วันเวลาปัจจุบัน 30 ม.ค. 2020, 03:30  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


กฎการใช้บอร์ด


รวมกระทู้จากบอร์ดเก่า http://www.dhammajak.net/board/viewforum.php?f=8



กลับไปยังกระทู้  [ 344 โพสต์ ]  ไปที่หน้า ย้อนกลับ  1, 2, 3, 4, 5, 6 ... 23  ต่อไป  Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 03 มี.ค. 2009, 22:27 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
อาสาสมัคร
อาสาสมัคร
ลงทะเบียนเมื่อ: 27 ม.ค. 2009, 14:33
โพสต์: 60


 ข้อมูลส่วนตัว


เมื่อดวงแก้วแววตาต้องพร่าดับ
จังหวะใจระงับไม่กลับหวน
จะให้ร่ำร้องห่มกี่ลมครวญ
ก็ได้แค่ทบทวนที่ผ่านมา
ไม่สามารถเรียกคืนให้ฟื้นเช่น
ไม่สามารถให้เป็นเเหมือนก่อนหน้า
เมื่อสิ้นแล้วลาแล้วแววดวงตา
ก็ปิดลงนิทราตลอดกาล

.....................................................
ก้มกราบบ่อยๆ จะช่วยขจัดความหยิ่ง-ทะนงออกไป...


แก้ไขล่าสุดโดย ปลายฟ้า... เมื่อ 19 ส.ค. 2009, 22:47, แก้ไขแล้ว 1 ครั้ง

โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 03 มี.ค. 2009, 22:50 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
อาสาสมัคร
อาสาสมัคร
ลงทะเบียนเมื่อ: 27 ม.ค. 2009, 14:33
โพสต์: 60


 ข้อมูลส่วนตัว


***** โอ้...กาย ไม่นานหนอ บังเกิดก่อ แล้วกลับกลาย
ดุจฟอง แห่งน้ำหมาย แล้วแตกดับ ลงฉับพลัน
***** สิ้นลม แห่งหายใจ ชีพบรรลัย บ่กลับหัน
ห่อนมี สิ่งสำคัญ เพื่อประโยชน์ สักนิดเดียว
***** ทอดทิ้ง ดุจท่อนฝืน กลิ้งเหนือพิ้น สุธาเทียว
ฟองซ้ำ เน่าดำเขียว ส่งกลิ่นฟุ้ง บ่เว้นวาย
***** ดูเถิด ท่านทั้งหลาย บุรุษนาย คนานาง
ควรปลง ปัญญาทาง ปรมัต อรรถธรรม
***** พยาน ปรากฎแก่ จักษุแท้ บ่ปิดงำ
ควรคิด พินิจจำ หีบศพนั้น อันแล....เห็น ฯ

.....................................................
ก้มกราบบ่อยๆ จะช่วยขจัดความหยิ่ง-ทะนงออกไป...


แก้ไขล่าสุดโดย ปลายฟ้า... เมื่อ 19 ส.ค. 2009, 23:01, แก้ไขแล้ว 1 ครั้ง

โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 05 มี.ค. 2009, 21:13 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 23 ก.ค. 2008, 14:47
โพสต์: 1562

อายุ: 0
ที่อยู่: หิมพานต์

 ข้อมูลส่วนตัว www


กลอนภาคจิตภาวนา



ภาคสาธาร- ณูปการ ผ่านเสร็จสิ้น
เข้าสู่ถิ่น กรรมฐาน ด่านสุดหิน
หอบเสื่อหมอน นอนในกลด ซบบนดิน
กำหนดสิ้น จิตรู้ อยู่พงไพร

อยู่ในกลด พักแรม กลางแคมป์สน
อยู่ปะปน แมลง/มด จิตสดใส
จั๊กกระจั่น จิ้งหรีด หวีดเรไร
สัตว์น้อยใหญ่ ร้องเซ็งแซ่ แผ่ลำคอ :b48: :b48: :b48:

คราจะยืน ต้องกำหนด ถึงมดจะไต่
คราจะไป ต้องใจจด กำหนดหนอ
คราจะนั่ง กำหนดจิต สติคลอ
พองยุบหนอ เป็นเพื่อน ไม่เชือนแช

คราจะนอน ต้องเล็ง เพ่งหน้าท้อง :b41: :b41: :b41:
ให้เห็นพอง เห็นยุบยิบ จิตแน่วแน่
มีสติ ทุกคืนวัน ไม่ผันแปร
สาตัจจะ เผื่อแผ่ กระแสจินต์

อินทรยะ สังวรศีล คือถิ่นพัก
มุ่งตระหนัก ปาริสุทธิ์ วิมุติถวิล
ปาฏิโมกข์ สังวรระวัง ไม่พังภินท์
จวบจนสิ้น ปิดฉาก ภาคจิตภาวนา

.....................................................
อิมาหัง ภะคะวา อัตตะภาวัง ตุมหากัง ปะริจจะชามิฯ
ข้าแต่องค์สมเด็จพระผู้มีพระภาคเจ้า ข้าพระพุทธเจ้าขอมอบกายถวายชีวิต แด่พระพุทธเจ้า แด่พระธรรม แด่พระสงฆ์ นับแต่บัดนี้ตราบจนเข้าสู่พระนิพพาน


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 24 มี.ค. 2009, 11:39 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
อาสาสมัคร
อาสาสมัคร
ลงทะเบียนเมื่อ: 27 ม.ค. 2009, 14:33
โพสต์: 60


 ข้อมูลส่วนตัว


ชีวิตก็เปรียบเหมือนมายา
จับต้องไม่ได้ ยึดถือไม่ได้
ทนอยู่ได้ยากเหมือนกับเรามองเห็นแสงเงา
เราจะเห็นว่าเงานั้นเป็นสิ่งที่เรามองเห็นได้
แต่ว่าเราจับต้องยึดถืออะไรไว้ไม่ได้

ถ้าใครมองดูชีวิตของเราเป็นลักษณะเหมือนมายาอย่างนี้
ท่านจะรู้ว่าท่านจะใช้ชีวิตอย่างไร อย่างไม่ยึดมั่น ถือมั่น
ศักยภาพในการใช้ชีวิตของท่านจะดีขึ้น
ท่านจะทำหน้าที่นั้นอย่างคนที่ไม่ประมาทขาดสติ
แล้วเราจะรู้ว่าผลแห่งการทำหน้าที่นั้น
ก็คือปรากฏการณ์ที่เป็นผลที่เราจะภาคภูมิใจได้

ชีวิตเป็นสิ่งที่เปลี่ยนแปลง
เวลาที่เรานั่งอยู่บนริมสายน้ำ
เราจะเห็นว่าสายน้ำไหลไปเรื่อย ๆ ไม่มีสายน้ำที่หยุดไหล

ชีวิตของเราก็เป็นกระแสแห่งการไหลเรื่อย
ขอให้ท่านรู้สึกว่ากระแสแห่งการไหลเรื่อยนี้
จะมีเมล็ดพันธุ์แห่งการกระทำ
ที่ทำให้ท่านเกิดความภาคภูมิใจในการที่ได้เกิดมา
เรามองชีวิตตามความเป็นจริงอย่างนั้น

อย่าปฏิเสธสิ่งที่เกิดขึ้น
และขอให้ท่านมองเห็นประโยชน์ของสิ่งที่เกิดขึ้น
เพื่อการดำรงอยู่
และถักทอหล่อหลอมชีวิตของท่านกับสรรพชีวิตอื่น ๆ

สติปัญญาของเราสามารถที่จะทำให้สังคมของเราดีขึ้น
จงใช้ชีวิตของเราเปรียบเหมือนมายา
ทำหน้าที่ของเราแล้วไม่ปล่อยวางให้เป็น
ขอให้ท่านมีความสุขกับการกระทำทุก ๆ การกระทำ

.....................................................
ก้มกราบบ่อยๆ จะช่วยขจัดความหยิ่ง-ทะนงออกไป...


แก้ไขล่าสุดโดย ปลายฟ้า... เมื่อ 19 ส.ค. 2009, 22:59, แก้ไขแล้ว 1 ครั้ง

โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 27 มี.ค. 2009, 10:56 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
อาสาสมัคร
อาสาสมัคร
ลงทะเบียนเมื่อ: 27 มี.ค. 2009, 10:12
โพสต์: 905

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


รจนาภาษาเรียบง่ายจึ้ตรงจุด
สู่วิมุตติหลุดพ้นกว่าคำไหน
ตายก่อนตายหยุดคิดได้สว่างใจ
ไม่วาบไหวหวั่นหวามตามโลกย์รัก..

หลวงพ่อท่านนำทางธรรมสั้นกระชับ
รู้รำงับจับอิริยาบถให้รู้จัก
ความเคลื่อนไหวช้าช้าพาจิตพัก
หยุดทุกข์หนักทุกข์หนาพาพบธรรม..

คือ.กุศโลบายให้จิตจ่อ
เพียรอย่าท้อรู้ฝึกทุกคืนค่ำ
ยามใดเหงาเหว่ว้าวิบากกรรม
จงเพียรทำไร้น้ำตาหาใครมาปลอบใจ..

เพราะผู้ใดไหนเล่าจะช่วยเจ้า
หลุดพ้นเศร้าดายเดียวยามวูบไหว
เจ้าต้องอยู่กับเงาร้าวเปล่าเปลี่ยวใจ
ตราบสิ้นลมหายใจใครไปด้วยช่วยบอกที..

มาลำพังไปลำพังอย่าเขลาโง่
จงรีบโผล่บัวพ้นน้ำงามศักดิ์ศรี
ฝึกหยุดคิดนิมิตหมายนะคนดี
นิพพานที่นี่เดี่ยวนี้สิพบว่างกระจ่างใจ..

ณ..โลกนี้นาทีนี้ใช่โลกหน้า
เลิกเหว่ว้าลืมทางพรางหวั่นไหว
ไม่มีเขาเราอยู่ได้นะดวงใจ
เพราะจิตใสสิ้นทุกข์ได้ไร้ตัวตน...

ตามรอยธรรมรอยทองของพระพุทธ
เพียรรู้หยุดเลิกคิดได้ไร้สับสน
มองเข้าไปในจิตวิญญาณบ้านแห่งตน
สร้างกมลใสว่างพร่างแสงเพชรอัญมณี..!

.....................................................
"ก้มกราบบ่อยๆ ช่วยขจัดความหยิ่ง-ทะนงออกได้"


แก้ไขล่าสุดโดย ปลายฟ้า...ค่ะ เมื่อ 20 ส.ค. 2009, 00:52, แก้ไขแล้ว 4 ครั้ง.

โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 29 มี.ค. 2009, 22:26 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
อาสาสมัคร
อาสาสมัคร
ลงทะเบียนเมื่อ: 27 มี.ค. 2009, 10:12
โพสต์: 905

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


ลำพังอันเงียบงาม
ในท่ามโลกว่ายเวียนวน
จิตสงบพบกุศล
ดั่งอุบลชูช่อบาน

มืดแล้วสว่างสอนสัจจะ
ทุกข์ผัสสะให้พ้นผ่าน
สร้างความดีทุกวันวาร
มิรอนรานกับเพรงกรรม

เพียงเม็ดทรายธุลีหล้า
เกษมค่าได้พบธรรม
เส้นทางบุญได้หนุนนำ
ระรินร่ำเพาะบ่มใจ

ฝึกจิตสว่างว่าง
รู้ปล่อยวางทุกข์เป็นไป
หนึ่งแท้แน่เหนือใด
อัญมณีภายในโชติตระการ...!

.....................................................
"ก้มกราบบ่อยๆ ช่วยขจัดความหยิ่ง-ทะนงออกได้"


แก้ไขล่าสุดโดย ปลายฟ้า...ค่ะ เมื่อ 20 ส.ค. 2009, 00:51, แก้ไขแล้ว 2 ครั้ง.

โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 31 มี.ค. 2009, 09:14 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
อาสาสมัคร
อาสาสมัคร
ลงทะเบียนเมื่อ: 27 มี.ค. 2009, 10:12
โพสต์: 905

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


:b41: :b41: หยาดมณี :b41: :b41:

ฉัพพรรณรังสีแวววับพราวใส
หยาดไฉไลน้ำค้างพลางเปล่งสี
แสงสะท้อนแวววับนับอัญมณี
ที่เฉิดฉวีหยดพริ้งอิงล้วนอนันต์

ละอองพราวขาวไสวสู่ใบพฤกษ์
ล้วนขลับผลึกแก้วไสววิไลสวรรค์
ถ้อยสำเนียงเสียงขลุ่ยนางไม้พลัน
ทำนองสรรค์แว่วหวิวพลิ้วรัญจวน

อรรถรสหวานโอษฐ์โสตถ์เสนาะ
แสนไพเราะกังวานผ่านแมนสวน
เหล่าสาวสวรรค์รื่นรมย์ภิรมย์ชวน
ความงามล้วนเหินสล้างน้ำค้างไพร

พระพายพัดไหวเอนสิ่งเน้นเพริศ
มุมบรรเจิดประกายวลัยขจายไสว
ส่งสีสรรค์เปลี่ยนวับจับแกว่งไกว
สะท้อนไกลสิ่งอนันต์อันเพริศพรม

หยดหยาดมณีเฉวียนเวียนพิสุทธิ์
งามผ่องผุดแววพรรณอันเลิศสม
ยิ่งสรรค์พริ้งสิ่งเพริศเลิศสล้างชม
ล้วนภิรมย์ต่อสวรรค์วลัญช์ขจาย

แสงแห่งหยดหลากหลายในน้ำค้าง
ล้วนท่ามกลางพงไพรพรายเฉิดฉาย
เสียงพลิ้วขลุ่ยรัญจวนโสตถ์มากมาย
หวานเกรียงไกรพฤกษาฝากฟ้าสราญ

ยามแสงอุษาอุบัติพลัดสิ่งพราก
เลือนรางจากพงไพรไร้ประสาน
แว่วเสียงขลุ่ยจางหายไร้เบิกบาน
อารัญกาลเหือดหายสลายจันทรา

ต่างหลบหนีแฝงลับกับแสงสูรย์
มวลสมดุลธรรมชาติพลาดเสน่หา
หยาดน้ำค้างสีสวรรค์สุดพรรณนา
ล่วงโรยลาพฤกษ์ไพรไร้หยาดมณี.

:b48: :b48: แก้วประเสริฐ. :b48: :b48:

.....................................................
"ก้มกราบบ่อยๆ ช่วยขจัดความหยิ่ง-ทะนงออกได้"


แก้ไขล่าสุดโดย ปลายฟ้า...ค่ะ เมื่อ 20 ส.ค. 2009, 00:50, แก้ไขแล้ว 1 ครั้ง

โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 01 เม.ย. 2009, 15:41 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
อาสาสมัคร
อาสาสมัคร
ลงทะเบียนเมื่อ: 27 มี.ค. 2009, 10:12
โพสต์: 905

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


เกิดมาเป็น ชีวิต จงคิดเถิด
ว่าโชคดี ที่ได้เกิด ด้วยกุศล
มีสมญา เรียกชื่อ ว่าคือ (คน)
นั่นคือผล บุญกรรม ที่ทำมา

ต่างจากสัตว์ เดรัจฉาน สันดานยาบ
เพราะเคยบาป เกลือกกลั้ว ชั่วหนักหนา
ในชาตินี้ ไม่มีบุญ หนุนนำพา
ในชาติหน้า ไม่พ้นกรรม ต้องจำทน

แต่มนุษย์ เรานี้ โชคดีกว่า
ก็เพราะว่า มีช่องทาง สร้างกุศล
ศีลรักษา สมาธิ บำเพ็ญตน
เกิดเป็นคน จึงควรทำ แต่กรรมดี

.....................................................
"ก้มกราบบ่อยๆ ช่วยขจัดความหยิ่ง-ทะนงออกได้"


แก้ไขล่าสุดโดย ปลายฟ้า...ค่ะ เมื่อ 20 ส.ค. 2009, 00:50, แก้ไขแล้ว 2 ครั้ง.

โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 01 เม.ย. 2009, 15:53 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
อาสาสมัคร
อาสาสมัคร
ลงทะเบียนเมื่อ: 27 มี.ค. 2009, 10:12
โพสต์: 905

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


จงจำไว้ว่า

มีเวลาที่สำคัญที่สุดเวลาเดียว คือ ปัจจุบัน

ช่วงขณะปัจจุบันเท่านั้นที่เป็นเวลาที่เราเป็นเจ้าขอ งอย่างแท้จริง

บุคคลที่สำคัญที่สุดก็คือ คนที่เรากำลังติดต่ออยู่ คนที่อยู่ต่อหน้าเรา

เพราะเราไม่รู้ว่าอนาคตเราจะมีโอกาสได้ติดต่อกับใครอ ีกหรือไม่

และ ภารกิจที่สำคัญที่สุดก็คือ

การทำให้คนที่อยู่กับเราขณะนั้นๆมีความสุข

เพราะนั่นเป็นภารกิจอย่างเดียวของชีวิต

เราจะทำอย่างไรจึงจะสามารถอยู่กับปัจจุบัน อยู่กับคนรอบข้างเรา

ช่วยลดความทุกข์และเพิ่มความสุขแห่งชีวิตเหล่านั้น

คำตอบก็คือ เราจะต้องฝึกสติ

.....................................................
"ก้มกราบบ่อยๆ ช่วยขจัดความหยิ่ง-ทะนงออกได้"


แก้ไขล่าสุดโดย ปลายฟ้า...ค่ะ เมื่อ 20 ส.ค. 2009, 00:49, แก้ไขแล้ว 2 ครั้ง.

โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 03 เม.ย. 2009, 20:33 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
อาสาสมัคร
อาสาสมัคร
ลงทะเบียนเมื่อ: 27 มี.ค. 2009, 10:12
โพสต์: 905

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


ท่องไปใต้ฟ้ากว้าง ณ เถื่อนทางระหว่างไพร
ซอกซอนตะลอนไป เพื่อเสาะสิ่งประโลมจินต์

ป่าแล้งและแห้งเหี่ยว ธารสายเดียวไหลรวยริน
กรายใกล้ค่อยได้ยิน เสียงน้ำไหลในท้องธาร

เหงื่อหยดรินรดหน้า เพื่อนว่าบ้ามากันดาร
หน้าร้อนมิเบิกบาน เหมือนฝน-หนาว ก็เข้าใจ

เพียงคิดชีวิตนี้ เคยทำดีมาเท่าใด
เหนื่อยนี้ยังน้อยไป หากชีวิตมิปลิดปลง

ต้นไม้มิเคยปลูก ลูกนกจับมาใส่กรง
ซื้อโฟมลอยกระทง ทิ้งกระดาษใช้หน้าเดียว

จึงอยากเห็นต้นน้ำ จะลึกล้ำและไหลเชี่ยว
ขุ่นใสเท่าใดเชียว หรือพลุ่งพุทะลุมา

เพียงเพื่อจะปลอบใจ เรายังไม่ลุโสดา
ขุนเขาก่อธารา เราแค่คนมิมีใด

ท่านสืบกล้ายิงตัว แค่นี้กลัว โถหัวใจ
แบกเป้มาบุกไพร เพื่อชดเชยชดใช้กรรม

ดื่มกินกระสินธุ์แล้ว ใจผ่องแผ้วแล้วเห็นธรรม
ธารใสที่ไหลนำ ลงเลี้ยงโลกให้ชุ่มเย็น

แท้จริงไม่กว้างใหญ่ ไม่หลั่งไหลเท่าอยากเห็น
ไยคนยังอยากเป็น ผู้ยิ่งใหญ่เพื่อใดกัน

.....................................................
"ก้มกราบบ่อยๆ ช่วยขจัดความหยิ่ง-ทะนงออกได้"


แก้ไขล่าสุดโดย ปลายฟ้า...ค่ะ เมื่อ 20 ส.ค. 2009, 00:49, แก้ไขแล้ว 2 ครั้ง.

โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 06 เม.ย. 2009, 23:08 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
อาสาสมัคร
อาสาสมัคร
ลงทะเบียนเมื่อ: 27 มี.ค. 2009, 10:12
โพสต์: 905

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


ถักดอกไม้มาวางในอ้อมตัก
ทายทักทุกดวงใจผู้สิ้นหวัง
เรียนรู้โลกโศกสุขไร้จีรัง
ประดุจดั่งเมฆน้อยลอยลา

ให้อดีตลืมเลือนล่วงลับ
อย่านึกนับห่วงหา
อนาคตอีกนานรอเวลา
ปัจจุบันปรารถนาสิ่งใด

หากถามฉันขอคำตอบ
กระซิบบอกความจริงยิ่งใหญ่
สำหรับจิตขวัญอัญมณีไพร
แท้ไซร้เพียงความเงียบสงบงาม

อยู่กับเดียวดายหมายพบโลก
ที่สอนโศกทุกข์ทนรู้มองข้าม
เพียงว่างเปล่าลบเงากรรมเฝ้าติดตาม
คือนิยามความหมายชีวิตนิจนิรันดร์...!

.....................................................
"ก้มกราบบ่อยๆ ช่วยขจัดความหยิ่ง-ทะนงออกได้"


แก้ไขล่าสุดโดย ปลายฟ้า...ค่ะ เมื่อ 20 ส.ค. 2009, 00:48, แก้ไขแล้ว 2 ครั้ง.

โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 08 เม.ย. 2009, 21:45 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
อาสาสมัคร
อาสาสมัคร
ลงทะเบียนเมื่อ: 27 มี.ค. 2009, 10:12
โพสต์: 905

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


เกิดชาตินี้ เร่งทำดีกัน ไว้เถิด
สัตว์ประเสริฐ มนุษย์เลิศ กันทั้งหลาย
อย่ามัวคิด สร้างบุญดี ก่อนวันตาย
ร่างสลาย ช้าเร็วไว ใครรู้ทัน

ไม่อาจสร้าง บุญดี ลบกรรมผิด
ที่ลดลิด ความเลว ให้น้อยนั่น
เรื่องดีชั่ว ล้วนแยก ผิดแปลกกัน
คนละชั้น เหมือนสวรรค์ อเวจี

เมื่อกาลก่อน คงทำบุญ อยู่เป็นนิจ
แม้จากจิต คนละภพ คนละที่
จึงเกิดมา เป็นมนุษย์ สุขทวี
โอกาสมี ทำความดี นี้กว่าใคร

ให้รู้ซึ้ง ถึงสิ่งควร ปฏิบัติ
กฎบัญญัติ ศีลทั้งห้า ว่าไฉน
ไม่ได้สร้าง ความดี แถมขาดทุน
จิตหมองขุ่น ด้วยความเมา เศร้าชีวิน

อันศีลห้า เป็นพื้นฐาน แห่งชีวิต
ใครดึงจิต ให้ทำได้ สุดถวิล
ปวงผลบุญ จะเพิ่มพูน เป็นอาจินต์
มาถือศีล กันเถิด เกิดเป็นคน

.....................................................
"ก้มกราบบ่อยๆ ช่วยขจัดความหยิ่ง-ทะนงออกได้"


แก้ไขล่าสุดโดย ปลายฟ้า...ค่ะ เมื่อ 20 ส.ค. 2009, 00:48, แก้ไขแล้ว 3 ครั้ง.

โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 09 เม.ย. 2009, 22:14 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
อาสาสมัคร
อาสาสมัคร
ลงทะเบียนเมื่อ: 27 มี.ค. 2009, 10:12
โพสต์: 905

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


ข้าวก้นบาตรหว่านไหวลงในดิน
ต่างจิกกินเศษบุญอุ่นอิ่มหนำ
อิ่มพระพุทธอิ่มสุขทุกกลืนคำ
อิ่มลึกล้ำลำนำแผ่เมตตา

ทุกชีวิตสามัญของวันนี้
คือเสรีเส้นทางต่างค้นหา
เพื่อไปสู่อิสระแห่งวิญญาญ์
สู่ปรมัตถ์สัจจาพระนิพพาน

ชีวิตน้อยหมุนเวียนรอยเกวียนกง
ต่างจบลงกรงกลัดวัฏสงสาร
แม้นไม่พ่ายสิ่งใดในดงมาร
หากต้องแพ้สังขารอนิจจัง

เมื่อแดดใหม่ทอแสงสู่แหล่งหล้า
เถิดนกกาหากินอย่าสิ้นหวัง
หากทุกอย่างสิ้นไปไม่จีรัง
เพียงรับฟังธรรมะจากพระพุทธ

เห็นไหมนั่นเส้นทางกลางท้องนา
เมื่อบุปผาบานแต้มแย้มสายหยุด
คือวิถีอันงดงามความวิมุตติ
กลางประทุษสังคมนิยมเมือง

ความหมายใดจะยิ่งใหญ่ไปกว่านี้
ยามสะแบงบานคลี่ในฟ้าเหลือง
ประสานเสียงสกุณาฟ้ารองเรือง
สุขนองเนืองสถิตอยู่มิรู้ร้าง

.....................................................
"ก้มกราบบ่อยๆ ช่วยขจัดความหยิ่ง-ทะนงออกได้"


แก้ไขล่าสุดโดย ปลายฟ้า...ค่ะ เมื่อ 20 ส.ค. 2009, 00:45, แก้ไขแล้ว 2 ครั้ง.

โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 13 เม.ย. 2009, 16:46 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
อาสาสมัคร
อาสาสมัคร
ลงทะเบียนเมื่อ: 27 มี.ค. 2009, 10:12
โพสต์: 905

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


วันปีใหม่ ของไทย สมัยเก่า
ไม่เคยเศร้า สุขสันต์ วันนี้เอ๋ย
สงน้ำพระ ร่วมพบปะ คนคุ้นเคย
สุขจังเลย เล่นน้ำ กันฉ่ำใจ

เล่นสาดน้ำ สนุกกัน วันยันค่ำ
มีร้องรำ และขอพร จากผู้ใหญ่
ทำอาหาร ทานกัน สำราญใจ
พี่คว้าไมค์ อ่านกลอนรัก ฝากน้องยา

ทั้งสามวัน สามคืน ชื่นสนุก
ให้หมดทุกข์ ไปเลย นะน้องจ๋า
ใกล้จะถึง อีกแล้ว ที่สัญญา
นัดกันมา เล่นกัน วันสงกรานต์

ประเพณี ของไทย ควรรักษา
เปรียบชีวา มีไว้ ให้ลูกหลาน
สูงคุณค่า มากแท้ แต่โบราณ
เทศกาล วันปีใหม่ ของไทยเอย

.....................................................
"ก้มกราบบ่อยๆ ช่วยขจัดความหยิ่ง-ทะนงออกได้"


แก้ไขล่าสุดโดย ปลายฟ้า...ค่ะ เมื่อ 20 ส.ค. 2009, 00:45, แก้ไขแล้ว 2 ครั้ง.

โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 16 เม.ย. 2009, 11:32 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
อาสาสมัคร
อาสาสมัคร
ลงทะเบียนเมื่อ: 27 มี.ค. 2009, 10:12
โพสต์: 905

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


..นกแก้วจอมซน..

กาล ครั้งหนึ่งเมื่อไม่นานมานี้ มีนกแก้วตัวหนึ่งน่ารักช่างพูดช่างเจรจา ชอบร้องเพลง ไปตามเรื่องราวด้วยความที่รักที่จะเจรจาและเสียงเพลง บรรเลงอักษร ไปตามเรื่องราวที่นกแก้วได้เจอะเจอมา จนมีบรรดาเพื่อนๆในป่าใหญ่ชื่นชอบ และรักที่จะฟังนกแก้วพูด ร้องเพลง ไปตามเรื่องราวในแต่ละวัน อย่างปกติสุข จนกระทั่งวันหนึ่ง.ได้มีโคแก่ ตัวหนึ่งได้เดินทางเข้ามาในป่าใหญ่แห่งนี้ นกแก้วก็ยังพาทีพูดคุยตามนิสัย นกช่างพูด ช่างเจรจาทักทายเป็นกัลยาณมิตร ในฐานะเป็นเจ้าบ้านที่ดี

โคแก่ตัวนี้นั่งมองนกแก้วตาปรือด้วยความชื่นชอบนกแก้วช่างพูด เหมือนดั่งสมาชิกในป่าใหญ่ และ แล้วปฏิบัติการของโคแก่ก็เริ่มขึ้น โดยการเลียนเสียงนกแก้ว ไม่ว่านกแก้วจะพูดอะไรโคแก่ตัวนี้ก็พูดตามแทบทุกถ้อยอักษร จนสมาชิกในป่าใหญ่และป่าใกล้เคียง เริ่มเข้ามาเชียร์ด้วยความสนุก นกแก้วเริ่มสงสัยว่า โคแก่ไร้ตัวตนตัวนี้ชื่ออะไร และแล้วโคแก่ตัวนี้ ก็ได้ส่งสารมาให้นกแก้ว อาศัยอยู่ในป่าแถบชายเมือง สวยงามแห่งหนึ่ง มีอาชีพเป็นโคที่คึกคะนองแม้จะอายุมากแล้ว (จริงๆโคอายุเท่านี้ต้องไปวัดไปวาได้แล้ว) อยากจะเลี้ยงดูนกแก้ว สงสารนกแก้วจับใจ เพราะบางทีนกแก้วก็ร้องเพลงสนุกสนาน ร้องเพลงเศร้านกแก้วก็เศร้าจนคนสงสาร ชีวิตอะไรจะเศร้ามากมายเช่นนั้น นกแก้วเริ่มมองโคแก่ด้วยความสงสารโดยไม่มี พื้นฐานที่จะรักโคแก่อย่างชู้สาว เป็นไปไม่ได้ในเมื่อนกแก้วคือนกแก้ว โคแก่คือโคแก่ จะรักกันได้อย่างไร ในเมื่อนกแก้วรู้ว่า ในป่าใหญ่ของโคแก่ มีแม่โคและลูกโคอีก2ตัว ที่อยู่ข้างหลัง

นกแก้วขอความสัมพันธ์แค่เพื่อนเท่านั้น นกแก้วพูดยังคงร้องรำทำเพลงเป็นปกติสุขภายใจป่าของตัวเองกับสมาชิกภายในบ้าน ด้วยความอึดอัด

ทุกครั้งที่มีการเลียนเสียงนกแก้ว โคแก่ก็จะเลียนเสียงแบบละลาบละล้วง จนถึงการจับเนื้อต้องตัวกันโดยที่คนทั่วไปคิดว่า นกแก้วกับโคแก่ มีอะไรกันภายนอกป่าแล้ว ตอนนี้นกแก้วพูดติดขัด อึดอัดมาก ขอร้องให้เพลาๆการเลียนแบบ อย่าเรียกที่รัก หรือแม้แต่การกอดจูบลูบแก้มอะไรปานนั้น โคแก่รับปากแต่ไม่หยุด ยังคงเลียนเสียงเรื่อยไป เพื่อนๆที่รู้จักนกแก้วเริ่มอึกอัดตาม มีการต่อว่า ทำไมโคแก่ไม่ให้เกรียติ นกแก้ว มันมากไปแล้ว นกแก้วได้แต่รับฟังแต่พูดไม่ออกว่าได้ขอร้องแล้ว แต่โคแก่ ไม่หยุดยังคงเลียนเสียงนกแก้ว(ข้อนี้นกแก้วผิดเองที่ไม่เข้มแข็งตัดบทเสีย แต่ทีแรก อาจเพราะสงสารโคแก่ที่ น่าสงสารชอบเล่าเรื่องที่แม่โคทารุณกรรมทางบ้านให้ฟัง)

นกแก้วยังคงเจรจาพาทีอยู่มนป่าใหญ่แห่งนั้นด้วยความอึดอัดบางทีจะร้องเพลงที ก็คิดไปหลายวันร้องไม่ออก ร้องออกไปก็คงมีคนเลียนเสียงพูด นานวันเข้า ก็มีเรื่องจนได้ โดยมีสุภาพสตรีแกะขาวฝูงหนึ่ง ได้เข้ามาเป็นแฟนคลับของโคแก่ ว่ารักมั่นคง หาไม่ได้แล้วโคสมัยนี้จะรักมั่นคง เหมือนโคแก่ มีสุภาพสตรีแกะขาวให้ท่าโคแก่จนน่าเกลียดก็มี นกแก้วเชื่อว่า ลูกแกะตัวเล็กๆ ในป่าใหญ่ก็มาก มาเห็นท่าทีสตรีที่ให้ท่าโคแก่ คงไม่ดีแน่ หมดความเป็นสุภาพชน ปัญญาชนไปในทันที

เรื่องของโคแก่บานปลายภายในป่าใหญ่ มีแกะขาวสตรีหลายตัวพยายามกลางอากาศ ให้ท่าโคแก่มอบรักให้โคแก่แม้ต่างวัยยังไงก็จะรัก นกแก้วกลายเป็นเป้าให้โจมตี) ไปแจรจาพาทีกับใครดั่งเคยมี ไม่ได้แล้วครานี้โดนหนักกว่าเดิม ตั้งกระทู้ว่ากันนกแก้วหลายใจ บ้างนกแก้วไม่จริงใจบ้าง นกแก้วออกอาการ งง ! มากมาย คิดกันไปได้อย่างไร นั่นมัน !สามีชาวบ้านนะ นกแก้วยอมเสียมารยาทนอกจอ (โดยการออกอาการยิ้มหยามเหยียดแกะขาวบางตัวที่ให้ท่าโคแก่ โดยคิดว่าตัวเอง ขาดความรักมากมายขนาดต้องขอใครสักคนหรือ) ปกตินิสัยของนกแก้วมักยอมแพ้คนดีอยู่แล้ว และเจรจาโดยมีมิตรภาพตราบสิ้นดินฟ้า

นกแก้วได้รู้ว่าได้ทำความ รำคาญให้สมาชิกในบ้านจึงออกมาได้มาเจอบ้านหลังหนึ่ง มีพลัง ของ ปัญญาชนอยู่เต็มเปี่ยม คงพอจะให้โคแก่ได้อาศัยไม่ไปยุ่งยากที่ป่าใหญ่ แห่งนั้น แล้วนกแก้วก็คงไป อยู่ในป่าดั่งเดิม แต่ผิดคาด นกแก้วได้รู้จัก สมาชิกบ้านแห่งนี้หลายท่านจากภูมิความรู้ ที่นำเสนอ รวมทั้งแกะน้อยสีทองตัวหนึ่ง น่ารัก เก่ง รอบรู้ไปทุกเรื่อง มีวุฒิการศึกษา ความกลัวว่าแกะสีทองจะได้รับอิทธิพลในความไม่รู้ เท่าทัน ของใครบางคน จนทำให้เกิดกรณีแบบนี้ขึ้นมา ปรึกษาหลายท่าน จะทำอย่างไรดี สุดท้าย ก็ต้องกลับมา สายไปเสียแล้ว นกแก้วมาสายไปแล้วจริงๆ ..แล้วแต่จะเข้าใจกันนะคะว่าทำไมและทำไม...นกแก้วบินของมันรำพึงกับตัวเอง. เบาเบาว่า..มันเป็นเช่นนั้นเอง.. แล้วสัญญากับตัวเองว่าจะไม่บินกลับไปที่นั่นอีก

ประสบการณ์ครั้งนี้นกแก้วได้อะไรกลับมาบ้าง

นกแก้วได้เจอ..เพื่อนผู้ร่วมทุกข์..แม้จะเจรจาไม่กี่วัน..เขาก็รู้ว่านกแก้วพูดจริงและเชื่อมั่นในเพื่อน
นก แก้วได้เจอ..เวปบอรด์ของสื่อที่ใหญ่..แต่ไร้ความยุติธรรมในการแก้ปัญหา.. นิทานเรื่องนี้คือความจริง แต่เลือกที่จะปิดหูปิดตาผู้ที่อยากรู้ต้นสาย ปลายเหตุ..น่าเวทนาเวปบอร์ดแห่งนี้...ไม่น่าจะอยู่ในแวดวงการศึกษาเลย...

นก แก้วได้เรียนรู้ว่า..สังคมนอกบ้านกลอนน่ากลัวเหลือเกิน..ยามบินโดดเดี่ยวมัน เคว้งคว้าง พายุฝนที่โหมกระหน่ำ บีกของนกแก้วแทบต้านทานไม่ไหว ขอซุกปีกอยู่ในบ้านอันอบอุ่นดีกว่า
นกแก้วได้เรียนรู้ว่า...หน้ากากของคน ที่ได้ชื่อว่า..ผู้มีสติปัญญาด้อยค่าเหลือกำลังยามมีความหลงในอัตตา เลยได้ แต่รำพึง..มันเป็นเช่นนั้นเอง
นกแก้วประทับใจคอมเม้นของท่านหนึ่ง..บอกนกแก้วว่า

• ทุกเรื่องราวมีที่มาเสมอ
• เราเชื่อมั่นตัวเรา...เราเชื่อมั่นในเพื่อน
• กาลเวลา..จะช่วยพิสูจน์การกระทำของคน
• ภาพที่มองเห็นบางครั้งไม่สามารถอธิบายได้
• คนบางคนเราใช้เวลาชั่วชีวิตในการอ่าน ยังอ่านไม่ออก
• หนังสือบางเล่มอ่านจบหลายรอบ..ยังตีความไม่ได้..
• นับประสาอะไรล่ะเพื่อน กับผู้คนและเรื่องราวในโลกไซเบอร์
• อย่างที่เคยบอก..ปิดจอ ปิดใจ..อย่าเอาเรื่องไร้สาระมาบั่นทอนตัวเอง
• รักนะ....แล้วเจอกันนะ

นกแก้วได้แต่รำพึงว่า..นั่นสิหนังสือหน้านี้มีราคาแพงเหลือเกิน..

จากหน้าของนิทาน สอนใจจากโคแก่แกะสีทอง.

.....................................................
"ก้มกราบบ่อยๆ ช่วยขจัดความหยิ่ง-ทะนงออกได้"


แก้ไขล่าสุดโดย ปลายฟ้า...ค่ะ เมื่อ 20 ส.ค. 2009, 00:30, แก้ไขแล้ว 1 ครั้ง

แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 344 โพสต์ ]  ไปที่หน้า ย้อนกลับ  1, 2, 3, 4, 5, 6 ... 23  ต่อไป

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

่กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 1 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร


cron