วันเวลาปัจจุบัน 08 ส.ค. 2020, 11:16  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง




กลับไปยังกระทู้  [ 61 โพสต์ ]  ไปที่หน้า 1, 2, 3, 4, 5  ต่อไป  Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 17 มี.ค. 2010, 13:29 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 3
สมาชิก ระดับ 3
ลงทะเบียนเมื่อ: 17 มี.ค. 2010, 13:22
โพสต์: 176

แนวปฏิบัติ: ดูจิต
งานอดิเรก: อ่านหนังสือ,ฟังธรรมะ
อายุ: 0
ที่อยู่: อยู่กับปัจจุบัน

 ข้อมูลส่วนตัว


ดิฉันเคยคบกับผู้ชายคนหนึ่ง ซึ่งมารู้ภายหลังว่ามีลูกและภรรยาเรียบร้อยแล้ว หลังจากดิฉันทราบเรื่องทางผู้ชายบอกว่า ได้แยกกันอยู่กับภรรยา (ยังไม่ได้จดทะเบียนหย่า) แต่พอดิฉันทราบเรื่อง ก็เลยขอเลิก และถอยห่างออกมา เพราะทราบดีว่า มันเป็นเรื่องที่ผิดศีล และบาป
แต่ดิฉันคิดว่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นมันคือกรรมที่ดิฉันเคยได้ทำมา แต่ก็คิดต่อไปว่าบาปกรรมที่ดิฉันทำโดยไม่ได้เจตนาในครั้งนี้ จะส่งผลให้ดิฉันไม่เจอคู่แท้ของดิฉันรึเปล่าค๊ะ แต่ทุกวันนี้ดิฉันก็สวดมนต์นั่งวิปัสนา หมั่นทำความดีตลอดโดยไม่ย่อท้อ แล้วกรรมในครั้งนี้ดิฉันจะสามารถทำอย่างไรบ้างให้กรรมมันเบาบางลงบ้างค๊ะ

.....................................................
เรามีความตายเป็นธรรมดา ไม่ล่วงพ้นไปได้


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 17 มี.ค. 2010, 14:58 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 10
สมาชิก ระดับ 10
ลงทะเบียนเมื่อ: 16 ก.ย. 2009, 14:32
โพสต์: 874

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


ชื่นชมการตัดสินใจที่ถูกต้องนะค่ะ
คุณเป็นชาวพุทธที่ดี สิ่งที่คุณทำตอนนี้ถือเป็นกรรมดี
ขอให้ตั้งมั่นทำต่อไปค่ะ
เรื่องคู่แท้ มีหรือไม่ เขากำหนดมาแล้ว
ไม่ต้องไปดิ้นรนค้นหาหรอกค่ะ หากมีเขาจะมาเอง
ขอให้หมั่นทำกรรมดี เพื่อจะได้พบเจอแต่สิ่งที่ดีนะค่ะ


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 17 มี.ค. 2010, 18:08 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 2
สมาชิก ระดับ 2
ลงทะเบียนเมื่อ: 05 ต.ค. 2009, 17:14
โพสต์: 84

แนวปฏิบัติ: ตามดูจิต
งานอดิเรก: เลี้ยงแมว/ดูหนัง/เล่นเนต
สิ่งที่ชื่นชอบ: ธรรมะ
อายุ: 27

 ข้อมูลส่วนตัว


krathin เขียน:
ดิฉันเคยคบกับผู้ชายคนหนึ่ง ซึ่งมารู้ภายหลังว่ามีลูกและภรรยาเรียบร้อยแล้ว หลังจากดิฉันทราบเรื่องทางผู้ชายบอกว่า ได้แยกกันอยู่กับภรรยา (ยังไม่ได้จดทะเบียนหย่า) แต่พอดิฉันทราบเรื่อง ก็เลยขอเลิก และถอยห่างออกมา เพราะทราบดีว่า มันเป็นเรื่องที่ผิดศีล และบาป
แต่ดิฉันคิดว่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นมันคือกรรมที่ดิฉันเคยได้ทำมา แต่ก็คิดต่อไปว่าบาปกรรมที่ดิฉันทำโดยไม่ได้เจตนาในครั้งนี้ จะส่งผลให้ดิฉันไม่เจอคู่แท้ของดิฉันรึเปล่าค๊ะ แต่ทุกวันนี้ดิฉันก็สวดมนต์นั่งวิปัสนา หมั่นทำความดีตลอดโดยไม่ย่อท้อ แล้วกรรมในครั้งนี้ดิฉันจะสามารถทำอย่างไรบ้างให้กรรมมันเบาบางลงบ้างค๊ะ




กรรมที่เกิดจากความไม่รู้ หรือ ไม่เจตนา
ย่อมให้ผลของกรรมนั้นต่างจากคนที่รู้และเจตนาค่ะ
แต่ผลของกรรมยังคงมีอยู่อย่างแน่นอน แต่มันจะเบาบางมาก
และดิฉันก็เชื่อค่ะ ว่าตราบใดที่คุณยังคนหมั่นรักษาศีล ภาวนาแบบนี้
กรรมดี มันจะช่วยส่งผลให้คุณได้พบเจอคนที่เหมาะสม และยอมรับในสิ่งที่คุณเป็นได้อย่างแน่นอนค่ะ





.....................................................
จงขอบคุณเมื่อความทุกข์เกิด เพราะมันคือบทเรียนให้เราก้าวหน้า


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 17 มี.ค. 2010, 18:40 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 7
สมาชิก ระดับ 7
ลงทะเบียนเมื่อ: 20 พ.ย. 2009, 16:20
โพสต์: 537

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


krathin เขียน:
แต่พอดิฉันทราบเรื่อง ก็เลยขอเลิก และถอยห่างออกมา เพราะทราบดีว่า มันเป็นเรื่องที่ผิดศีล และบาป


:b35: :b35: :b35: :b35: :b35:
:b35: :b35: :b35: :b35: :b35:
สุดยอดครับ หญิงไทยใจเด็ด
ใจบุญอีกตะหาก

krathin เขียน:
แต่ดิฉันคิดว่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นมันคือกรรมที่ดิฉันเคยได้ทำมา แต่ก็คิดต่อไปว่าบาปกรรมที่ดิฉันทำโดยไม่ได้เจตนาในครั้งนี้ จะส่งผลให้ดิฉันไม่เจอคู่แท้ของดิฉันรึเปล่าค๊ะ แต่ทุกวันนี้ดิฉันก็สวดมนต์นั่งวิปัสนา หมั่นทำความดีตลอดโดยไม่ย่อท้อ แล้วกรรมในครั้งนี้ดิฉันจะสามารถทำอย่างไรบ้างให้กรรมมันเบาบางลงบ้างค๊ะ


ไม่ต้องกังวลในเรื่องกรรมหรอกครับ
หมั่นปฏิบัติธรรม ทำความดีต่างๆ ผมกรรมที่เกิดจากการไม่เจตนาครั้งนี้ มันก็เบาบางลงได้เอง


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 17 มี.ค. 2010, 18:48 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-2
Moderators-2
ลงทะเบียนเมื่อ: 21 ก.ย. 2007, 17:49
โพสต์: 1721

ที่อยู่: สุโขทัยธานี

 ข้อมูลส่วนตัว


krathin เขียน:
ถอยห่างออกมา เพราะทราบดีว่า มันเป็นเรื่องที่ผิดศีล และบาป


:b8: ขออนุโมทนาบุญนะเจ้าค่ะ กับการ ถอย ในครั้งนี้ถือว่าเป็นบุญกุศลค่ะ

ทุกอย่างเป็นเหตุ เป็นกรรมเก่าที่มาส่งผลทั้งนั้นค่ะ อยากทราบว่าชาติที่แล้วทำอะไรไว้ ก็ให้ดูผลของกรรมที่เราได้รับในชาตินี้

และหากอยากทราบว่า ชาติหน้าหรืออนาคตข้างหน้าจะเป็นเช่นไร ก็ต้องดูสิ่งที่ทำในปัจจุบันนี้ แหละค่ะ

คุณได้เดินทางที่ดีแล้ว ด้วยการถอยออกมาเพราะทราบว่ามันผิดศีล และได้ สร้างกุศลเสมอๆด้วยการ ปฏิบัติธรรม ถือว่าได้สร้างเหตุดีแล้วค่ะเพราะฉะนั้นผลในภายภาคหน้าก็จะดีเช่นกันส่วนเรื่องคู่แท้ไม่แท้อย่าเพิ่งสงสัยเลยนะคะ คนที่เราได้เคยกระทำวิบากกรรมร่วมกัน คงต้องมีได้เกิดมาชดใช้กัน มาช่วยเหลือกัน มาทำร้ายกันแน่นอนไม่ช้าก็เร็ว

หมั่นสร้างเหตุดีๆ ในปัจจุบันนี้ดีกว่านะเจ้าค่ะ........อนุโมทนาบุญค่ะกับการทำดี ไม่ว่าจะ ทาน - ศีล - ภาวนา สาธุ


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 17 มี.ค. 2010, 18:51 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 7
สมาชิก ระดับ 7
ลงทะเบียนเมื่อ: 05 พ.ย. 2009, 17:20
โพสต์: 532

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


ดูก่อนน้องหญิง การเวียนตายเวียนเกิดในโลกในสังสารวัฏนี้ ย่อมหนีไม่พ้นกรรม คือการเป็นผู้กระทำ หรือถูกกระทำไปได้ ไม่ว่าเจตนาหรือไม่เจตนา สิ่งที่น้องหญิงมีเป็นใช่จะเป็นเรื่องมาตอกย้ำผิด ถูก ให้หมองเศร้า กังวลไปใย จะว่าไปแล้วที่น้องหญิงมีคือหิริ โอตัปปะ ความละอาย เกรงกลัวต่อบาป นี้มันเลิศแล้ว ดีแล้ว ประเสริฐกว่าศีลข้อไหนๆ ซึ่งหายากในหมู่ชนทั้งหลาย การจะตกไปในที่ชั่ว ที่ต่ำย่อมไม่มีสำหรับผู้มีคุณธรรมในข้อนี้ อย่าไปกังวลใจเลย


แก้ไขล่าสุดโดย yodchaw เมื่อ 17 มี.ค. 2010, 18:52, แก้ไขแล้ว 1 ครั้ง

โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 18 มี.ค. 2010, 06:35 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-1
Moderators-1
ลงทะเบียนเมื่อ: 31 พ.ค. 2009, 02:41
โพสต์: 5637

แนวปฏิบัติ: พอง ยุบ
ชื่อเล่น: เจ
อายุ: 0
ที่อยู่: USA

 ข้อมูลส่วนตัว www


เรากำลังใชัหนี้กันอยู่ค่ะ
คุณใช้หนี้หมดไปบ้างแล้ว...
ไม่สร้างหนี้ใหม่..เชื่อว่า
สักวันหนึ่งหนึ้ก็ต้องหมด......... :b41:

ขอชื่นชมการตัดสินใจของคุณ
ด้วยความจริงใจ...ถ้าผู้หญิงเราคิดอย่างคุณสักครึ่งหนึ่ง
เราคงทุกข์เรื่องความรักน้อยกว่านี้อีกเยอะ.... :b17:

คิดดี ทำดี...ก็ต้องได้รับสิ่ที่ดีตอบแทน...
ขอให้โชคดีนะค่ะ :b48:

.....................................................
"มิควรหวังร่มเงาจากก้อนเมฆ"


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 25 มี.ค. 2010, 15:46 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกใหม่
สมาชิกใหม่
ลงทะเบียนเมื่อ: 17 มี.ค. 2010, 11:42
โพสต์: 4

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


ฉันเองก็เจอแบบเดียวกันกับคุณเช่นกันค่ะ
แต่คุณโชคดีนะคะที่ผู้ชายยอมเลิกไป
สำหรับฉันแล้วทำทุกวิธีทางเค้าก็ไม่ยอมเลิก
ทุกวันนี้ชีวิตสับสนมากอยู่แบบตายทั้งเป็นทุกวัน
ไม่รู้เมื่อไหร่จะหมดเวรหมดกรรมกันสักที่ค่ะ


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 25 มี.ค. 2010, 16:29 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 17 มิ.ย. 2008, 22:40
โพสต์: 1769

แนวปฏิบัติ: กินแล้วนอนพักผ่อนกายา
งานอดิเรก: ปลุกคน
สิ่งที่ชื่นชอบ: Tripitaka
ชื่อเล่น: สมสีสี
อายุ: 0
ที่อยู่: overseas

 ข้อมูลส่วนตัว


น้ำเน่าในเงาจันทร์:

อ้างคำพูด:
ฉันเองก็เจอแบบเดียวกันกับคุณเช่นกันค่ะ
แต่คุณโชคดีนะคะที่ผู้ชายยอมเลิกไป
สำหรับฉันแล้วทำทุกวิธีทางเค้าก็ไม่ยอมเลิก
ทุกวันนี้ชีวิตสับสนมากอยู่แบบตายทั้งเป็นทุกวัน
ไม่รู้เมื่อไหร่จะหมดเวรหมดกรรมกันสักที่ค่ะ


เขาผูกคุณไว้ด้วยเครื่องพัธนาการหรือครับ?...หรือเขาทำเช่นไรจึงทำให้คุณต้อง "อยู่แบบตายทั้งเป็นทุกวัน"...มีอยู่หลายวิธีการในโลกที่เราสามารถเลือกใช้เพื่อยุติเวรกรรมได้ และไม่ต้องรอถามใครๆว่า"ไม่รู้เมื่อไหร่จะหมดเวรหมดกรรมกันสักที่"...อย่างน้อยที่สุดคือการหลีกหนีให้ห่างคนชั่ว ข้อนี้น่าจะทำได้หากไม่ถูกผูกมัดพันธนาการครับ.. :b1:

.....................................................
ศีล ๕ รักษาตนไม่ให้เกิดในอบายภูมิ


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 26 มี.ค. 2010, 03:54 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-1
Moderators-1
ลงทะเบียนเมื่อ: 31 พ.ค. 2009, 02:41
โพสต์: 5637

แนวปฏิบัติ: พอง ยุบ
ชื่อเล่น: เจ
อายุ: 0
ที่อยู่: USA

 ข้อมูลส่วนตัว www


น้ำเน่าในเงาจันทร์ เขียน:
ฉันเองก็เจอแบบเดียวกันกับคุณเช่นกันค่ะ
แต่คุณโชคดีนะคะที่ผู้ชายยอมเลิกไป
สำหรับฉันแล้วทำทุกวิธีทางเค้าก็ไม่ยอมเลิก
ทุกวันนี้ชีวิตสับสนมากอยู่แบบตายทั้งเป็นทุกวัน
ไม่รู้เมื่อไหร่จะหมดเวรหมดกรรมกันสักที่ค่ะ


เขาไม่ยอมเลิก
คงไม่สำคัญเท่ากับ..."คุณไม่เลิก"

อยากทราบว่า "ทุกวิถึทาง" ที่ทำแล้วเค้า
ไม่ยอมเลิก....มีอะไรบ้าง?...พอจะเล่าแบ่งปัน
กันได้ไหมค่ะ?..... :b41:

.....................................................
"มิควรหวังร่มเงาจากก้อนเมฆ"


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 26 มี.ค. 2010, 15:20 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 3
สมาชิก ระดับ 3
ลงทะเบียนเมื่อ: 17 มี.ค. 2010, 13:22
โพสต์: 176

แนวปฏิบัติ: ดูจิต
งานอดิเรก: อ่านหนังสือ,ฟังธรรมะ
อายุ: 0
ที่อยู่: อยู่กับปัจจุบัน

 ข้อมูลส่วนตัว


น้ำเน่าในเงาจันทร์ เขียน:
ฉันเองก็เจอแบบเดียวกันกับคุณเช่นกันค่ะ
แต่คุณโชคดีนะคะที่ผู้ชายยอมเลิกไป
สำหรับฉันแล้วทำทุกวิธีทางเค้าก็ไม่ยอมเลิก
ทุกวันนี้ชีวิตสับสนมากอยู่แบบตายทั้งเป็นทุกวัน
ไม่รู้เมื่อไหร่จะหมดเวรหมดกรรมกันสักที่ค่ะ



ของดิฉันเองผู้ชายก็ไม่ยอมเลิกคะ
แต่มันอยู่ที่ใจของเราเองว่าเราจะสามารถ ทำจิตใจให้แข็งแกร่งได้อย่างไร
ต้องนึกถึง หิริ โอตัปปะ เรื่องของกรรมตลอดเวลาคะ
เพื่อที่จะได้ไม่เป็นการดึงจิตเราไปสู่ในสิ่งที่ต่ำลง เป็นการสร้างกรรมให้กับตัวเองด้วยคะ
สู้ๆคะ เวลาจะทำให้ทุกๆอย่างดีขึ้นคะ

.....................................................
เรามีความตายเป็นธรรมดา ไม่ล่วงพ้นไปได้


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 26 มี.ค. 2010, 19:02 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 7
สมาชิก ระดับ 7
ลงทะเบียนเมื่อ: 05 พ.ย. 2009, 17:20
โพสต์: 532

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


krathin เขียน:


ของดิฉันเองผู้ชายก็ไม่ยอมเลิกคะ
แต่มันอยู่ที่ใจของเราเองว่าเราจะสามารถ ทำจิตใจให้แข็งแกร่งได้อย่างไร
ต้องนึกถึง หิริ โอตัปปะ เรื่องของกรรมตลอดเวลาคะ
เพื่อที่จะได้ไม่เป็นการดึงจิตเราไปสู่ในสิ่งที่ต่ำลง เป็นการสร้างกรรมให้กับตัวเองด้วยคะ
สู้ๆคะ เวลาจะทำให้ทุกๆอย่างดีขึ้นคะ


ดีแล้ว ดีแล้ว ดีแล้ว ที่ทำให้ดูอยู่ให้เห็น เข้มแข็งเป็นแบบอย่าง เข้มแข็งที่นี้หมายถึงคุณธรรมในใจ ที่น้อยนักจะให้ความสำคัญเรื่องนี้ โดยมากขาดคุณธรรมข้อนี้ละ ส่งผลต่อศีล ต่อการกระทำที่ไม่เป็นธรรม มีแต่ก่อกรรมให้แต่ตัวเอง และคนอื่นไปหน้าเรื่อยๆ

อนุโมทนาด้วย
:b8: :b8: :b8:

ขอเชิญศึกษาธรรมปฏิบัติ และดาวน์โหลดธรรมะ
โดย หลวงพ่อโพธิ์ศรีสุริยะ เขมรโต
วัดร่มโพธิธรรม บ้านหลัก 160 ต.หนองหิน อ.หนองหิน จ.เลย

http://www.rombodhidharma.com/ หรือที่บอร์ดสนทนาทั่วไป
ขอให้มีส่วนในความ ไม่ติด ไม่ขัด ไม่ข้อง ไม่คา แจ่มแจ้งในสัจธรรม ลุล่วงพ้นทุกข์ ตามองค์พุทธะ พระอรหันต์ พระโพธิสัตว์ หลวงพ่อโพธิ์ศรีสุริยะ เขมรโต นั่นเทอญ


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 26 มี.ค. 2010, 22:31 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 8
สมาชิก ระดับ 8
ลงทะเบียนเมื่อ: 19 ส.ค. 2009, 09:31
โพสต์: 639

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


อ้างคำพูด:
ดิฉันเคยคบกับผู้ชายคนหนึ่ง ซึ่งมารู้ภายหลังว่ามีลูกและภรรยาเรียบร้อยแล้ว หลังจากดิฉันทราบเรื่องทางผู้ชายบอกว่า ได้แยกกันอยู่กับภรรยา (ยังไม่ได้จดทะเบียนหย่า) แต่พอดิฉันทราบเรื่อง ก็เลยขอเลิก และถอยห่างออกมา เพราะทราบดีว่า มันเป็นเรื่องที่ผิดศีล และบาป


ดีที่สุดเท่าที่คุณจะทำได้แล้วค่ะ คุณไม่รู้ไม่มีเจตนาแต่การกระทำเกิดผลของการกระทำย่อมเกิด แต่ก็ใช่อย่างที่คุณ panatson ว่าไว้ มันจะเบาบางมากเพราะเจตนาเป็นเครื่องวัดการกระทำค่ะ

อ้างคำพูด:
แต่ ดิฉันคิดว่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นมันคือกรรมที่ดิฉันเคยได้ทำมา แต่ก็คิดต่อไปว่าบาปกรรมที่ดิฉันทำโดยไม่ได้เจตนาในครั้งนี้ จะส่งผลให้ดิฉันไม่เจอคู่แท้ของดิฉันรึเปล่าค๊ะ


ใช่ค่ะมันเป็นวิบากกรรมที่ทำมาแต่ชาติอดีต อย่าเรียกว่าบาปเลยค่ะเพราะคุณไม่ได้เจตนาผิดศีล เรียกว่าวิบากกรรมดีกว่า วิบากกรรมในครั้งนี้จะไม่ส่งผลถึงคุณในชาตินี้ค่ะแต่เป็นชาติหน้า กรรมสนองกันชาติต่อชาติค่ะ คุณจะไม่มีคู่มาใหม่ค่ะเพราะคู่ของคุณก็คือคนนั้นนั่นแหละ สิ่งที่คุณจะทำได้นะคะ วางเฉยซะ แยกตัวออกมา อย่าทำผิดศีล และแผ่เมตตาและอโหสิกรรมกับเขาค่ะ

อ้างคำพูด:
แต่ทุกวันนี้ดิฉันก็สวดมนต์นั่งวิปัสนา หมั่นทำความดีตลอดโดยไม่ย่อท้อ แล้วกรรมในครั้งนี้ดิฉันจะสามารถทำอย่างไรบ้างให้กรรมมันเบาบางลงบ้างค๊ะ


ดีแล้วค่ะที่สวดมนต์แต่นั่งสมถสมาธิก็พอค่ะอย่าไปวิปัสสนาเลย วิปัสสนาสำหรับผู้ที่เป็นอริยะบุคคลแล้วค่ะ วิบากครั้งนี้อย่างที่บอกค่ะว่าเบาบางมากเพราะคุณไม่ได้เจตนา ย้ำนะคะว่าเจตนาเป็นเครื่องตัดสิน และการหมั่นทำความดีโดยไม่ย่อท้อ คุณอย่าหวังอะไรนะคะเพราะนั่นหมายความว่าเจตนาไม่บริสุทธิ์แล้ว ทำดีอย่าหวังผลค่ะ ยึดหลักพรหมวิหารสี่อย่างบริสุทธิ์ใจนะคะแล้วจะดีเองค่ะ


แก้ไขล่าสุดโดย chulapinan เมื่อ 26 มี.ค. 2010, 22:33, แก้ไขแล้ว 1 ครั้ง

โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 26 มี.ค. 2010, 23:57 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 3
สมาชิก ระดับ 3
ลงทะเบียนเมื่อ: 13 ก.พ. 2010, 13:22
โพสต์: 146

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


ถาม – หากรู้สึกอ่อนแอเกินกว่าจะหยุดเป็นน้อย พอมีวิธีอะไรให้ใจเข้มแข็งขึ้นได้บ้างไหมคะ?
ผู้หญิงมีสองเหตุผลหลักๆที่ยอมเป็นเมียน้อยต่อ คือ

๑) เสียดายเงินที่ได้มาง่าย

๒) ตัดใจจากผู้ชายไม่ได้

ก่อนอื่นคุณต้องมองว่าทั้งสองข้อนั้นเป็นเรื่องของอกุศลจิต และกรรมที่ทำไปขณะมีอกุศลจิตก็ย่อมมีวิบากเป็นทุกข์ ตรงข้ามกับบุญที่มีวิบากเป็นสุขเสมอ

น้ำเน่าต้องไล่ด้วยน้ำดี ไม่มีน้ำเน่าที่ไหนล้างน้ำเน่าด้วยกันได้ ฉันใดก็ฉันนั้น จิตที่ดำมืดย่อมไล่ได้ด้วยจิตที่สว่างไสว จิตที่สกปรกย่อมไล่ด้วยจิตที่สะอาด

ถ้าคุณเสียดายเงิน ทำไมไม่ลองเป็นผู้ให้เงินดูบ้าง เริ่มให้จากส่วนเกิน อย่าให้จากส่วนที่จำเป็นต้องใช้ แต่ ละครั้งที่ให้ ก็จงอธิษฐานไป ว่าด้วยความจริงที่เราเป็นฝ่ายเสียสละส่วนเกินเช่นนี้ ขอให้ใจเรามีความสามารถสละสิ่งที่เป็นโทษทั้งหลายในชีวิตทิ้งด้วยเถิด ถ้า เป้าหมายของคุณคืออยากสร้างบุญสร้างกุศลที่ยิ่งใหญ่ โดยการทำมหาทาน สละสิ่งที่ไม่ใช่ของตนคืนเจ้าของ คุณจะหมดความอาลัยไยดีเรื่องผิดศีลธรรมอย่างรวดเร็วยิ่ง

หากอ้างว่าไม่มีเงินทำบุญ ลองหารเงิน ๑๐๐ บาทออกเป็น ๒๐ ส่วน คือเอาเงิน ๕ บาทไปใช้ทำบุญ ๒๐ ครั้งในเวลา ๒๐ วันติดๆกัน แล้วอธิษฐานซ้ำๆอย่างที่ผมว่าข้างต้นทุกหน คุณจะรู้สึกเหมือนสั่งสมกำลังใจใส่กระปุก วัน ที่ ๒๐ กำลังใจอาจยังไม่เต็มกระปุก แต่คุณก็รู้สึกว่ากระปุกชักหนัก ชักมีความสามารถเอาไปตีหัวกิเลสให้แตกได้ ถ้าสะสมต่ออีกนิดมีสิทธิ์ฟาดกิเลสให้ตายสนิทเป็นแน่แท้ ขอให้จำไว้ว่าการทำบุญไม่ใช่การเอาเงินมากๆไปแจกคนอื่น แต่เป็นการเอาส่วนเกินน้อยๆไปละลายความตระหนี่ในตนเอง

ส่วนในกรณีที่เงินไม่เกี่ยว แต่คุณตัดใจจากผู้ชายไม่ได้ ก็ขอให้มองว่าปัญหาเมียน้อยมักลงเอยแบบไม่เป็นสุข ไม่มีนิทานเรื่องไหนบอกว่าเจ้าชายควบเจ้าหญิงสองคนขึ้นพิธีแต่งงานแล้วอยู่ ร่วมกันอย่างปรองดองไปจนตาย พูดง่ายๆว่าน่าจะเกือบร้อยทั้งร้อยที่เรื่องดำเนินไปอย่างเศร้าสร้อย จบเรื่องก็หงอยเหงา ยิ่งไปกว่านั้นยังต้องมีใครบางคนหรือทั้งหมดได้ไปต่อทุกข์ในขุมนรก เนื่องจากกรรมจากการผิดประเวณีนั้น ย่อมทำให้จิตเศร้าหมอง ทั้งวันหมกมุ่นอยู่กับเรื่องราคะผิดๆ โทสะผิดๆ หลงสำคัญอะไรต่ออะไรผิดๆ พระพุทธเจ้าตรัสว่าจิตที่เศร้าหมองด้วยราคะ โทสะ โมหะย่อมมีอบายเป็นคติที่หวังได้

อบายย่อมไม่ใช่ปลายทางอันน่าแปลกใจสำหรับคนผิดศีลข้อกาเม ถ้าคุณตัดใจไม่อยากไปอบายได้ ก็ควรจะตัดใจไม่อยากเกี่ยวก้อยไปกับชู้ได้เช่นกัน หากไม่กลัวนรกข้างหน้า ก็ขอให้กลัวนรกทางใจวันนี้ การยอมให้ความกลัวเกิดขึ้นเสียบ้างขณะที่มโนธรรมขี้เกียจทำงาน ก็นับเป็นนโยบายอันประเสริฐครับ

ดังตฤณ
เตรียมเสบียงไว้เลี้ยงตัว เล่ม 6 : ตอนที่ ๕

.....................................................
ทำไมต้องปล่อยว่าง
เพราะทุกอย่างมี ความว่าง มาแต่เดิม


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 29 มี.ค. 2010, 16:26 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 3
สมาชิก ระดับ 3
ลงทะเบียนเมื่อ: 13 ก.พ. 2010, 13:22
โพสต์: 146

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


น้ำเน่าในเงาจันทร์ เขียน:
เริ่มแรกผู้ชายเป็นฝ่ายบอกว่าไม่มีครอบครัวเราก็เชื่อใจ คบกันมา 2 - 3 ปี
ต่อมาก็หมั่นกันไม่นานก็ได้รู้ความจริงว่าเค้าโกหกเรา แต่ก็แปลกเค้าก็พาแม่ ญาติพี่น้อง
มาที่บ้านเราโดยที่ไม่เคยมีใครสงสัยเลย แม่เค้าก็รักและชอบเรา
ครอบครัวของเราก็ชอบเค้าเพราะอยู่ง่ายกินง่าย
ต่อมาก็พยายามเลิกติดต่อ เลิกเจอหน้ากัน
แต่เค้าก็มาหาที่ บ้าน หรือไม่ก็ที่ทำงาน
เราคิดว่าถ้าจะเลิกกันจริง ๆ เราคงต้องลาออกจากงาน
แล้วก็หนีไปให้ไกลที่สุด เท่าที่จะไปได้
บางครั้งก็คิดว่าคงเป็นกรรมเก่าของเรารึเปล่าถึงเป็นเช่นนี้
มองดูชีวิตอีกหลายคนที่ไม่เป็นแบบนี้ทำไมดีจังเลย
ถ้าเลือกได้ก็ไม่มีใครที่จะอยากเป็นแบบนี้หรอก
............... กับเวรที่ไม่ได้ทำ ต้องช้ำเพราะกรรมของใคร.................


:b47: ทุกอย่างอยู่ที่คุณแล้วละค่ะ
:b47: ก่อนอื่นคุณต้องหนักแน่น มีจุดยืนของตัวเอง
:b47: ถ้าคิดจะเลิกก็อย่าไปสนใจเวลาเขามา เขาอยากมาก็ปล่อยเขา
:b47: ใจเราไม่เอาซะอย่าง ทำเฉยๆ เดียวเขาก็เบื่อไปเอง

.....................................................
ทำไมต้องปล่อยว่าง
เพราะทุกอย่างมี ความว่าง มาแต่เดิม


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 61 โพสต์ ]  ไปที่หน้า 1, 2, 3, 4, 5  ต่อไป

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

่กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 1 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร