วันเวลาปัจจุบัน 30 มิ.ย. 2022, 14:41  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


กฎการใช้บอร์ด


รวมกระทู้จากบอร์ดเก่า http://www.dhammajak.net/board/viewforum.php?f=7



กลับไปยังกระทู้  [ 1 โพสต์ ]    Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 05 พ.ค. 2022, 08:11 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-1
Moderators-1
ลงทะเบียนเมื่อ: 14 ก.ย. 2010, 20:29
โพสต์: 5056

แนวปฏิบัติ: พิจารณากาย
สิ่งที่ชื่นชอบ: มณีรัตน์,พระผู้เป็นดั่งผ้าขี้ร้วห่อทอง
อายุ: 34

 ข้อมูลส่วนตัว


รูปภาพ

หลวงปู่เหรียญ วรลาโภ
วัดอรัญญบรรพต
อ.ศรีเชียงใหม่ จ.หนองคาย

เราต้องทบทวนถึงประวัติความเป็นมาของพระพุทธเจ้าแต่ตอนพระองค์เป็นโพธิสัตว์ พระองค์ก็สร้างขันติบารมี เมตตาบารมีต่อสรรพสัตว์โลกทั้งหลายแม้ใครจะมาเบียดเบียนพระองค์ก็ไม่ตอบโต้ เหมือนอย่างแต่ครั้งหนึ่งพระองค์เป็นพญาช้างเผือกเลี้ยงแม่ตาบอดอยู่ในป่าแห่งหนึ่ง สมัยนั้นเรียกว่าคนมันน้อย ป่าไม้ก็มีหลาย สัตว์สาวาสิ่งก็อยู่สบายกันดี

คราวนี้มีพรานป่าคนหนึ่งเที่ยวป่าไปล่าเนื้อก็ไปเห็นพญาช้างเผือกนี้แหละสวยงาม กลับเข้าไปในเมืองก็ไปทูลพระราชาให้ทรงทราบ พระราชาก็ให้นายพรานคนนั้นแหละไปดักบ่วงหรือไปจับช้างเชือกนั้นมาจะให้รางวัลอย่างนี้นะ นายพรานคนนั้นก็ไปพยายามจับเอาพญาช้างเผือกจนได้ ได้แล้วก็นำมาถวายพระราชา พระราชาก็พระราชทานรางวัลให้นายพรานคนนั้นอย่างงดงามเทียว แล้วก็สร้างโรงช้างอย่างสวยงามให้อยู่อาศัย อาหารนั้นพระองค์เสวยอย่างไรก็เอาอย่างนั้นมาให้พญาช้างรับประทาน แต่พญาช้างก็กลืนไม่ลง ไม่ยอมกินอาหาร เอาหญ้ามาให้ก็ไม่กิน

บัดนี้พระราชาจึงไปถาม ทำไมจึงไม่กินหญ้ากินอาหาร เพราะอะไร คนแต่ก่อนมันพูดกับสัตว์ได้้ยังไงก็ไม่รู้ พญาช้างเผือกนั้นจึงตอบพระราชาว่า เหตุที่ไม่รับประทานของพระราชทานต่างๆ เหล่านี้ก็เพราะมานึกถึงมารดาตาบอดอยู่ในป่า ข้าพเจ้าได้เลี้ยงมารดาผู้ตาบอด หาอาหารมาให้มารดากิน เมื่อข้าพเจ้าถูกจับมาอยู่อย่างนี้แล้วมารดาก็อดอาหารเพราะตาบอดไปหากินอาหารก็ไม่ได้ อย่างนี้ข้าพเจ้าจึงกลืนอาหารไม่ลง นึกถึงมารดามาแล้วก็คงจะยอมตายกับมารดานั้นแหละถ้าหากว่าพระองค์ไม่มีเมตตาปล่อยให้ไปอยู่กับมารดาว่างั้น เพราะมารดาไหนๆ ก็ต้องตายแน่ ข้าพเจ้าผู้เป็นบุตรก็ขอตายตามว่างั้น พระราชาได้ฟังอย่างนั้นก็เลยสั่งให้ควาญช้างนะเอาพญาช้างเผือกไปปล่อยในป่าที่เดิม พญาช้างเผือกก็ได้ไปหามารดา นำหญ้านำใบไม้อะไรต่ออะไรไปให้มารดากิน เลี้ยงมารดาไปจนตลอดหมดอายุสังขาร

อันนี้พระโพธิสัตว์นั้นเกิดมาแม้เป็นเพียงสัตว์เดรัจฉานเพื่อนก็สร้างบารมีอย่างนั้นแหละ ไม่ได้ทำบุญอย่างอื่นก็เลี้ยงมารดาบิดาไป บังเอิญมารดาก็ตาบอดเสียอย่างนี้พระโพธิสัตว์ก็เลยต้องเลี้ยงไป ก็เป็นบุญบารมีของพระโพธิสัตว์เอง อย่างนี้นะ ประวัติความเป็นมาของพระพุทธเจ้า พระองค์เชื่อว่าบุญเท่านี้ที่จะนำคนให้พ้นทุกข์ไปได้ นอกจากบุญแล้วไม่มีอะไรที่จะทำคนให้พ้นจากทุกข์ในสงสารนี่ บุญน้อยก็พ้นไปไม่ได้ มันต้องสร้างให้มากๆ ถ้าจะให้พ้นทุกข์ไปจริงๆ แล้วก็ต้องสร้างไปจนบุญบารมีเต็มโน่นแหละ

เอ้า...จะกำหนดได้ยังไงว่าบุญเต็มน่ะ พระพุทธเจ้าทรงพยากรณ์ไว้แล้ว ผู้ที่ไม่ได้ปรารถนาเป็นพระพุทธเจ้าหรือเป็นผู้เอกหรือเป็นผู้ทรงคุณพิเศษอย่างอื่นใด เช่น อัครสาวกขวาซ้ายของพระพุทธเจ้าก็ดีหรือเป็นเอตทัคคะต่างๆ หมู่นี้ เป็นสาวกธรรมดานี่สร้างบารมีแสนกัปก็เต็มบริบูรณ์อย่างนั้น เมื่อบุญบารมีเต็มแล้วมันก็หากบันดาลให้ไปเกิดร่วมพระพุทธเจ้าพระองค์ใดพระองค์หนึ่ง ได้ฟังธรรมแล้วบางท่านก็ได้บรรลุมรรคผลในขณะฟังธรรมจบลง บางท่านก็ได้จำเอาธรรมะข้อปฏิบัติได้แล้วก็ไปฝึกหัดปฏิบัติฝึกตนอยู่ในที่สงบสงัดเข้าไปไม่นานก็ได้สำเร็จมรรคผลธรรมวิเศษไป บางท่านบางพวกก็ต้องบำเพ็ญอบรมฝึกฝนตนไป ฟังเทศน์ฟังธรรมไปทำบุญทำทานไป ไหว้พระนั่งภาวนาไป เพราะอินทรีย์บารมียังไม่แก่กล้ามากแต่ว่าหากจะเต็มบริบูรณ์ในชาตินั้นก็มี เมื่ออบรมอินทรีย์ไปๆ มันก็แก่ขึ้น แก่ขึ้นไป พออินทรีย์บารมีเข้าขั้นแล้วก็ได้บรรลุมรรคผล ในตำราท่านกล่าวไว้ อย่างต่ำก็ได้พระโสดาบันหรือพระสกิทาคามีหรือพระอนาคามีอย่างนี้ เมื่อหมดอายุสังขารแล้วท่านก็ไปเกิดในสุคติตามวาสนาบารมีของตนของตน อันนี้มันมีมาอย่างนี้ความประวัติเป็นมาของพระพุทธเจ้าและพระสาวกทั้งหลาย


:b47: :b47:

ส่วนหนึ่งจากพระธรรมเทศนาหัวข้อ
“ทางดำเนินของผู้มีปัญญา”


:b42: ทศชาติชาดก (๑๐ ชาติสุดท้ายก่อนตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้า)
http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=26&t=27523

:b42: เอตทัคคะ ผู้ประเสริฐสุดในทางใดทางหนึ่ง
http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=70&t=18706

:b45: :b45:

◇◆ ประวัติ ปฏิปทาและคำสอน “หลวงปู่เหรียญ วรลาโภ” ◆◇
http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=72&t=43689

:b44: ชวนอ่านพระธรรมเทศนาเต็มกัณฑ์เทศน์
ของ “หลวงปู่เหรียญ วรลาโภ”

http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=75&t=53080

.....................................................
"เกิดดับ..เกิดแล้วไม่ดับไม่มี"


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 1 โพสต์ ] 

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 5 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร