง
ดูแลสิ่งที่เป็นปัจจัยจึงจะแน่แท้ ปลูกต้นไม้ต้นหนึ่งต้นเหตุคือ แผ่นดิน น้ำ แสงสว่าง ก็เรียก
ปัจจัย โลกธรรม ๘ เป็นปัจจัย เป็นเหตุอยู่ที่ใจ เรียกว่า อกุศลมูล

เราเรียนหนังสือกันมา อกุศลมูล คือ ความโลภ ความโกรธ ความหลง เป็นต้นเหตุ เป็น
สาเหตุ พระพุทธเจ้าก็สอนไว้ว่า ปัจจัยไม่ต้องแก้ แก้ที่เหตุคือใจเราเอง อะไรจะเกิดขึ้นกับ
เรานี้ เหตุการณ์ต่างๆ เราไม่ต้องไปสนใจ เพียงแต่รับรู้อย่างเดียวว่านี่คือ เสื่อมลาภเกิด
ขึ้น เสื่อมยศเกิดขึ้น เมตตาเกิดขึ้น มีลาภมียศ เพียงแต่เรารับรู้แล้วดูที่ใจ ดูที่ใจแล้วก็อะไร
เกิดขึ้น พอใจ ไม่พอใจ บางอย่างเกิดขึ้นจากภายในใจของเรา มีต้นเหตุคืออวิชชาความ
ไม่รู้ เป็นต้นเหตุแล้วเกิดมาเป็นอารมณ์ พอใจบ้าง ไม่พอใจบ้าง พอใจก็ดีไม่พอใจก็ดี เป็น
ผลเสีย เป็นปฏิกูล ดีใจก็เหมือนกันพูดง่ายๆก็เป็นอุจจาระ ความรู้สึกเกิดขึ้น ต้นเหตุคือ
กิเลส ถึงจะพอใจก็ดี ไม่พอใจก็ดี แต่สิ่งปฏิกูลของเสียออกจากจิตใจของเรา ดีใจก็เป็น
ปฏิกูล ดีใจก็เกิดขึ้นจากกิเลส พูดง่ายๆก็อุจจาระหอมหน่อยๆ เรากินอาหารดีๆ กินอาหาร
พิเศษก็ร่างกายเรานี้ เรากินข้าวทุกวันเราต้องเข้าห้องน้ำทุกวัน กินข้าวทุกวันเพราะกินข้าว
แล้วก็กลายเป็นของเสียอาหารเก่า เราต้องขับถ่ายออกจากร่างกาย เราเข้าห้องน้ำ เมื่อเรา
กินแล้วก็ปวดท้อง อยากจะเข้าห้องน้ำแล้วก็ถ่ายปฏิกูลของเสียของเรา สร้างห้องน้ำไว้แล้ว
เข้าห้องน้ำปิดประตูทำกิจนะ ล้างหน้าเรียบร้อยกลับเข้ามาในสังคมอยู่อย่างนี้

เรื่องอารมณ์ของเราก็เหมือนกัน พอใจก็ดี ไม่พอใจก็ดี เป็นปฏิกูลทั้งจิตใจ
อาหารเก่าทั้งจิตใจ แต่ว่าอาหารก็มี ๒ ประเภท ประเภทหนึ่งก็เป็นตั้งแต่ต้นไม่พอใจ กลิ่น
เหม็น รสชาติไม่ดี แต่ว่าอีกประเภทถึงไม่เป็นปฏิกูลทั้งจิตใจ แต่ว่ายังหอม สวย ยัง
หอมอยู่ หอมอย่างแรกก็เป็นปฏิกูลในจิตใจ พระอาจารย์ก็ไปอินเดียครั้งหนึ่ง ใครไปอินเดีย
สังเกตดูไหม ไม่ค่อยเข้าห้องน้ำ อยู่ในหมู่บ้านมีป่าเป็นห้องน้ำ ถ้าเป็นเด็กเล็กๆ จะถ่ายใน
หมู่บ้านข้างๆถนน ถ้าเป็นหนุ่มเป็นสาวผู้ใหญ่ก็ต้องเดินไปนอกหมู่บ้าน ป่าทั้งหมดเป็นห้อง
น้ำ เรียกว่าทั้งประเทศเป็นห้องสุขา ใครไปอินเดียถ่ายที่ไหนก็ได้ สังเกตดูนะจะเห็น เราก็
ปวดท้องเหมือนกัน อาจารย์ก็เลือกที่บังที่มีก้อนหินอาจารย์ชอบนั่งอยู่บนก้อนหิน แล้วมี
หมูดำๆ ๕ ตัว เราก็ต้องขับถ่ายๆเฉยๆ หมูมากินอร่อยๆ เราก็มีความรู้สึกแปลก มีความรู้สึก
สุข อร่อยนะเนี่ยสำหรับหมู ๕ ตัว เหมือนเราทำบุญให้ทาน แสดงว่าปฏิกูลทางกายก็
หอมอร่อยได้เหมือนกัน

ที่นี้เราก็ดูใจเรา พอใจ พอใจเราก็ยินดีได้นะ ถึงเราจะแสวงหาเงิน หาทอง เพื่ออะไร เพื่อ
จะให้เกิดความรู้สึกดี ยินดี พอใจ เราก็ใช้ชีวิตอย่างนี้ คนส่วนใหญ่นะ แต่ถ้าเราเข้าใจว่า
ความสุขที่เกิดขึ้นจากการมีเงิน มีทองหรือลาภ ยศ ชั้นสูงสุดก็ตาม ดำเนินชีวิตร้อยปีพันปี
ก็ไม่มีความสุขที่จริง มีแต่ทุกข์นะ ถ้าหากเราไม่ซึมทราบธรรมะแล้ว เราจะฉลาดขนาด
ไหน เราจะทำงานเก่งขนาดไหน ก็ไม่พบความสุขที่แท้จริง เพราะว่าพอใจก็ดี ไม่พอใจก็ดี
มันเป็นปฏิกูลทั้งจิตใจ

การปฏิบัติธรรมของเราตามที่พระพุทธเจ้าสอน สอนความพอใจ ไม่พอใจคือวิธีพ้นทุกข์
พระพุทธเจ้าตรัสไว้ว่า ถ้าพูดถึงการปฏิบัติเจริญสติปัฏฐาน ๔ เท่านั้นที่จะทำให้จิตใจของ
เราบริสุทธิ์ได้ สติปัฏฐาน ๔ คือ กาย เวทนาจิตและธรรมะ ดูร่างกาย ดูร่างกายมีความรู้สึก
มีจิต มีธรรมะทุกสิ่งทุกอย่าง กายด้วย ความรู้สึกด้วย แล้วแบ่งสรรกันเป็นขันธ์ ๕ มี รูป
เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ เป็นสังขารแล้วรวมเป็นวิสังขาร วิสังขารคือนิพพาน การ
ปฏิบัติธรรมของเราก็มีผลพอใจ ไม่พอใจคือสติปัฎฐาน ๔ ที่นี้เราก็จึงจะมีความรู้สึกที่เกิด
ขึ้น พอใจ ไม่พอใจ นี่คือปฏิกูลทั้งจิตใจ อย่ายึดมั่นถือมั่น ทำอย่างไรจึงจะปล่อยวางได้
วันนี้เราก็รณรงค์การสร้างสุขาสะอาด คนละห้องๆ วันนี้ก็จะช่วยกันสร้างพันกว่าห้องนะ
สร้างไว้ที่หัวใจของเราคนละห้อง พูดง่ายๆ การปฏิบัติคือ มีห้องสุขาสะอาดห้องหนึ่งอยู่ที่
หัวใจของเรา ทางร่างกายนี้กินข้าวทุกวัน บ้านของเรา งานของเรา เราทำไป แต่ไปที่ไหน
เราก็สร้างห้องสุขาไว้ แต่ปกติก็ใช้กันหลายคน เป็นส่วนรวม กินข้าวทุกวันจำเป็นต้องเข้า
ห้องน้ำทุกคน กินข้าวทุกวันแล้วก็ของเสียอาหารเก่าไม่ต้องห้าม ต้องออกถึงจะดี ถ้าเราไม่
ออกมีปัญหาท้องผูก ๒วัน ๓ วัน ๔ วัน ถึงแม้ว่าปฏิกูลเราก็ต้องเอาออก เราจัดการเรียบ
ร้อยคือชีวิตของเรา เป็นของเสียก็ควรจะเอาออก หรือว่าเพื่อสุขภาพกาย เขาสอนนะ
สุขภาพกาย อย่าเก็บอุจจาระนะ จะได้รักษาสุขภาพกายได้ ใครอยากจะมีสุขภาพกายดีก็
ต้องขับ พยายามอย่าเก็บ ปล่อยออกไปๆ เป็นอุบายที่รักษาสุขภาพ

แม้แต่ทางจิตใจก็เหมือนกัน ทางจิตใจ เมื่อเรายังมีกิเลสอยู่จำเป็นต้องให้ของเสียออกมา
เช่นกระทบเสียงบ้าง ได้ยินบ้าง เห็นบ้าง คำพูดทางใจกระทบจิตใจ รู้สึกน้อยใจ เจ็บใจ
อะไรออกมา ของเสียก็เพียงอยากระบายหรือเหมือนฝังเข็มหรือว่ากดๆ หยุดๆ นะ ถึงจิต
แล้วก็เป็นการกระตุ้น แล้วความรู้สึกพอใจ ไม่พอใจทั้งหมดนี้ ออกจากจิตใจของเรา คิดให้
ดีว่าโลกธรรม ๘ ก็เป็นเพียงแต่กระตุ้นจิตใจของเรา เงินหาย ดวงหาย ดวงดี

แม้แต่พระพุทธเจ้าก็กล่าวว่า ถึงแม้ว่ามีใครฆ่าเราอย่าโกรธ ถึงแม้ว่ามีใครทำอะไรร่างกาย
ของเรา ก็ไม่สมควรโกรธ ถ้าเราเข้าใจกฎแห่งกรรม ถึงแม้ว่าเราไม่ทำผิดไม่ทำบาปในชาติ
นี้ สมมุติว่าถ้าเราเกิดมาชาตินี้เป็นคนดี คนดีทำดีไม่เคยทำชั่ว ทำความชั่วก็เล็กๆ น้อยๆ
เช่นนั่งสมาธิแล้วตบยุง ยุงตายแล้ว ลักษณะเช่นนี้ก็อาจจะนิดๆ หน่อยๆ มีบ้างแต่เราไม่ได้
ทำความชั่วถึงขนาดจองเวรอาฆาต ถึงแม้ว่าเราชาตินี้ไม่ทำความชั่วก็ตาม แต่สมมุตินะมี
ใครจับตัวเรามาเอาเลื่อยมาตัดเป็น ๒ ท่อน ถ้าเรายังโกรธมีอาฆาตอยู่ใจไม่เป็นธรรม ถ้า
เราใจเป็นธรรมแล้วก็ต้องทำใจ กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างนี้ได้จริงก็เป็นวิบากกรรม

นี้เป็นจุดที่ชัดเจนว่าโลกธรรม ๘ ที่เกิดขึ้นกับเรานี้เป็นเพียงยาระบาย กระตุ้นจิตใจของเรา
ไม่สบายใจมันก็เกิดขึ้นภายในจิตใจของเรา การปฏิบัติธรรมของเรานี้ความรู้สึกต่างๆ เกิด
ขึ้นไม่ต้องห้ามแต่อย่ายึด อย่าเก็บ อย่าปล่อยไปคิดมโนกรรม วจีกรรม กายกรรม ถ้าเราคิด
แล้วก็คิดอีก เหมือนกับว่าไม่มีห้องสุขาสะอาด เกิดอารมณ์ที่น้อยใจ คิดๆแล้วน้อยใจ
สมองของเรานี้ก็ไม่มีห้องสุขาสะอาด ขี้เต็ม ขี้อิจฉา ขี้น้อยใจ ขี้โกรธ อะไรก็ตามถ้าเรา
คิดๆ มันก็จะทำให้สมองของเราไม่สะอาด ไม่สบายใจ ให้ตนเองเครียดในลักษณะอย่าง
นั้น เราต้องเข้าใจว่าคิดอย่างนั้นผิด คิดอย่างนี้ถูก อย่างน้อยให้รู้จักถูกผิด หรือเกิดว่าไม่
พอใจขึ้น เรายังยึดติดอยู่ เราต้องเข้าใจว่านี่คือผิด คิดว่าควรจะปล่อยวางอยู่แล้ว ปล่อย
วางไปทั้งปฏิกูลทั้งจิตใจ

การปฏิบัติของเราก็สร้างห้องสุขาสะอาดด้วยสติ จะได้สติสัมปชัญญะและมีหิริโอตะปะ
ต้องรู้สึกว่าพอใจ ไม่พอใจอารมณ์ทั้งหมดนี้ก็เป็นปฏิกูลทั้งจิตใจ มีสมาธิตั้งมั่น มีปัญญา รู้
อยู่ว่าไม่สบายใจ นี่มันคือใจของเรา อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา การปฏิบัติของเราก็พยายาม
ตามความรู้สึกที่เกิดขึ้น ถ้าดึงตัวก็มีความรู้สึกตัว สังเกตดูเห็นเพื่อนๆอิจฉาเพื่อน เราเห็น
เพื่อนมีกระเป๋าสวยๆนะเกิดอิจฉาขึ้น นี่คือปฏิกูลทางจิตใจ หยุดคิด ตื่นตัว มีสติ
สัมปชัญญะ ที่นี้จิตใจก็ควบคุมได้ ต่อหน้าต่อตาเรา ก็ตัดหมดนะ ทั้งหมดนี้ในการปฏิบัติ
ธรรมของเรา ถ้าเราห้องสุขาสะอาดแล้วเห็นความดับของอารมณ์ต่างๆ น้อยใจเกิดขึ้น
ความกลัวเกิดขึ้น อะไรๆ ไม่ชอบเกิดขึ้น ถ้าอย่างนั้นก็เป็นห้องสุขาสะอาดจริงๆ แล้ว
สมองมโนกรรมสะอาด ถ้าจะคิดก็คิดดี วจีกรรมสะอาดถ้าจะพูดก็พูดดี กายกรรมก็สะอาด
ถ้าจะแสดงออกก็ดี พอได้นะ คิดดี พูดดี ทำดี แล้วห้องสุขาของเราก็สวยงาม หอมด้วย
เสียงไพเราะด้วย ญี่ปุ่นก็มีนะห้องสุขาพอเข้าก็ดี แล้วปล่อยกลิ่นหอม ทุกวันนี้ก็สร้างพัฒนา
ห้องสุขา เข้ามาแล้วก็มีดนตรี มีเสียงที่พัฒนา เราก็สามารถทำได้ในจิตใจของเรานี้
ห้องสุขาสะอาดด้วยสติ ด้วยสัมปชัญญะ ด้วยหิริโอตะปะ ด้วยสมาธิ ด้วยปัญญา ถ้าเราจะคิด
ดี ทำดีก็เพิ่มสีสันความสะอาด ถึงอย่างไรก็ตามห้องสุขานี้แหละใช้เฉพาะส่วนตัว ใช้ได้คน
เดียว ก็เป็นการปฏิบัติของเรา ก็พยายามพิจารณาคิดดี คิดถูก แล้วจะมีความสุขได้

สรุปแล้วเราก็ต้องเชื่อมั่นว่าจิตของเรานี้เป็นประภัสสรผ่องใสอย่างเป็นธรรมชาติ พูดง่ายๆ
เรามีความสุขอยู่แล้วตั้งแต่ต้นแล้ว ถ้าเป็นน้ำ จิตใจของเราก็ใสสะอาด แต่การที่เรากระทบ
กันอยู่ทุกวันนี้ น้อยใจบ้าง เสียใจบ้าง โกรธบ้างสิ่งเหล่านี้ก็เป็นอะไรๆผสมเข้าไป น้ำก็จะ
เปลี่ยน ใจเราอย่างนี้สีดำ น้ำก็จะเปลี่ยนเป็นสีดำ ถ้าสีเขียวใส่มาแล้วก็น้ำจะเปลี่ยนเป็นสี
เขียว เราก็ต้องเข้าใจว่าน้ำสะอาดอยู่ที่ไหน น้ำสะอาดอยู่ที่น้ำไม่บริสุทธิ์ สบายใจอยู่ที่
ไหน สบายใจอยู่ที่ไม่สบายใจ เหตุการณ์ต่างๆ ตั้งแต่ร่างกายพอใจไม่พอใจอันนี้เป็นเพียง
การกระตุ้นจิตใจ การปฏิบัติที่สำคัญที่สุดก็พยายามสังเกตดู ไม่สบายใจเกิดขึ้นแล้วน้อม
จิต หรือว่าตั้งสติดูจุดๆ นั้นถ้าเราพูดภาษาธรรมะก็เรียกว่ารู้เท่าทันนะ ต้องดูที่นั่นไม่ใช่ดูที่
โน้น ใครนินทาไม่สบายใจเกิดขึ้น ไม่สบายใจแล้วพยายามปล่อยวางด้วยความรู้สึกตัว เข้า
ใจมีสติ มีสัมปชัญญะ มีความรู้สึกตัว ปล่อยวางได้เราก็สามารถเข้าใจ คิดดีคิดถูก คิดดี
พูดดี ทำดี เป็นแนวทางการปล่อยวางอยู่แล้ว ถ้าเราทำได้ก็เท่ากับว่าเรามีห้องสุขาสะอาด
ทั้งสะอาดทั้งสีสวย เราก็สามารถมีเสียงไพเราะคือคิดดี คิดดีก็มีเสียงไพเราะ ถึงแม้ว่าไม่
สบายใจก็ตาม คิดดีๆ ก็เป็นเสียงไพเราะ บ้างก็กลิ่นหอม ช่วงนี้คงได้เวลาพอสมควรแล้ว
ขอจบการแสดงธรรมเพียงแค่นี้ก่อน


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 08 ส.ค. 2009, 11:36 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 01 ส.ค. 2005, 10:46
โพสต์: 12075

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว www


สาธุ สาธุ สาธุค่ะ

ธรรมะสวัสดีค่ะ

รูปภาพ


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 11 ส.ค. 2009, 11:17 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
อาสาสมัคร
อาสาสมัคร
ลงทะเบียนเมื่อ: 09 ส.ค. 2009, 12:26
โพสต์: 23

อายุ: 0
ที่อยู่: ภาคตระวันออก

 ข้อมูลส่วนตัว


สาธุอนุโมทนาคะ :b8: :b8: :b8:

.....................................................
ทุกๆวินาทีมีค่ามหาศาลในการเกิดรีบสร้างกุศลตอนมีชีวิตอยู่เพื่อบำเพ็ญบารมีให้เต็ม


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 3 โพสต์ ] 

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 10 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร