วันเวลาปัจจุบัน 17 ก.ค. 2020, 00:29  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง




กลับไปยังกระทู้  [ 1 โพสต์ ]    Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 27 พ.ค. 2020, 14:22 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
อาสาสมัคร
อาสาสมัคร
ลงทะเบียนเมื่อ: 20 ก.พ. 2007, 20:39
โพสต์: 158


 ข้อมูลส่วนตัว


ขันธะวิมุตติ.สะมังคีธรรม

ยังมีท่านหนึ่ง .รักตัว .คิดกลัวทุกข์
อยากได้สุข .พ้นภัย .เที่ยวผายผัน
เขาบอก ว่า .สุขมี .ที่ไหน .ก็อยากไป
แต่เที่ยวหมั่น .ไปมา. อยู่ช้านาน
นิสัยท่าน.นั้นรักตัว .กลัวตายมาก
อยากจะพ้น .แท้ แท้ .เรื่องแก่ตาย

วันหนึ่งท่าน .รู้จริง.ทิ้งสมุทัย .พวกสังขาร
ท่านก็ ปะ. ถ้ำสนุก .สุขไม่หาย
เปรียบเหมือนดัง. กาย .นี้เอง
ชะโงกดู .ถ้ำสนุก .ทุกข์กลาย
แสนสบาย.รู้ตัว. เรื่องกลัว .นั้นเบา

ทำเมินไป.เมินมา .อยู่หน้าเขา
จะกลับไป .ป่าวร้อง .ซึ่งพวกพ้องเล่า
ก็กลัวเขา .เหมาว่า. เป็นบ้าบอ
สู้อยู่ผู้เดียว .หาเรื่อง. เครื่องสงบ
เป็นอัน จบ
เรื่องคิด .ไม่ติดต่อ
ดีกว่าเที่ยว .รุ่มร่าม .ทำสอพลอ
เดี๋ยวถูกยอ
ถูกติ .เป็นเรื่อง. เครื่องรำคาญฯ

ยังมีบุรุษ .คนหนึ่งอีก .กลัวตาย. น้ำใจฝ่อ
มาหาแล้ว .พูดตรง ๆ .น่าสงสาร
ถามว่าท่าน .พากเพียรมา .ก็ช้านาน
เห็นธรรมที่จริง .แล้วหรือยัง .ที่ใจหวัง
เอ๊ะ! ทำไมจึง รู้ใจฉัน
บุรุษนั้น .ก็อยากอยู่อาศัย
ท่านว่าดีๆ.ฉันอนุโมทนา
จะพาดูเขาใหญ่ .ถ้ำสนุก .ทุกข์ไม่มี

คือกายคตาสติภาวนา
ชมเล่นให้เย็นใจ .หายเดือดร้อน
หนทางจร
อริยะวงศ์
จะไปหรือไม่ไป. ฉันไม่เกณฑ์
ใช่หลอกเล่น. บอกความ .ให้ตามจริง

แล้วกล่าวปฤษณา .ท้าให้ตอบ
ปฤษณา .นั้นว่า

ระวิง .คืออะไร
ตอบว่า .วิ่งเร็ว .คือวิญญาณ .อาการไว
เดินเป็นแถว .ตามแนวกัน
สัญญาตรง
ไม่สงสัย
ใจอยู่ใน .วิ่งไปมา
สัญญาเหนี่ยว .ภายนอก
หลอก ลวงจิต
ทำให้คิด .วุ่นวาย .เที่ยวส่ายหา
หลอกเป็นธรรม
ต่าง ๆ
อย่าง มายา

ถามว่า ห้าขันธ์ .ใครพ้น .จนทั้งปวง
แก้ ว่า .ใจซิพ้น .อยู่คนเดียว
ไม่เกาะเกี่ยว .พัวพันติด .สิ้นพิษหวง
หมดที่หลง
อยู่เดียวดวง
สัญญาลวงไม่ได้.หมายหลงตามไป

ถามว่า. ที่ว่าตาย .ใครเขาตาย .ที่ไหนกัน
แก้ว่า .สังขารเขาตาย. ทำลายผล

ถามว่า. สิ่งใดก่อ. ให้ต่อวน
แก้ว่ากล
สัญญา .พาให้เวียน
เชื่อสัญญา. จึงผิด .ติดยินดี
ออกจากภพนี้ .ไปภพนั้น .เที่ยวหันเหียน
เลยลืมจิต .จำปิด .สนิทเนียน
ถึงจะเพียร .หาธรรม
ก็ไม่เห็น

ถามว่า
ใครกำหนด
ใครหมายเป็นธรรม
แก้ว่า
ใจกำหนด .ใจหมายเรื่อง.หา เจ้าสัญญานั้นเอง
คือว่า ดีคว้า
ชั่วผลัก
ติดรักชัง

ถามว่า .กินหนเดียว .ไม่เที่ยวกิน
แก้ว่า. สิ้นอยากดู.รู้ไม่หวัง
ในเรื่องเห็น .ต่อไป .หายรุงรัง
ใจก็นั่ง .แท่นนิ่ง .ทิ้งอาลัย

ถามว่า .สระ สี่เหลี่ยม. เปี่ยมด้วยน้ำ
แก้ว่า .ธรรมสิ้นอยาก .จากสงสัย
สะอาดหมด
.ราคี .ไม่มีภัย
สัญญาใน .นั้นพราก. สังขารขันธ์ .นั้นไม่กวน
ใจจึงเปี่ยม. เต็มที่. ไม่มีพร่อง
เงียบระงับ. ดวงจิต .ไม่คิดครวญ
เป็นของควร
ชมชื่น .ทุกคืนวัน

แม้ได้.สมบัติทิพย์ .สักสิบแสน
ก็ไม่เหมือน .รู้จริง. ทิ้งสังขาร
หมดความอยาก. เป็นยิ่ง. สิ่งสำคัญ
จำ อยู่ส่วนจำ .ไม่ก้ำเกิน
ใจไม่เพลิน .ทั้งสิ้น. หายดิ้นรน

เหมือนดังว่า. กระจก.ส่อง เงาหน้า
แล้วอย่าคิด. ติดสัญญา
เพราะว่าสัญญานั้น .เหมือนดังเงา
อย่าได้เมา .ไปตามเรื่อง. เครื่องสังขาร
ใจขยับ. จับใจ. ที่ไม่ปน
ไหวส่วนตน
รู้แน่ .เพราะแปรไป
ใจไม่เที่ยง .ของใจ .ใช่ต้องว่า
รู้ขันธ์ห้า .ต่างชนิด .เมื่อจิตไหว

แต่ก่อนนั้น .หลงสัญญา .ว่าเป็นใจ
สำคัญว่าใน .ว่านอก
จึงหลอก ลวง
คราวนี้ใจ .เป็นใหญ่. ไม่หมายพึ่ง
สัญญาหนึ่ง .สัญญาใด .มิได้หวง
เกิดก็ตาม .ดับก็ตาม .สิ่งทั้งปวง
ไม่ต้องหวง
ไม่ต้องกัน .หมู่สัญญา

เปรียบเหมือนขึ้น.ยอดเขา.สูงแท้ .แลเห็นดิน
แลเห็นสิ้น .ทุกตัวสัตว์
แก้ว่า .สูงยิ่งนัก. แลเห็น.เรื่องของตน
แต่ต้นมา
เป็นมรรคา .ทั้งนั้น. เช่นบันได

ถามว่า .น้ำขึ้นลง
ตรงสัจจัง.นั้นหรือ
ตอบว่า .สังขารแปร .แก้ไม่ได้
ธรรมดา .กรรมแต่ง .ไม่แกล้งใคร
ขืนผลักไส .จับต้อง .ก็หมองมัว .ชั่วในจิต
ไม่ต้องคิด .ขัดธรรมดา.สภาวะ.สิ่งเป็นจริงฯ

ดีชั่ว.ตามแต่เรื่องของเรื่อง .เปลื้องแต่ตัว
ไม่พัวพันสังขาร .เป็นการเย็น
รู้จักจริงต้องทิ้งสังขาร .ที่ผันแปร เมื่อแลเห็น
เบื่อแล้วปล่อย.ได้คล่อง .ไม่ต้องเกณฑ์
ธรรมก็เย็น .ใจระงับ .รับอาการ

ถามว่า .ห้าหน้าที่.มีครบกัน
ตอบว่า .ขันธ์ แบ่งแจก. แยกห้าฐาน
เรื่องสังขาร. ต่างกอง
รับหน้าที่ .มีกิจการ
จะรับงาน. อื่นไม่ได้ .เต็มในตัว
แม้ลาภยศ
สรรเสริญ .เจริญสุข
นินทาทุกข์ .เสื่อมยศ
หมดลาภทั่ว
รวมลงตามสภาพ .ตามเป็นจริง
ทั้งแปดอย่าง .ใจไม่หัน .ไปพันพัว

เพราะว่า.รูปขันธ์ก็.ทำแก่ไข้.มิได้เว้น
นามก็.มิได้พัก .เหมือนจักรยนต์
เพราะรับผล
ของกรรม
ที่ทำมา
เรื่องดี .พาเพลิดเพลิน .เจริญใจ
เรื่องชั่วขุ่น .วุ่นจิต .คิดไม่หยุด
เหมือนไฟจุด .จิตหมอง
ไม่ผ่องใส
นึกขึ้นเอง .ทั้งรัก.ทั้ง โกรธ .ไปโทษใคร
อยากไม่แก่ .ไม่ตาย .ได้หรือคน
เป็นของพ้น .วิสัย .จะได้เชย

เช่นไม่อยาก .ให้จิต. เที่ยวคิดรู้
อยากให้อยู่. เป็นหนึ่ง .หวังพึ่งเฉย
จิตเป็นของ
ผันแปร .ไม่แน่เลย
สัญญาเคย .อยู่ได้บ้าง .เป็นครั้งคราว

ถ้ารู้เท่า.ธรรมดา .ทั้งห้าขันธ์
ใจนั้น.ก็ขาวสะอาด .หมดมลทิน .สิ้นเรื่องราว
ถ้ารู้ได้ .อย่างนี้ .จึงดียิ่ง
เพราะเห็นจริง .ถอนหลุด .สุดวิถี
ไม่ฝ่าฝืน. ธรรมดา .ตามเป็นจริง
จะจนจะมี .ตามเรื่อง .เครื่องนอกใน

ดีหรือชั่ว .ต้องดับ .เลื่อนลับไป
ยึดสิ่งใด. ไม่ได้. ตามใจหมาย
ใจไม่เที่ยง .ของใจ .ไหววิบวับ
สังเกตจับ .รู้ได้ .สบายยิ่ง
เล็กบังใหญ่ .รู้ไม่ทัน. ขันธ์บังธรรมมิด.ผิดที่นี่
มัวดูขันธ์. ธรรมไม่เห็น. เป็นธุลีไป
ส่วนธรรม
มีใหญ่กว่าขันธ์ .นั้นไม่แล

ถามว่า. มีไม่มี. ไม่มีมี .นี้คืออะไร
ทีนี้ติด .หมดคิด .แก้ไม่ไหว
เชิญชี้.ให้ชัด .ทั้งอรรถแปล

โปรดแก้เถิด .ที่ว่าเกิด .มีต่าง ๆ .ทั้งเหตุผล
แล้วดับ .ไม่มีชัด .ใช่สัตว์คน
นี้ข้อต้น .มี-ไม่มี .อย่างนี้ตรง

ข้อปลาย .ไม่มี-มี .นี้เป็นธรรม
ที่ลึก ล้ำ
ใครพบ
จบประสงค์
ไม่มีสังขาร .มีธรรม
ที่มั่นคง
นั้นแลองค์ .ธรรมเอก .วิเวกจริง

ธรรมเป็นหนึ่ง .ไม่แปรผัน .เลิศภพ
สงบยิ่ง
เป็นอารมณ์ .ของใจ .ไม่ไหวติง
ระงับนิ่ง .เงียบสงัด .ชัดกับใจ

ใจก็สร่าง. จากเมา .หายเร่าร้อน
ความอยากถอน
ได้หมด
ปลดสงสัย
เรื่องพัวพันธ์ .ขันธ์ 5. ซาสิ้นไป
เครื่องหมุนใน .ไตรจักร .ก็หักลง
ความอยาก .ใหญ่ยิ่ง .ก็ทิ้งหลุด
ความรักหยุด .หายสนิท. สิ้นพิษหวง
ร้อนทั้งปวง .ก็หายหมด
ดังใจจงฯ

เชิญโปรดชี้.อีกอย่าง.หนทางใจ
สมุทัย .ของจิต .ที่ปิดธรรม
แก้ว่า .สมุทัย .กว้างใหญ่นัก
ย่อลงก็ คือ .ความรัก. บีบใจ .อาลัยขันธ์
ถ้าธรรมมี .กับจิต .เป็นนิจนิรันดร์
เป็นเลิกกัน .สมุทัย .มิได้มี

จงจำไว้ .อย่างนี้ .วิถีจิต
ไม่ต้องคิด .เวียน วน
จนป่นปี้
ธรรมไม่มี .อยู่เป็นนิจ .ติดยินดี
ใจตกที่ .สมุทัย .อาลัยตัว

ว่าอย่างย่อ .ทุกข์กับธรรม
.ประจำจิต
เอาจนคิด .รู้เห็นจริง. จึงเย็นทั่ว
จะสุขทุกข์ .เท่าไร. มิได้กลัว
สร่างจากเครื่องมัว .คือสมุทัย. ไปที่ดี
รู้เท่านี้ .ก็คลาย .หายร้อน
พอพักผ่อน .เสาะแสวง.หาทางหนี

จิตรู้ธรรม .ลืมจิต .ที่ติดธุลี
ใจรู้ธรรม
ที่เป็นสุข .ขันธ์ทุกข์แท้ .แน่ประจำ
ธรรมคงธรรม
ขันธ์คงขันธ์ .เท่านั้นแล
คำว่าเย็น .สบาย .หายเดือดร้อน
หมายจิตถอน
จากผิด .ที่ติดแท้

แต่ส่วน.สังขาระขันธ์ .ปราศจากสุข .เป็นทุกข์แท้
เพราะต้องแก่ .ไข้.ตาย .ไม่วายวัน
จิตรู้ธรรม
ที่ล้ำเลิศ
จิตก็ถอน
จากผิด .เครื่องเศร้าหมอง
ของแสลง
ผิดเป็นโทษ .ของใจ .อย่างร้ายแรง
เห็นธรรมแจ้ง. ถอนผิด .หมดพิษใจ

จิตเห็นธรรม
ดีล้น .ที่พ้นผิด
พบปะธรรม
เปลื้อง .เครื่องกระสัน
มีสติ .อยู่ในตัว .ไม่พัวพัน
เรื่องรักขันธ์ .ขาดสิ้น .หายยินดี
สิ้นธุลี .ทั้งปวง
หมดห่วงใย
ถึงจะคิด .ก็ไม่ห้าม .ตามนิสัย
เมื่อไม่ห้าม .กลับไม่ฟุ้ง. พ้นยุ่งไป

พึงรู้ได้ว่า .บาปมีขึ้น .เพราะขืนจริง
ตอบว่า บาป .เกิดได้. เพราะไม่รู้
ถ้าปิดประตู. เขลาได้ .สบายยิ่ง
ชั่วทั้งปวง .เงียบหาย. ไม่ไหวติง
ขันธ์ทุกสิ่ง .ย่อมทุกข์. ไม่สุขเลย

แต่ก่อน ข้าพเจ้า .มืดเขลา เหมือนเข้าถ้ำ
อยากเห็นธรรม
ยึดใจ .จะให้เฉย
ยึดความจำ .ว่าเป็นใจ .หมายจนเคย
เลยเพลินเชย .ชมจำ .ทำมานาน

ความจำผิด. ปิดไว้ .ไม่ให้เห็น
จึงหลงเล่น .ขันธ์ห้า .น่าสงสาร
ให้ยกตัว .อวดตน
พ้นประมาณ
เที่ยวระ ราน. ติคนอื่น .เป็นพื้นไป .ไม่เป็นผล
เที่ยวดูโทษ .คนอื่น .นั้นขื่นใจ
เหมือนก่อไฟ. เผาตัว .ต้องมัวมอม

ใครผิดถูก. ดีชั่ว .ก็ตัวเขา
ใจของเรา .เพียรระวัง .ตั้งถนอม
อย่าให้อะ.กุศล .วนมาตอม
ควรถึงพร้อม .บุญ กุศล .ผลสบาย

เห็นคนอื่น .เขาชั่ว .ตัวก็ดี
เป็นราคี .ยึดขันธ์ .ที่มั่นหมาย
ยึดขันธ์ .ต้องร้อนแท้ .เพราะแก่ตาย
เลยซ้ำร้าย. กิเลสกลุ้ม .เข้ารุมกวน

เต็ม ทั้งรัก .ทั้งโกรธ .โทษประจักษ์
ทั้งกลัวนัก .หนักจิต .คิดโหยหวน
ซ้ำอารมณ์ .กามห้า .ก็มาชวน
ยกกระบวน
ทุกอย่าง .ต่าง ๆ ไป
เพราะยึดขันธ์ .ทั้ง ๕ .ว่าของตน
จึงไม่พ้น .ทุกข์ภัย .ไปได้นา

ถ้ารู้โทษ .ของตัวแล้ว. อย่าชาเฉย
ดูอาการสังขาร. ที่ไม่เที่ยงร่ำไป .ให้ใจเคย
คงได้เชย.ชมธรรมะ .อันเอก. วิเวกจิต
ไม่เที่ยงนั้น. หมายใจ .ไหวจากจำ
เห็นแล้วซ้ำ .ดู ๆ .อยู่ที่ไหว
พออารมณ์.นอกดับ .ระงับไปหมด
ปรากฏธรรม
เห็นธรรมแล้ว .ย่อม หาย .วุ่นวายจิต .จิตนั้นไม่ติดคู่
จริงเท่านี้ .หมดประตู .รู้ไม่รู้ .อย่างนี้.วิถีใจ

รู้เท่าที่.ไม่เที่ยง .จิตต้น .พ้นริเริ่ม
คงจิตเดิม .อย่างเที่ยงแท้
รู้ต้นจิต .พ้นจากผิด .ทั้งปวงไม่ห่วง
ถ้าออกไป. ปลายจิต .ผิดทันที

คำที่ว่า.มืดนั้น .เพราะจิต .คิดหวงดี
จิตหวงนี้ .ปลายจิต .คิดออกไป
จิตต้นดี .เมื่อธรรมะ.ปรากฏ .หมดสงสัย
เห็นธรรมะ .อันเลิศล้ำโลกา
เรื่องคิดค้น .วุ่นหามาแต่ก่อน
ก็เลิกถอน
เปลื้องปลด
ได้หมดสิ้น
ยังมีทุกข์ .ต้องหลับนอน
กับกิน.ไปตามเรื่อง
ใจเชื่องชิด .ต้นจิต .คิดไม่ครวญ

ธรรมดา .ของจิต .ก็ต้องคิดนึก
พอรู้สึก .จิตต้น .พ้นโหยหวน
เงียบสงัด .จากเรื่อง .เครื่องรบกวน
ธรรมดา .สังขารปรากฏ .หมดด้วยกัน
เสื่อมทั้งนั้น .คงที่ .ไม่มีเลย

ระวังใจ .เมื่อจำ .ทำละเอียด
มักจะเบียด .ให้จิต .ไปติดเฉย
ใจไม่เที่ยง .ของใจ .ซ้ำให้เคย
เมื่อถึงเอย .หากรู้เอง .เพลงของใจ
เหมือนดัง .มายา .ที่หลอก ลวง
ท่านว่า .วิปัสสนูปกิเลส
จำแลงเพศ .เหมือนดังจริง .ที่แท้ไม่ใช่จริง

รู้ขึ้นเอง .หมายนาม .ว่าความเห็น
ไม่ใช่เช่น .ฟังเข้าใจ .ชั้นไต่ถาม
ทั้งตรึกตรอง
แยกแยะ .แกะรูปนาม
ก็ใช่ความ .เห็นเอง .จงเล็งดู

รู้ขึ้นเอง .ใช่เพลงคิด
รู้ต้นจิต. จิตต้น .พ้นโหยหวน
ต้นจิต .รู้ตัวแน่ .ว่าสังขาร. เรื่องแปรปรวน
ใช่กระบวน
ไปดู .หรือรู้อะไร

รู้อยู่ .เพราะหมายคู่ .ก็ไม่ใช่
จิตคง
รู้จิตเอง .เพราะเพลงไหว
จิตรู้ไหว ๆ .ก็จิต .ติดกันไป
แยกไม่ได้ .ตามจริง .สิ่งเดียวกัน
จิตเป็นสอง
อาการ .เรียกว่าสัญญา.พาพัวพัน
ไม่เที่ยงนั้น .ก็ตัวเอง .ไปเล็งใคร

ใจรู้เสื่อม .ของตัว .ก็พ้นมัวมืด
ใจก็จืด. สิ้นรส
หมดสงสัย
ขาดค้นคว้า .หาเรื่อง .เครื่องนอกใน
ความอาลัย .ทั้งปวง
ก็ร่วงโรย
ทั้งโกรธรัก .เครื่องหนักใจ .ก็ไปจาก
เรื่องใจอยาก. ก็หยุดได้ .หายหวนโหย
พ้นหนักใจ .ทั้งหลาย .โอดโอย
เหมือนฝนโปรยใจ .ใจเย็น .เห็นด้วยใจ

ใจเย็น .เพราะไม่ต้อง .เที่ยวมองคน
รู้จิตต้น .ปัจจุบัน .พ้นหวั่นไหว
ดีหรือชั่ว .ทั้งปวง
ไม่ห่วงใย
ต้องดับไป .ทั้งเรื่อง .เครื่องรุงรัง
อยู่เงียบ ๆ .ต้นจิต .ไม่คิดอ่าน
ตามแต่การ .ของจิต .สิ้นคิดหวัง
ไม่ต้องวุ่น .ต้องวาย .หายระวัง
นอนหรือนั่ง .นึกพ้น .อยู่ต้นจิต

ท่านชี้มรรค
ฟังหลักแหลม
ช่างต่อแต้ม .กว้างขวาง .สว่างไสว
ยังอีกอย่าง .ทางใจ. ไม่หลุด. สมุทัย
ขอจงโปรด .ชี้ให้ .พิสดาร. เป็นการดี

ตอบว่า .สมุทัย คือ.อาลัยรัก
เพลินยิ่งนัก. ทำภพใหม่ .ไม่หน่ายหนี
ว่าอย่างต่ำ .กามะคุณห้า. เป็นราคี
อย่างสูงชี้. สมุทัย. อาลัยฌาน

ถ้าจะจับ .ตามวิถี .มีในจิต
ก็เรื่องคิด .เพลินไป .ในสังขาร
เพลินทั้งปวง .เคยมา. เสียช้านาน
กลับเป็นการดีไป .ให้เจริญจิตไป. ในส่วนที่ผิด
ก็เลยแตก .กิ่งก้าน .ฟุ้งซ่านใหญ่
เที่ยวเพลินไป .ในผิด .ไม่คิดเขิน
สิ่งได้ชอบ
อารมณ์. ก็ชมเพลิน
เพลินจนเกิน .ลืมตัว .ไม่กลัวภัย
เพลินดูโทษ .คนอื่น .ดื่นด้วยชั่ว
โทษของตัว .ไม่เห็น. เป็นไฉน
โทษคนอื่น .เขามาก .สักเท่าไร
ไม่ทำให้. เราตก
นรกเลย ฯ

โทษของเรา .เศร้าหมอง
ไม่ต้องมาก
ส่งวิบาก .ไปตกนรก
แสนสาหัส
หมั่นดูโทษ .ตนไว้. ให้ใจเคย
เว้นเสีย .ซึ่งโทษนั้น
คงได้เชย .ชมสุข .พ้นทุกข์ภัย
เมื่อเห็นโทษ .ตนชัด .รีบตัดทิ้ง
ทำอ้อยอิ่ง .คิดมาก .จากไม่ได้

เรื่องอยากดี .ไม่หยุด .คือตัวสมุทัย
เป็นโทษใหญ่ .กลัวจะไม่ดี .นี้ก็แรง
ดีแลไม่ดี .นี้เป็นพิษ. ของจิตนัก
เหมือนไข้หนัก .ถูกต้อง .ของแสลง
กำเริบโรค .ด้วยพิษ .ผิดสำแลง
ธรรมไม่แจ้ง. เพราะอยากดี .นี้เป็นเดิม

ความอยากดี .มีมาก .มักลากจิต
ให้เที่ยวคิด .วุ่นไป .จนใจเหิม
สัพพะชั่ว .มัวหมอง
ก็ต้องเติม
ผิดยิ่งเพิ่ม. ร่ำไป .ไกลจากธรรม

ที่จริงชี้ .สมุทัยนี้ .ใจฉันคร้าม
ฟังเนื้อความ .ไปข้างนุง .ทางยุ่งยิ่ง
เมื่อชี้มรรค
ฟังใจ .ไม่ไหวติง
ระงับนิ่ง. ใจสงบ
จบกันที ฯ

อันนี้ชื่อว่า .ขันธะวิมุตติ สะมังคีธรรมะ
ประจำอยู่ กับที่ .ไม่มีอาการไป .ไม่มีอาการมา
สภาวธรรม .ที่เป็นจริง .สิ่งเดียวเท่านั้น
และไม่มี เรื่องจะแวะเวียน
สิ้นเนื้อความแต่เพียงเท่านี้
ผิดหรือถูกจงใช้ปัญญาตรองดูให้รู้เถิด

พระภูริทัตโต ฯ .มั่น .วัดสระประทุมวัน .เป็นผู้แต่ง

.....................................................
เมื่อเจ้าจักเห็น จงเห็นฉับพลัน พอตั้งต้นคิด หนทางปิดตัน


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 1 โพสต์ ] 

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 2 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร